อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/4 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/4 วันที่ 1 ก.พ. 59

กรมการปกครอง ศรัณย์มาทำงาน ในที่ประชุมเหมือนทุกวัน
อธิบดีบ่น “ตั้งด่านสกัดทุกเส้นทางมาหลายวันแล้ว ยังไม่ได้เรื่องเลย”
“คงต้องเพิ่มกำลังมากกว่านี้ครับ มันถึงปักษ์ใต้เมื่อไหร่ ทุกคนลำบากแน่โดยเฉพาะผม”
“มันแค้นคุณใช่ไหม”
ศรัณย์พยักหน้า “มันกับผม ไม่ตายคงไม่จบครับ”
ริมน้ำชนบท แพเรือพาทุกคนล่องเข้ามาถึงในป่า เสือขาวผูกแพเอาไว้ ให้ทุกคนลง
“เราต้องลงเรือแล้วเดินข้ามเขาไป”
“เดินเท้าหรือพี่” เสือชินหวั่นๆ

“ไม่มีทางอื่น ไอ้ศรัณย์มันฉลาด หนีเข้าป่าเท่านั้น เราถึงจะรอด”
“จะตายก่อนในป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ เดินกันเป็นวันๆเลยนะพี่”


“เอ็งกับข้ามีศัตรูร่วมกันคือไอ้ปลัดศรัณย์ ถึงปักษ์ใต้เมื่อไหร่ ข้ามีแผนการดีๆ คิดถึงวันตายของมันเอาไว้ แล้วเอ็งจะมีแรงเดิน ....ไป๊”
เสือชินยิ้มออกมาทันที “ไอ้ ศรัณย์ มึงต้องตาย ฮึ่ม” ทั้งหมดเดินเข้าป่าไป

บ้านน้ากล่ำ คุณหญิงแก้วยกข้าวมาให้ดวงสวาทที่นั่งเศร้าอยู่ “ยังมีไข้อยู่ไหม แม่ดวง”
“ขอบคุณคุณน้ามากนะคะ หนูมาทำให้คุณน้าลำบาก”
“ทานข้าวทานยาซะนะ ปัญหาทุกอย่างแก้ไข้ได้ เอาสุขภาพก่อน”
“รัณย์ไปไหนคะ”
“ไปทำงาน คืนนี้คงไม่กลับ”
“ไม่กลับ ....ดวงเป็นอย่างนี้รัณย์ยังมีแก่ใจไปทำงานอีกหรือคะ จะต้องให้ดวงตายไปก่อนหรือไง”
“เขาเป็นปลัด มีหน้าที่ดูแลประชาชน จะมาให้ดูแลหล่อนคนเดียว ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือแม่ดวง”
ดวงสวาทอึ้งไป “ขอโทษค่ะ”
“ทานยาแล้วนอนพักซะ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดี๋ยวเขาก็มา” คุณหญิงแก้วออกไป
“ศรัณย์นะศรัณย์ ฮึ่ย ถ้าให้ฉันนอนอยู่อย่างนี้ ฉันต้องเป็นบ้าแน่” ดวงสวาทลุกขึ้น แต่งตัว เอาเสื้อผ้าชุดเดิมมา

