อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/5 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/5 วันที่ 1 ก.พ. 59

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินเดินลงมาเศร้าๆ ชรัตน์เดินมาหาบอกข่าวด่วน “เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณชายนริศกับดวงสวาทฆ่าตัวตาย ดวงสวาทรอด แต่คุณชายนริศไม่รอด”
“อะไรนะคะ”
“พี่อยากไปเยี่ยมดวงสวาท พี่ตามหาเขามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
รินเศร้า “คุณศรัณย์ดูแลเธออยู่”
“น้องรู้หรือ”
รินพยักหน้าว่ารู้ เห็นมากับตา “ตอนนี้คุณดวงสวาท อยู่ที่ไหนคะ”
“พี่รู้โรงพยาบาลแล้ว จะมาชวนน้องให้ไปด้วยกัน”
รินพยักหน้าว่าตกลง

ในห้องพักคนไข้ ดวงสวาทหลับ ศรัณย์ไม่อยู่ คุณหญิงแก้วกับเสนอคุยกันเบาๆ ขณะเฝ้าไข้
“คุณดวงสวาทเสียใจที่คุณศรัณย์ ไปทำงาน เลยฆ่าตัวตาย”
“อ่อนแอเหลือเกิน ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้”
“แล้วแบบนี้ ถ้าคุณศรัณย์กลับไปหาคุณริน เธอมิฆ่าตัวตายอีกหรือครับ”
“นั่นสิ เรื่องคราวที่แล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่ มาเจอแม่ดวงสวาทเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้อีก ศรัณย์คงปวดหัวหน้าดู” เสนอพยักหน้าว่าจริง



