อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 24 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 24 ม.ค. 59

“เวียงพะเนินมีปัญหาทางการเมืองมาพักใหญ่ เวลานี้เราต้องการงานมงคลที่จะทำให้ประชาชนทั้งหมดได้ร่วมเฉลิมฉลอง สร้างบรรยากาศรื่นเริงในบ้านเมือง...งานแต่งงานของเจ้าชายธาวินดรณน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี” ขุนพลเสนอ

“เจ้าสัตยายอมให้เจ้าชายแต่งงานกับผู้หญิงต่างชาติแล้วหรือคะ” เหมยตื่นเต้น นายพลอินทรีพูดกลั้วหัวเราะว่า

“ไม่สิ... กฎก็ต้องเป็นกฎ เรากำลังมองหาผู้หญิงชาวเวียงพะเนินที่เหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าหญิงขององค์รัชทายาท ส่วนเธอ ถ้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้าชายธาวินดรณ คงต้องยอมอยู่ในตำแหน่งสนม ไม่ใช่เจ้าหญิง เธอเข้าใจไหม”



เหมยอึ้งไปนาน จนตั้งสติได้ก็เดินไปนั่งร้องไห้อย่างหนัก ลีโอเดินมานั่งข้างๆ ถามว่าร้องไห้ทำไม ทะเลาะกับเจ้าชายหรือ เป็นคำถามที่ทำให้เหมยยิ่งร้องไห้อย่างกลั้นไม่อยู่ ลีโอปลอบว่า

“มีเรื่องอะไรก็ค่อยๆคุยกันนะเหมย อีกไม่นานเหมยจะแต่งงานกับเจ้าชายแล้ว”

เป็นคำปลอบที่กระทบใจเหมยอย่างแรงจนร้องไห้สะอึกสะอื้น ลีโอตกใจกอดปลอบ เหมยซบอกลีโอร้องไห้หนัก

ที่มุมหนึ่งด้านบน เจ้าสัตยายืนมองลีโอกอดกับเหมยด้วยสีหน้าสงสัย เมื่อถามแทน ได้รับคำตอบว่าเหมยกับลีโอคบกันในช่วงสั้นๆเท่านั้น ก็พอดีทหารนำเอกสารมาส่ง เจ้าสัตยาดึงกระดาษในซองออกดู เป็นรูปภาพขนาดใหญ่สองสามใบเป็นภาพลีโอกอดกับเหมยในสภาพเปลือยท่อนบน เจ้าสัตยาโกรธจัด สั่งเสียงดัง

“ตามตัวเจ้าชายมาที่นี่ เดี๋ยวนี้!!”

ooooooo

ลีโอนั่งปลอบเหมยอยู่ ธาวินมาหาเหมย ลีโอจึงลุกขึ้นให้ธาวินนั่งแทน ธาวินถามว่าเหมยเป็นอะไร วันนี้ไปเที่ยวนอกวังอีกไหม เหมยกลั้นสะอื้นบอกว่าอยากกลับบ้าน คิดถึงป๊า

พอดีแทนเข้ามาบอกว่าเจ้าสัตยาต้องการพบเจ้าชายเดี๋ยวนี้ ธาวินมองหน้าแทนงงๆ พลางส่งโทรศัพท์ให้เหมย บอกว่าห่วงเฮียโชคก็โทร.คุยกันก่อน เรื่องกลับบ้าน เอาไว้เราค่อยว่ากันอีกที

เหมยรับมือถือจากธาวิน มองอย่างชั่งใจ

เจ้าสัตยาเอารูปในซองให้ธาวินดู เขาไม่แสดงอาการอะไร บอกท่านพ่อว่ารูปพวกนี้ตนอธิบายได้ เจ้าสัตยาโพล่งขึ้นว่าไม่ต้องอธิบาย ตนรู้ว่าคนทั้งสองเคยคบเป็นคนรักกันมาก่อน

“เหมยคบกับลีโอแค่ไม่นาน แล้วก็ไม่เคยทำเรื่องเสียหาย มีคนจัดฉากถ่ายรูปนี้ครับท่านพ่อ เหมยกับลีโอไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้น”

