อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12 วันที่ 1 ก.พ. 59

วันใหม่ โถงบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ศรัณย์เดินนำแก้วเข้ามาหารินตามสัญญา คนขับรถออกมายกมือไหว้ “คุณศรัณย์ คุณหญิงแก้ว คุณชรัตน์ให้ผมมารอรับครับ”
ศรัณย์งง “ฉันมาหาคุณบราลี”
“คุณหนูไม่อยู่ครับ เธอกับคุณชรัตน์ให้ผมรอ พาคุณทั้งสองไปพบครับ”
คุณหญิงแก้วซัก“จะให้ไปไหนกันหรือจ๊ะ”
“ทำบุญบ้านใหม่ครับ”
ศรัณย์กับคุณหญิงแก้วมองหน้ากันงงๆ

หน้าบ้านศิวะเวทย์ คนขับรถพาคุณหญิงแก้วกับศรัณย์มา ทั้งสองลงจากรถมายืนตะลึง รถวนจากไป
คุณหญิงแก้วอึ้ง “นี่มัน....”


“บ้านศิวะเวทย์”
ชรัตน์ออกมาต้อนรับ “นึกว่ามาไม่ทันแล้ว”
“นี่มันอะไรกัน”
“เซอร์ไพร์ส เดี๋ยวนายก็รู้ เชิญครับคุณน้า เร็วเข้ารัณย์เข้าไปเลย” ชรัตน์รุนหลัง ศรัณย์ เข้าบ้านไป
ศรันย์ท้วง “เดี๋ยวๆ ช่วยบอกทีว่านี่มันอะไรกัน”
ทั้งหมดเข้าไปในบ้าน

โถงบ้านศิวะเวทย์ ชรัตน์ดันศรัณย์เข้าไปในโถง ศรัณย์อึ้งมีแขกผู้ใหญ่อยู่จำนวนหนึ่งที่คุ้นหน้าทั้งหมด บุรณีอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ทุกคนในห้องนั้น ยกมือไหว้คุณหญิงแก้ว
“เอ้อ สวัสดีค่ะ” คุณหญิงแก้วรับไหว้ งงๆ
พนักงานของรพิพันธ์คนหนึ่งประกาศที่เชิงบันได ที่ทอดยาวลงมาจากชั้นบน “ขอต้อนรับ แขกท่านผู้มีเกียรติ เข้าสู่งานทำบุญบ้านใหม่ของคุณหนูบราลี เจ้าของคนใหม่ของบ้านศิวะเวทย์ค่ะ”
บราลีเดินลงมาในชุด ทรงผมและเครื่องเพชร ดูมีราคา ราวกับเจ้าหญิง !
บุรณีชื่นชม “สวยอย่างกับเจ้าหญิงเลย”
คุณหญิงแก้วกับศรัณย์ ช็อก งง อึ้ง ไปไม่ถูก! “เจ้าของคนใหม่”
“นี่หมายความว่า….”
“คุณพ่อท่านจัดการยกทรัพย์สินให้ริน ยกให้หลายรายการ รวมทั้งบ้านหลังนี้ด้วย มองไปรอบๆสิ”
คุณหญิงแก้วยังงง “ญาติของคุณพ่อ”
ญาติแต่ละคนที่กำลังรับไหว้รินที่เดินไปไหว้ทักทายใกล้ๆ ก่อนเดินมาหาคุณหญิงแก้วและ ศรัณย์
“ฉันเชิญญาตินายมาเพื่อให้รู้ว่าบ้านศิวะเวทย์ ได้กลับคืนมาเป็นของนายแล้ว พวกนั้นจะได้เลิกโทษพ่อนายเสียทีที่ทำให้บ้านประจำตระกูลหลุดมือไป”
แขกยังรับไหว้กันไปมากับริน บางคนไหว้คุณหญิงแก้ว คุณหญิงแก้วรับไหว้ ยิ้มๆ แต่กระซิบเบากับศรัณย์ “มีเพื่อนบ้านเก่าเราด้วย”
ชรัตน์กระซิบเบา “คนพวกนี้ ตอนแกล้มละลายเขาเคยดูถูกแก แกล้งทำเป็นไม่รู้จักแกจำไม่ได้หรือ”
รินเดินมาหายกมือไหว้คุณหญิงแก้ว “คุณแม่ ... คุณศรัณย์”
ญาติกลุ่มหนึ่งแทรกเข้ามาดี๊ด๊า ประจบเกาะมือริน และบอก ศรัณย์ กับคุณหญิงแก้ว หน้าระรื่น “สวัสดีค่ะคุณหญิง พ่อศรัณย์มีภรรยาเป็นนางแก้วแท้ๆ จู่ๆก็มาเนรมิตบ้านหลังนี้กลับคืนศิวะเวทย์”
“บ้านหลังนี้เป็นหัวใจของวงศ์ตระกูลเรา ถูกคนอื่นครอบครอง พวกเราก็ไม่สบายใจ กลับมาเป็นของศรัณย์แบบนี้ พวกอาดีใจมาก”
“ขอบใจพ่อชรัตน์มากนะ ป่านนี้วิญญาณพี่ศักดิ์ก็คงดีใจ ต้องขอบคุณที่สุด คือหนูบราลี”
เพื่อนบ้านหลายคนเข้ามารุมประจบศิวะเวทย์ทั้งสาม
“ยินดีต้อนรับกลับสู่ศิวะเวทย์นะคะ ดีใจนะคะที่จะได้เป็นเพื่อนบ้านกันอีก”
“จะกลับเข้ามาอยู่ที่นี่กันเลยไหมคะ อยากคุยกับคุณหญิงแก้ว เหมือนเมื่อก่อนไงคะที่เราเล่นเปตองด้วยกัน”
“ต้องดีกับเมียมากๆนะ ศรัณย์ ที่เอาบ้านคืนมาให้ทั้งหลังแบบนี้”
ศรัณย์เครียด

