อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/3 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/3 วันที่ 1 ก.พ. 59

“ไม่รู้ อยู่ในห้องมั้ง แม่ไม่สนใจหรอก ตัวต้นเหตุแท้ๆ บริหารงานผิด แถมยังโง่โดนเค้าหลอกอีก”
“พ่อไม่ฆ่ามันตายก็ดีเท่าไหร่แล้ว อยากจะทำห้าง อยากจะเอาฝรั่งมาทำ แล้วไง เจอฝรั่งซีซั้ว พลอยทำให้เราลำบากไปด้วย มาเร็วเข้าไปแต่งตัว”
ดวงสวาทรู้ “ถ้าหนีคราวนี้ เราคงกลับมาที่นี่ไม่ได้”
นิจปราม “อย่าเพิ่งคิดเลยน่า หนีก่อนเถอะ”
“ไม่ หนูไม่ไป ชีวิตหนูอยู่ที่เมืองไทยนี่ หนูไม่หนี”
มหินท์ดุ “นี่อย่ามาดื้อตอนนี้นะ ไปเร็วเข้า เดี๋ยวนักข่าวเอาไปลงข่าว เราจะยิ่งลำบากนะ”

“ไม่ค่ะ หนูไม่เกี่ยวข้องด้วย ทำไมหนูต้องหนีคะ หนูไม่ไปไหนทั้งนั้น”


“โฮ้ย ไอ้ลูกดื้อ พูดอะไรไม่เคยฟัง มานี่เถอะเร็ว” นิจเข้าไปลากลงจากเตียง
ดวงสวาทสะบัดแล้วหนีไปอยู่มุมห้อง ยังไงก็ไม่ไป “ไม่ อยากไปก็หนีไปกันเอง หนูไม่ไป”
“ช่างมันเถอะคุณ อีกหน่อยพอบ้านถูกยึด รถถูกยึด เดี๋ยวก็บินตามเราไปเอง เราสองคนมีชื่อในบริษัท เราต้องไปก่อน ไปเถอะ” นิจพยักหน้ารีบเดินออกไปกันสองคน
ดวงสวาทตกใจ ค่อยขวัญเสียวิ่งตามไป “คุณพ่อ คุณแม่ นี่ไปจริงๆหรือคะ คุณพ่อ คุณแม่”