เจ้าสัตยามองหน้าธาวินอย่างไม่พอใจมาก เพราะตนเพิ่งเห็นทั้งสองกอดกันกับตาเมื่อครู่นี้เอง

ooooooo

เหมยโทร.กลับบ้าน หมิงเป็นคนรับสายเปิดสปีกเกอร์วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะเพื่อให้ทุกคนได้ฟังและพูดคุยด้วย เหมยบอกว่าอีกไม่กี่วันตนคงกลับบ้านได้ หมิงถามว่าธาวินทำอะไรอยู่ที่เวียงพะเนิน

“เอาไว้กลับไปจะเล่าให้ฟัง...หมิง ป๊าโกรธมากรึเปล่า” หมิงบอกว่าเจ็กเป็นห่วงไม่ได้โกรธมากหรอก อาหยางพูดใส่โทรศัพท์ว่าเหมยเหนื่อยมาหลายเดือนแล้วไม่ต้องห่วงพวกตนจะดูแลเจ็กโชคเอง เหมยถาม อย่างกังวลว่า “ไม่ห่วงได้ยังไงเฮียหยาง เหมยมากับวินทั้งที่ป๊าเกลียดวินมากขนาดนั้น”

“ป๊า ไม่ โกรธ แล้ว” เฮียโชคขยับเข้าไปพูดใกล้โทรศัพท์น้ำตาไหล เหมยได้ยินเสียงเฮียโชคอุทานเรียกป๊า...อย่างตื้นตัน เฮียโชคพยายามพูดอีกว่า “เหมย รัก ใคร ป๊า...ไม่ ว่า”

เหมยสะเทือนใจที่ป๊ายอมรับคนที่ตนรักแต่เวลานี้เธอต้องเผชิญกับการต่อต้านของคนฝั่งธาวิน เหมยยกมือปิดปากร้องไห้ไม่ให้เสียงลอดออกมา เจ๊ง้อเดินไปแตะไหล่เฮียโชคอย่างให้กำลังใจ หมิงกับอาหยางยิ้มให้กันด้วยความดีใจ

ooooooo

เจ้าสัตยาเรียกธาวินไปพบที่ท้องพระโรง พูดอย่างจริงจังและโกรธมากว่า ตนไม่อนุญาตให้เจ้าชายรัชทายาทแต่งงานกับผู้หญิงที่มีมลทินเด็ดขาด สั่งให้ส่งตัวทั้งสองคนกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด

“ไม่นะครับท่านพ่อ เหมยไม่ได้ทำอะไรผิด ลูกจะไม่ยอมให้เหมยต้องเสียใจเพราะถูกใส่ร้ายซ้ำๆซากๆอีก”

“ผู้หญิงคนนี้ไม่มีคุณสมบัติอะไรที่คู่ควรกับตำแหน่งเจ้าหญิงขององค์รัชทายาท ลูกควรจะตัดขาดกับเธอก่อนที่จะเสียเวลาและเสียความรู้สึกกันมากกว่านี้”

ธาวินอึ้ง มองท่านพ่อด้วยสายตาผิดหวัง เสียใจ เจ้าสัตยารู้ว่าทำให้ลูกเสียใจแต่ทำใจแข็งเพื่อรักษากฎของราชวงศ์

เมื่อธาวินออกมากับแทน เจอระมิงค์เมือง เธอขู่ให้แต่งงานกับตนเสียมิฉะนั้นรูปพวกนั้นจะถูกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ธาวินมองเธออย่างเย็นชา บอกว่าครั้งนี้ตนรับไม่ได้ยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเธอเป็นลูกกบฏเสียอีก แล้วเดินไปเลย แทนเห็นความแข็งกร้าวของระมิงค์เมือง เตือนธาวินเมื่อเข้าห้องแล้วว่า

“ตอนนี้ระมิงค์เมืองไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ถ้าเราใช้ไม้แข็งก็อาจจะไปกระตุ้นให้เธอโกรธแค้นมากขึ้น แล้วจะยิ่งรับมือยาก” ธาวินถามว่าจะทำอย่างไรจึงจะช่วยเหมยได้และตนก็ไม่ต้องแต่งงานกับระมิงค์เมืองด้วย แทนเสนอว่า “เจ้าชายคงจะต้องโอนอ่อนไปก่อน แต่ระวังอย่าให้มากเกินไปจนผิดสังเกต ระมิงค์เมืองเป็นคนฉลาด พยายามอย่าให้ถูกจับได้”