ทุกคนนั่งฟังพระสวด คุณหญิงแก้ว ศรัณย์ รินและชรัตน์นั่งเป็นประธาน รินยิ้มให้ศรัณย์ที่นั่งข้างกัน ศรัณย์เครียดเมินหนี ไม่ยิ้มตอบ รินสงสัย
ศรัณย์มองบ้าน นึกถึงอดีตที่เคยมีความสุขในบ้านหลังนี้ ศรัณย์มองขึ้นไปที่ชั้นบน นึกถึงตอนที่พ่อยิงตัวตายที่ห้องทำงาน
ศรัณย์มองหน้าของญาติต่างๆที่จับกลุ่มกันนินทาตนเอง ปากขมุบขมิบไม่ฟังพระสวด ตายังมองมาที่ตน พวกนี้กำลังนินทาเหยียดหยามว่าเกาะเมียกิน ไม่ต้องได้ยิน ดูก็รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร
รินเอามือแตะที่ขาศรัณย์ “คุณเป็นอะไรไปคะ หน้าเครียดเชียว”
ศรัณย์นั่งเครียดต่อไป จนรินใจเสียต้องมีอะไรแน่ๆ

โถงบ้านศิวะเวทย์ ชรัตน์เดินนำศรัณย์เข้ามา ตอนนี้ไม่มีคนอื่นแล้ว ทุกคนเดินตามมา
“แขกไปหมดแล้ว เฮ้ยไปดูบ้านชั้นบนกัน”
“ห้องข้างบนยังไม่ได้ซ่อมแซมเลยค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าคุณจะใช้ห้องไหนบ้าง ก็เลยรอคุณมาดูเอง”
ศรัณย์หันขวับ อารมณ์ที่เก็บกดไว้เริ่มปะทุ “หล่อนรู้ได้ยังไงว่าฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่”
รินอึ้ง ตกใจมากกับสายตานั้น ชรัตน์รีบเข้าช่วย “เอ้า ก็นี่บ้านรินก็เท่ากับบ้านแก ฉันบอกรินให้ย้ายมาอยู่กับแกที่นี่ จะให้คนขนของเข้ามาวันนี้แหล่ะ แกก็ด้วย มาอยู่ซะคืนนี้เลย งานเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ”
“ถ้าคุณจะอยู่ คุณก็ต้องอยู่โดยไม่มีผม”
“คุณศรัณย์”
“ไปครับคุณแม่ กลับกันเถอะ” ศรัณย์หันมาจูงมือแม่ออกไปเลย ทั้งคุณหญิงแก้วและคนอื่นงงกันหมด
“เฮ้ยไอ้ศรัณย์ เดี๋ยวก่อน”