มหินท์หิ้วกระเป๋ามา คนใช้รีบมารับไป นริศนั่งซึม หมดสิ้นทุกอย่างในชีวิตอยู่กลางห้อง ยังช็อกไม่หายกับเรื่องที่เกิดขึ้น
มหินท์อดด่าไม่ได้ “ฉันไม่น่าหลงเชื่อเปลือกของแกเลย ไม่น่าชักนำแกเข้ามาในครอบครัวฉันเลย เงินก็ไม่มี โง่ก็โง่ ทำงานอะไรไม่เป็น คนดีคนไม่ดี ก็ดูไม่ออก แล้วลากพวกฉันมาลำบากด้วย”
นิจเข้าไปชี้หน้าด่า สาดเสีย เทเสีย “จำเอาไว้ ครอบครัวฉันพินาศเพราะแก ขอให้แกถูกตำรวจจับ ขอให้แกล้มละลาย ขอให้ตกนรกหมกไหม้ เพราะคำสาปแช่งของฉัน”
นริศหันมาน้ำตาคลอ รู้สึกผิดจริงๆกับทุกคน “ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ”
“รีบไปเถอะคุณ” มหินท์กับนิจออกไป
ดวงสวาทพุ่งเข้าไปถามนริศ “คุณพ่อ คุณแม่ คุณชาย นี่มันอะไรกันคะ”
“มิสเตอร์จิม เขามีสิทธิ์จัดการเรื่องเงินทุกอย่าง เขาวางแผนมานานแล้ว บอกเราว่าจะเอาเงินไปซื้อที่ดิน แต่ก็ไม่เคยซื้อ”
“แต่คุณเป็นผู้จัดการ คุณต้องรู้สิคะ”
“ผมไม่ได้อ่านเอกสาร ก็เขาบอกว่าเขาเก่ง อีกอย่างเขาก็มีเงิน เขาจะโกงเราได้ยังไง ผมนึกไม่ถึงจริงๆ”
“โฮ้ย คุณนี่ ซื่อจนกลายเป็นโง่ โง่จริงๆอย่างที่คุณพ่อบอกจริงๆด้วย แล้วทางกฎหมาย มันจะเป็นยังไงคะ”
“พ่อแม่คุณคงถูกฟ้องล้มละลาย ยึดทรัพย์ ส่วนผมในฐานะผู้จัดการอาจจะโดนคดีที่กรรมการบริษัทฟ้อง”
“ยึดทรัพย์ ล้มละลาย หมายความว่าบ้าน เงิน รถ ทุกๆอย่างของครอบครัวฉัน ถูกยึด” ดวงสวาทนั่งลงช็อก
“ผมทำทั้งหมดก็เพื่อคุณนะ เพื่อให้ได้วังของผมคืนมาให้คุณ ผมก็เลยเสี่ยงแบบนี้ ไม่งั้นผมก็คงไปเป็นอาจารย์เหมือนที่ตั้งใจไว้”
“อย่า .... อย่ามาโทษฉัน”
นริศเข้าไปจับแขนดวงสวาทร้องไห้ “เพราะผมรักคุณนะดวง อย่าโกรธผมนะดวง อย่าโกรธอย่าเกลียดผม เพราะผมทนไม่ได้”
ดวงสวาทเน้นทีละคำด้วยความเกลียดชัง “ไป....ตาย....ซะ”
“คุณดวง”
“คุณหลอกฉันว่าคุณมีทุกอย่าง”
“ผมไม่เคยหลอก คุณต่างหากที่คิดไปเองว่าผมมี ตำแหน่งคุณชายไม่ใช่หรือ ที่คุณต้องการ”
ดวงสวาทแทบกรี๊ด ชี้หน้าด่าลั่น“คุณหลอก ! คุณหลอกด้วยการไม่พูดไงล่ะ นี่แหล่ะ คือการหลอกลวง”
“คุณพ่อ คุณแม่ของคุณต่างหากที่ไม่เคยถาม ทุกคนเชื่อเปลือกของผม ทุกคนมีแต่ความโลภ และความโลภพวกนั้นก็บังตา ผมไม่ผิด”
ดวงสวาทเข้าไปตีๆๆ “มาด่าพ่อแม่ฉันได้ยังไง ไอ้บ้า ไอ้บ้า แกนั่นแหล่ะทำชีวิตฉันพินาศ ทั้งชีวิตคู่ ทั้งชีวิตส่วนตัว แม้กระทั่งพ่อแม่ของฉันก็ไม่เหลือ ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ฮือๆ” ดวงสวาท ตีๆ แล้วหนีไป
“คุณดวง คุณดวงจะไปไหน โธ่โว้ย” นริศนั่งลง น้ำตายังอาบหน้า

ดวงสวาทเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว หิ้วกระเป๋าใบเล็ก ขับรถส่วนตัวออกไป พลางร้องไห้ตลอดเวลา

กรมการปกครอง ศรัณย์มาถึงที่ทำงาน เจอดวงสวาทนั่งร้องไห้อยู่ “ดวงสวาท เกิดอะไรขึ้น คุณเป็นอะไรไป”
“ช่วยด้วย ศรัณย์ ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่เหลืออะไร ไม่เหลือใครเลย”

บ้านน้ากล่ำ น้องสาวคุณหญิงแก้ว คุณหญิงแก้วพาดวงสวาทเข้ามานอนพักในห้อง ศรัณย์เดินตามมา
“หนูพักที่ห้องนี้ให้สบายใจก่อนนะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” ดวงสวาทยังนั่งร้องไห้ ไม่เลิกรา

