อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[2] วันที่ 2 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[2] วันที่ 2 ก.พ. 59

“สำหรับคุณพ่อและพี่ชาย ฉันจำเป็นต้องเปลี่ยนเพื่อให้พวกท่านสบายใจ แต่สำหรับคนที่เป็นสามีฉันจะไม่เปลี่ยน น้ำพริกลงเรือของคุณ คุณจะได้กินทุกวัน เสื้อผ้าของคุณ ข้าวของทุกอย่าง ฉันจะดูแลให้คุณด้วยตัวของฉันเอง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
ศรัณย์มองอุปกรณ์ รินกำลังทำน้ำพริกลงเรือ ศรัณย์ซาบซึ้งอยู่ แต่ก็ตัดใจเดินออกไป รินมองตาม หมายมาด ดูซิ ใครจะชนะ

ศรัณย์ ริน ทั้งสองทานข้าวกัน ศรัณย์ก้มหน้าทานอาหาร ไม่ยอมพูด ทำราวกับไม่มีรินอยู่
รินมองหน้าศรัณย์แค้นใจ “คนอะไร ร้ายกาจที่สุด … ไม่เป็นไร ฉันยังมีวิธี” รินยิ้มหมายมาด



บ้านเจ้าคุณบำรุง บรานีแต่งตัวสวยเดินลงมาจะออกไปข้างนอก คุณหญิงเพ็ญแขกับเจ้าคุณบำรุงเดินมาหา
“จะไปไหนอีกแล้วรานี”
“รานีก็แค่เบื่อๆ เลยแต่งตัวแต่งหน้า ว่าจะไปนั่งคุยกับพี่อรุณน่ะค่ะ”
“ต่อไปนี้ พ่อกับแม่จะไม่มีเงินให้เรายืมแล้วนะ”
“คุณแม่”
“เป็นหม้าย คนที่ครหาเหยียดหยามก็มีแต่พวกปากมาก แต่เที่ยวกลางคืน ติดเหล้า เมาหยำเป คนทั้งโลก ไม่ใช่แค่เยาะเย้ยแต่ยังจะรังเกียจลูกด้วย”
“คนเขาก็เที่ยวกันทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจ”
“เที่ยวแต่พอสมควรคงไม่มีใครว่า แต่เที่ยวทุกวันอย่างลูกแม่ว่าไม่ถูกต้อง”
“สถานที่อโคจร คือที่รวมของความเสื่อมทุกอย่าง คนไม่ดีของไม่ดีจะฉุดให้เราตกต่ำ ลูกต้องหยุดและนี่คือ มาตรการขั้นแรก ตัดเงิน ไม่มีเงินก็ไม่ต้องเที่ยว
“ถ้ายังไม่ดีขึ้น มาตรการถัดไป คือ ให้ออกไปจากบ้าน”
“คุณแม่ หนูถูกผัวทิ้งแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังจะทิ้งหนูอีกหรือคะ”
“คนไม่ทำการทำงาน วันๆเอาแต่อารมณ์เสีย อ้างว่าทุกข์นั่นนี่ คนพวกนี้ไร้ประโยชน์ และยังจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นด้วย ถ้าลูกไม่ทำตัวใหม่ พวกเราต้องทำโทษ”
บรานีร้องไห้ “ฮือ คุณแม่คุณพ่อไม่รักหนูแล้ว ฮือ” บรานีออกไปจากบ้าน
เจ้าคุณบำรุง คุณหญิงเพ็ญแขเหนื่อยใจ

บ้านอรุณฤกษ์ บรานีร้องไห้เข้ามาหาอรุณฤกษ์
“เอ้า ๆ รานี เป็นอะไรไป”
“ขออนุญาตนะคะ” บรรนีตรงรี่จะไปรินเหล้าจากขวด
“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งๆ คุยกันก่อน ใครทำอะไรให้เหรอ”
“คุณพ่อคุณแม่น่ะสิคะ ฮือ พี่อรุณ รานีไม่มีใครเหลือแล้ว ฮือ” บรานีกอดอรุณฤกษ์ อรุณฤกษ์กอดตอบงงๆ

