อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 23 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 23 ม.ค. 59

“เดี๋ยว” ระมิงค์เมืองก้าวเข้ามา ธาวินกับแทนเห็นระมิงค์เมืองก็ชะงัก แปลกใจ ระมิงค์เมืองถือกล่องใส่หมุดพิณทองคำเดินเข้าหาธาวิน “เจ้าชาย...ฉันขอแลกชีวิตพ่อกับพี่ชายฉันด้วยของสำคัญของราชวงศ์สกลสิทธิ์ ของที่เจ้าชายเคยฝากฉันไว้”

ทั้งธาวินและแทนผิดหวังที่ตนถูกระมิงค์เมืองหลอกตลอดมา ขณะที่ทุกคนกำลังอึ้งกันอยู่นั้น บูรพาสมิง ฉวยโอกาสยิงกลางลำตัวและขาของธาวิน พริบตานั้นเสียงปืนจากรอบทิศก็สนั่นขึ้น เมื่อเสียงปืนสงบ จึงเห็นนายพลภูผาและบูรพาสมิงนอนแน่นิ่ง ส่วนธาวินได้รับบาดเจ็บที่ขาจนทรุดนั่งเจ้าสัตยาสั่งให้ตามหมอมาเดี๋ยวนี้ แต่ธาวินบอกว่าตนไม่เป็นไร



ระมิงค์เมืองถลาเข้าหาพ่อและพี่ชาย เอื้อมมือไปยังร่างทั้งสอง แต่ไม่ทันถึงก็ถูกทหารกระชากตัวออกไป ทหารอีกส่วนก็เข้าแบกร่างนายพลภูผาและบูรพาสมิงออกไป

ดาราเลิศตกใจมากเมื่อนายพลภูผาถูกยิงวิ่งถลาจะไปหาถูกทหารจับตัวไว้ เจ้าสัตยาสั่งให้เอาตัวไปขัง ดาราเลิศโวยวายหวังเอาตัวรอดว่า

“ปล่อยกระหม่อมเถอะเจ้าสัตยา กระหม่อมโดนบังคับ กระหม่อมไม่ได้เต็มใจ”

เจ้าสัตยานิ่งสงบมองจุดจบของพวกกบฏอย่างสังเวชใจ

ooooooo

แทน กันต์ และทหาร นำธาวินออกไปถึงจุดตรวจชายแดน ถูกทหารสั่งให้หยุดตรวจ ทุกคนหยุดตามคำสั่ง พวกธาวินยืนอยู่หลังชาวบ้านหญิงชายที่แบกกระสอบใส่พืชไร่และหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ทหารสั่งให้เทข้าวของทั้งหมดออกตรวจ ชาวบ้านหญิงเงอะงะก็ถูกทหารเอาปืนฟาดจนล้ม

ธาวินทนเห็นชาวบ้านถูกรังแกไม่ได้สะอึกเข้าต่อยทหารจนล้ม เกิดการต่อสู้กันขึ้น ทหารคนหนึ่งเข้าคว้าตัวธาวิน ถูกแทนกะซวกท้องตายคาที่ จากนั้นทั้งแทนและกันต์ใช้มีดทั้งแทงและปาดคอพวกมันที่เหลือ ธาวินบอกทุกคนว่าไปได้แล้ว พอจะพากันไปทหารอีกสองคนก็วิ่งมายิงไปหลายนัด ธาวินถูกยิงเฉี่ยวที่แขน แต่มันก็ถูกแทนยิงตายเรียงตัว แล้วแทนก็พาทั้งหมดหายไปในป่าทึบ

ooooooo

เหมยอยู่ที่พักกองกำลังลับในป่า ถามทหารที่เฝ้าว่าได้ข่าวในวังไหม เจ้าชายทำสำเร็จไหม ทหารบอกว่านายพลภูผาถูกยึดอำนาจแล้ว เหมยดีใจถามว่าเจ้าชายปลอดภัยหรือเปล่า

“เจ้าสัตยาปลอดภัยครับ แต่...เจ้าชายถูกยิง”

เหมยช็อก ผงะถอยหลัง ลีโอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบประคองไว้ ฝ่ายธาวินหลังจากรู้ความจริงว่าระมิงค์เมืองเป็นลูกสาวนายพลภูผาและน้องสาวแท้ๆของบูรพาสมิง ก็ผิดหวังเสียใจ จนเจ้าสัตยาถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือ พอเขาเล่าให้ฟัง เจ้าสัตยาบอกว่า

