อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/6 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/6 วันที่ 31 ม.ค. 59

ปืนยิงเปรี้ยงๆออกมาจากหมู่หมอกพร้อมด้วยร่างกำยำของเสือขาวที่ถือปืนออกมายิงศรัณย์ ศรัณย์ยิงต่อสู้กับเสือขาวที่บ้าเลือดยืนยิงอยู่ในกลุ่มหมอก ไม่มีหลบเพราะเชื่อมั่นในคาถาอาคมของตัวเอง เสือขาวกำลังท่องมนต์บางอย่าง เป็นคาถามหาอุตม์
ตำรวจยิงออกไป ไม่สำเร็จ “ปืนขัดลำกล้อง”
เสือขาวท่องมนต์อีกต่อเนื่องขณะยิงใส่ศรัณย์ ตำรวจอีกคนยิงไม่ออกเช่นกัน “ของผมก็ยิงไม่ได้”
เสือขาวท่องมนต์ต่อเนื่อง
“เสือขาวแน่ มันมีอาคม”

ศรัณย์ ยังยิงๆออกไป ปืนของศรัณย์ไม่มีปัญหา แต่ลูกปืนไม่โดนเสือขาวสักลูก ดูน่าอัศจรรย์
ตำรวจอีกคนหันมาบอก “ปลัดคนเดียวยิงได้ ปลัดมีอาคมเหมือนกัน”


