อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 14 วันที่ 22 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 14 วันที่ 22 ม.ค. 59

“ล่าตัวมันมา ไม่ว่าธาวินดรณมันซ่อนอยู่ที่ไหน ลากตัวมันมาให้ได้ ระวังกองกำลังของนายพลอินทรี จะหลอกให้มันไปทางอื่น หรือจะฆ่ามันทิ้งก็ได้ไป”

ธาวินบอกเหมยว่าจะส่งลีโอกลับ เหมยถามว่าถ้าพวกนายพลเจอลีโอกลางทางล่ะ บอกธาวินว่าไม่ต้องห่วงตนกับลีโอดูแลตัวเองได้ ให้เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด กระนั้นธาวินยังถามอย่างระแวงเมื่อนึกถึงคลิปที่โกดังลับว่าเหมยยังไม่ได้เล่าว่าตอนเธอถูกจับเกิดอะไรขึ้น เหมยย้อนถามว่า

“บอกซิ เจ้าชายมีอะไรที่สงสัยเหมยกับพี่ลีโอ อย่าพูดเรื่องให้เหมยไปเป็นดอกไม้ในวังใต้เมฆอีกเลย ถ้าแค่นี้ยังไม่เชื่อใจกัน” เหมยเดินออกไปอย่างไม่สนใจ ธาวินมองตามไปนึกหงุดหงิดตัวเองขึ้นมาตงิดๆ



ooooooo

เจ๊ง้อยังต้องต่อสู้กับความคิดของเฮียโชคที่ตั้งแง่เกลียดชังและกีดกันความรักของเหมยกับธาวิน เจ๊ง้อพยายามชี้ให้เห็นถึงความรักความห่วงใยของธาวินที่มีต่อเหมย กระทั่งบอกว่า

“เฮียโชคลื้อกับอาวินมันก็มนุษย์เหมือนกันนี่แหละ ทำไมจะต้องแบ่งแยกว่านี่เถ้าแก่ นั่นคนงาน คนจนที่ขยันเดี๋ยวมันก็รวยได้” เฮียโชคด่าว่าใฝ่สูง ถูกเจ๊ง้อแหวใส่ว่า “แล้วจะให้มันใฝ่ต่ำเรอะ ลื้อมันดื้อยิ่งกว่าแพะ เป็นพ่อประสาอะไรไม่อยากเห็นลูกมีความสุข”

“ไอ้วิน...ทำ ให้ เหมย เสีย ชื่อ”

“ชื่อใคร ชื่อลื้อหรือชื่อลูก ลื้อมันเห็นแก่ตัว เด็กมันรักกัน ลื้อก็เอาแต่ต้านไม่ลืมหูลืมตา ลื้ออย่ามองอะไรด้านเดียว บางทีอาเหมยอีอาจจะเต็มใจไป เรายังไม่รู้เหตุผลทั้งหมดของเขา อย่าเพิ่งตัดสินอะไรง่ายๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องเผื่อใจให้เหตุผลของลูกด้วย”

ทุกคนเป็นห่วงการหายไปของเหมย จับกลุ่มปรึกษากัน อาหยางเสนอว่าทำไมเราไม่ไปตามหาเหมยที่เวียงพะเนิน แต่ขณะกำลังคุยกัน หมิงก็วิ่งเข้ามาบอกว่า เฮียโชคหายไป ทุกคนรีบแยกย้ายกันออกตามหาแถวละแวกบ้านก็ไม่เจอ กลับไปดูที่ห้องนอนก็ไม่ได้เขียนอะไรไว้ สุ่นสังหรณ์ใจว่าเฮียโชคตั้งใจจะไม่อยู่อีกแล้ว

เจ๊ง้อด่าสุ่นว่าปากเสีย อย่าให้ได้ยินเรื่องอัปมงคลนี้อีก เชื่อว่าคนหัวดื้ออย่างเฮียโชค ไม่ฆ่าตัวตายแน่ แต่ก็บอกให้แยกย้ายกันออกตามหา เชื่อว่าใช้รถเข็นอย่างนั้นคงไปได้ไม่ไกล

เฮียโชคเข็นรถมาหยุดที่กลางสะพาน เหม่อมองผืนน้ำพึมพำอย่างปวดร้าว

“ป๊า ผิด เอง เหมย...ยก โทษ ให้ ป๊า ด้วย...”