“อย่าเพิ่งคิดอะไรตอนนี้เลย ลูกพักผ่อนเถอะ หลังจากนี้เรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก”

ธาวินนิ่งไป แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ที่ระมิงค์เมืองคือลูกสาวของคนที่ตามฆ่าตนตลอดมาในห้องหนึ่งของกองบัญชาการ ร่างของบูรพาสมิงและนายพลภูผาถูกคลุมด้วยผ้าขาววางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

ทันใดนั้น บูรพาสมิงเฮือกขึ้นมาหายใจหอบแรง ทหารยามตกใจวิ่งเข้ามายกปืนจะฟาด แต่ช้ากว่าบูรพาสมิง เขายื่นมือมาบีบลูกกระเดือกอย่างแรง แล้วใช้สันมือฟันที่ต้นคอทหารคนนั้นล้มลงตายคาที่ ทหารยามอีกคนตกใจวิ่งหนีออกไป แต่เจอหลักชัยใช้ปืนเก็บเสียงยิงตาย แล้วลากศพไปเก็บในห้องทันที

หลักชัยรีบเข้ามาช่วยถอดเสื้อให้บูรพาสมิง ที่แท้ทั้งบูรพาสมิงและนายพลภูผาใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไว้ทั้งสองจึงไม่เป็นอะไรนอกจากบาดแผลเล็กน้อยตามแขนขา หลักชัยเอาศพทหารสองคนมาห่อผ้าขาววางแทนร่างบูรพาสมิงและภูผา

หลักชัยให้นายพลภูผานอนเปลหามออกไปส่วนบูรพาสมิงประคองตัววิ่งตามออกไปขึ้นรถที่รออยู่ด้านนอก

ระมิงค์เมืองให้ทหารไปบอกธาวินว่าตนต้องการพบ เมื่อธาวินมาพบ เธอคืนกล่องใส่หมุดพิณทองคำให้แลกกับการเผาศพพ่อและพี่ชายด้วยตนเอง เห็นแก่ความดีที่ระมิงค์เมืองเคยช่วยเหลือตน ธาวินพยักหน้ายินยอม

การเผาศพทำที่ลานกว้างชายป่า ระมิงค์เมืองกราบศพในห่อผ้าขาวแล้วจุดไฟเผามองไฟที่ลุกโชนด้วยความแค้น

ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงเหมย คืนนี้ธาวินจะแอบไปหาเธอ แต่พอออกจากห้องเจอเจ้าสัตยา บอกท่านพ่อว่าจะไปรับเพื่อนที่ค่ายพักชั่วคราว ยอมรับว่าเธอเป็นคนรักของตน

“ลูกเพิ่งจะถูกยิง คนของฝ่ายกบฏก็ยังกวาดล้างไม่หมด อันตรายนะลูก พรุ่งนี้เรามีการตัดสินนักโทษกบฏ ส่งคนออกไปดูแลเพื่อนของลูกก่อน เสร็จเรื่องแล้วค่อยว่ากัน”

ธาวินให้แทนไปดูแลเหมย ท่านพ่อยังไม่อนุญาตให้ตนออกนอกวัง บอกเหมยให้รอก่อน แล้วตนจะรีบไปรับ กามินบอกว่าเรื่องนี้ตนจัดการให้เองดีกว่า แทนควรอยู่กับเจ้าชายที่นี่

“ห้ามส่งเหมยกลับกรุงเทพฯเด็ดขาดนะท่านกามิน” ธาวินย้ำ กามินรับคำแล้วรีบออกไป

ooooooo

ธาวินไปเห็นนายพลอินทรีและขุนพลอยู่ในที่คุมขังได้กินอาหารอย่างดีก็ไม่พอใจ นายพลทั้งสองเอ่ยชื่นชมความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของเจ้าชายธาวินดรณ ธาวินมิได้ยินดีกับคำเยินยอนั้น บอกว่าพรุ่งนี้พวกเจ้าก็ต้องชดใช้กรรมในนรกแล้ว

ทั้งขุนพลและนายพลอินทรียิ้มเยาะอย่างมีเลศนัย ธาวินมองอย่างสงสัยท่าทีของนายพลทั้งสองพรีนหรือโสธาราซึ่งมีดาราเลิศเป็นญาติคนเดียว เมื่อดาราเลิศถูกจับจึงมาขออนุญาตธาวินเข้าพบน้า ธาวินจึงรู้ว่าพรีนเป็นหลานสาวของดาราเลิศ

