อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/2 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/2 วันที่ 1 ก.พ. 59

ห้องประชุมกรมการปกครอง ศรัณย์อยู่ในที่ประชุมงาน นั่งเหม่อหน้าเศร้า อธิบดีกำลังคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานคนหนึ่งเคาะประตูแล้วเข้ามารายงานอธิบดี ศรัณย์รีบมาฟัง
“เรียนท่านอธิบดี ตำรวจตรวจบนรถไฟทุกสถานีแล้ว ยังไม่พบเสือขาวกับเสือชินเลยครับ”
อธิบดีมองหน้าศรัณย์ ศรัณย์เครียดไป คิดหาวิธี

เสือขาว เสือชิน เปิ่น นักโทษอื่นๆ ทั้งหมด ล่องเรือมาบนแพ ตามลำน้ำในชนบท จึงไม่มีใครพบ

กลางคืน บ้านเจ้าคุณบำรุง บรานีเดินย่องๆ ออกมาจากบ้าน หนีคนในบ้านออกมา
“จะไปเที่ยวอีกแล้วใช่ไหม”


บรานีสะดุ้งหันไปเจอ ทำปากจุ๊ๆใส่อรุณฤกษ์ “โฮ้ย เบาๆสิคะพี่อรุณ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ตื่น”
“เที่ยวติดกันทุกคืนแบบนี้ไม่ไหวนะ”
“พี่ไม่ไหว แต่รานีไหว หลีกไป”
“งั้นพี่ไปด้วย”
“โฮ้ย จะตามมาทำไมนักหนานะ”
“ก็พี่เป็นห่วงเรานี่” บรานีเดินไป อรุณฤกษ์ตามด้วยความเป็นห่วง

คลับที่เดิม บรานีเริ่มเมา อรุณฤกษ์นั่งเบื่อ สองหนุ่มสาวนั่งไม่ห่างกันกับคู่นักเที่ยว-พาร์ตเนอร์ ได้ยินคำพูดกันชัดเจน
“คุณพี่ขา วันนี้พาหนูออกไปด้วยนะ เดือนนี้เงียบจัง ค่านมลูกยังหาไม่ได้เลย”
“เมียพี่ไม่ได้ให้เงินมา ที่แอบเม้มไว้เมียก็เพิ่งหาเจอเมื่อเช้า วันนี้ดื่มได้อย่างเดียวจ้ะ”
“โธ่พี่ พี่ไม่เบื่ออีแก่ที่บ้านหรือไง เอางี้ หนูช่วยพี่วางยาเบื่อเมียแก่เอาไหม คลุกๆกับข้าว ง่ายนิดเดียว” นักเที่ยวกับพาร์ตเนอร์หัวเราะกันลั่น
อรุณฤกษ์นั่งมองพาร์ตเนอร์เพลิน “สวยจัง เป็นผู้หญิงอย่างว่าจริงหรือนี่ ดูสิ รานี” อรุณฤกษ์สะดุ้ง หันไปไม่เห็นบรานีแล้ว “เฮ้ยหายไปไหนวะ”
บรานีเดินไปถึงก็เอาเหล้าสาดหน้าใส่นักเที่ยวชาย “คนใจบาป คิดจะฆ่าเมียหลวง เพื่อมาเสวยสุขกับเมียน้อยงั้นหรือ”
“เฮ้ย ฉันพูดเล่น ทำบ้าอะไรยะเนี่ย” พาร์ตเนอร์มองเสื้อตัวเองที่เปียกหมด
บรานีชี้หน้าด่าพาร์ตเนอร์อีก “หล่อนก็เหมือนกัน ไปยุ่งกับผัวชาวบ้านเค้า คิดถึงจิตใจเมียเขาบ้างไหม โลกนี้ มีคนอย่างแกสองคน หญิงชั่วชายเลว ชีวิตคู่มันถึงอยู่ไม่รอด”
“เฮ้ย มาด่ากันทำไมเนี่ย รู้จักก็ไม่รู้จัก บ้าหรือเปล่ายะ”
“รานี มานี่เลย อย่าไปยุ่งกับเขา”
“ปล่อย... ศีลห้าน่ะมีกันบ้างไหม โกหกเมีย หนีเมียมาเที่ยวผู้หญิง แกมีลูกสาวไหม แล้วถ้าลูกสาวแกโดนผู้ชายหลอกบ้าง แกจะทำยังไงหา”
“อีนี่ แช่งกูเหรอ หนอย” นักเที่ยวจะตบ
อรุณฤกษ์ รีบขวาง “โอ๊ะ ใจเย็น ครับ นี่ครับค่าเสื้อผ้าชุดใหม่ ผมให้แทนคำขอโทษ คุณคนสวยด้วย” อรุณฤกษ์แจกเงินให้ทั้งสองคนแล้วดึงบรานีออกมา “มานี่เลย มานี่”
บรานีถูกลากไป แต่ยังไม่วายหันมาด่า “หญิงชั่ว ชายเลว เลวทุกคน โกหกทุกคน อย่าให้เจอนะ อย่าให้เจอ”
คนทั้งคลับมองบรานีเป็นตาเดียว