วันต่อมา เมื่อธาวินมาเจอเหมยนั่งเหม่ออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาชวนไปเที่ยวกันไหม ถามว่าคุยกับทางบ้านเป็นอย่างไรบ้าง เหมยบอกว่าตนบอกป๊าว่ากำลังจะกลับบ้าน เอ่ยอย่างขอร้องว่า

“ให้เหมยกลับเถอะนะคะ เจ้าชายทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จแล้ว เหมยต้องกลับไปทำหน้าที่ของเหมยบ้าง”

ธาวินสะท้อนใจกับปัญหาที่เร่งรัดเข้ามาทุกด้าน แต่เขามีสติที่จะแก้ปัญหาให้ดี ทำตามที่แทนแนะนำ พยายามทำดีกับระมิงค์เมืองบอกเธอว่าขอเวลาตนเคลียร์เรื่องเหมยสักพัก ขอเวลาให้ตนกับเหมยจบกันด้วยดีแล้วตนจะทำตามใจเธอ ระมิงค์เมืองยอมให้เวลาแต่ย้ำว่าตนจะใจดีไม่นานนะ

ลีโอได้เห็นและได้ยินการพูดกันของทั้งสอง เขาทนไม่ได้เมื่อระมิงค์เมืองเดินไปแล้ว ลีโอกระชากธาวินมาชกด่าว่าเลว ทหารเข้ามาช่วยจับลีโอไว้ ธาวินเดินเข้าหาลีโอ พูดอย่างใจเย็นว่า

“ฟังนะลีโอ ฉันไม่ได้หลอกเหมย แต่ฉันจำเป็นต้องทำดีกับคนอื่นเพื่อช่วยเหมย ไว้ใจฉันเถอะ ฉันจะไม่ทำให้เหมยเสียใจเด็ดขาด”

ลีโอเห็นแววตาจริงจังของธาวินก็ใจเย็นลง...

ooooooo

จำปานั่งดูตารางงานของธาวินอยู่ที่เคพี บ่นว่าเมื่อไหร่จะกลับเสียที แคนเซิลงานไม่มีกำหนดอย่างนี้มีหวังป๋าเกรียงฟ้องแน่ แต่บ่นไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จำปาเห็นเบอร์ยาวๆไม่คุ้นแต่ก็รับสายแล้วก็ดีใจสุดๆ เมื่อเป็นสายจากธาวิน

ตกเย็นจำปารีบกลับไปเล่าให้เจ๊ง้อและทุกคนฟังว่า ธาวินจะส่งคนมารับพวกเราให้ไปเที่ยวที่เวียงพะเนินกัน แต่ธาวินกำชับไว้ว่าถ้าเหมยโทร.มาอย่าเพิ่งบอก คาดว่าคงจะเซอร์ไพรส์เหมยให้ดีใจ

เจ๊ง้อกับหมิงคุยกับเฮียโชคเดากันว่าธาวินคงจะรวยหรือไม่ก็เป็นลูกเศรษฐีเวียงพะเนิน เฮียโชคพูดหน้านิ่งว่า

“อั๊ว ไม่ ไป”

อาหยางบอกว่าธาวินอยากเห็นหน้าเจ็กที่สุด เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะขออนุญาตเจ็กด้วย เจ๊ง้อแซวว่าอาจจะสู่ขอเหมยก็ได้ เฮียโชคหน้าบึ้งบอกว่า

“อั๊ว ไม่ ไป” อาหยางติงว่าไหนเจ็กบอกว่าจะไม่ขัดขวางเหมยแล้วไง “ถ้า มัน จะ ขอ ให้ มัน มา”