กลางคืน คลับที่เดิม ดวงสวาทเดินเข้ามานั่งที่บาร์ “นี่ เอาที่แรงๆ ฉันอยากจะนอน หลับไม่ตื่น ยิ่งดี”
บรานีเมาแล้ว เดินมาหา “โฮ้ย ตายๆ นี่ยังกล้ามาเจอหน้าผู้คนอีกหรือนี่ ข่าวออกครึกโครมขนาดนี้ยังกล้าออกมาเนี่ยนะ”
“ข่าว ... ออกแล้วหรือ”
“หรือหล่อนไม่เชื่อ” บรานีตะโกนประจาน “เจ้าข้าเอ้ย มาดูผู้หญิงตกอับที่ถูกฝรั่งโกง ที่ลงข่าวในหนังสือพิมพ์กันเร้ว หนอยยังกล้าออกมาเจอหน้าผู้คน ไม่กลัวตำรวจจับเลยนะ”
ดวงสวาทมองไปรอบๆ นักเที่ยวตามโต๊ะต่างๆซุบซิบกันมองมาที่ดวงสวาทหลายคน ดวงสวาทเห็นโฉมและสมร ที่คืนนี้มาเที่ยว และนั่งห่างไปก็ซุบซิบ
“โฉม สมร” ดวงสวาทโบกมือ ยิ้มให้ทักทาย
สองสาวหน้าบึ้งหันหนีทำเป็นไม่รู้จักทันที ดวงสวาทหน้าเสีย
บรานียิ่งยิ้มเยาะ สะใจ “เมื่อก่อน สวย หยิ่ง ทะนงตน ไม่เห็นหัวใคร ถึงเวลาตกต่ำ ทุกคนจะยิ่งเหยียบหล่อนให้จมดินด้วยแรงสองเท่า”
“แกจะหาเรื่องฉันใช่ไหม”
“ยายรินน่ะ เขาผู้ดี เขาด่าหล่อนอย่างผู้ดี แต่คนอย่างหล่อน ด่าแบบนั้น ไม่รู้สึกตัวหรอก มันต้องเจอฉัน...” บรานีเข้าไปเน้นคำพูด “เลิกยุ่งกับศรัณย์ เลิกทำร้ายจิตใจคนอื่นเพราะตอนนี้หล่อนไม่มีอะไรเหลือให้คนอื่นเขามาสนใจแล้ว”
“อีบ้า... แก” ดวงสวาทยกมือจะตบ
บรานีโต้ไว้ก่อน แล้วตบกลับดวงสวาท เซไปทันที “ยัง ยังไม่เลิก ...ยังไม่เข้าใจอีก ที่ผ่านมาคนคบหล่อนเพราะเกรงใจในวงศ์ตระกูล เกรงใจอำนาจเงิน แต่ตอนนี้ ถ้ายังไม่รีบทำความดี เพื่อนทุกคนก็จะตีจากหล่อนไป แม้แต่ศรัณย์ เขาจะทนหล่อนไม่ได้ เขาไม่ต้องการหล่อนอีกแล้วรู้ไว้ด้วย”
“ไม่จริง ศรัณย์ ไม่มีทางทิ้งฉัน”
“โฮ้ย เห็นแล้วรกหูรกตา คนเขาจะสนุกกัน มาคร่ำครวญอยู่ได้ มานี่” บรานีลากดวงสวาทออกไปจากคลับ
“ปล่อยๆ ฉัน อย่ามายุ่ง ฉันออกไปเอง ไป๊” ดวงสวาทสู้แรงบรานีไม่ได้ ถูกบรานีลากออกไป

บรานีลากดวงสวาทออกมาทิ้งกับพื้นหน้าประตูคลับ เซร่วงไปกับพื้น “ไป๊ออกไป คนสังคมนี้ไม่ต้อนรับคนล้มละลายอย่างหล่อน ออกไปจากชีวิตคนรอบข้างฉันด้วยนะ” ดวงสวาทร้องโอ๊ยเจ็บเข่า ร้องไห้ออกมา ช่วงชีวิตที่อ่อนแอ ทำให้สู้บรานีไม่ได้ “สะใจที่สุด คนเลวอย่างหล่อน มันต้องจัดการด้วยคนเลวอย่างฉัน”
ดวงสวาทนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นน่าสงสาร

บ้านน้ากล่ำ เสนอเดินนำศรัณย์ เข้ามา คุณหญิงแก้วรออยู่ ร้อนใจ “มาแล้วครับ มาแล้ว”
“แม่ดวงหนีออกไปไหนไม่รู้ แม่ไม่สบายใจ เลยให้นายเหนอไปตามลูก”
“ก่อนออกไป เขาบอกอะไรหรือเปล่าครับ”
“เขาเสียใจมาก บ่นแต่ว่าศรัณย์ ไม่สนใจเขา ศรัณย์ไม่รักเขา แม่พยายามบอกว่าศรัณย์ไปทำงาน เขาก็ไม่ฟัง บอกตรงๆ แม่ไม่สบายใจเลย เขาเหมือนคุณพ่อตอนนั้นเลย ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวแล้ว คนแบบนี้คิดสั้นได้นะ”
ศรัณย์ตกใจกับคำว่าคิดสั้น“ผมจะออกไปตามหาเองครับ ยืมรถคุณน้ากล่ำหน่อยนะครับ” ศรัณย์รับกุญแจรถจากเสนอ แล้วออกไป

บนถนน ดวงสวาทขับรถไป ร้องไห้ไปตามทาง

บ้านศิวะเวทย์ รินลงจากรถ มายืนมองบ้านศิวะเวทย์จะเดินขึ้นไป
“ให้ผมขึ้นไปเป็นเพื่อนไหมครับ”
รินส่ายหน้าเดินขึ้นไป ยังเศร้าอยู่ อยากแวะมาคิดอะไรที่นี่