หน้าคลับที่จอดรถ อรุณฤกษ์ลากบรานีมาอบรมที่รถ “มานี่เลย มานี่ เมาอาละวาดแบบนี้ ระวังเถอะ อายุจะสั้น”
บรานียังอารมณ์ค้างร้องไห้ออกมา เมาผสมเศร้า “ฮือ หญิงชั่ว ชายเลว ฮือ คนทรยศ คนหลอกลวง”
“รานี ฟังพี่นะ ถ้าอยากแก้แค้นพณิช เธอต้องทำตัวให้มีคุณค่าให้เขาเสียดาย ไม่ใช่ทำตัวสำมะเลเทเมาแบบนี้ เขารู้เข้า เขาก็หัวเราะเยาะเอาน่ะสิ”
บรานีคร่ำครวญ ทุกข์ไม่เลิก ร้องไห้ฟูมฟาย “พี่อรุณช่วยรานีด้วย ช่วยที รานีไม่มีอะไรเหลือแล้ว เป็นแม่หม้ายผัวทิ้ง ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ฮือ”
“แม่หม้ายที่มีความสุข คนโสดที่มีชีวิตดีๆมีเยอะแยะไป ทำไมรานีไม่เอาอย่างเขาล่ะ”
“ทุกคนต้องหัวเราะเยาะรานีแน่ รานีรู้รานีไม่มีอะไรเหลือแล้ว ฮือความรักเจ็บปวด เจ็บปวดเหลือเกิน ความรักที่ไม่เจ็บ ไม่ทุกข์ คงไม่มีใช่ไหม ฮือ” บรานีกอดอรุณฤกษ์ ร้องไห้
อรุณฤกษ์สงสารสุดใจ กอดไว้

ป้อมตำรวจริมทางหลวง ด่านตรวจบนถนนนี้ตั้งขึ้นเพื่อหาตัวเสือขาวและเสือชิน ตรวจรถที่ผ่านมาแต่ละคัน ศรัณย์เฝ้าดูห่างๆ ค่อยๆเดินออกมามองท้องฟ้า ตรงมุมเงียบๆไม่มีคน ศรัณย์นึกถึงอดีต คิดถึงรินมาก กลัวเหมือนกันที่ต้องจากกัน ในที่สุดก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว ศรัณย์ร้องไห้ สะอึกสะอื้นออกมา ขณะยืนในความมืดคนเดียว

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ พระพิจารณ์ธุรกิจหลับไปแล้ว รินนั่งเฝ้าห่างไป รินนั่งร้องไห้อยู่ในสภาพทุกข์ทรมานเช่นเดียวกัน