เมื่อเข้าพบดาราเลิศ น้าสาวสั่งให้เธอไปขอธาวินอย่าประหารชีวิตตน พรีนรับปากว่าจะขอให้เจ้าชายลดโทษให้น้า และเมื่อพรีนไปขอธาวิน เขาเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของพรีนก็ใจอ่อน ลุกออกไปโดยไม่พูดอะไร ซึ่งพรีนเข้าใจว่าเจ้าชายให้อภัยน้าตนแล้ว

รุ่งขึ้น แทนยืนอยู่ข้างบัลลังก์ ประกาศราชโองการตัดสินโทษของนักโทษทั้งสี่ คือนายพลอินทรี ขุนพลระมิงค์เมืองและดาราเลิศ

อันดับแรกคือดาราเลิศกับระมิงค์เมือง ถูกจับในฐานะบุคคลในครอบครัวและมีส่วนรู้เห็นในการกระทำของกบฏต่อราชบัลลังก์ แต่ทั้งสองมิได้มีกำลังทหารหรือปฏิบัติการร้ายใดๆต่อเจ้าสัตยาและองค์รัชทายาท จึงให้ละเว้นโทษประหารเหลือเพียงจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

ส่วนนายพลอินทรีและนายพลขุนพล ถูกจับกุมในฐานะผู้คบคิดก่อการกบฏต่อราชบัลลังก์ แต่เนื่องจากทั้งสองเคยกระทำการอันเป็นคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองเวียงพะเนินมานาน และยังมีความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์แห่งเจ้าสัตยาสกลสิทธิ์มิเสื่อมคลาย จึงให้ละเว้นโทษประหารชีวิต และให้อภัยโทษอื่นๆทั้งหมด เพื่อสามารถกลับมาทำงานรับใช้บ้านเมืองได้ต่อไป

นายพลทั้งสองยิ้มอย่างผู้มีชัย ในขณะที่ทั้งธาวินและแทนต่างอึ้ง หลังจากนั้นธาวินไปหาเจ้าสัตยาที่กำลังคุยงานกับกามินที่ห้องรับแขกในวัง ถามว่าทำไมท่านพ่อจึงยังปล่อยให้สองนายพลลอยนวลทั้งที่ควรถูกประหารฐานเป็นหัวหน้ากบฏ

เจ้าสัตยาสอนเจ้าชายว่า “อินทรียังมีอิทธิพลในฝ่ายบริหารอยู่มาก ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำเวียงพะเนิน ก็ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากคนพวกนี้อยู่ดี” ธาวินติงว่าสองนายพลนี้เป็นคนหนุนหลังภูผาให้ยึดอำนาจจากท่านพ่อ

“ครั้งนี้ นายพลอินทรีก็ร่วมมือกับเราครับเจ้าชาย” กามินบอก ธาวินจึงรู้ว่าเมื่อครั้งที่ตนลักลอบเข้ามาหาท่านพ่อก่อนการจู่โจมเข้ายึดอำนาจนั้น คืนนั้นพอตนออกจากที่คุมขังท่านพ่อ สองนายพลก็เข้าหาเจ้าสัตยา และได้ฆ่าทหารที่บูรพาสมิงให้เอาข้าวมาให้เจ้าสัตยา ขุนพลบอกแก่เจ้าสัตยาว่า

“ไม่มีใครรู้ว่าท่านถูกย้ายมาที่นี่ นอกจากคนที่ท่านนายพลอินทรีอนุญาตให้รู้เท่านั้น”

“อำนาจ ทำให้พวกเจ้ากับไอ้ภูผาแตกคอกันแล้วละสิ” เจ้าสัตยาอ่านสถานการณ์ออก ขุนพลตอบว่า

“การมีผู้นำที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนมากเกินไปจะทำให้บ้านเมืองพังพินาศยิ่งกว่าผู้นำคิดช้าล้าหลังหลายเท่านัก”