รินเปิดห้องเข้ามาดู ห้องที่เจ้าคุณนิติธำรง ฆ่าตัวตาย เปิดไฟในห้องให้สว่าง
เพื่อบอกสถานที่นี้ บนโต๊ะมีกล่องไม้วางอยู่ และบนกล่องไม้นั้นมีพระพุทธรูป หน้าพระพุทธรูป มีกระถาง เชิงเทียน ดูเผินๆ นึกว่าใช้เป็นหิ้งพระ มาวันนี้รินจึงพึ่งเข้าใจว่า ทำไมต้องวางพระตรงนี้ เพราะเจ้าคุณนิติธำรงฆ่าตัวตายที่โต๊ะนี้นี่เอง
“แบบนี้นี่เอง ถึงมีพระพุทธรูปตั้งไว้” รินนั่งลงกับพื้นยกมือไหว้ มองไปรอบๆ ไม่กลัว บอกกับวิญญาณท่าน “ท่านเจ้าคุณนิติธำรง หากท่านยังอยู่ที่นี่ ได้โปรดรับคำขอขมาจากดิฉันผู้ที่ได้ครอบครองบ้านหลังนี้ โดยไม่ศึกษาประวัติให้ดี เพราะท่านดิฉันจึงได้แต่งงานกับศรัณย์ แต่แล้วดิฉันก็ทำให้คุณศรัณย์เสียใจ ดิฉันกราบขออโหสิกรรมจากท่านในทุกการกระทำเจ้าค่ะ” รินกราบลงที่หน้าพระพุทธรูปสามครั้ง จากนั้นรินเอะใจมองกล่องไม้ใกล้ๆ ยกมือไหว้เชิญพระพุทธรูปลงมา แล้วเปิดกล่องนั้นออก... มันคือ ปืน...! รินตกใจ ปืนที่เจ้าคุณนิติธำรงใช้ยิงตัวตาย

บ้านดวงสวาท นริศยังนั่งที่โถงเหมือนทุกวัน สภาพทรุดโทรมแย่มาก ศรัณย์เข้ามาเจอนริศ ที่นั่งเบลอ ไม่มีน้ำตาแล้ว นริศกินทั้งยาทั้งเหล้า
“คุณคือ ....”
“ผมนริศ คุณเป็นกรรมการ หรือนักข่าว หรือทนาย เป็นใครล่ะครับ มาดึกไปหน่อยนะ ทีหลังน่าจะติดต่อมาตอนกลางวัน มารบกวนแบบนี้ เสียมารยาทมาก”
“ผม ศรัณย์”
นริศหันขวับ อยากเห็นหน้ามานาน เพิ่งเจอกัน นริศนิ่งไปสักครู่ แล้วถาม “อ้อ ...คุณดวงอยู่กับคุณหรือเปล่า ผมคิดถึงเธอ ผมรอเธออยู่”
“ไม่ครับ ไม่อยู่แล้ว ผมมาดูว่าเธอกลับบ้านหรือยัง เธอไม่ได้มาหรือครับ”
“คุณดูดีกว่าผมเยอะเลย เข้าใจแล้วว่าผมไม่มีทางสู้คุณได้ เธอไม่เคยเปลี่ยนใจจากคุณเลย”
“ผมแต่งงานแล้ว ผมกับดวงสวาทคงไม่มีทางกลับไปเป็นแบบนั้นได้อีก” นริศหัวเราะยาวเหยียด เย้ยหยันชีวิตแปลกๆ ฟังดูเป็นปริศนา “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ให้ผมช่วยอะไรไหม”
นริศหัวเราะแล้วในที่สุดก็ร้องไห้ออกมา “ช่วยไม่ได้หรอก ไม่มีใครช่วยได้”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ศรัณย์ออกไป ไม่วายหันมามองนริศที่ดูผิดปรกติเหลือเกิน

ศรัณย์เดินกลับมาที่รถ ครุ่นคิด ว่าจะไปหาที่ไหนต่อดี “ไปไหนนะดวงสวาท คนอย่างคุณจะไปไหนได้”
ศรัณย์นึกถึงสิ่งดวงสวาทพูดกับตนก่อนหน้านี้
“วันที่คุณโดดสะพาน เสียใจที่ดวงแต่งงานกับคนอื่น ภาพนั้นมันตามหลอกหลอนดวง”
“สะพาน!” ศรัณย์รีบออกรถไป