ศรัณย์ อารมณ์เสียตะโกนด่า “โว้ย ปืนพวกคุณไม่เคยทำความสะอาด ส่วนอีกคนกระสุนก็เก่ามาก ตำรวจท้องที่อย่างพวกคุณ ใช้ปืนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ล่ะ”
“จำไม่ได้ครับ”
“แหะๆ พกไว้ขู่ เฉยๆ ไม่ได้ทำความสะอาด”
“ก็นั่นไง.... มนต์คาถาไม่แน่นอน สติปัญญานี่สิ แน่นอนกว่า ตอนนี้กระสุนผมหมดและของมันก็หมดเหมือนกัน” ศรัณย์บ้าเลือดพอกับเสือขาว ทิ้งปืนลงพื้นเดินออกไป เสือขาวก็ทิ้งปืนเหมือนกัน รออยากเตะปากกันและกันมานานแล้ว เดินเข้าหากัน ประจันหน้ากันทันที แมนๆ ศรัณย์ชี้ด่า “กระสุนมึงหมด กูก็หมด มึงมาต่อยกับกูตัวต่อตัว”
“เจ็บหนักคราวที่แล้ว ยังไม่เข็ด ไอ้หมาบ้า หนีขึ้นมาขนาดนี้ ยังตามกูมาอีก”
“มึงขึ้นมาพระนครทำไม”
“มาเที่ยวผู้หญิง...อยากเจอขาวๆ อวบๆ มีอะไรไหม”
“โดนระเบิดคราวที่แล้ว ป่านนี้คงด้วนไปแล้วมากกว่า กูไม่เชื่อหรอก ว่าไง มึงกับกูจบความแค้นกันตรงนี้ ตัวต่อตัว หมัดแลกหมัด ไม่มีปืน ไม่มีระเบิด”
“หมัดแลกหมัด ไม่มีปืน ไม่มีระเบิด ระหว่างมึงกับกู วันนี้วันตาย มึงตายกูรอด กูรอด มึงต้องตาย” เสือขาวประกาศเจตนารมณ์
ศรัณย์ตั้งท่า ศรัณย์ทวนประโยค ประดุจเป็นสัญญาลูกผู้ชาย “วันนี้วันตาย มึงตายกูรอด กูรอดมึงต้องตาย”
เสือขาวยกมือกลางอก ท่องมนต์
ตำรวจคนหนึ่งกระซิบ “มนต์กำบังตัว มนต์มหาอุตม์ไปแล้ว คราวนี้มันจะท่องมนต์อะไรอีกวะ”
“นะโมพุทธายะ นะธนู นะกาโรโหติสัมภะโว....”
ตำรวจร้องเตือน “คุณปลัด มันท่องมนต์แล้ว ระวังตัวนะครับ”
“จะเล่นกลอะไรอีกล่ะ น่าขันสิ้นดี กูไม่กลัวมึงหรอก”
เสือขาวเป่าที่หมัดทั้งสองแล้วตั้งท่า เตรียมต่อยมวยสู้กัน ศรัณย์บุกเข้าไปต่อยเตะ เสือขาวต่อยเตะกลับ โชว์แม่ไม้มวยไทยพิสดาร
ตำรวจทั้งสอง ยังปักหลักเม้ามอยกันหลังที่กำบังต่อไป “โห ผลัดกันแพ้กันชนะ เอาไงดี”
ศรัณย์และเสือขาวต่อยตีท่าพิสดารสักพัก เริ่มหอบเหนื่อย การต่อสู้ดำเนินมาถึง เสือขาวใช้กระบองเหล็กแถวนั้นกดศรัณย์เข้ากับพื้น จนศรัณย์หน้าเขียวหน้าแดงหายใจไม่ออก พูดตอบโต้อย่างยากลำบาก
เสือขาวพูดใส่หน้าศรัณย์ “ถ้ากูตายวันนี้ มึงก็ได้ยศได้เงินค่าหัว แต่ถ้ามึงตายกูก็ได้แค่สะใจ ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมา”
เสือขาวมองไปที่ถนนข้างหน้าทางเข้าบ้าน ศรัณย์มองตาม
ตำรวจที่แอบอยู่สงสัย “มันมองอะไรวะ”
“มึงพูดเองไม่ใช่หรือว่าไม่ตายไม่เลิก จะมาบิดพลิ้วงั้นรึ”
“ฮึๆ ใช่ กูพูด และกูเป็นโจร ?”
ศรัณย์มองไป กลุ่มหมอกขาวลอยมาบนถนน ศรัณย์รู้แล้วว่ามีคนมาช่วย“ไอ้โจรไม่มีสัจจะ!” ศรัณย์รวบรวมกำลัง ถีบเสือขาวออกไป แล้วกระโดดหลบเข้ากองไม้ที่กำบัง
เสียงปืนรัวมา คนทำระเบิดเพื่อนเสือขาวมีใบไม้คาบที่ปากนั่งบนรถปิคอัพ วิ่งออกมาจากหมอก พร้อมปืนกลที่รัวมาทางศรัณย์ โชคดีศรัณย์กระโดดหลบได้ทันเลยไม่โดนกระสุนสักนัด
เสือขาวขึ้นรถปิคอัพคันนั้น แล่นฝ่าหมอกออกไป พร้อมตะโกน “มึงกับกู เจอกันคราวหน้า... คราวหน้า วันตาย ! มึงตาย กูรอด กูรอด มึงต้องตาย” เสือขาวขึ้นรถออกไป สิ้นเสียงปืนรถปิคอัพจากไปไกลแล้ว
กลุ่มตำรวจวิ่งกรูเข้าหาศรัณย์ “คุณปลัด คุณปลัด ตายหรือยังครับ”
“โธ่โว้ย ไอ้เสือขาว มันจะรีบไปไหนของมันวะ” ศรัณย์ค่อยๆคิด “มันนัดเพื่อนมา นัดมาทำไม”
ตำรวจดูตามเนื้อตัวศรัณย์ บอกเพื่อน “โห ไม่โดนสักเม็ด คุณปลัดหนังเหนียวจริงๆ”
“คาถามหาอุตม์ เอ แต่ไม่เห็นคุณปลัดท่องคาถาอะไรเลย ตกลงคุณปลัดมีคาถาไหมครับ”
ศรัณย์โวยไอ้พวกดีแต่เม้าดังลั่น “เฮ้ย ถ้าอยากใช้ปากทำงานนัก ก็เอาปากไปถามชาวบ้านแถวนี้ ไปสืบมาให้ได้ ว่าไอ้เสือขาวมันมาทำอะไรแถวนี้“
“ครับๆ” ตำรวจเห็นศรัณย์โมโหจัด เดินนำไป ศรัณย์เซ็งเดินตาม