วันใหม่ ที่ตั้งจุดสกัด ศรัณย์ทำงานยันเช้า เสนอเอาปิ่นโตมาให้ “คุณหญิงให้มาตามดูครับ ให้มาถามว่า เมื่อคืนคุณนอนไหน ท่านทำปิ่นโตมาส่งคุณด้วย”
“ก็นอนแถวนี้แหละ ไปบอกแม่ด้วยนะว่าไม่ต้องห่วงฉัน”
“คุณรินปิดบ้านศิวะเวทย์ไปแล้ว ไม่มีใครไปค้างหรอกครับ เธอคงไม่เปิดบ้านนั้นแล้ว”
ศรัณย์อึ้ง แล้วพยักหน้ารับรู้ “อือ....”
“คุณรินร้องไห้เสียใจมาก ไม่กลับไปคุยกันให้รู้เรื่องหน่อยหรือครับ”
ศรัณย์เหม่อมองออกไป ยังไม่รู้จะทำอะไรดี
โถงบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินนั่งเศร้าอยู่
ดวงสวาทเดินเข้ามาท่าทางร่าเริง มีความสุขที่สุดในโลก “สวัสดีค่ะ วันนี้อากาศดีเหลือเกินนะคะ”
“นี่คุณ...” รินงงว่าเข้ามาได้ยังไง
“ดิฉันเอาของมาฝากชรัตน์ นี่แผ่นเสียงใหม่ นักร้องคนโปรดเขา ของคุณอาช้องนาง... ฉันมีนี่ ขนมเปี๊ยะเจ้าอร่อย”
“ฉันจะไปเรียนเชิญคุณอามาพบคุณ ... รอสักครู่” รินโกรธจะเดินออกไป
ดวงสวาทขวาง “ยังไม่หมดจ้ะ อันนี้ แพงที่สุด ผ้าเช็ดหน้ากรุด้วยลูกไม้ฝรั่งเศส ไว้ให้หล่อน.....ซับน้ำตา” ดวงสวาทยื่นให้
รินมองหน้าดวงสวาทนิ่ง ไม่โกรธ ไม่เศร้า “ช่วงนี้คุณคงมีความสุขมาก”
“สบายใจที่สุดเลยล่ะ คนโกหกอย่างหล่อน ครอบครัวหล่อน ไม่สมควรได้คนดีๆอย่างศรัณย์ไป”
“ความสุขจอมปลอม ความเชื่อก็ปลอม หลอกตัวเองว่ามีเหตุผลที่จะทำร้ายฉัน ทั้งที่ทั้งหมดเกิดจากความอิจฉาริษยา เกิดจากความเลวในใจของคุณเอง” รินเข้มแข็งสู้ ไม่ท้อถอย ใจเย็นๆ เชือดนิ่มๆตามนิสัย
ดวงสวาทเป็นฝ่ายโมโห “หล่อนด่าฉันอีกแล้วนะ”
“ก่อนหน้าที่คุณมา ฉันไม่มีแรงเลย แต่ตอนนี้ผ้าเช็ดหน้านี่ฉันจะเก็บเอาไว้กับตัว เก็บเอาไว้เตือนใจจะระลึกเอาไว้ว่า ชีวิตๆหนึ่งมีคนรอเหยียบเรามากมายแค่ไหน และเราจะไม่มีวันทำให้พวกเขามีความสุข” รินหยิบผ้าเช็ดหน้ามามอง “ขอบคุณนะคะ” รินเดินออกไป
ดวงสวาทชี้หน้าด่า เสียงดัง “อีบ้า แกกับศรัณย์ ไม่มีทางได้ใช้ชีวิตร่วมกันหรอก ไม่มีวันที่รัณย์จะทำใจได้ ไม่มีทางที่เขาจะกลับมาหาแก”
รินหันกลับมาบอก “หัวใจคุณมีแต่ความโกรธเกลียด...ชีวิตน่ะมีขึ้นมีลง วันไหนคุณตกต่ำ ความโกรธเกลียดมันจะโถมใส่ตัวคุณ” รินชี้หน้าตัวเอง “คิดถึงหน้าฉันเอาไว้นะคะ คิดถึงคำพูดที่คุณเยาะเย้ยฉันเวลาคุณลำบาก คุณจะเห็นหน้าฉันเยาะเย้ยคุณเหมือนที่คุณทำกับฉันวันนี้ จำเอาไว้” รินไม่สลดไม่เหมือนที่ดวงสวาทหวัง
ดวงสวาทกลายเป็นฝ่ายโมโหได้แต่ยืนแค้นคนเดียว