ศรัณย์นั่งกลุ้มในสวนโรงพยาบาลคิดเรื่องดวงสวาทอยู่คนเดียว สายลมพัดกรูมา ศรัณย์จึงหันไปเห็นรินเดินมา ทั้งสองชะงักเมื่อเจอกันเพราะไม่ได้เจอกันหลายวันแล้ว
“คุณ ... ทำไมมาอยู่นี่”
“หล่อนมาเยี่ยมดวงสวาทหรือ”
“มากับพี่ชรัตน์ค่ะ มาถึงหน้าโรงพยาบาลคิดอีกที ฉันไม่ควรให้เขาเห็นหน้า เดี๋ยวจะยิ่งแย่ เลยขอตัวมาเดินเล่น ให้คุณพี่ขึ้นไปคนเดียว คุณล่ะคะ ไม่ต้องอยู่เฝ้าหรอกหรือ”
“คุณแม่กับนายเหนออยู่น่ะ ดวงเขาหลับเพราะฤทธิ์ยา”
“พี่ชรัตน์บอกว่าเขาฆ่าตัวตายเพราะเรื่องคุณ”
“คงหลายเรื่อง ไม่ใช่เรื่องฉันหรอก”
“เมื่อวาน ฉันได้คิดอะไรบางอย่าง คุณพ่อไม่ยอมรับบ้านศิวะเวทย์คืน ฉันเลยคิดจะยกให้รัฐบาลเอาไปทำโรงพยาบาล สำหรับ ทหาร ตำรวจ”
“โรงพยาบาล!... ยกให้การกุศล?”
รินพยักหน้า “แบบนี้ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย ฉันเองก็คงอยู่บ้านนั้นไม่ได้ เป็นการทำบุญให้คุณพ่อคุณ ให้แม่เรียง เจ้าของสมบัติชิ้นนี้”
“ยกบ้านหลังนี้ไป หล่อนจะเหลืออะไร”
“มีที่ดินอีกนิดหน่อย แล้วก็เงินเดือน แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”
“อันที่จริง.... ให้เขาเช่าก็ได้นี่”
“ให้เขาเช่าแล้ว คุณจะกลับมาอยู่กับฉันไหม เราจะได้อยู่เป็นสามีภรรยากันอีกไหมล่ะคะ” ศรัณย์อึ้ง นิ่ง มองหน้ารินผู้เป็นที่รัก “ทำไมถึงนิ่งไป ถึงยังไง คุณก็ยอมรับดิฉันไม่ได้งั้นหรือคะ หรือเพราะคุณดวงสวาท เธอไม่เหลือใครแล้ว เมื่อไหร่ที่คุณทิ้งเธอ เธอก็คงฆ่าตัวตายอีก คุณเลยทิ้งเธอไม่ได้ เป็นแบบนี้ใช่ไหมคะ”
ศรัณย์มองหน้าริน ความรัก เศร้า ฉายแววชัดเจน “ไม่ใช่ดวงสวาท ไม่ใช่ใครทั้งนั้น เพราะหล่อน เพราะหล่อนต่างหาก ชีวิตของฉัน มีหล่อนเป็นดวงตะวันมานานแล้ว”
“คุณศรัณย์”
“เพราะฉันดึงหล่อนให้ตกต่ำลงมาไม่ได้ แม่คนใช้ก้นครัว ชั่วชีวิตของเธอลำบากมามากแค่ไหนแล้ว นั่งอยู่ในครัว ปรนนิบัติ ล้างห้องน้ำ ล้างเท้า ดูแลคนอื่นมามากขนาดไหน หล่อนไม่เหนื่อยหรือ ไม่อยากมีชีวิตที่มีความสุขหรือยังไง”
“คุณคิดอย่างนี้จริงหรือคะ”
“อย่ายกบ้านให้การกุศลเลย หันมาทำอะไรให้ตัวเองบ้าง ฉันก็ไม่ต่างจากชรัตน์ ฉันอยากเห็นหล่อนเจริญขึ้น ดูหล่อนสิ ผิวพรรณ กริยามารยาท หล่อนเหมือนเจ้าหญิงของฉัน ของทุกคนจริงๆ”
รินน้ำตาไหลลงมา กับความรู้สึกของ ศรัณย์ ที่ส่งมา “ฉันคือคนเดิม ฉันคือ นางก้นครัว บราลี ศิวะเวทย์ ฉันพอใจที่จะเป็นเช่นนั้น … ชื่อที่บ้านบำรุงมอบให้ นามสกุลที่เป็นของคุณ”
“แต่หล่อน คือ ริน รพิพันธ์ ไม่อาจปฏิเสธได้ คุณพ่อหล่อนต้องการหล่อนมาก ช่วงชีวิตสุดท้ายที่หล่อนจะเป็นดวงตะวันของคุณพ่อ ฉันแย่งจากท่านมาไม่ได้หรอก คำว่าหน้าที่ที่หล่อนยึดถือมันมาตลอด จำได้ไหม”
รินร้องไห้มากขึ้นอีก “หน้าที่ ....หน้าที่ที่เจ็บปวด เพราะต้องห่างจากสามีที่รักสุดหัวใจ”
“ตอนนี้ เสือขาวมันบ้าเลือดแล้ว มันกลายเป็นเสือร้ายที่ไม่กลัวความตาย ป่านนี้เรายังไม่เจอเสือขาวที่หลบหนีอยู่ ถ้ามันเข้าเขตปักษ์ใต้เมื่อไหร่ มันจะล้างแค้นคนทั้งเมือง ปักษ์ใต้จะวุ่นวายมาก ฉันยอมไม่ได้ ฉันมีหน้าที่ที่จะต้องขัดขวางมันทุกทาง”
“คุณจะไปปักษ์ใต้ ...ในเวลาที่คุณดวงสวาทเป็นแบบนี้ ทำได้หรือคะ”
“ชาวบ้านพวกนั้น แม้แต่กำนันคล้าย สูญเสียทรัพย์ สูญเสียคนในครอบครัวไม่ต่างจากดวงสวาท ฉันทรยศต่อคนพวกนั้นไม่ได้” ศรัณย์คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นจับมือรินมา มองหน้าริน ลึกๆคือ ศรัณย์ไม่รู้ว่าจะรอดตายจากเสือขาวหรือไม่ จึงไม่อยากมีภาระเป็นใครทั้งนั้น“เจ้าหญิงของฉัน เมื่อขึ้นไปอยู่ที่สูงแล้ว ก็จงใช้ชีวิตอย่างสง่างาม ให้สมกับความรักของพ่อของพี่หล่อน อย่าได้อาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งที่จะทำให้เธอตกต่ำลงไปอีก ยิ่งเธออยู่ในที่สูงเท่าไหร่ ฉันยิ่งมีความสุขเท่านั้น จำเอาไว้นะคนดีของฉัน” ศรัณย์จูบที่มือ
รินร้องไห้ออกมา ศรัณย์มองริน ไม่รู้จะมีชีวิตกลับมาไหม แล้วลุกขึ้นเดินจากไป....รินได้แต่มองด้วยน้ำตา
เสือขาว เสือชิน เปิ่น สมุนนักโทษทั้งหมดเดินมาในป่า สามสี่วันแล้ว เพลียมาก ทั้งหมดนั่งลงพักที่ก้อนหิน
เสือชินอุทธรณ์ “โฮ้ย ฉันไม่ไหวแล้ว ต้องเดินอีกกี่วันเนี่ยพี่ ฉันหิวจะตายอยู่แล้วนะ กินกล้วยจนหน้าจะเป็นลิงอยู่แล้ว ตอนนี้คิดถึงแต่ข้าวสวยร้อนๆสักจาน”
เสือขาวเดินมามองที่หน้าผา ยิ้มออกมา “พยัคฆ์ร้ายติดปีกแล้ว”
“อะไรพี่”
“ปักษ์ใต้อยู่ข้างล่างนั่น เรารอดตายแล้ว”
ทั้งหมดวิ่งเข้ามาดูใต้หน้าผา
เปิ่นแทรกขึ้น “ไหนๆ ขอดูหน่อย ตรงนั้นหรือพี่ ....เฮ้ๆ เรารอดตายแล้ว”
ทั้งหมด ร้องเฮ้ ดีใจพร้อมกัน สดชื่นขึ้นมา
“รุ่งสางเราจะไปถึงค่าย พอไปถึงปักษ์ใต้ทั้งเมืองจะถูกปลุก คนทั้งเมืองจะตื่นขึ้นมา ต้อนรับเสือขาวและเสือชิน ฮะฮะฮ่า”