ตำรวจแยกกันคุยกับชาวบ้าน เรื่องบ้านญาติของเสือขาวหลังนี้ ศรัณย์คุยกับชาวบ้านคนหนึ่ง
“บ้านนั้นมันไม่มีใครอยู่มานานแล้ว เจ้าของบ้านมันชื่อนังแม้น มันตายไปเมื่อปีก่อน”
“นางแม้น ชื่อป้าของเสือขาว....แต่สองสามวันนี้มีคนมาพักอยู่ น่าจะเป็นหลานของคนชื่อแม้น คุณเห็นบ้างไหม” ตำรวจอีกสองคนเดินมาสมทบฟังด้วย เพราะคนนี้ท่าทางได้เรื่องที่สุด
“เอ ถ้ามีคนมาอยู่ ก็ต้องเห็นแสงไฟมั่ง นี่ไม่เห็นเลยนะพ่อคุณ”
ตำรวจรายงาน “ชาวบ้านทางโน้นก็ไม่เห็นอะไรผิดปรกตินะครับ”
ศรัณย์บอกตำรวจ “มันระวังตัวเป็นอย่างดี เอ๊ะ แล้วนางแม้นเนี่ย ไม่มีลูกหลานเลยหรือ”
“มีจ้ะ ชื่อไอ้ชินมันเป็นเสือ โดยเขาจับได้ที่ราดรี (หมายถึงราชบุรี) เข้าเรือนจำไปแล้ว”
“เสือชิน” ศรัณย์พยายามนึก ศรัณย์เป็นคนปราบชิน “ผมเป็นคนจับมันเอง ที่แท้มันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเสือขาว”
ศรัณย์และตำรวจตื่นเต้นขึ้นมาทันที เข้าเค้าแล้ว
ตำรวจซัก “แล้วตอนนี้อยู่เรือนจำไหนครับ”
ศรันย์เล่า “ตอนแรกอยู่เรือนจำราชบุรี แต่ไม่นานมานี้ถูกย้ายเข้าพระนคร มันคงมาหาเสือชิน มันอาจจะเอาเสือชินเป็นพวก เพราะคนของมันตายหมด”
ศรันย์ท้วง “แต่เสือชินอยู่ในเรือนจำนะคุณปลัด มันจะเอาเป็นพวกได้ไง”
ศรัณย์คิดหนัก “หรือว่า....” ศรัณย์พยายามนึก “แย่แล้ว รีบไปเถอะคุณตำรวจ” ศรัณย์รีบออกวิ่งไป กลุ่มตำรวจรีบตาม

เสือขาว เปิ่น ทั้งสองช่วยกันขนระเบิดลงจากรถมาติดตั้งที่รั้วเรือนจำด้านนอก
“โชคดีนะ ที่พี่สอนคาถากำบังตัวให้ผม”
“ถ้ามึงอยากได้คาถาเพิ่ม มึงต้องติดตามกู แล้วมึงจะยิ่งใหญ่ มึงแค่ทำระเบิดขายแบบนี้ ไม่รวยหรอก”
เปิ่นคิดตาม “เอาไงเอากัน พี่”
ทั้งสองติดตั้งระเบิดไป ได้ยินเสียงระเบิดห่างไป เปิ่นสะดุ้ง “ตกใจหมด เสียงมาจากไหนพี่”
เสือขาวยิ้มร้ายรู้อยู่แล้วว่าในเรือนจำกำลังทำอะไร

ในเรือนจำกำลังก่อสร้าง มีระเบิดถนน พนักงานนั่งทำงาน ปวดหู
“โฮ้ย หูดับไปหมดแล้ว มันจะก่อสร้างไปอีกกี่วันวะ”
รั้วเรือนจำ ระเบิดพร้อมแล้ว มีสายชนวนยาวไป เปิ่นและเสือขาวหลบอยู่หลังรถปิกอัพ เปิ่นจุดสายชนวน...ระเบิดปัง ! ดังสนั่น พื้นสะเทือน กลุ่มพัศดีสะดุ้ง
“เสียงระเบิด ได้ยินไหม”
พัศดีคนหนึ่งหูดับอยู่ “อะไรนะ”
“ระเบิด ได้ยินเสียงระเบิดไหม”
“โฮ้ย ไม่รู้เรื่อง” ทั้งสองทำงานต่อ ไม่สนใจจะไปดู