ในที่สุด เจ๊ง้อและทุกคนก็ตามพบเฮียโชคนั่งพิงรถเข็นอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่กลางสะพาน ทุกคนพากันเข้าไปห้อมล้อมเฮียโชคที่พร่ำโทษตัวเอง เจ๊ง้อเตือนสติว่าถ้าเหมยรู้ว่าเขาทำอย่างนี้จะร้องไห้สักแค่ไหน ปลอบว่า

“อย่าโทษตัวเองเลยเฮียโชค ฟ้ากำหนดโชคชะตามาทดสอบชีวิตคน ถ้าไม่มีพ่ออย่างลื้อ คิดเหรอว่าอาเหมยจะเป็นดอกไม้ที่สวยที่สุดได้” แม้เฮียโชคจะสงบลง แต่แววตายังเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจกับชะตาชีวิตที่ตกต่ำทำให้ลูกลำบาก

ooooooo

ที่กองกำลังลับในป่า ลีโอกับเหมยเดินมาเห็นธาวินคุยกับกามินและแทน ได้ยินทั้งสองเรียกธาวินว่าเจ้าชาย ลีโอก็คิดไปเลยเถิดว่าที่เหมยรักธาวินเพราะเห็นว่าเป็นเจ้าชาย เหมยชี้แจงว่า

“เหมยรักธาวิน คนที่เป็นผู้ชายธรรมดา คนที่พยายามเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะถูกเหยียดหยามแค่ไหน เหมยรักวินคนนั้น”

แต่วันนี้ธาวินคนนั้นคือเจ้าชายที่กำลังเผชิญกับอันตราย เหมยก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ขณะนั้นเองกามินเดินมาบอกว่า

“ถ้าเธออยากกลับบ้าน ฉันจะให้คนของฉันไปส่งเดี๋ยวนี้เลย”

ข้างหลังกามินคือลีโอ เขาบอกเหมยว่า เราทำถูกแล้ว เราอยู่ที่นั่นไม่ได้ เหมยติงว่าเราน่าจะบอกเจ้าชายก่อน

“บอกเขา เหมยก็ไม่ได้ออก วินไม่ยอมให้เหมยไปแน่” พลางลีโอเข้าดึงมือเหมยเดินตามทหารไปเลย

ที่กลางป่า หลักชัยนำกำลังของบูรพาสมิงหกคนออกตามล่าธาวิน เจอกำลังของนายพลอินทรีที่ออกค้นหาธาวิน จึงวางแผนล่อไปทางอื่น แล้วหลักชัยก็นำกำลังแยกไปอีกทาง

ธาวินไม่พอใจกามินที่ขัดคำสั่งปล่อยเหมยไป กามินอ้างว่าทั้งสองอยากกลับเมืองไทย ธาวินไม่เชื่อ แทนจึงเสนอว่าตนจะให้ทหารไปตามเหมยกลับมา ธาวินจะไปตามเอง กามินจึงบอกแทนว่าตนเป็นคนปล่อยเหมยไปเอง

“ผมรู้แล้ว พ่อไม่น่าทำแบบนี้ เจ้าชายกำลังจะบุกเข้าไปหาเจ้าสัตยามันจะทำให้เจ้าชายเสียสมาธิ”