ศรัณย์ คุณหญิงแก้ว ทั้งสองนั่งลงคุยกัน
“เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน”
“พรุ่งนี้คงเป็นข่าวใหญ่แน่ ดวงเขาไม่ยอมกลับบ้านท่าเดียว ผมเลยต้องพามาที่นี่ ผมจะบอกน้ากล่ำเองครับ”
“น้าเค้าไปโคราชแล้ว ไปทำงาน คงอีกเป็นเดือนกว่าจะกลับ บ้านนี้มีแต่แม่อยู่” ศรัณย์พยักหน้า“ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ เราสองคนผ่านมาก่อน เดี๋ยวแม่จะช่วยดูให้ เฮ้อ สุข ทุกข์ ยากดี มีจน ชั่วข้ามคืนแท้ๆ อนิจจังไม่เที่ยง ...ใครไม่เจอ ไม่เข้าใจหรอก”

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินเดินเข้ามาดู พยาบาลกำลังทำกายภาพให้พระพิจารณ์ธุรกิจ “วันนี้มีอะไรมาอวดลูกบ้างคะ” พระพิจารณ์ธุรกิจยกขาให้ดู ยกได้สูงขึ้นกว่าคราวที่แล้ว “เก่งมากๆเลยค่ะ”
พยาบาลเล่า“เวลาคุณไม่อยู่ ท่านจะรีบฝึก จะให้คุณมาดู มาชม ท่านมีกำลังใจรักษาตัวเพราะคุณแท้ๆ”
รินพยักหน้าขอบคุณ พยาบาลออกไป “คุณพ่อคะหลายสิบปี ที่คุณพ่อต้องนอนอยู่อย่างนี้ อะไรคะที่ทำให้คุณพ่อยังมีกำลังใจ”
“รัก ... รัก รัตน์”
“รักคุณพี่ชรัตน์”
“รัก ริน”
“รักหนู”
“รักน้อง”
“รักคุณอาช้องนาง...ความรักผลักดันเราได้ขนาดนี้เลยหรือคะ....” รินเศร้าขึ้นมา “มิน่าหมู่นี้ รินถึงหายใจไม่ค่อยออก”
“รัก ... รัก”
“คุณพ่อเจ้าคุณบำรุงก็สอนค่ะ ให้สร้างความรัก”
รินนึกถึงคำของเจ้าคุณบำรุงเรื่องสร้างความรัก
“คนที่รอความรักจะต้องรอไปตลอดชาติ คนที่คาดหวังในความรักจะผิดหวังเสมอ แต่คนที่สร้างความรักด้วยตัวเอง ไม่รอ ไม่ยอมแพ้ เขาจะมีความรักอยู่รอบตัว”
รินรวบรวมกำลังใจ กำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง “วันนี้รินจะออกไปสร้าง ออกไปสู้เพื่อความรัก คุณพ่ออวยพรให้รินนะคะ”
พระพิจารณ์ธุรกิจจับมือริน “รัก...รัก”
รินกำลังคิดจะไปหาศรัณย์ รินพยักหน้า มุ่งมั่น

โถงบ้านพิจารณ์ธุรกิจ ชรัตน์อ่านหนังสือพิมพ์ วางถ้วยกาแฟทันที เจอข่าวใหญ่ “บริษัทดังถูกฝรั่งหลอก เชิดเงินหลายล้านหนีออกนอกประเทศ ...บริษัทดวงสวาท” ชรัตน์รีบลุกไป ห่วงเพื่อน