เจ๊ง้อเห็นด้วย เพราะตามธรรมเนียมจีนถ้าจะสู่ขอก็ต้องให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายมาหาเรา เสนอว่าให้พวกเด็กๆ ไปเที่ยวกันก่อนแล้วอธิบายธรรมเนียมจีนให้ทางโน้นฟังก็แล้วกัน เฮียโชคขอบใจเจ๊ง้อที่เข้าใจตน เจ๊ง้อก็ให้กำลังใจเฮียโชคว่าตนดีใจที่เฮียคิดถึงความสุขของลูก พูดทีเล่นทีจริงว่า ให้รีบหายจะได้ไปยืนเท่ๆเป็นพ่อเจ้าสาว เชื่อว่าวันนั้นเหมยต้องสวยมากเลย

ooooooo

เจ้าสัตยากับสองนายพลคุยเรื่องโครงการสัมปทานป่าไม้กับต่างประเทศที่ท้องพระโรง เจ้าสัตยาเป็นห่วงเรื่องป่าต้นน้ำกับบริเวณรอบๆ เกรงจะกระทบสิ่งแวดล้อมและประชาชน นายพลอินทรียืนยันว่าจะทำการประเมินผลกระทบก่อนเพื่อความสบายใจ ของท่าน

“ไม่ใช่ความสบายใจของเรา แต่เพื่อชาวเวียงพะเนินทั้งหมด” เจ้าสัตยาติง แล้วเดินกลับไปขึ้นบัลลังก์เอ่ยอีกว่า

“ยังมีอีกเรื่องที่เราอยากแก้ไข เรื่องการทหาร เราจะปรับให้มีการคัดเลือกตามความเหมาะสมและสมัครใจ”

ขุนพลอึ้งเมื่อนึกถึงที่ตนต้องเสียลูกชายคนเดียวไปเพราะนโยบายทางทหารแบบเก่าของเจ้าสัตยา เจ้าสัตยาดูออก พูดอย่างเห็นใจว่า

“ถ้าเราใช้นโยบายนี้ตั้งแต่แรก เวียงพะเนินคงไม่ต้องสูญเสียคนอย่างลูกชายท่านที่ควรจะได้เป็นหมอ หรือนักวิชาการที่สำคัญของชาติมากกว่า”

นายพลอินทรีมองเจ้าสัตยาด้วยความรู้สึกว่ากลับมาคราวนี้มีชั้นเชิงในการปกครองขึ้นมาก เมื่อเดินออกมา นายพลอินทรีพูดกับขุนพลอย่างกังวลถึงอนาคตว่า

“เจ้าสัตยาคิดจะเดินเกมซื้อใจประชาชน ถ้าปล่อยไปแบบนี้อีกไม่นานเจ้าสัตยาจะมีปากมีเสียง มีอำนาจต่อรองกับเรามากขึ้น เราคงจะประมาทพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้แล้ว” ขุนพลถามว่าหรือท่านคิดจะโค่นอำนาจเจ้าสัตยาอีกครั้ง? นายพลอินทรีส่ายหน้า พูดด้วยสีหน้าแววตาลุ่มลึกว่า

“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่ถ้าคุมพ่อไม่ได้ ก็ ต้องหาทางคุมลูกให้อยู่”

ทีแรกขุนพลยังงุนงง แต่เมื่อนายพลอินทรีไปถามหาดาราเลิศกับพรีน พรีนอาสาจะไปตามให้ ขุนพลจึงเอ่ยว่า

“ผมนับถือในวิสัยทัศน์ของท่านจริงๆ ท่านอินทรี”

นายพลอินทรียิ้มน้อยๆอย่างมั่นใจแผนการควบคุมอำนาจไว้ในมือผ่านการเลือกคู่ครองของเจ้าชายธาวินดรณ

ooooooo

ที่ทางเดินร่มรื่นในวังใต้เมฆ ธาวินจูงมือเหมยบอกว่าขอเวลาอีกนิด ตนไปทำธุระอีกไม่มาก แล้วจะพาเหมยกลับบ้าน ขณะนั้นที่บนเนินสูงของวังใต้เมฆนั่นเอง เจ้าสัตยายืนดูธาวินกับเหมยที่จูงมือกันเดินอย่างหนักใจ

จังหวะนั้น นายพลอินทรีก้าวมายืนข้างหลังเจ้าสัตยามองธาวินกับเหมย เอ่ยยิ้มๆอย่างรู้ใจว่า

“กระหม่อมพอจะมีวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ อยากให้ท่านลองพิจารณาดู”