“กันต์ เอาคนตามออกไปอารักขาเจ้าชาย” กามินสั่งทันที

ooooooo

ขณะเดินป่ากันอยู่นั้น จู่ๆก็มีชายชุดดำโผล่มา 5 คน กามินยิงมันตายทันทีหนึ่งศพ ลีโอกระชากเหมยหลบ หลักชัยไล่ ยิงลีโอกับเหมย ทหารบูรพาสมิงไล่ยิงทหารกามินที่เหลือ หลักชัยกระชากเหมยไป แต่ทหารบูรพาสมิงก็ถูกแทนยิงตาย

เหมยกระชากแขนหลุดจากหลักชัย ธาวินวิ่งเข้ามาด้านหลังพาเหมยหลบ หลักชัยเห็นดังนั้นก้มตัวหลบไม่ให้ธาวินเห็น แต่ก็ถูกธาวินไล่ยิงหนีกระเจิงไป

ที่วังใต้เมฆ บูรพาสมิงเดาได้ว่างานนี้เป็นฝีมือใคร ถามระมิงค์เมืองว่ากลัวธาวินจะตายหรือไง ระมิงค์เมืองเสียงแข็งใส่ว่าอย่าพาลหาเรื่อง

“พี่หาเรื่องเธอหรือระมิงค์เมือง ถ้าพี่แค่บอกพ่อว่างานเราพลาดทุกครั้งเพราะเธอเอาใจช่วยไอ้ธาวิน”

“ค่ะ น้องคิดเรื่องธาวิน แต่ไม่ใช่ความเป็นห่วง น้องกำลังคิดว่าคนอย่างธาวินจะไม่ยอมถูกจับง่ายๆ ธาวินจะไม่ยอมถูกใครชักใยบงการเขาอีกแล้ว”

“อย่าดูถูกสมอง อย่าดูถูกกำลังของพี่ ไม่มีผู้นำคนไหนจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีการนองเลือด” บูรพาสมิงเดินเลี่ยงไป ระมิงค์เมืองเดินตามไปถามว่าเขาแอบซุ่มมีกองกำลังของตัวเองแบบนี้ ถ้านายพลอินทรีรู้เข้า? บูรพาสมิงสวนทันควันว่ากว่าจะรู้เราก็ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแล้ว

“สายตาไอ้แก่นั่นมันคม ถ้ามันเกิดระแคะระคายเรื่องนี้ขึ้นมา น้องกลัวว่าพ่อจะตกที่นั่งลำบาก” บูรพาสมิงเหล่มองน้องสาวพูดอย่างระแวงว่าหลังๆมานี้น้องไม่มั่นใจในตัวพี่หรือคิดว่าพี่จะแพ้ไอ้ธาวินดรณ “น้องก็แค่เป็นห่วงประสาผู้หญิง สำหรับน้อง ครอบครัวที่เหลือก็มีแค่พ่อกับพี่บูรพาสมิงเท่านั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พวกมันจะต้องชดใช้ให้พี่ ธาวินดรณ ไม่ว่ามันซ่อนตัวอยู่ไหนพี่จะลากตัวพวกมันออกมา”

“พี่ต้องส่งตัวเจ้าชายให้นายพลอินทรี”

“นั่นต้องหลังจากที่นายพบอินทรีคุกเข่าลงอ้อนวอนต่อหน้าพี่” บูรพาสมิงผยอง ยิ้มเหี้ยม ระมิงค์เมืองฟัง แล้วเครียด

แต่กำลังของบูรพาสมิงที่นำโดยหลักชัย ถูกแทนกับ กันต์เด็ดชีวิตทีละคนจนหมด หลักชัยเห็นท่าไม่ดีจึงหนีไป

เมื่อเสียงปืนสงบ ธาวินกับเหมยเดินมาดู แทนรายงานว่า “พวกมันไม่มีสังกัด ไม่ใช่ทหารของภูผาแต่มีอาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดจากต่างประเทศ” ธาวินสงสัยว่าเป็นทหารของใคร?