ดวงสวาทเดินร้องไห้มาถึงที่สะพาน มองสะพานข้างหน้าคิดจะฆ่าตัวตาย ชีวิตหมดหวังสิ้นแล้ว

คุณหญิงแก้วนั่งกลุ้มรอลูก เสนอนั่งอยู่ด้วย
“คุณดวงสวาทจะฆ่าตัวตายเหมือน เอ้อ ท่านเจ้าคุณนิติ จริงหรือครับ”
“ในเวลาทุกข์ถึงที่สุด คนเราแทบทุกคน คงมีชั่วขณะหนึ่งที่คิดถึงการฆ่าตัวตาย”
บ้านศิวะเวทย์ รินหยิบปืนขึ้นมา มองไปที่โต๊ะ
ภาพเจ้าคุณนิติธำรงหยิบปืนมายิงที่โต๊ะทำงานตัวนั้น เป็นปืนกระบอกเดียวกัน
“บางคนตายเพราะอยากจบ อยากจบชีวิตที่คิดไปเองว่าไม่มีทางออก” เสียงคุณหญิงแก้วเอ่ย เสียงปังดังขึ้นทั่วศิวะเวทย์ รินมองปืนเครียด ความตายอยู่ในมือตน “คนบางคนตายเพราะอยากอยู่ อยู่ในชีวิตของคนที่เขารัก ให้คนที่เขารักจดจำเขา คนพวกนี้คือ ....ตายเพื่อประชด”
นริศร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญอย่างหนัก “คุณดวง ผมผิดเอง ผมผิดเอง ผมทำให้คุณเป็นอย่างนี้ เพราะผม”
รินเอาปืนขึ้นมาดูใกล้ๆ ดวงตารินแห้งแล้งเจ็บปวด เธอมองปืนนั้น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมา รินแวบนึกถึงความทุกข์ตัวเอง จนอยากตาย “ชีวิตที่ไม่มีอะไรเหลือ กระสุนปืนเพียงนัดเดียว จบความทุกข์ทรมาน ทั้งหมดที่อยู่ในหัวของเรา”

ดวงสวาทขึ้นไปปีนที่สะพาน กำลังจะโดดลงมาเหมือนศรัณย์กำลังจะฆ่าตัวตาย ดวงสวาทนึกถึงคำด่าของริน “หัวใจคุณมีแต่ความโกรธเกลียด...ชีวิตน่ะมีขึ้นมีลง วันไหนคุณตกต่ำ ความโกรธเกลียดมันจะโถมใส่ตัวคุณ” รินชี้หน้าตัวเอง “คิดถึงหน้าฉันเอาไว้ คิดถึงคำที่คุณเยาะเย้ยฉัน เวลาคุณลำบาก คุณจะเห็นหน้าฉันเยาะเย้ยคุณ เหมือนที่คุณทำกับฉันวันนี้ จำเอาไว้”

คุณหญิงแก้วพูดต่อเนื่อง “คนเขาถึงเรียกว่าคิดสั้น... คิดสั้นๆด้วยความอ่อนแอและเขลาเบาปัญญา คนที่เราประชดเขาร้องไห้ไม่นาน จากนั้นเขาก็ลืมเราไปใช้ชีวิตกับคนรักใหม่ ธรรมชาติของชีวิตมันก็เป็นของมันอย่างนั้น”

ที่สะพาน ดวงสวาท นึกถึงสิ่งที่บารนีด่า
“ที่ผ่านมา คนคบหล่อนเพราะเกรงใจในวงศ์ตระกูล เกรงใจอำนาจเงิน แต่ตอนนี้ถ้ายังไม่รีบทำความดีเพื่อนทุกคนก็จะตีจากหล่อนไป แม้แต่ศรัณย์เขาจะทนหล่อนไม่ได้ เขาไม่ต้องการหล่อนอีกแล้วรู้ไว้ด้วย”
“ศรัณย์ไม่ต้องการฉันแล้ว ฮือออ....” ดวงสวาทกระโดดน้ำลงไป !