เย็นนั้นเอง นายพลอินทรีและขุนพล ก็ให้ดาราเลิศพาโสธาราหรือพรีนเข้าไปแนะนำแก่เจ้าสัตยาในท้องพระโรง

“โสธารา กำลังเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทยค่ะ ตอนที่เจ้าชายเป็นนักร้อง เธอรู้สึกเป็นห่วงมากที่เห็นเจ้าชายของเวียงพะเนินต้องตกระกำลำบาก”

“ผู้พันทยุตบอกว่าเธอเป็นแฟนคลับที่สนิทสนมกับธาวินดรณ” เจ้าสัตยาถามโสธารา แต่ดาราเลิศชิงใส่ความว่า

“นายพลภูผากับลูกๆ บังคับให้โสธาราแฝงตัวไปเป็นแฟนคลับ ตีสนิทกับเจ้าชาย โสธาราแอบนอนร้องไห้ อยู่บ่อยๆ กลัวว่าวันหนึ่งจะถูกบังคับให้ทำร้ายเจ้าชายน่ะค่ะ”

“พอสนิทกับเจ้าชายแล้ว เธอรู้สึกยังไง” เจ้าสัตยาถามมองโสธาราอย่างเอ็นดู ดาราเลิศจะตอบอีก ถูกเจ้าสัตยาขัดขึ้นว่า “ให้เด็กพูดเองบ้าง เขาโตพอที่จะมีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว ว่าไง โสธารา ในสายตาของเธอเห็นว่าเจ้าชายเป็นยังไง” พรีนจึงเงยหน้าตอบแววตาซื่อจริงใจว่า

“เจ้าชายเป็นคนที่น่าชื่นชมมากค่ะ มีความพยายามจะเป็นศิลปินที่ดี ไม่ถือตัว และเป็นคนจิตใจดีมากค่ะ”

เจ้าสัตยาพอใจและชื่นชมความจริงใจในน้ำเสียงและแววตาของโสธารามาก สองนายพลมองเจ้าสัตยาอย่างพอใจที่แผนจับคู่ให้เจ้าชายธาวินดรณของตนมีแววสำเร็จ

ooooooo

อาหยาง หมิง และจำปา เดินทางมาถึงวังใต้เมฆแล้ว ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับความใหญ่โตงดงามของวังใต้เมฆมาก กันต์บอกว่านี่คือวังใต้เมฆ ก็คิดกันว่าคงเป็นวังเก่า หมิงถามว่าเขาเปิดให้คนนอกเข้าได้หรือ

จำปาถามว่าเรานัดธาวินที่ไหน แล้วทุกคนก็ตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ยินเสียงธาวินตอบมาว่า

“ที่นี่แหละ เวียงพะเนินยินดีต้อนรับ”

“โห แต่งตัวหล่อนะเนี่ย” หมิงหันผลักอกธาวินหยอกล้ออย่างคุ้นเคย “เป็นลูกเศรษฐีก็ไม่บอก ปล่อยให้คนอื่นดูถูกว่าเป็นไอ้กระจอกอยู่ได้”

“หมิง...” เหมยจับมือหมิงให้หยุด “เขาไม่ใช่ลูกเศรษฐี นี่เจ้าชายธาวินดรณ องค์รัชทายาทของเวียงพะเนิน”

ทุกคนตะลึงอึ้งไปกับสิ่งที่เหมยพูด มองธาวินอย่างไม่อยากเชื่อ และเริ่มรู้สึกเกร็งกับสถานะของเขา จนธาวินต้องบอกว่าให้ทุกคนทำตัวตามสบาย ขอโทษทุกคนที่ตนต้องปิดบังตัวเอง อาหยางถามว่าทำไมต้องปลอมตัวไปอยู่ในคณะสิงโตด้วย

“ผมถูกตามล่าจนต้องเข้าไปหลบในคณะโชคนำชัย ที่นั่นเหมาะกับการซ่อนตัวมาก” พูดแล้วมองหน้าเหมย พูดยิ้มๆว่า “ผมไม่เสียใจที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น”

“ซ่อนไปซ่อนมา บังเอิ๊ญ ไปเจอตำนานรักดอกเหมยเข้าให้” หมิงแซว ธาวินยิ้มกว้าง แต่เหมยมองหมิงยิ้มเจื่อนๆ อาหยางโทร.กลับไปบอกเจ๊ง้อ เจ๊ง้อดีใจมาก แต่พอบอกเฮียโชคว่าธาวินไม่ได้เป็นเศรษฐีอย่างที่เราคิด เฮียโชคยิ้มเยาะบอกว่า “อั๊ว ก็ ไม่ได้หวัง” แต่พอเจ๊ง้อบอกว่าธาวินเป็นเจ้าชาย เฮียโชคก็ทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าชาย...”