วันใหม่ ทางเดินในวัด ดวงสวาทในชุดดำ แว่นตาดำ เดินมาตามทางคนเดียว สีหน้านิ่ง อารมณ์มากมายในท่วงท่าการเดินที่สง่างาม ดวงสวาทฝืนให้เข้มแข็ง
ดวงสวาท นึกถึงช่วงหวานชื่นกับนริศ หลังกลับจากฮันนีมูน และช่วงเต้นรำ
“ผมดีใจที่คุณหัวเราะออกมาได้”
“ขอบคุณนะคะที่พามาเต้นรำ”
“ผมจะดูแลคุณ จะทำงาน จะซื้อวังคืนมา จะทำให้คุณมีความสุข”

ดวงสวาทเดินจนมาถึงหน้าศาลา หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเห็นโลงศพที่ตั้งตรงหน้า มีรูปของนริศปรากฏอยู่ เป็นช่วงเวลากลางวันไม่มีคน แล้วดวงสวาทก็ทรุดตัวลง ร้องไห้โฮออกมา หมดความอดทน
“ฉันทำให้คุณตาย ฉันเองเป็นคนฆ่าคุณ ฉันขอโทษ” ดวงสวาทนึกถึงประโยคสุดท้ายที่พูดกับนริศ
“ผมทำทั้งหมด ก็เพื่อคุณนะ เพื่อให้ได้วังของผมคืนมาให้คุณ ผมก็เลยเสี่ยงแบบนี้ ไม่งั้นผมก็คงไปเป็นอาจารย์ เหมือนที่ตั้งใจไว้”
“อย่า .... อย่ามาโทษฉัน”
“เพราะผมรักคุณนะดวง อย่าโกรธผมนะดวง อย่าโกรธอย่าเกลียดผม เพราะผมทนไม่ได้”
“ไป....ตาย....ซะ”
ดวงสวาทก้มลงกราบ ร้องไห้สะอื้นฮัก แทบขาดใจตรงนั้นเอง