ooooooo

ที่ท้องพระโรง นายพลภูผาให้คนไปตามขุนพลกับนายพลอินทรีมาหา ถามหยั่งเชิงว่า ได้ข่าวว่าท่านกำลังตามตัวธาวินกลับมาที่นี่ นายพลอินทรีบอกว่าเพื่อผลประโยชน์ นายพลภูผาไม่พอใจถามว่าประโยชน์อะไรทำไมตนไม่รู้มาก่อน

“นายพลอินทรีคิดแล้วว่า การได้ควบคุมตัวเจ้าชายและเจ้าสัตยาคือสิ่งที่จะส่งเสริมการลงทุนกับต่างชาติ” ขุนพลตอบ

นายพลภูผาทักท้วงว่านี่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงตอนที่เราวางแผนโค่นล้มเจ้าสัตยากัน

นายพลอินทรีบอกว่าสถานการณ์มันเปลี่ยนแล้ว ขุนพลเสริมว่าตั้งแต่ลูกชายท่านพยายามเรียกร้องผลประโยชน์การลงทุนใส่กระเป๋าตัวเอง นายพลภูผาบอกว่าตนจะตักเตือนบูรพาสมิงเอง แต่ไม่จำเป็นต้องเอาธาวินดรณกลับมาที่วังใต้เมฆอีก ปล่อยให้ตนจัดการเรื่องนี้เอง

“ธาวินดรณไม่มีทางเป็นเสี้ยนหนามตำใจผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่อย่างท่าน ก็แค่เจ้าชายไร้อำนาจ เด็ก เมื่อวานซืน ตอนนี้แผนการของนายพลอินทรีคือการควบคุมทั้งพ่อทั้งลูกไว้เป็นหุ่นเชิดให้ต่างชาติยอมรับเรา ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับท่านนายพลอินทรี” ขุนพลแสดงท่าทีแจ่มชัดและก้าวไปยืนข้างนายพลอินทรี ทำให้นายพลภูผารู้สึกโดดเดี่ยวในทันที

“ทำใจสบายๆ ท่านผู้นำ หน้าที่การบริหารภายในบ้านเมืองนี้ เราทำมาตั้งแต่ก่อนเจ้าสัตยาขึ้นปกครองแล้วเราก็จะอยู่รับใช้ผู้นำทุกคนอย่างเต็มความสามารถเต็มสติปัญญาของเราแน่นอน” นายพลอินทรียิ้มนิดๆ

นายพลภูผารู้สึกถึงพลังของนายพลอินทรีที่จะบงการทุกอย่างต่อไปอย่างไม่ต้องการให้ใครมาขัดแย้งอีก

ooooooo

เมื่อธาวินพาเหมยและลีโอกลับมาที่พักกองกำลังในป่า เหมยบอกธาวินว่าอย่าโทษท่านกามิน ธาวินพูดอย่างไม่หายโกรธว่า

“ถ้าเราไปไม่ทัน รู้หรือเปล่าว่าป่านนี้เหมยจะเป็นยังไงบ้าง ไอ้ทหารพวกนั้นมันอาจจะ...”

“ทหาร?” กามินนิ่วหน้าสงสัย แทนบอกว่าเป็นทหารไม่สังกัดหน่วย ไม่ใช่ของภูผา แต่ไม่รู้ว่ามันทำงานให้ใคร

“เมื่อกี้เหมยจำได้ คนที่ไล่ยิงเหมยกับพี่ลีโอ เป็นลูกน้องบูรพาสมิง” เหมยเอ่ยขึ้น

“เรียกประชุมทุกคน” ธาวินโกรธจัด แล้วหันไปทางเหมยกับลีโอ “ไปพักซะ อย่าคิดออกไปไหนตอนนี้”