ทั้งหมิง อาหยาง และจำปาต่างแสดงความตื่นเต้นดีใจที่เหมยจะได้เป็นเจ้าหญิงแห่งเวียงพะเนิน เหมยเพียงแต่ฟังยิ้มๆ แต่ไม่บอกเรื่องกฎของราชวงศ์เวียงพะเนินว่าคนที่จะมาเป็นเจ้าหญิงต้องเป็นคนเวียงพะเนินเท่านั้น

ที่วังใต้เมฆนี่เอง จำปาได้พบกับลีโอ ลีโอพยายามญาติดีด้วยแต่จำปาเมินเฉย ลีโอจึงปรึกษาเหมย เหมยรับปากว่าจะหาทางให้ลีโอได้คุยกับจำปา ส่วนการขอโทษก็ขอให้มีความจริงจังและจริงใจเท่านั้น เมื่อลีโอได้โอกาสเข้าไปขอโทษจำปา เล่าเหตุการณ์วันนั้นว่าตนถูกวางยา ตนผิดที่ไม่กล้ายอมรับจึงทำให้เดือดร้อนกันไปหมด ทั้งจำปา ธาวินและค่ายเพลง จำปาบอกว่าถ้าวันข้างหน้าตนทำใจได้ก็จะอโหสิกรรมให้ ส่วนเรื่องลูกให้เขาไปทำบุญล้างบาปเอาเอง เน้นย้ำว่า

“หลังจากนี้เราคงไม่มีอะไรต้องพูดกัน ถ้าเจอที่ไหนก็เดินหนีไปให้ห่างแล้วกัน”

พูดแล้วจำปาเดินหนีไป ปล่อยให้ลีโอคุกเข่าเก้ออยู่ตรงนั้น

ooooooo

ด้วยการชักใยยุยงของนายพลอินทรีและขุนพล เจ้าสัตยาเตรียมจัดพิธีแต่งงานให้ธาวิน เขาถามท่านพ่อว่ายอมรับเหมยแล้วหรือ เจ้าสัตยาตอบเสียงดุว่า

“ลูกก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เจ้าหญิงต้องเป็นคนเวียงพะเนินเท่านั้น ลูกต้องแต่งงานกับสาวเวียงพะเนินที่มีคุณสมบัติเหมาะสม” แล้วเจ้าสัตยาก็พาธาวินเดินไปที่หน้าบัลลังก์ซึ่งดาราเลิศกับโสธาราอยู่ที่นั่น เมื่อทั้งสองเห็นเจ้าสัตยาและเจ้าชายเข้ามาก็ลุกขึ้นทำความเคารพ เจ้าสัตยามองโสธาราอย่างเอ็นดูเอ่ยกับธาวินว่า “รู้จักกันแล้วนี่ใช่ไหม โสธาราคือผู้หญิงที่ลูกต้องแต่งงานด้วย”

ธาวินหน้าเสีย ส่วนพรีนหรือโสธารามองหน้าดาราเลิศอย่างไม่เห็นด้วย แต่พูดไม่ออก เมื่ออยู่กันลำพัง พรีนบอกดาราเลิศว่าตนไม่อยากแต่งงานอยากเรียนให้จบ

“โสธาราหลานรักของน้า ตอนนี้สิ่งที่หลานต้องทำคือแต่งงานกับเจ้าชายธาวินดรณ เพื่อภาพพจน์อันสวยงามของเวียงพะเนิน นี่เรากำลังทำเพื่อชาตินะ”

“แต่พรีนกับเจ้าชายไม่ได้รักกันนะคะ” พรีน พยายามท้วงติง ฝ่ายธาวินก็บอกท่านพ่อว่าถ้าการเป็นเจ้าชายรัชทายาททำให้ตนไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ตนรักได้ ตนขอเป็นคนธรรมดา ก็ถูกเจ้าสัตยาตวาดว่า