โถงบ้านดวงสวาท ดวงสวาทกลับเข้าบ้านมา มหินท์กับนิจกำลังวุ่นวายกับเครื่องโทรศัพท์ในบ้าน
“นี่ๆ เบอร์นี้ด้วย ช่วยกันโทร...คนนี้เป็นเพื่อนเขาท่าทางสนิทกัน”
นิจหมุนแล้วฟังสาย “โฮ้ย ติดยากเหลือเกินสายไม่ว่างตลอดเลย”
“มีอะไรกันหรือคะ คุณแม่”
“มิสเตอร์จิมผู้จัดการห้างเราน่ะสิ จู่ๆก็หายตัวไป เมื่อเช้าแกอยู่บ้าน เขาโทรมาบ้างไหม”
“ไม่เห็นมีนี่คะ แล้วทำไมต้องเครียดกันล่ะคะ มีงานด่วนหรือคะ”
“บริษัทเซ็นเช็คให้เขาไปซื้อที่ดินเป็นล้าน เซ็นเสร็จหายตัวไป ไม่เข้าออฟฟิศ มันน่ากังวลไหมล่ะ เอ้าว่าไง คุณชาย เจอตัวไหม”
นริศเพิ่งมาจากข้างนอก เดินหน้าเครียดเข้ามา “ไม่เจอครับ ที่บริษัทก็ไม่เข้า ที่โรงแรมก็ไม่อยู่”
“แล้วเสื้อผ้ามันอยู่ไหม”
“เอ ผมไม่ทราบสิครับ ขึ้นไปขอดูจะเสียมารยาทนะครับ เลยไม่ได้ขอ”
มหินท์ลุกขึ้นด่านริศ หมั่นไส้นริศขึ้นทุกที ทำให้ผิดหวังทุกวัน “โฮ้ย ยังมามัวสนใจเรื่องมารยาทอะไรอีก ใช่สิ มันเงินครอบครัวผม ไม่ใช่เงินคุณชาย ถึงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้ ไปๆ กลับไปโรงแรม ไปเฝ้ามันจนกว่ามันจะกลับ ผมจะไปด้วย” มหินท์ออกไปกับนริศ
“ทางนี้ฉันจะคอยโทรตามให้ ได้เรื่องอะไร ส่งข่าวกันนะคะ” นิจหันไปโทรต่อ
ดวงสวาทท่าทางเซ็งๆเหนื่อยๆ ไม่อยากเอาความทุกข์เข้าหัวเพิ่มอีก “เขาคงก็ไปเที่ยวเดี๋ยวก็กลับ เขาเป็นฝรั่งนะคะแม่ ท่าทางเขารวยจะตาย เขาจะโกงเงินเราทำไม”