ศรัณย์จูงคุณหญิงแก้วออกมา หน้าบ้านบ้านศิวะเวทย์ คนอื่นเดินตามมา เสนอเดินมาหา
ศรัณย์สั่งเสนอ “มาพอดี ไปเอารถมา เรากำลังจะกลับ” เสนอไม่ได้ไป ยืนฟัง
“เฮ้ยเดี๋ยวๆ นี่มันอะไรกันวะ” ชรัตน์ยังไม่เข้าใจ
รินก็เช่นกัน “คุณโกรธ ... โกรธอะไรคะ”
“เมื่อครู่ คุณเดินลงมาจากชั้นบนราวกับเจ้าหญิง คุณกลายเป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ไปแล้ว สูงจนผมเอื้อมไม่ถึงอีกต่อไป”
“นี่มันต้องมีอะไรแน่ๆ นายเป็นอะไร” ชรัตน์เข้าไปจับ
ศรัณย์สะบัดตัวจนหลุด ชรัตน์ตกใจ ศรัณย์โวยในสิ่งที่อัดอั้นมาตลอดชีวิต เป็นปมชีวิตที่แกะไม่เคยออกมายาวนาน “นายเป็นแบบนี้อีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกที ฉันต้องเป็นฝ่ายทนนายมาตลอด แต่ครั้งนี้มันสุดๆแล้วว่ะชรัตน์ หัดคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้างสิวะ คนที่เขาจนคนที่เขาเกิดมาไม่มีเท่าแก แกเคยคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้างไหม”
“นายต้องทนกับฉันมาตลอดหรือ ตลอดสิบกว่าปีเนี่ยนะ นายที่เป็นเพื่อนฉันเนี่ยนะ”
“หลังจากพ่อตายทรัพย์สินถูกยึด ฉันย้ายไปเรียนโรงเรียนวัด ทุกอาทิตย์ต้องนั่งรถรางผ่านทางนี้เพื่อไปหาแม่ที่บ้านน้า นายรู้ไหมฉันทำยังไง ฉันยอมลงเรืออ้อมยอมเสียเวลา เพื่อจะได้ไม่ต้องผ่านบ้านหลังนี้”
“ไม่อยากผ่านบ้านตัวเองเนี่ยนะ”
ดวงสวาทเดินเข้ามา เอ่ยขึ้น “ทุกครั้งที่ผ่านบ้านหลังนี้ ความทรงจำเรื่องพ่อ ที่ตายที่ห้องข้างบนนั่น มันจะย้อนคืนมา” ดวงสวาท จู่ๆ โผล่มาช่วยเสริม “เสียงปืน....ปัง ! มันยังดังลั่นในความรู้สึกทุกครั้งที่เห็น ยังได้ยินเต็มสองหูทุกครั้ง”
บุรณีไม่ชอบใจ “ดวงสวาท นี่หล่อนมาเกี่ยวอะไรด้วยนี่” ดวงสวาทยิ้มหวานให้ทุกคน
รินถาม “จริงหรือคะคุณศรัณย์”
ดวงสวาทย้ำ “จริงทุกคำพูดเพราะศรัณย์เป็นคนบอกฉันเอง แปลกนะเธอเป็นภรรยา เธอกลับไม่รู้ ไหนว่ารักศรัณย์มาก รักมากแล้วทำไมไม่รู้ล่ะจ๊ะ” ดวงสวาทยิ้มเยาะริน รินเจ็บปวด
“คุณน้า คุณน้าก็เป็นหรือครับ” ชรัตน์ถามคุณหญิงแก้ว
คุณหญิงแก้วพยักหน้า “เมื่อก่อนเวลาท่านเจ้าคุณนิติมีปัญหา ท่านก็จะหยิบยืมเงินจากครอบครัวชรัตน์ จนวันหนึ่งหนี้สินพอกพูนขึ้นมา ทนายก็แจ้งมาว่าจะยึดบ้าน วันเดียวกันนั้นท่านเจ้าคุณก็ยิงตัวตาย”
“วันนั้นเลยหรือครับ เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ”
ดวงสวาทเล่าต่อ “รพิพันธ์ ครอบครองทุกอย่างของศิวะเวทย์ และเป็นเหตุให้เจ้าคุณนิติตาย หล่อนกลายเป็นรพิพันธ์ไปแล้ว คราวนี้จะทำยังไงดีล่ะจ๊ะ คุณหนูคนสวย”
รินยิ่งรู้สึกแย่ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอทำทำร้ายจิตใจศรัณย์
“แต่ฉันหวังดีกับนายนะ นายก็รู้เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้รพิพันธ์เป็นเจ้าหนี้ศิวะเวทย์ เราก็เป็นเพื่อนที่รักกันมาตลอดไม่ใช่หรือ”
“เวลาที่นายมีรถเก๋ง มีแผ่นเสียงใหม่ ไปเที่ยวหรูหรา นายสู้อุตส่าห์พาฉันในคราบยาจกไปด้วย ต่อให้คนมอง ฉันก็อดทนเพราะรู้ว่านายไม่คิดอะไร แต่วันนี้คนที่มางานทุกคน สายตาที่มองฉันเหมือนมองหนูตัวใหญ่ๆที่ตกถังข้าวสารของเมีย ฉันรับไม่ได้จริงๆ”
“คุณศรัณย์” รินตกใจ
“รพิพันธ์กับศิวะเวทย์เป็นเพื่อนกัน ยังเจ็บ....แล้วนี่เป็นผัวเมียกัน ฉันว่าหล่อนลำบากแล้วล่ะ แม่เศรษฐีใหม่” ดวงสวาทเย้ย
“นายมันทิฐิไม่เข้าเรื่อง สายตาคนนอก มันสำคัญยิ่งกว่าความรู้สึกของฉัน ความรู้สึกของรินหรือ เมื่อก่อนรินไม่มีพี่ ไม่มีพ่อ ไม่มีนามสกุล แต่ตอนนี้เขามีแล้ว นายต้องดีใจกับเขาสิถึงจะถูก”
“เรื่องดีใจฉันดีใจด้วยอยู่แล้ว ดีใจจนไม่อยากให้ตัวเองเป็นตัวถ่วงความเจริญของเขาด้วยซ้ำ” ศรัณย์เดินมาหาริน “หล่อนอยู่ที่นี่ก่อนเถอะ ดูแลคุณพ่อ เป็นเพื่อนพี่ชาย บริหารจัดการความร่ำรวยพวกนี้ไปก่อน ฉันยังมีงานต้องทำ ไว้เสร็จงานของฉันแล้วเราค่อยคุยกัน” ศรัณย์หันหนี เดินออกไปทันที
“ไม่ๆ คุณจะเดินหนีไปไม่ได้นะคะ”