“หยุดเพ้อเจ้อนะธาวินดรณ ไม่ว่ายังไงลูกก็ต้องแต่งงานกับโสธารา ผู้หญิงอื่นมีสิทธิ์อยู่กับลูกได้ในฐานะ ‘สนม’ เท่านั้น”

การเตรียมงานแต่งงานดำเนินไปอย่างเร่งรีบ คนในวังรู้แต่ว่าเจ้าชายจะแต่งงาน ต่างมั่นใจว่าเจ้าหญิงต้องเป็นเหมย

ธาวินรู้แก่ใจดีได้แต่เจ็บปวดและพยายามหาทางแก้ไม่กล้าบอกเหมย แต่เหมยก็รู้จากที่แอบฟังหมิง ถามแทนว่า เจ้าชายจะแต่งงานจริงแต่ไม่ได้แต่งกับเหมย แทนชี้แจงว่า

“เจ้าชายรัชทายาทต้องแต่งงานกับผู้หญิงชาว เวียงพะเนินเท่านั้น เจ้าชายกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เหมาะสม” อาหยางติงว่าแต่เจ้าชายกับเหมยรักกัน “รักกันแค่ไหนก็แต่งไม่ได้ มันเป็นกฎของราชวงศ์ที่ปฏิบัติกันมานาน เจ้าชายจำเป็นต้องทำตาม เหมยจะอยู่กับเจ้าชายที่นี่ก็ได้ แต่ต้องอยู่ในฐานะสนมที่ออกหน้าออกตาไม่ได้”

เหมยยืนฟังอยู่ข้างหลังแทนได้ยินหมดทุกอย่าง น้ำตานองหน้าเดินออกไปทันที หมิงตามไปถามว่าจะไปไหน เหมยปาดน้ำตาบอกว่าจะกลับเมืองไทยให้หมิงไปเก็บของเลยและบอกจำปากับอาหยางด้วย แต่จำปาพอเดินไปครู่เดียวก็เจอดาราเลิศกับพรีน จำปาถามว่าพรีนมาที่นี่ทำอะไร

“มาเป็นเจ้าหญิงขององค์รัชทายาท” ดาราเลิศตอบเสียงดังจงใจให้เหมยได้ยินจำปาจะซักถามอะไรอีกแต่เหมยเร่งให้รีบไปเก็บของ ตนอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว

ooooooo

แต่จะกลับอย่างไร เมื่อไม่รู้ทางและยานพาหนะก็ไม่มี เหมยจึงให้ทุกคนรอแล้วตัวเองไปหาคนช่วยพาไป พวกจำปา อาหยางและหมิงจึงพยายามจะไปบอกธาวินว่าเหมยจะกลับไทยแต่หาตัวไม่เจอ

เหมยถามกามินว่าใครจะช่วยพาพวกตนกลับไทยได้ กามินบอกว่าเจ้าสัตยาคงช่วยได้ เหมยจึงไปหาเจ้าสัตยา

เวลาเดียวกัน ที่อีกมุมหนึ่งของวัง พรีนคิดไม่ตกไม่อยากแต่งงาน มายืนซบหน้ากับต้นไม้ถูกระมิงค์เมืองใช้เชือกรัดคอจากด้านหลัง กระซิบขู่ว่า

“คิดจะเป็นเจ้าหญิงของธาวินดรณงั้นเหรอ เกิดชาติหน้าค่อยกลับมาเป็นแล้วกัน” พลางรัดเชือกแน่นเข้า

พรีนตกใจร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครเลย จึงรวบรวมกำลังกระทุ้งศอกใส่ระมิงค์เมืองจนต้องปล่อยเชือกหลุดมือ พรีนวิ่งเตลิดไปพลางร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีเจอธาวิน พรีนบอกว่ามีคนจะฆ่าตน ธาวินถามว่าใคร มองไปก็ไม่เห็นใคร

“ไม่ทราบค่ะ พรีนไม่เห็นหน้า เขาเอาเชือกรัดคอ เขาไม่ให้พรีนแต่งงานกับเจ้าชาย...เจ้าชายคะ พรีนไม่ได้อยากแต่งงาน พรีนอยากกลับไปเรียนต่อ พรีนสงสาร