ค่ายโจร พู่กลับมาพร้อมกระบุงใส่สมุนไพรเต็มกระบุง สะพายอยู่ที่หลัง
“แกเข้าป่าไปทำอะไรตั้งหลายวันวะนังพู่”
พู่มีพิรุธ “ก็ ก็....เข้าไปหาของกิน หาสมุนไพรนี่ไง”
“ฉันนึกว่าแกหนีไปแล้ว”
“ยาสั่งพี่ขาว ห้ามใครออกไปจากค่าย ใครฝืนออกไป เลือดออกทวารทั้งเจ็ด ฉันกล้าหนีที่ไหนเล่า นี่พี่ขาวก็ไปเป็นอาทิตย์แล้ว ถ้าโดนตำรวจยิงตาย พวกเราจะทำยังไงกัน”
เสียงม้าดังเข้ามา พู่หันมอง เสือขาวขี่ม้านำ เสือชิน เปิ่นและเหล่านักโทษเข้ามา
“พี่ขาว พี่ขาวมาแล้ว”
พู่เครียด อยากให้เสือขาวตาย พู่พึมพำ “ทำไมมันไม่ตายๆไปนะ เฮ้อ พาพรรคพวกชุดใหม่มาเต็มเลย”
สาวๆคนอื่นดีใจ วิ่งเข้าหา “ฉันนึกว่าพี่จะทิ้งพวกฉันแล้ว”
“ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่มีวันตาย ขอบใจโว้ย ที่พวกเอ็งดูแลม้าที่ปากทางอย่างดี ข้าเดินเท้ามาหลายวัน ถ้าไม่ได้ม้าที่ผูกไว้ คงมาไม่ถึงค่าย” ทั้งหมดทยอยลงจากหลังม้า
“โห ค่ายพี่ใหญ่โตขนาดนี้เลยหรือ” เสือชินชอบใจ
สมุนดีใจ “สาวๆก็สวยด้วย”
เปิ่นตื่นเต้น “ทางเข้าค่ายของพี่ สุดยอดจริงๆ แบบนี้ พวกตำรวจหาทั้งชาติก็ไม่เจอ”
“ข้าบอกแล้ว พวกเราจะกลับมายิ่งใหญ่ ตอนนี้ให้นังเล็กๆไปหาข้าวหาปลามาให้กินก่อน กินเสร็จข้าจะเล่าให้ฟังถึงแผนการจัดการกับไอ้ปลัดศรัณย์”
พู่ตีสีหน้าร่าเริงเล่นละคร วิ่งเข้าไปหาเสือขาว “พี่ขาว ดีใจจริงๆจ้ะที่พี่กลับมา”
เสือขาวโอบพู่เดินเข้าไป เสือชิน เปิ่นและคนอื่น โอบสาวๆ เดินยิ้มร่าเริงขึ้นเรือนไป

เรือนเจ้าคุณบำรุง ริน บรานี บุรณี สามสาวนั่งคุยกัน รินเศร้ามาก แต่ไม่ได้ร้องไห้ แค่คิดหนัก
บรานีโวยวายใส่อารมณ์ แข็งกร้าวขึ้นทุกที “ศรัณย์พูดออกมาได้ว่าจะวางเราอยู่ในที่สูง ฟังยังไงมันก็คือคำขอเลิกกับหล่อน หนอย จะกลับไปคบกับชิ้นเก่าล่ะสิ หล่อนคอยดู ศรัณย์ต้องกลับไปคบกับดวงสวาท ฉันเอาหัวเป็นประกัน”
สีหน้ารินตระหนกทันที บุรณีรีบแก้ “คุณปลัดบอกแล้วไงคะ ว่าเขาห่วงงาน เขาขอกลับไปทำงานก่อน”
“แล้วอีกหน่อย ถ้างานเสร็จแล้วล่ะ จะเอายังไงกับหล่อน จะทิ้งไว้อย่างนี้ตลอดเลยใช่ไหม ใช่สิ แม่ดวงสวาทเป็นหม้ายผัวตายแล้วนี่ เขากลับไปคบกันได้แล้วนี่”
“เบาๆหน่อยพี่รานี” บุรณีปราม เตือนให้เห็นแก่รินบ้าง รินหน้าซีดแล้วซีดอีก “ที่ดวงสวาทฆ่าตัวตายน่ะ ส่วนหนึ่งก็เพราะปากของพี่นี่แหล่ะ อย่าลืมสิคะ”
บรานีอึ้งไป นึกขึ้นมาได้ บรานีรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน “ก็.. ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
รินมีแต่ความกังวลใจในสีหน้า “คุณศรัณย์ไม่ตัดสินใจให้แน่นอนลงไปอย่างนี้ รินก็มีแต่ร้อนใจจนแทบจะเป็นบ้า”
บรานีโวยต่ออีก “หล่อนไม่ต้องไปสนใจผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างนั้น หล่อนยังสาว รวยมากอีกต่างหาก เลิกไปเลย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ออกไปเที่ยว คบผู้ชายคนใหม่”
“นั่นเท่ากับมีชู้เลยนะคะ รินยังแต่งงานจดทะเบียนกับเขาอยู่ รินทำไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงก็ทำไม่ได้”
“ฮึ่ย น่าเบื่อ”
ในที่สุด รินก็คิดออกเอง “เฮ้อ หยุดๆ” รินจับหัวตัวเอง “หยุดคิดมากเสียที ในเวลาที่คิดอะไรไม่ออก ก็แค่ทำหน้าที่ ทำหน้าที่ของเรา” รินลุกขึ้นยืน กลับมาเข้มแข็งขึ้นอีกหน่อย
สำนักงานรพิพันธ์ สมรเดินนำฝรั่งสองสามคนเข้ามาในห้องประชุม ชรัตน์ รินและช้องนางอยู่ในชุดทำงานหรู สวยสง่า ต้อนรับ จับมือทักทาย ทั้งหมดนั่งลงคุยงานกันมีคนถ่ายรูปของบริษัทถ่ายไว้ทุกอิริยาบถ รินยิ้มแย้มคุยกับฝรั่ง พอจะสนทนาได้บ้าง ดูท่าทางเหมือนสาวทำงานมากขึ้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