“ท่านเองก็ปกครองเวียงพะเนินมานาน กระหม่อมทราบดีว่าท่านห่วงใยบ้านเมืองและประชาชนเวียงพะเนินขนาดไหน...กระหม่อมมีข้อเสนออยากให้ท่านลองพิจารณา...” นายพลอินทรีเสนอ เจ้าสัตยามองนายพลอินทรีอย่างชั่งใจ และนี่คือจุดเริ่มต้นในการร่วมมือกันโค่นอำนาจของนายพลภูผาครั้งนี้

ชี้แจงแล้ว เจ้าสัตยาบอกธาวินว่า อะไรหลายๆ อย่างไม่เป็นไปอย่างที่ใจเราได้ทันที ย้ำว่า

“ถึงแม้จะไม่ถูกใจ แต่ถ้ามันจำเป็นเราก็ต้องทำไปก่อน อะไรที่เราเห็นไม่ตรงกับคนพวกนั้น ก็ต้องหาเหตุผลมาหักล้างกัน ไม่ใช่ทำลาย เราต้องคิดถึงความมั่นคงของบ้านเมืองไว้เป็นอย่างแรก”

แม้จะฟังเหตุผลของท่านพ่อแต่ธาวินก็ยังทำใจยาก เจ้าสัตยาได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง เจ้าชายจะเข้าใจ

ooooooo

ดาราเลิศดีใจที่ตนไม่ถูกประหาร แต่พรีนห่วงน้าตน จึงไปดักพบธาวินที่ทางเดิน ขอว่าน้าตนจะขอเนรเทศตัวเองไปอยู่ต่างประเทศแทนการติดคุก ที่นี่ได้หรือไม่ เพราะตนต้องกลับไปเรียนต่อ แต่ก็เป็นห่วงคุณน้า

“พี่จะลองคุยกับท่านพ่อให้ เช็ดน้ำตาซะน้องพรีน อย่าเพิ่งคิดมาก” ธาวินเช็ดน้ำตาให้พรีนอย่างเอ็นดู แต่ดาราเลิศไม่ต้องการให้พรีนไปเรียนต่อ บอกว่าให้หยุดเรียนไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องเจ้าชายสำคัญกว่า พรีนติงว่าเจ้าชายรักพี่เมญ่าไม่ได้รักตน ตนไม่อยากทำลายความรักของใคร

“น้าจะบอกอะไรให้นะ โสธารา การเป็นเด็กสาวจิตใจดีมีคุณธรรมน่ะมันก็ดี แต่การเป็นเจ้าหญิงสวยใส จิตใจดีงาม มันดีกว่าหลายเท่า” แล้วดาราเลิศก็วางแผนให้พรีนไปขอบคุณธาวินที่เมตตาปล่อยตนเพื่อหาทางใกล้ชิดเจ้าชายต่อไป

ระหว่างนั้นธาวินมาเจอทั้งสองคุยกันถามว่ามีอะไรกัน ดาราเลิศเสแสร้งทำเป็นเศร้าพูดแทนพรีนว่า พรีนเป็นเด็กบริสุทธิ์ เรื่องที่ผ่านมาพรีนถูกระมิงค์เมืองบังคับให้ไปตีสนิทกับเจ้าชาย จนพรีนมาร้องไห้กับตนทุกวันเพราะเป็นห่วงเจ้าชาย

“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ช่างมันเถอะ กลับไปตั้งใจเรียนหนังสือ อนาคตจะได้มาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองของเรา”

“ค่ะ พรีนจะพยายามทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่เจ้าชายเมตตาพรีนกับคุณน้า...ขอบคุณค่ะ” พรีนน้ำตาคลออย่างซึ้งใจ

ดาราเลิศเห็นว่าธาวินไม่โกรธ ก็มีความหวังว่าพรีนจะได้ใกล้ชิดกับเขาอีก

ooooooo

ในที่สุดธาวินก็มาหาเหมย เหมยดีใจมากที่เขาปลอดภัย ธาวินบอกว่าจะพาเธอไปหาท่านพ่อ เหมยติงว่าท่านคงไม่ชอบตนที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา

“เหมยไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดานะครับ เหมยคือผู้หญิงที่พิเศษมากสำหรับผม ท่านพ่อเป็นคนมีเหตุผล ท่านไม่คัดค้านเรื่องของเรา”