รั้วเรือนจำแตกออกแล้ว ควันคละคลุ้ง เสือชินและนักโทษกลุ่มใหญ่ ยืนรออยู่ เสือขาวยิ้มสำเร็จ เสือชินมุดนำทุกคนออกมา เสือขาวเปิดปิกอัพให้ทุกคนขึ้นไปซ่อนแล้วปิดผ้าคลุม เปิ่นขับรถออกไปพร้อมเสือชินและนักโทษกลุ่มหนึ่ง

กรมการปกครอง ท่านอธิบดีนั่งทำงาน ศรัณย์เคาะประตูเสียงรีบเร่ง แล้วเปิดเข้ามาทันที“ท่านอธิบดีครับ ไอ้เสือขาวมันกำลังจะแหกคุกเรือนจำครับ”
“แหกคุก หมายความว่ายังไง”

พงหญ้านอกรั้ว เวลาผ่านไปข่าวไปถึงแล้ว พัศดีหลายนาย ปูพรมเดินไปตามพงหญ้า เอาไม้ ฟาดไปเรื่อยๆ ตามหานักโทษที่หนีออกมา

ในป่าโปร่ง เสือขาว เปิ่น เสือชิน นักโทษอีกกลุ่มใหญ่ ทั้งหมดก่อกองไฟนอนในป่า พวกนักโทษเอาโซ่ตรวนลนไฟแล้วตีมันออก บางส่วนเปลี่ยนเสื้อผ้า หัวเราะร่าที่รอดแล้ว
เสือขาวเอ่ย “พ้นเขตเมืองเล้ว คงไม่มีใครตามเรามา”
“เรารอดแล้ว เพราะแผนยอดเยี่ยมของพี่ ขอบใจมากพี่”
เสือขาวกอดคอ“ไอ้ชิน กูกับมึงจะกลับมายิ่งใหญ่ด้วยกัน”
“พี่ช่วยฉันออกมาจากนรก ต่อไปนี้ ฉันและลูกน้องของฉันขอเข้ากับพี่ พวกเรายอมตายเพื่อพี่ขาว”
เปิ่นเอ่ยขึ้น “ฉันด้วย เสือขาว จะกลับมายิ่งใหญ่”
เสือขาวผยอง “ใช่ พวกเราจะกลับมายิ่งใหญ่”
ทุกคนตะโกนพร้อมกัน “ยิ่งใหญ่ๆๆ”
เสือขาวยิ้มมองสมุนชุดใหม่ของตน ยิ้มร้ายหมายมั่นถึงชัยชนะ

ศรัณย์ อธิบดี ตำรวจระดับสูง ทั้งหมดกำลังประชุมฟังรายงานจากตำรวจ
“พอได้รับแจ้ง พวกเราก็สั่งการลงไปทันที ตอนนั้นที่เรือนจำยังไม่รู้เลยครับว่ามีการแหกคุก กว่าจะรู้ว่ากำแพงด้านหลังถูกระเบิด นักโทษก็หนีไปไกลแล้ว”
“อะไรกัน....นักโทษตั้งหลายคนคิดจะแหกคุก ไม่มีใครรู้เรื่องเลยหรือ”
“มันวางแผนแยบยลมากครับท่าน มันเลือกเอาวันที่มีการก่อสร้าง เจ้าหน้าที่เลยไม่ฉุกใจตอนมันระเบิดกำแพง”
อธิบดีไม่ชอบใจ “สะเพร่าจริงๆ เอาไงดี ศรัณย์”
“มันกลับปักษ์ใต้แน่ ที่ทำกินเสือขาวมันอยู่ทางโน้น ถ้ามันถึงถิ่นของมัน มันจะกลายเป็นเสือติดปีก ผมยอมไม่ได้เด็ดขาดครับ”
อธิบดีพยักหน้าเห็นด้วย “ขอความช่วยเหลือจากทุกหน่วย ทุกเส้นทาง ตามสืบรถไฟ รถประจำทางทุกคัน ถนนทุกเส้นที่ลงปักษ์ใต้ ตามหาพวกมันให้เจอ!”
เจ้าหน้าที่เกือบทุกคน รับคำแล้วรีบกระจายกันออกไป