โถงบ้านดวงสวาท นริศนั่งเศร้าเหม่อไม่ขยับไปไหนเลย
“คุณชายนริศ”
“อ้อ คุณชรัตน์”
“ผมเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ เป็นห่วงดวงสวาทยังไงเค้าก็เพื่อนผม”
“เธอไม่อยู่แล้ว”
“ดวงสวาทหนีไปแล้ว แล้วทำไมคุณยังอยู่ล่ะครับ”
“ผมมีชื่อในบริษัท เดี๋ยวผมก็ต้องโดนฟ้อง... ผมไม่รู้จะหนีไปไหน” เสียงนริศสั่นเริ่มคร่ำครวญ “ดวงสวาทเกลียดผม ผมทำลายชีวิตดวงสวาท”
“ไปพักที่อื่นก่อนไหมครับ ก่อนนักข่าวกับพวกเจ้าหนี้จะมากันเต็มบ้าน หลบไปสักพักแล้วค่อยหาทางแก้”
“ไม่ครับ ผมจะอยู่รับผิดชอบ ถ้าพวกเจ้าหนี้จะฆ่าผม ผมก็จะยอมให้เขาฆ่าเพราะผมเป็นคนเอามิสเตอร์จิมเข้ามา” นริศร้องไห้ “แม้แต่เมียผมก็ยังอยากให้ผมไปตาย”
“ไปกับผมเถอะครับ” ชรัตน์เข้าไปดึงตัว
นริศสะบัด “ไม่ๆ ผมจะอยู่นี่รอคุณดวง ให้คุณดวงรู้ว่าผมเสียใจ ให้เขารู้ว่าผมรักเธอ ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ฮือ ดวงสวาท ผมขอโทษ ผมขอโทษ”
ชรัตน์ยืนมอง ไม่คะยั้นคะยอแล้ว ได้แต่สงสาร
หน้าบ้านน้ากล่ำ รถแล่นเข้ามาจอด คนขับบอกริน “ตามแผนที่ที่นายเสนอให้มา น่าจะเป็นหลังนี้ครับ”
รินพยักหน้าเดินลงไป ยืนรวบรวมกำลังใจ พึมพำเบากับตัวเอง “เราต้องสร้างความรัก สู้เพื่อความรัก” รินเดินเข้าไป

บ้านน้ากล่ำ รินเดินมาแล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นทางหน้าต่าง ศรัณย์กำลังป้อนข้าวดวงสวาทในสภาพร้องไห้เหมือนคนป่วยอยู่บนเตียง ศรัณย์อ่อนโยนดูแลดวงสวาทอย่างดี
“ทานข้าวสักคำนะ จะได้ทานยา ตัวคุณร้อน คุณต้องทานยา”
“รัณย์ อย่าทิ้งดวงนะ ดวงไม่มีใครอีกแล้ว”
“ครับ ผมไม่ทิ้งคุณไปไหนหรอก แต่คุณต้องทานข้าวนะ ทานยาด้วย”
“อยู่กับดวงนะคะ เวลานี้ดวงต้องการคุณ ดวงไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรเหลือเลยจริงๆ” ดวงสวาทกอดศรัณย์แน่น ที่พึ่งเดียวในชีวิต
ศรัณย์จำต้องกอดตอบปลอบโยน รินเจ็บปวดกับภาพที่เห็น “ผมไม่ทิ้งคุณไปไหนหรอก จะทานได้หรือยังล่ะ”
“ไม่ สัญญาก่อนว่าจะไม่ทิ้งดวง สัญญาสิ สัญญา”
“จ้ะ สัญญาจ้ะ สัญญา”
รินชะงักอึ้งแล้วถอยไปสองสามก้าว เดินออกไปทันที
“ทั้งหมด คงเป็นกรรมเวร ที่ดวงทำไว้กับคุณ ถ้าดวงไม่แต่งงานกับคุณชายนริศ ป่านนี้เราสองคนก็มีความสุขไปแล้ว”
“คุณมัวแต่คร่ำครวญเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ แล้วคุณจะดีขึ้นได้ยังไงกัน”
“วันที่คุณโดดสะพานเสียใจที่ดวงเลือกแต่งงานกับคนอื่น ภาพนี้มันตามหลอกหลอนดวง”
ศรัณย์ขอหมั้น ดวงสวาทปฏิเสธบอกว่าจะแต่งงาน ศรัณย์โดดสะพาน
“ต่อให้เอาชีวิตเข้าแลก ผมก็แพ้อยู่ดี เขามีมากกว่าผมทุกอย่าง ชาติตระกูล เงินทอง เกียรติยศ เพราะแบบนี้ใช่ไหม”
“คุณหมดสิ้นทุกอย่างเพราะดวงหมดรักคุณ สิ่งที่ดวงทำกับคุณวันนั้น วันนี้ดวงโดนกรรมสนองแล้ว ฮือ ดวงขอโทษนะคะรัณย์” ศรัณย์จำต้องกอดกันกับดวงสวาท