“ฉันผิดเอง ฉันเป็นคนดึงเหมยออกไป” ลีโอยอมรับ

“สำหรับที่นี่...ถ้าแกคิดว่าจะปกป้องเหมยด้วยสองมือเปล่า แกคิดผิด แกต้องมีสมองมากกว่าอารมณ์ อย่าทำตามใจตัวเองอีก เพราะทุกคนจะเดือดร้อน” ธาวินเดินออกไปทันที ลีโอหน้าจ๋อย เหมยก็รู้สึกตัวเองเหมือนโดนดุไปด้วย

เมื่อไปถึงหน้าเพิงพักชั่วคราว ลีโอถามเหมยว่าเราจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน เราจะได้กลับบ้านหรือยัง

“คงไม่นาน เจ้าชายกำลังจะเข้าไปยึดวังใต้เมฆคืน” ลีโอถามว่าหลังจากนั้นเหมยก็จะอยู่ในฐานะเจ้าหญิง? เหมยตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังว่า “เหมยไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้น เหมยขอแค่ให้เจ้าชายปลอดภัย”

ooooooo

ที่พักกองกำลังลับในป่า แทนเสนอให้เราต้องปฏิบัติการให้เร็วขึ้น ก่อนที่นายพลภูผาจะเซ็นสัญญาให้สัมปทานป่าไม้ เพราะงานนี้บูรพาสมิงเรียกรับผลประโยชน์เข้าตัวมหาศาล

แทนวางแผนว่า ก่อนถึงวันยึดวังใต้เมฆ ทหารของเราจำนวนหนึ่งที่ลอบเข้าไปซ่อนอาวุธไว้ก่อน ก็จะเข้าไปในที่คุมขังเจ้าสัตยา ธาวินจะไปกับแทน แทนไม่เห็นด้วย แต่ธาวินยืนยันให้เหตุผลว่า

“เราอยากช่วยท่านพ่อออกมาก่อน ไอ้บูรพาสมิงมันฆ่าเราไม่สำเร็จ แถมยังปล่อยให้เราหลุดมือมาแบบนี้ มันอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายไปกำจัดท่านพ่อก่อนก็ได้”

ขณะเดียวกันนายพลภูผาไม่พอใจบูรพาสมิงและระมิงค์เมือง ตำหนิว่ากำจัดคนแค่หยิบเดียวทำไมถึงทำไม่ได้ บูรพาสมิงโทษว่าผิดพลาดครั้งนี้เพราะหลักชัยพลางเข้าไปจะยิง แต่ระมิงค์เมืองห้ามไว้ว่า

“ฆ่ามันตาย เราก็ไม่ได้ตัวธาวิน...ทำไมเราไม่สอบสวนมันว่าเห็นอะไรบ้างแทนที่จะฆ่าให้เปลืองกระสุน”

“พวกมันมีทหารฝีมือดีหลายคน ยังมีป่าลึกด้านที่เราเข้าไม่ถึงที่พวกมันจะซ่อนตัวได้” หลักชัยรีบรายงาน

แต่ภูผากลับด่าว่าเรื่องนี้แค่นี้ไม่ต้องบอกก็ได้ ตนต้องการตัวธาวินก่อนที่นายพลอินทรีจะได้ไป จ้องหลักชัยบอกว่า

“คนอย่างนายพลอินทรี มันจะไม่ยอมพลาดซ้ำสอง”

บูรพาสมิงสั่งให้ไปล่าพวกธาวินดรณ ไปลากตัวมาให้ได้ หลักชัยรีบออกไป ระมิงค์เมืองบอกพี่ชายว่า นายพลอินทรีคงระดมทหารทั้งหมดเอาตัวธาวินมาที่นี่เหมือนกัน

“ฉันต้องการได้ตัวธาวินก่อน เจ้าสัตยาอยู่ในมือนายพลอินทรีไปคนหนึ่งแล้ว เจ้าชายรัชทายาท หมากตัวสุดท้ายในเกมนี้ มันต้องเป็นตัวต่อรองของฉัน”