รุ่งขึ้น ธาวินพาเหมยในชุดสาวเวียงพะเนินเข้าพบเจ้าสัตยา แนะนำว่าเหมยคือลูกสาวเจ้าของคณะสิงโตที่ตนไปอาศัยตอนอยู่เมืองไทย และช่วยเหลือตนมาตลอดตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าตนคือใคร เจ้าสัตยาขอบใจเหมยที่ทำให้เจ้าชายเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบขึ้นมาก แต่พอธาวินจะขออนุญาตเรื่องเหมย เจ้าสัตยาตัดบทอย่างรู้ทันว่า

“ช่วงนี้ลูกยังพอมีเวลา พ่ออนุญาตให้พาเพื่อนไปท่องเที่ยวในเวียงพะเนินได้ ก่อนที่ลูกจะต้องเริ่มเรียนรู้การปกครองบ้านเมือง”

“ขอบคุณครับท่านพ่อ” ธาวินเอ่ยด้วยความยินดีคิดว่าท่านพ่อยอมรับเหมยแล้ว หันไปยิ้มกับเหมยอย่างมีกำลังใจ

แต่ขณะที่เรื่องราวเหมือนจะดีขึ้นนั้น ก็มีอุปสรรคจากหลายด้านถาโถมเข้ามาอีก เมื่อระมิงค์เมืองให้ทหารมาบอกธาวินว่าให้ไปพบ เมื่อธาวินไปพบแทนที่หน้าห้อง แทนบอกว่าระมิงค์เมืองขู่ว่าถ้าไม่ได้พบเจ้าชายก็จะปล่อยเรื่องอื้อฉาวอย่างที่เจ้าชายคาดไม่ถึง พลางส่งมือถือให้บอกว่าเป็นโทรศัพท์ของระมิงค์เมืองมันอาจอยู่ในนี้

ธาวินถือโทรศัพท์เดินเข้าไปหาระมิงค์เมือง เธอยื่นคำขาดว่า “แต่งงานกับฉัน” เมื่อธาวินปฏิเสธ เธอก็จะเอามือถือไปเปิดให้ดู ธาวินที่รู้มาก่อนแล้วเชื่อว่าเหมย ไม่มีวันจะทำอย่างนั้น

“คุณไม่เชื่อไม่มีปัญหาหรอกค่ะเจ้าชาย เพราะที่ฉันอยากให้เชื่อคือเจ้าสัตยา และประชาชนของเวียงพะเนินทั้งหมดต่างหาก”

“ระมิงค์เมือง เธอไม่ควรทำตัวให้ไร้ค่าได้ถึงขนาดนี้เลย” ธาวินออกจากห้องไปอย่างโกรธจัด ระมิงค์เมืองมองสะใจ

ธาวินออกมาเจอลีโอ บอกเขาว่าจะให้คนส่งเขากลับเมืองไทย ลีโอถามว่าแล้วเหมยล่ะ ธาวินถามว่าเหมยเกี่ยวอะไรด้วย ลีโอถามว่าทำไมไม่เกี่ยว เราถูกจับไปด้วยกัน ลำบากมาด้วยกัน เป็นห่วงกัน แล้วมันผิดตรงไหน ธาวินถามว่าตอนถูกจับไปด้วยกันเขาฉวยโอกาสกับเหมยหรือเปล่า

“โอ้โห...ฉันโดนกระทืบปางตาย หมดสภาพขนาดนั้นจะไปฉวยโอกาสอะไรได้เล่า เหมยเป็นคนดีมากนะ ทั้งๆเกลียดฉันขนาดไหน ก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจกับคนใกล้ตาย ผู้หญิงดีๆอย่างนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว”

คำพูดของลีโอ ทำให้ธาวินยิ่งเชื่อว่าเหมยไม่มีอะไรกับลีโอจริงๆ แต่ถูกระมิงค์เมืองใส่ร้าย เมื่อเจอเหมยในเวลาต่อมาเขาบอกเหมยว่า “เหมย ผมต้องปกป้องคุณให้ได้ ผมจะทำทุกอย่างให้เราได้แต่งงานกัน”

แต่เมื่อธาวินไปเสนอกับเจ้าสัตยา กลับได้รับการปฏิเสธว่า เจ้าชายรัชทายาทจะแต่งงานกับหญิงต่างชาติไม่ได้