หน้าบ้านน้ากล่ำ รินเดินกลับมาที่รถ “เสร็จธุระแล้วหรือครับ”
รินพูดออกมาอย่างลำบาก กลืนน้ำตาไว้ “กลับ... กลับบ้าน”
คนขับรถรีบเปิดประตูให้ รินเข้าไปนั่ง รถออกไป รินน้ำตาไหลลงมา
คุณหญิงแก้วเพิ่งมาจากหลังบ้านเพิ่งไปเก็บผักหลังบ้านมา มาเห็นเอาตอนรถไปไกลแล้ว “รถใคร สงสัยเลี้ยวผิด” คุณหญิงแก้วเดินกลับเข้าบ้าน
บ้านเจ้าคุณบำรุง บุรณีนั่งอ่านหนังสือ รินเดินร้องไห้เข้ามา
“เอ้า รินไปไงมาไงจ๊ะ”
“คุณบุ ช่วยรินด้วย ช่วยรินด้วย” รินร้องไห้เจ็บปวด จนบุรณีตกใจรีบเข้าไปประคอง
“เกิดอะไรขึ้น คนเข้มแข็งอย่างตัว ร้องไห้ขนาดนี้ได้ยังไงกัน”
“ความรู้สึกแบบนี้ “ เขาไม่ต้องการเรา” มันกลับมาอีกแล้วค่ะคุณบุ” รินร้องไห้อย่างหนัก

บรานีเข้ามาร่วมวงด้วยแล้ว รู้เรื่องแล้ว “ไอ้ผู้ชายเลว ในที่สุด มันก็หวนกลับไปหาคู่รักเก่า”
“พี่รานี” บุรณีปรามให้เบาลง “ก็บอกแล้วไงคะ ข่าวหนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องบ้านคุณดวงสวาททุกฉบับ เธอกำลังลำบากก็เลยไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่า ก็แค่นั้นเอง” บุรณีชี้ให้ดูหนังสือพิมพ์ที่วางตรงหน้าในมือริน
รินเพิ่งได้อ่านเสร็จ สงบลงมาก
“เพื่อนเก่าเค้าต้องให้กอด ให้นอนค้างบ้านเดียวกันด้วยหรือ” บรานีโวยวายจัดเต็ม อารมณ์แรงกับเรื่องพรรค์นี้มาตลอด รินนั่งเศร้า
“พี่รานีใจเย็นๆก่อนได้ไหมคะ”
บรานีโวย “คราวที่แล้วที่คุณศรัณย์โกรธริน ที่จู่ๆรินกลายเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาก็ทีนึงแล้ว นี่ยังมาทำอย่างนี้อีก! มีแต่ผู้ชายเห็นแก่ตัวทั้งนั้น”
รินยิ่งร้องไห้ บรานีพูดบางอย่างก็ถูก
“ช่วงนี้รินจะไม่ถามอะไรเขา จะรอให้คุณดวงสวาทดีขึ้นก่อน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรก็ไม่รู้ เรื่องเก่ายังไม่ได้คุยกันเลย หรือบางทีเราคงไม่มีวาสนาต่อกัน” รินร้องไห้ บุรณีสงสาร บรานีร้องฮึ่ย โมโห

กรมการปกครอง ศรัณย์มาทำงาน ในที่ประชุมเหมือนทุกวัน
อธิบดีบ่น “ตั้งด่านสกัดทุกเส้นทางมาหลายวันแล้ว ยังไม่ได้เรื่องเลย”
“คงต้องเพิ่มกำลังมากกว่านี้ครับ มันถึงปักษ์ใต้เมื่อไหร่ ทุกคนลำบากแน่โดยเฉพาะผม”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/3 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