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินนั่งบีบนวดให้พระพิจารณ์ธุรกิจที่ตื่นอยู่
ช้องนางเดินนำชรัตน์เข้ามา“หลานเชิญเรามาวันนี้ มีเรื่องจะคุยใช่ไหม”
“ค่ะ หนูอยากคุยต่อหน้าคุณพ่อ อยากจะขออนุญาตทุกคน”
“เรื่องศรัณย์ใช่ไหม”
“ค่ะ หนูกับคุณศรัณย์ เราแทบไม่รู้จักกันมาก่อนที่จะแต่งงานกัน ที่เรามีอยู่ทุกวันนี้เป็นแค่ความรัก ความเสน่หาของชายหญิง เพราะเหตุนี้ถึงเกิดเรื่องขึ้น ทั้งหมดเพราะเรารู้จักกันไม่มากพอ”
“ชีวิตคู่จะเติบโตไปกับวัยของหลาน หลานกับศรัณย์กำลังเรียนรู้กันและกัน อย่าเพิ่งเสียกำลังใจนะ”
“คุณศรัณย์เป็นคนแปลก เขาอุทิศทั้งชีวิตเพื่อปราบปรามโจร โดยไม่สนใจต่อลาภ ยศ สรรเสริญ การที่หนูเป็นแค่ลูกชาวป่าชาวดง กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นปลอดภัย”
“แล้วมันจะต่างกันตรงไหนกับการที่น้องจะเป็นลูกคุณพระ หรือลูกชาวป่า น้องก็คือรินคนเดิม รักก็คือรัก”
“ชีวิตคู่อยู่ด้วยความรักอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ 1 บวก 1 ต้องรวมเป็น 1 รวมเป็นสองไม่ได้ ดิฉันอยากจะขออนุญาตคืนทรัพย์สมบัติต่างๆให้กับรพิพันธ์ ไม่ขอรับทั้งบ้าน ทั้งตำแหน่งต่างๆ คุณศรัณย์จะได้สบายใจ”
ทั้งหมดตกใจมาก พระพิจารณ์ธุรกิจส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา
“คืนทั้งหมดเลยหรือจ๊ะ”
“ไม่ได้! พี่ไม่รับคืน พี่ไปตามเรากลับมาเพราะรู้สึกผิดที่ไม่ได้เลี้ยงดูแม่เรียง พอรู้ว่าแม่เรียงตาย เราทุกคนยิ่งเสียใจ ยังไงน้องก็ต้องให้โอกาสเราชดเชยให้น้องบ้าง ใช่ไหมครับคุณพ่อ”
“ไม่คืน…. ไม่คืน” พระพิจารณ์ธุรกิจส่ายหน้าไปด้วย เคลื่อนไหวดีกว่าแต่ก่อน
“โธ่คุณพ่อ ช่างกรุณาหนูเหลือเกิน”
“คุณพี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ท่านเป็นสุภาพบุรุษ ถึงแม้ท่านได้เมียชาวป่าชาวดง อย่างแม่เรียงท่านก็อยากรับผิดชอบ ถึงแม้หลานไม่ต้องการทรัพย์สมบัติใดๆ แต่พวกเราอยากเห็นหลานอยู่ในฐานะที่สมควร นี่คือความถูกต้องเข้าใจไหม”
“คนที่ผิดงานนี้คือนายรัณย์ ไม่ใช่ริน เห็นใจคุณพ่อบ้าง ท่านเจ็บแค่ไหนที่รู้ว่ารินเป็นคนใช้ ชีวิตรินยังอีกยาวไกล ทรัพย์สมบัติพวกนี้ อาจจำเป็นในอนาคต พี่จะไม่ยอมให้รินกลับไปลำบากอีกเด็ดขาด”
“พวกเราขอยืนยัน เราคงรับคืนไม่ได้ หลานใจเย็นลงก่อน ให้เวลาศรัณย์เขาอยู่คนเดียว ห้เขาได้คิดดูก่อนเถอะนะ”
“ไม่คืน... ไม่รับคืน ของลูก ของลูก” พระพิจารณ์ธุรกิจดิ้นรนมากขึ้นเพื่อแสดงความรู้สึกของตน
“โธ่คุณพ่อ ...”
“ของริน ของริน” พระพิจารณ์ธุรกิจตบที่นอนซ้ำๆอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด อาละวาดด้วยอารมณ์ภายใน “ของริน ของริน”
ทุกคนสะเทือนใจกับสภาพของพระพิจารณ์ธุรกิจ จนรินต้องไปกอด “ค่ะๆพอแล้วๆ รินทราบแล้ว รินทราบแล้วค่ะคุณพ่อ พอแล้วๆ” รินกอดพระพิจารณ์ธุรกิจร้องไห้ ตระหนักในความรักของพ่อ

บ้านดวงสวาท ดวงสวาทเบลอๆงงๆถูกปลุกขึ้นมาในตอนเช้า
นิจแต่งตัวเต็มยศพร้อมขึ้นเครื่องแล้ว “ดวง ตื่นเร็วลูก เก็บของไปสนามบินกัน”
“มีอะไรกันคะแม่”
“ไอ้มิสเตอร์จิม มันเชิดเงินของบริษัทเรา มันบินออกนอกประเทศไปแล้ว เราต้องหนี ต้องหนีแล้ว”
มหินท์เอากระเป๋าเดินทางมาวาง เร่งรีบจะไปสนามบินให้เร็วที่สุด “เสร็จหรือยังคุณ ไปแต่งตัวเลยลูก ข้าวของไม่ต้องเอาไป ไปหาเอาที่โน่น”
ดวงสวาทงง “หนี ... นี่เราจะหนีอะไรคะ”
มหินท์อธิบาย “หนีเจ้าหนี้น่ะสิ เงินนั่นเรากู้ธนาคารมา ไหนจะกรรมการบริษัทคนอื่นๆ อีก หนีตอนนี้ เรายังเอาทรัพย์สมบัติออกไปได้ ถ้ารอเขาฟ้องเราจะไม่เหลืออะไรเลยนะลูก”
ดวงสวาทตระหนก “เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แล้วคุณชายล่ะคะ”
“ไม่รู้ อยู่ในห้องมั้ง แม่ไม่สนใจหรอก ตัวต้นเหตุแท้ๆ บริหารงานผิด แถมยังโง่โดนเค้าหลอกอีก”
“พ่อไม่ฆ่ามันตายก็ดีเท่าไหร่แล้ว อยากจะทำห้าง อยากจะเอาฝรั่งมาทำ แล้วไง เจอฝรั่งซีซั้ว พลอยทำให้เราลำบากไปด้วย มาเร็วเข้าไปแต่งตัว”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/2 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