เสียงคุณหญิงแก้วพูดต่อ “ไอ้ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีอะไรเหลือ นั่นยิ่งแล้วใหญ่ ตกเป็นทาสของอารมณ์ชั่ววูบ จนมองไม่เห็นใครคนอื่นที่เขารักเรา ไม่เห็นแม้แต่หนทางอีกหลายร้อยวิธีที่จะใช้แก้ปัญหา เสนอเอ๊ย คนเรามีลมหายใจไว้แก้ปัญหา เอาไว้มีความสุขนะ ไม่ใช่เอาไว้ทุกข์” เสนอพยักหน้าว่าจริง

ที่บ้านศิวะเวทย์ สีหน้ารินเป็นปรกติ รินวางปืนลงเก็บใส่ที่กล่องเหมือนเดิม
บ้านดวงสวาท นริศหมดลมหายใจหลายชั่วโมงมากแล้ว ผ้าห่มหลุดออกมาจากตัว จึงเห็นขวดยาร่วงจากมือลงพื้นเคร้งคร้าง หลายขวดหลายขนานทุกขวดไม่มียา ข้างๆมีแต่เหล้า หลายขวดอีกต่างหาก นริศนอนลงตาค้าง สิ้นใจ น้ำลายขาวๆ ไหลออกมาจากมุมปาก ที่แท้คนที่ตายสำเร็จคือนริศ !

ใต้น้ำดวงสวาททิ้งร่างดิ่งลงมาไม่ยอมว่าย ร่างร่วงลงมาเรื่อยๆ ดวงสวาทหลับตาเตรียมรับความตาย แต่แล้วก็มีศรัณย์ กระโดดตูมลงมาในน้ำ ว่ายมาจับเอาไว้ พาขึ้นข้างบน
ศรัณย์อุ้มร่างดวงสวาทวางบนหาด ดวงสวาทหมดสติไปแล้ว “คุณดวง คุณดวง” ศรัณย์แบกดวงสวาทขึ้นไหล่แล้วเขย่าๆ จนดวงสวาทสำลักน้ำออกมา ศรัณย์วางดวงสวาทลง มองหน้า ดวงสวาทรอดตายแล้ว “ผมใจหายหมด ทำแบบนี้ทำไม ทำแบบนี้ทำไม” ศรัณย์ช่วยดวงสวาทไว้ได้

บ้านศิวะเวทย์ รินเดินลงมา คนขับเปิดประตูให้ “เชิญครับคุณหนู ไปไหนต่อดีครับ”
“กลับบ้านจ้ะ” รินขึ้นรถ หน้าเศร้า คิดมาก แต่ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตาย

บ้านดวงสวาท คนใช้เดินเข้าบ้านมา เห็นนริศตาย น้ำลายฟูมปาก ร้องกรี๊ด

โรงพยาบาล ดวงสวาทนอนอยู่บนเตียง ลืมตาขึ้นอยู่ในชุดคนไข้แล้ว คุณหญิงแก้ว ศรัณย์ เสนออยู่เฝ้า “เป็นไงบ้างแม่ดวง”
ดวงสวาทมองไปรอบๆ “โรงพยาบาล”
“โชคดีนะครับที่คุณศรัณย์นึกออกว่าคุณจะไปที่ไหน ทำไมคิดสั้นแบบนี้ล่ะครับ”
ดวงสวาทโวยวายออกมาอีก “ไปช่วยฉันทำไม ไปช่วยฉันขึ้นมาทำไม”
ศรันย์บอก “มีเรื่องหนึ่ง ตั้งสติให้ดีนะครับ คุณชายนริศเธอเสียแล้วครับ” ดวงสวาทช็อก “ตั้งใจฆ่าตัวตาย ด้วยยาทุกขนานที่มีในบ้าน ผสมกับเหล้า สิ้นใจเมื่อคืน ตำรวจเชิญศพไปไว้ที่โรงพยาบาลแล้ว”
ดวงสวาทนิ่งไร้คำพูด ในหัวของดวงสวาทจำได้ดีว่าตนเคยพูดอะไร
“ผมทำทั้งหมด ก็เพื่อคุณนะ เพื่อให้ได้วังของผมคืนมาให้คุณ ผมก็เลยเสี่ยงแบบนี้ ไม่งั้นผมก็คงไปเป็นอาจารย์ เหมือนที่ตั้งใจไว้”
“อย่า .... อย่ามาโทษฉัน”
“เพราะผมรักคุณนะดวง อย่าโกรธผมนะดวง อย่าโกรธอย่าเกลียดผมเพราะผมทนไม่ได้”
“ไป....ตาย....ซะ”
ดวงตาดวงสวาทช็อกค้างอยู่อย่างนั้น !
บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินเดินลงมาเศร้าๆ ชรัตน์เดินมาหาบอกข่าวด่วน “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณชายนริศกับดวงสวาทฆ่าตัวตาย ดวงสวาทรอด แต่คุณชายนริศไม่รอด”
“อะไรนะคะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/4 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