“แล้วถ้าพ่อใช้งานมันเสร็จเมื่อไหร่ ผมขอชีวิตกับลมหายใจไอ้ธาวิน” บูรพาสมิงจิกตาเหี้ยม

แต่เพราะการเซ็นสัญญากับต่างชาติทำรวบรัดไม่ได้ผ่านคณะรัฐมนตรีอนุมัติ นายพลภูผาจึงสั่งบูรพา–สมิงให้เลื่อนการเซ็นสัญญาออกไปก่อน บูรพาสมิงหัวเสียบอกว่าสัญญาต้องการแค่ลายเซ็นของพ่อกับคู่สัญญาคนอื่นไม่มีสิทธิ์มายกเลิก ระมิงค์เมืองขอให้พี่ชายใจเย็นๆ เพราะอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ใช่จะได้มาภายในวันสองวัน บอกพี่ชายว่า

“ตอนนี้พ่อจำเป็นต้องประนีประนอมกับผู้ใหญ่พวกนั้นไปก่อน”

“บอกไว้ก่อนเลย ผมไม่รอพ่อนานนักหรอกนะ มีโอกาสเมื่อไหร่ผมจะยึดอำนาจทั้งหมดมาเป็นของเราให้ได้”

นายพลภูผามองหน้าลูกชายเลือดร้อนระห่ำอย่างหนักใจ

ooooooo

ก่อนวันปฏิบัติการ ธาวินไปหาเหมยที่อยู่กับกองกำลังลับในป่า ธาวินบอกว่าถ้าตนทำไม่สำเร็จจะมีคนมาพาเธอกับฝั่งไทย

“คุณต้องทำได้ ฉันจะรอที่นี่ รอให้เจ้าชายกลับมารับฉันด้วยตัวเอง” เหมยให้กำลังใจ ธาวินหยิบแหวนจะสวมให้ เหมยดึงมือออก ธาวินอ่านใจเหมยออกบอกว่า “มันไม่ใช่สมบัติของเจ้าชายที่ไหนหรอกเหมย ผมซื้อแหวนวงนี้ด้วยเงินของนักร้องธรรมดาๆที่ชื่อธาวิน คนที่เหมยเทรนเรื่องร้องเรื่องเต้นมากับมือไง จำได้หรือเปล่า”
เหมยจึงยอมให้สวมแหวนให้ ต่างสบตากันอย่างลึกซึ้ง...

เช้ามืดวันปฏิบัติการ กองกำลังทุกคนเข้มแข็งมุ่งมั่น ทุกคนมีผ้าเหลืองผูกแขนซ้ายเป็นสัญลักษณ์ สายในวังที่เตรียมไว้ก็ผูกผ้าเหลืองเช่นกัน ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องต่างงุนงง บ้างก็ต่อสู้ แต่ถูกเก็บเงียบเปิดทางเข้าสู่ตึกบัญชาการโดยเร็ว

ที่โต๊ะอาหารเช้าวังใต้เมฆ นายพลภูผารวมทั้งดาราเลิศและพรีนนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่นั้น บูรพาสมิงได้รับโทรศัพท์ เขากดรับนิ่งฟังปลายสายเครียด “อืม...หรือว่าไอ้แก่อินทรีมันขังเจ้าสัตยาไว้ที่นั่น...”

นายพลภูผาถามว่ามีอะไร บูรพาสมิงลุกพรวดบอกว่าธาวินดรณบุกเข้ามาในวังกำลังมุ่งหน้าไปที่กองบัญชาการ นายพลภูผาสั่งให้ทหารวังไปล้อมกองบัญชาการและจับตัวเจ้าชายให้ได้ จับเป็นเท่านั้นไม่ใช่จับตาย บูรพาสมิงบอกว่าไม่รับปากแล้วรีบไป ดาราเลิศยุแยงว่าบูรพาสมิงเขาไม่เชื่อฟังท่านแน่ ถูกระมิงค์เมืองด่าว่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ก็ถามว่าไม่ตามไปดูพี่ชายเธอจัดการกับศัตรูของครอบครัวหน่อยรึ หันสั่งพรีนว่าให้รอที่นี่อย่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอก แล้วตัวเองรีบตามนายพลภูผาไป