รินเดินมาดักหน้าอธิบาย คนอื่นเดินตามมาเป็นพรวน “เรื่องระหว่างรพิพันธ์และศิวะเวทย์ ฉันไม่เคยรู้มาก่อน”
“ตอนนี้หล่อนมีพี่ชายที่ดูแลหล่อนอย่างดี มีทรัพย์สมบัติที่ใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด ปลัดจนๆอย่างฉันไม่คู่ควรกับหล่อนอีกต่อไปแล้ว”
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ” รินตกใจมาก เสียใจมาก ทุกคนตกใจไปด้วย
ดวงสวาทตบมือเบาๆ ได้ดังใจสุดๆ “ตาฉันพูดเสียที..เอาแล้วเอาหล่า”
เสนอเดินมายืนข้างๆ กระถางประดับพูดกับกระถาง “โฮ้ย ถ้าทำไอ้นี่หลุดมือไปโดนปากคน จะโดนโปลิศจับไหมน้า” ดวงสวาทได้ยินแล้วค้อนๆ
ศรันย์ประชด “ฉันไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะได้กลับมาเหยียบที่นี่ เงินเดือนข้าราชการ ทำจนแก่ตายก็ไม่มีปัญญามาซื้อบ้านนี้คืน หล่อนเป็นคนโชคดีจริงๆ”
“ฉันเห็นด้วยกับพี่ชรัตน์ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความร่ำรวย แต่ฉันอยากทำเพื่อคุณและคุณแม่”
คุณหญิงแก้วมองรินเข้าใจทุกอย่าง ทิ้งความโกรธได้เร็วกว่า “ขอบใจลูก ขอบใจมาก”
บุรณีช่วยอีกแรง “คุณชรัตน์เองจงใจยกบ้านหลังนี้ให้ก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นเพื่อนนะคะคุณศรัณย์”
ชรัตน์แปลกใจ คาดไม่ถึงมองหน้าบุรณี ขอบคุณที่เข้าใจตน “คุณบุรณี” ชรัตน์มองมาซาบซึ้ง บุรณีพยักหน้าให้ว่า ไม่เป็นไร
“ฉันขอโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เราจะโกรธกันด้วยเรื่องนี้จริงหรือคะ”
ชรัตน์เริ่มทนไม่ไหว หน้าเข้มขึ้นมา “รินไม่ต้องขอโทษ ความผิดทั้งหมดอยู่ที่ฉัน ฉันเพิ่งรู้วันนี้ว่าความเป็นเพื่อนของนายและฉัน มันไม่มีค่า มันไม่มีค่าเลยใช่ไหม” ชรัตน์เสียงเข้มใส่ศรัณย์ จนศรัณย์อึ้ง
ศรัณย์สบตากับชรัตน์ครู่หนึ่ง “ฉันมีงานต้องทำ ขอตัวก่อน” ศรัณย์ เดินหนีอีก
เสนอสะดุ้ง รีบตาม “ผมจะรีบไปเอารถมารับครับ” เสนอเดินตาม
“ไปแล้ว หันหน้าหนีไม่มีอาลัย ไม่มีคำตอบว่าจะทำยังไงกับเมียคนนี้ จะเลิกก็ไม่ได้ จะอยู่ต่อก็ไม่มีใจ ...อนิจจา...ความรัก” ดวงสวาทสะใจ ระหว่างเดินไปเสนอหันกลับมาผลักกระถางกลมๆ ให้หล่น แล้วกลิ้งมาหาดวงสวาท จนดวงสวาทกระโดดหลบแทบไม่ทัน “นี่ จะโดนเท้าฉันแล้วนะ อยากตายหรือไง ไอ้เหนอ”
รินเสียใจ บุรณีเดินเข้ามาปลอบ คุณหญิงแก้วมองรินสงสาร ชรัตน์อึ้ง
โถงบ้านศิวะเวทย์ รินนั่งร้องไห้กอดกับคุณหญิงแก้ว “ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้คะ ทั้งๆที่เรารักกัน แต่ความรักอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เรารู้จักกันมากขึ้นเลย”
“ให้เวลาศรัณย์เขาหน่อยนะลูก”
รินลงไปคุกเข่าไหว้ที่ตัก “หนูต้องกราบขอโทษคุณแม่อีกครั้งนะคะ”
“แม่แก่แล้ว เห็นชีวิตมามาก ถือทิฐิไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร หนูกับชรัตน์เป็นคนที่แม่รัก ในเมื่อรัก แม่ก็อภัยให้ได้”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ แล้วหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ จะทำยังไงให้คุณศรัณย์หายโกรธหนูดี”
คุณหญิงแก้วถอนใจ ตอนนี้นึกไม่ออกเหมือนกัน