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ เสนอมารายงาน ชรัตน์และริน “คุณหนู ให้ผมมาแจ้งคุณนายว่า คืนนี้จะนอนกับคุณหญิงแก้วที่บ้านคุณน้ากล่ำ แล้วพรุ่งนี้เช้าจะเข้ามาหา”
“งานคุณปลัดเรียบร้อยดีไหมนายเหนอ”
“ยังวุ่นๆอยู่ครับ ท่าทางคงต้องอยู่ที่พระนครสักพัก”
ชรัตน์เสนอ “พรุ่งนี้เราทำบุญกันเลยนะ พี่ใจร้อนอยากให้ศรัณย์เห็นบ้านเร็วๆ” รินพยักหน้า
“บ้านอะไรกันหรือขอรับ” เสนอสงสัย
“ไม่บอก บอกแล้วเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น” ชรัตน์เก็บงำ เสนองงๆ
รินยิ้มกับชรัตน์มุ่งมั่นกับงานบุญพรุ่งนี้

บ้านเจ้าคุณบำรุง อรุณฤกษ์ เดินมาหาบุรณีที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ “กลับมาพระนครแล้ว รานีเป็นไงบ้างยัยบุ”
“ปิดห้องเงียบ ตอนเที่ยงก็ไม่ยอมลงมาทานข้าวค่ะ”
“นี่ยังเศร้าไม่เลิกอีกหรือนี่”
บรรนีเดินลงมา ในชุดสวย
“พี่รานี จะไปไหนคะ”
“เต้นรำ”
“เที่ยวกลางคืนหรือคะ ไม่กลัวคุณพ่อคุณแม่เอ็ดหรือ”
“ฉันร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว ขืนอยู่บ้านต่อ ฉันต้องเป็นบ้าแน่ๆ” บรานีออกไป
“พรุ่งนี้ รินเชิญเราไปงานทำบุญแต่เช้านะคะ”
“ตัวก็ไปเองสิ ไปยินดีกับคุณหนูคนใหม่เถอะ เราขี้เกียจ เราจะไปเที่ยว” บรานีกลายเป็นสาวเปรี้ยวกร้านโลกไปแล้ว เดินออกไปเลย
“เดี๋ยวสิพี่รานี พี่รานี เอาไงดีคะพี่อรุณ”
“พี่ตามไปดูเอง ไม่ต้องห่วงนะ” อรุณฤกษ์รีบตามไป

บรรยากาศที่เที่ยวกลางคืน มีแต่พาร์ทเนอร์ และผู้ชายนั่งเป็นโต๊ะๆ มีดนตรีเล่น บรานีนั่งคอพับจะยกแก้วดื่มอีก อรุณฤกษ์ ดึงออก “พอเถอะนะ เมามากแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
“ไม่เอา รานีไม่กลับ พี่อรุณไม่ต้องมายุ่งเลย”
บรานีลุกหนีไป ชนกับนักเที่ยวชายหน้าหื่นคนหนึ่ง ที่จับมือบารนีทันที “อุ๊ย คนสวย ไม่เคยเห็นหน้าเลย ออกไปสนุกด้วยกันไหมจ๊ะ”
“ไอ้บ้า ปล่อยนะ ปล่อย”
อรุณฤกษ์ เข้าขวางดึงบรานีออกมา “เฮ้ย นี่น้องกู ไม่ใช่พาร์ตเนอร์โว้ย ไป ไปหาที่อื่น”
“จะไปรู้ได้ไง ผู้หญิงดีๆ เขาก็ต้องอยู่บ้านสิวะ ถุย” นักเที่ยวเดินเมาหนีไป
บรานีโวยวาย เมาทั้งเหล้า เมาทั้งชีวิต “ไอ้ตัณหากลับ ไอ้พวกผู้ชายเจ้าชู้ ไอ้ผู้ชายไม่รู้จักพอ ฮือ มีเมียแล้วก็มาโกหก ไอ้คนเลว ฮือ มาหลอกกันทำไม ฮือ ผู้ชายเลวทุกคน ฮือ” บรานีนั่งลงร้องไห้ซะงั้น
อรุณฤกษ์เหนื่อยใจ “โธ่ รานี ประชดชีวิตแบบนี้....ได้อะไรขึ้นมา ...หา”

วันใหม่ โถงบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ศรัณย์เดินนำแก้วเข้ามาหารินตามสัญญา คนขับรถออกมายกมือไหว้ “คุณศรัณย์ คุณหญิงแก้ว คุณชรัตน์ให้ผมมารอรับครับ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 11/6 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