พี่เมญ่า ป่านนี้คงเสียใจมาก” ธาวินบอกเมญ่ายังไม่รู้ ตนกำลังแก้ปัญหาอยู่ “พี่เมญ่ารู้จากน้าดาราเลิศแล้วค่ะเจ้าชาย” พูดแล้วนึกได้เป็นห่วงดาราเลิศขึ้นมารีบบอกว่า “อย่าลงโทษคุณน้านะคะ”

“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน มีคนลอบทำร้ายแบบนี้ น้องพรีนอย่าไปไหนคนเดียวเด็ดขาด แล้วพี่จะส่งทหารมาคอยอารักขา ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

เหมยไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าสัตยาตามคำแนะนำของกามิน ซึ่งเข้าทางเจ้าสัตยาพอดี จึงให้จัดรถให้ พอทุกคนขึ้นรถแล้ว รถเคลื่อนออกไปอย่างเร็ว ธาวินวิ่งมาเห็นรถไปไกลแล้ว เขาหันถามแทนที่วิ่งตามมาว่า

“ใครให้เหมยกลับเมืองไทย”

“พ่อเป็นคนอนุญาตเอง” เจ้าสัตยาเดินออกจากตึกบัญชาการบอกธาวินหันมองท่านพ่อทั้งเจ็บปวดและเสียใจจนน้ำตาคลอ

ooooooo

การหายไปของเหมยและธาวินรวมทั้งลีโอ ทำให้ไข่มุกเหงาปากมาก เพราะไม่มีข่าวจะเล่น สั่งนักข่าวในสังกัดว่า

“ไม่รู้ล่ะ ทุกคนมีหน้าที่หาข่าวแซ่บๆมาลงให้ได้ แล้วต้องสร้างกระแสรายการเพลงด้วย ถ้าสิ้นเดือนเรตติ้งไม่ขึ้น เจ๊ตุ๋มได้กำไรไม่พอช็อปกระเป๋าใบใหม่ เงินเดือนพวกเราหดแน่”

นักข่าวคนหนึ่งถามไข่มุกว่าเราคงต้องปั้นน้ำเป็นตัวอีกแล้วกระมัง

“เฮ้อ...ฉันรู้ว่าฉันเก่งเรื่องแบบนี้ แต่ทำบ่อย มันก็เหนื่อยนะ” ไข่มุกถอนใจเซ็งๆ

เอกเอื้อกับคิมมี่ มืดแปดด้านไม่รู้ว่าคนของตนหายไปไหน จึงไปที่ศาลเจ้า คิมมี่หมั่นไส้เอกเอื้อจึงแกล้งทำเป็นผีเข้าหลอกจนเอกเอื้อหนีเตลิดออกไป

แต่การมาและจิกกัดกันของทั้งสองไม่พ้นสายตาไข่มุกที่กำลังอดอยากปากแห้งไม่มีข่าวเล่น ทั้งถ่ายคลิปและอัดเสียง แต่มัวกระเย้อกระแหย่งเลยทำเสียงดังจนสองคนรู้ตัวจึงออกวิ่งตามไปเอาโทรศัพท์ไปลบคลิปทั้งหมด

“อยู่ดีๆ ทำไมเจ๊สองคนกลายเป็นพวกเดียวกันได้ เกิดสปาร์กกันตอนไหนเป็นกะเทยซ้ำสองรึไง” ไข่มุกงงที่โดนรุม

คิมมี่ดีดดิ้น ถามเย้ยว่า “รู้จักไหมยะ ศัตรูที่มีศัตรูร่วมกันถือเป็นมิตรชั่วคราว ฟังไว้นะ ถ้าหล่อนคิดจะมั่วข่าวเด็กของฉันโดยไม่มีหลักฐานละก็ ฉันจะจับหล่อนกับนังเจ๊ตุ๋มเจ้านายหล่อน แหกอกกลางสนามหลวงแน่”

ทั้งคิมมี่และเอกเอื้อจ้องไข่มุกอย่างถือไพ่เหนือกว่า ไข่มุกเจ็บใจหายใจหอบถี่จนจมูกบาน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 15 วันที่ 24 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