งานเลี้ยงสมาคมศิษย์เก่า ชรัตน์ควงรินมาออกงานเลี้ยง ชรัตน์แนะนำให้รินรู้จักกับคนนั้นคนนี้ นักข่าวถ่ายรูป รินคุยกับผู้ใหญ่ไม่เก้อเขิน ดูสวยสง่าในชุดราตรีหรูหราเหมือนเจ้าหญิง

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินถือปึกรูปถ่ายจากฉากที่ผ่านมาให้พระพิจารณ์ธุรกิจดูทีละใบ ที่แท้รินให้ช่างภาพคอยถ่ายรูปตนไว้มาให้พ่อดูนั่นเอง
“ดูสิคะ หนูสวยไหม สวยสมกับเป็นลูกสาวคุณพ่อ เป็นรพิพันธ์เลยเห็นไหมคะ” พระพิจารณ์ธุรกิจหน้าตาสดชื่น ยิ้มได้น้อยๆแล้ววันนี้ “ชีวิตที่พ่ออยากให้หนูเป็น หนูได้ทุกอย่างตามที่คุณพ่อต้องการแล้วเห็นไหมคะ ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะว่าคุณพ่อไม่ได้ชดเชยให้หนู”
“ดี....ดี ...ดีใจ” รินยิ้มแย้มยังเปิดรูปให้พระพิจารณ์ธุรกิจดูไปเรื่อยๆ พระพิจารณธุรกิจมีความสุขอย่างมาก

บ้านน้ากล่ำ ดวงสวาทนั่งเหม่อ ช็อกไม่เลิกราทำใจไม่ได้
คุณหญิงแก้วเดินมาเห็นเข้า “แม่ดวงสวาท ยังไงคุณชายเขาก็เสียไปแล้ว ทำใจเสียเถอะนะ”
ดวงสวาทไม่ได้ยิน ไม่ดีขึ้น

ศรัณย์ก็เหม่อเศร้าหมองเช่นกันที่มุมหนึ่ง
เสนอเอาเครื่องดื่มมาวางให้ ก่อนจะเดินออกไป พึมพำ “บอกเลิกเขาแล้วเราก็เศร้าเอง คุณหนูนะคุณหนู เฮ้อ”

หน้าบ้านบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ รินในชุดนอน เดินออกมามองบ้านสวย ตระหง่านตรงหน้า แล้วเศร้า
ชรัตน์เดินมาหา “ริน นอนไม่หลับหรือจ๊ะ”
“บ้าน สมบัติพัสถาน ที่ผู้คนดิ้นรนอยากได้ ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก แต่เมื่อได้มาแล้วต้องเสียครอบครัวไป บ้านก็เป็นได้แค่ก้อนอิฐและกองปูน”
“คิดถึงศรัณย์ใช่ไหม”
รินพยักหน้าเข้ามากอดชรัตน์ “คิดถึงบ้านไม้ บ้านพักข้าราชการหลังนั้นที่สุดเลยค่ะ”
“สักวันมันต้องมีทางออกนะ อดทนไว้นะน้องรัก” ชรัตน์กอดตอบ

สำนักงานรพิพันธ์ รินนั่งทำงานที่โต๊ะ บุรณีแวะมาหา เอาหนังสือ “บัญชีเบื้องต้น”มาให้ ชรัตน์นั่งหลับที่โต๊ะถัดไป
“นี่จ้ะ บัญชีเบื้องต้น”
รินยิ้ม หยิบหนังสือมาเปิด “ขอบคุณค่ะ เมื่อวานต้องเข้าประชุมกับฝ่ายบัญชี ฟังเขาไม่รู้เรื่องเลย เลยต้องรบกวนคุณบุให้หาหนังสือมาให้ ขอบคุณนะคะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 12/5 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