ธาวินเข้าไปในที่คุมขังเจ้าสัตยา ทรุดกราบแทบเท้าท่านพ่อ เจ้าสัตยาดีใจที่ได้เจอธาวินแต่ก็ทักท้วงว่ามาทำไม เสี่ยงชีวิตเกินไป แล้วดึงธาวินไปกอดแนบแน่นเอ่ยอย่างภูมิใจว่า

“เจ้าคือความภูมิใจของพ่อ ของเวียงพะเนิน ธาวินดรณ”

ธาวินมองท่านพ่อน้ำตาซึม ดีใจที่วันนี้มาถึงจนได้ แล้วธาวินก็พาเจ้าสัตยาก้าวออกจากห้องคุมขังไปด้วยสีหน้าองอาจ ห้าวหาญ

แทน กันต์ และทหารนำธาวินและเจ้าสัตยาออกไปหน้าตึกบัญชาการ ก็ถูกนายพลภูผากับบูรพาสมิงนำกำลังมาล้อมตึกไว้แล้ว

“ยินดีด้วยที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อลูกในวันสุดท้ายของชีวิต” บูรพาสมิงเยาะเย้ยพลางชักปืนออกมา นายพลภูพารีบห้ามพลางตะโกนสั่งให้จับตัวเจ้าสัตยาและเจ้าชายไปขังไว้

“ใครอยากตายก็ลองดู” เสียงกามินตะโกนก้องขึ้น นายพลภูผาและบูรพาสมิงหันมอง ปรากฏว่าพวกตนถูกกองกำลังของกามินล้อมไว้หมดแล้ว บูรพาสมิงกำปืนขบกรามแน่น

ระมิงค์เมืองถือกล่องใส่หมุดพิณทองคำเดินพล่านอยู่ในวัง ตัดสินใจถือกล่องเดินอ้าวออกไป

ooooooo

ทั้งนายพลภูผาและบูรพาสมิงดูถูกเหยียดหยามเจ้าสัตยาว่าถึงยึดบัลลังก์ไปได้ก็ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจบริหารบ้านเมืองล้วนอยู่ข้างตน อีกทั้งความคิดล้าหลังก็ไม่อาจพัฒนาประเทศได้

กามินสั่งสองพ่อลูกหุบปากและสั่งทหารจับตัวไปขังไว้ ธาวินกล่อมทหารที่แข็งข้อว่าใครวางอาวุธ

ตอนนี้จะได้รับการยกเว้นโทษ บรรดาทหารค่อยๆวางอาวุธลง บูรพาสมิงกลับยิงไปที่ธาวิน แต่ถูกแทนที่ไวกว่ายิงสวนเข้าที่ท้องก่อน

นายพลภูผาตกใจที่บูรพาสมิงถูกยิงถลาไปประคอง แทนนำทหารเข้าคุมตัวสองพ่อลูกทันที จ้องหน้าบอกว่า

“แค่โทษฐานกบฏยังไม่พอ แกสองคนยังพยายามฆ่าเจ้าชายไม่จบสิ้น เตรียมตัวรอรับโทษประหารได้เลย”

“เดี๋ยว” ระมิงค์เมืองก้าวเข้ามา ธาวินกับแทนเห็นระมิงค์เมืองก็ชะงัก แปลกใจ ระมิงค์เมืองถือกล่องใส่หมุดพิณทองคำเดินเข้าหาธาวิน “เจ้าชาย...ฉันขอแลกชีวิตพ่อกับพี่ชายฉันด้วยของสำคัญของราชวงศ์สกลสิทธิ์ ของที่เจ้าชายเคยฝากฉันไว้”

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 14 วันที่ 22 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