ชรัตน์นั่งเซ็งอยู่คนเดียว บุรณีเดินมาหาลงนั่งด้วย “หน้าเครียดเลย”
“ขอบคุณนะครับที่ช่วยพูด เมื่อวานผมกับรินคิดไปว่า ศรัณย์คงดีใจที่ได้เห็นบ้านศิวะเวทย์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นี่ผลออกมาตรงกันข้าม เฮ้อ นึกไม่ถึงจริงๆ”
“ทำดีไม่ได้ดี ฉันเห็นใจคุณนะ”
“ผมมันโง่เอง นี่ใช่ไหมที่คุณด่าผมประจำ โง่ขนาดไม่รู้ว่าเพื่อนสนิทเจ็บปวดขนาดไหน แต่มันควรบอกผมตรงๆตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องรุ่นพ่อรุ่นแม่ยึดบ้าน ผมไม่เคยรู้ไม่เคยเกี่ยวข้องด้วยเลย”
“คุณศรัณย์ ท่าทางเป็นคนคิดมาก แล้วเขาจะกลับมาใช้ชีวิตกับรินได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้รินกลายเป็นรพิพันธ์ เป็นน้องคุณ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เปลี่ยนแปลงอะไรก็ไม่ได้”
“โฮ้ย ปวดหัว” ชรัตน์กุมหัว
บุรณีมองอย่างเห็นใจ เครียดตามไปด้วย

ห้องประชุมกรมการปกครอง ศรัณย์อยู่ในที่ประชุมงาน นั่งเหม่อหน้าเศร้า อธิบดีกำลังคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานคนหนึ่งเคาะประตูแล้วเข้ามารายงานอธิบดี ศรัณย์รีบมาฟัง

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