“แต่ผมอยากแต่งงานกับคนที่ผมรัก เหมยเป็นผู้หญิงที่ผมเลือกแล้วครับท่านพ่อ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้หัวใจผมอบอุ่นเท่ากับที่เหมยทำได้ ตลอดเวลาที่ผมลำบากอยู่เมืองไทย เหมยมีแต่ความอบอุ่น ทำให้ผมมีกำลังใจต่อสู้กับทุกเรื่อง ท่านพ่อครับ คนทุกคนควรมีสิทธิ์จะเลือกแต่งงานด้วยความรัก โดยไม่มีชนชั้น เชื้อชาติเป็นอุปสรรคไม่ใช่เหรอครับ”

เจ้าสัตยาลูบหัวธาวิน พยักหน้าอย่างเห็นใจ แต่หนักใจกับกฎของเวียงพะเนิน ธาวินมองพ่ออย่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

ระมิงค์เมืองนับวันยิ่งบ้าคลั่ง ขณะนั่งเหม่อดูดาวอยู่ในห้องขัง ดาราเลิศเห็นเข้าก็เย้ยว่าฝันว่าได้เป็นเจ้าหญิงของธาวินดรณอยู่หรือ คิดหรือว่าเด็กหนุ่มอย่างเจ้าชายธาวินดรณจะอยากกอดดอกไม้เหี่ยวเฉาอย่างเธอ

ระมิงค์เมืองพุ่งมายื่นมือผ่านลูกกรงบีบคอดาราเลิศจนฝ่ายนั้นหน้าแดงร้องให้คนช่วย ทหารมาช่วยดึงมือระมิงค์เมืองออก ทหารอีกคนก็มาไขกุญแจปล่อยระมิงค์เมือง บอกว่าเจ้าสัตยาสั่งให้ปล่อย ดาราเลิศถอยกรูดขู่ระมิงค์เมืองที่มองตนอย่างดุร้ายว่าเจ้าชายไม่เอาไว้แน่ถ้าเธอทำร้ายตนที่เป็นน้าของพรีนคนสนิทของเจ้าชาย ระมิงค์เมืองหันคำรามตาขวางว่า

“รักษาชีวิตตัวเองไว้ให้ดี ดาราเลิศ ฉันตามฆ่าแกแน่”

ดาราเลิศหนาวกับแววตาเหี้ยมของระมิงค์เมืองรีบวิ่งหนีออกไป ระมิงค์เมืองจ้องตามอย่างอาฆาตมาดร้าย

ธาวินไปถามเจ้าสัตยาว่าปล่อยระมิงค์เมืองทำไม เจ้าสัตยาอ้างว่าเธอเคยช่วยเขาไว้มาก คิดว่าควรจะลดหย่อนโทษให้เหลือแต่กักบริเวณก็พอ และภูผากับบูรพาสมิงก็ตายแล้วเธอคงไม่มีโอกาสคิดร้ายหรือก่อกบฏอะไรอีก

ooooooo

ระมิงค์เมืองมาเห็นเหมยคุยกับลีโอ พอลีโอไปให้หมอดูแผล ระมิงค์เมืองจึงพุ่งเข้าไปบีบคอเหมยทันทีคำรามขู่ว่า

“มีความสุขนะ...อย่าหวังเลยว่าชาตินี้แกจะได้แต่งงานกับธาวินดรณ ไม่มีทาง! จำไว้ แกมันผู้หญิงต่ำต้อย ไร้ค่า เจ้าชายธาวินต้องเป็นของฉัน” พูดแล้วผลักเหมยออกไปอย่างแรง เหมยถอยกรูดมองระมิงค์เมืองด้วยความหวาดกลัว

เหมยวิ่งเตลิดไปเจอนายพลอินทรี นายพลถามว่าหนีอะไรมา หรือวิ่งเล่นกับเจ้าชายอยู่ เหมยบอกว่าเปล่า

“ช่วงนี้ดูเจ้าชายจะมีความสุขเหลือเกิน ฉันเองเห็นเจ้าชายมาตั้งแต่เล็ก เอ็นดูยิ่งกว่าลูกหลาน ต้องขอบใจเธอที่ทำให้โลกของเจ้าชายสดใสขนาดนี้” นายพลอินทรีเปรยอย่างมีเป้าหมาย

“เวียงพะเนินมีปัญหาทางการเมืองมาพักใหญ่ เวลานี้เราต้องการงานมงคลที่จะทำให้ประชาชนทั้งหมดได้ร่วมเฉลิมฉลอง สร้างบรรยากาศรื่นเริงในบ้านเมือง...งานแต่งงานของเจ้าชายธาวินดรณน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี” ขุนพลเสนอ

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 23 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