บ้านปลัด ศรัณย์เดินเข้ามาในห้องนอนในชุดนอนตามปรกติ หน้าห้องนอน จิ้มลิ้มโผล่จากที่ซ่อนมาล็อคห้องไม่ให้ศรัณย์ออกจากห้อง ศรัณย์ ได้ยินเสียงแล้วเดินกลับมาเปิดประตู เปิดไม่ออก “ใครน่ะ ล็อคห้องฉันทำไม ....ใคร”
ศรัณย์เดินมาที่ประตูเล็กระหว่างห้อง ก็ถูกล็อคมาก่อนหน้าเช่นเดียวกัน จิ้มลิ้มขำเพราะตนเป็นคนล็อคเองทั้งหมด จิ้มลิ้มนั่งเฝ้าหน้าประตู ในห้อง รินเดินออกมาจากหลืบ
รินอยู่ในห้องมาก่อนที่ศรัณย์จะเข้ามา “เป็นฝีมือของจิ้มลิ้มค่ะ ฉันสั่งเขาเอง” ศรัณย์มองหน้าไม่พอใจ “ถ้าคุณไม่พูดกับฉัน เราก็ไม่ต้องไปไหน จิ้มลิ้มจะไม่เปิดจนกว่าฉันจะสั่ง” ศรัณย์โกรธขึ้นทุกที หันหนีไป “หน้าที่ภรรยา นอกจากดูแลสามีเรื่องอาหารการกิน เรื่องส่วนตัวแล้ว ยังมีหน้าที่อีกอย่างที่สำคัญ” รินโอบรอบคอศรัณย์ สีหน้ายิ้มยั่ว ใช้มือไล้ที่ตัวของศรัณย์ตั้งแต่หน้าลงถึงอก ศรัณย์อึ้งตกใจมาก ก่อนจะจับมือนั้นไว้ทำหน้าดุให้หยุด รินเข้าไปกระซิบที่ข้างหู เสียงเย้ายวนเต็มไปด้วยเสน่ห์ “คุณพยายามหยุดฉัน หรือหยุดหัวใจตัวเองกันแน่คะ”
ศรัณย์อึ้ง ผู้หญิงคนนี้ยั่วเขา แสบจริงๆ ศรัณย์บีบมือรินแน่นเข้า สายตาตำหนิ รินไม่สน เลื่อนมาหอมแก้มศรัณย์อ่อนโยน ศรัณย์คิดถึงความรู้สึกแบบนี้มากจึงหลับตารับความรู้สึกนั้น ซาบซึ้งในความอ่อนโยน “คุณทนฉันไม่ได้หรอกค่ะ ฉันใช้เวลาไม่กี่เดือน ก็ชนะใจคุณแล้ว คราวนี้ฉันก็จะชนะอีก” ศรัณย์กับรินแนบหน้าต่อกันชั่วเวลาหนึ่ง รู้สึกคิดถึงทุกอย่างเกี่ยวกับรินมาก รินถอนตัวออกมา “เงินทอง เกียรติยศในฐานะทายาทมหาเศรษฐี มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงฉัน เปลี่ยนแปลงเรา คุณจะยังเป็นคุณ เป็นสามี และฉันจะยังเป็นฉันเป็นภรรยา....” ศรัณย์นิ่งลงยังไม่พูด เดาอารมณ์ไม่ออก “อย่าไล่ฉันไปไหนอีกนะคะ ให้ฉันอยู่เคียงข้างคุณ ถ้าคุณจะต้องตายเพราะเสือคนไหน คุณต้องตายโดยมีฉันอยู่เคียงข้าง และถ้าฉันจะตาย คุณก็จะเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉัน ที่ฉันจะบอกก็มีแค่นี้” รินเดินออกไปจะออกไปจากห้อง
ในที่สุดศรัณย์ก็คว้ามือรินดึงรินกลับมา แล้วดันรินปะทะข้างฝา ก้มลงจูบปากรุนแรง บดขยี้ ศรัณย์ถอนหน้าออกมา ดุดันเหมือนบทรัก “หล่อนเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจที่สุด ร้ายกว่าดวงสวาทหลายร้อยเท่า ผู้หญิงแบบหล่อน ชนะผู้ชายได้ทั้งโลก แต่บังเอิญเป็นฉัน ฉันที่เป็นสามีหล่อน ถ้าฉันเอาหล่อนไม่อยู่ ฉันก็คงเป็นสามีหล่อนไม่ได้”
ศรัณย์ถอนตัวออกกะทันหัน ใช้ความเข้มแข็งในใจ คิดถึงความปลอดภัยของรินมาก่อน เลยตัดใจได้ในที่สุด จนรินที่เคลิ้มอยู่ตกใจ เพราะศรัณย์สะบัดปล่อยรินค่อนข้างแรง จนรินเซนิดๆ
ศรัณย์เดินไปหยิบปืนใต้หมอนมา รินตกใจมาก “คุณจะทำอะไร”
ศรัณย์ ตะโกนบอก “จิ้มลิ้ม! ออกไปจากประตู ออกไปให้ไกล”
หน้าห้อง จิ้มลิ้มถอยห่างไปจากประตูตามคำสั่งทีละก้าว “ไกลสองก้าวพอไหมคะ หรือสามก้าว” จิ้มลิ้มถอยไปเรื่อยๆ “สี่ก้าว” ศรัณย์กดปืนยิงเปรี้ยงกลอนพัง จิ้มลิ้มร้องกรี๊ด “หนูจะถอยไปถึงปากซอย !! หนูไม่อยู่แล้ว ไปแล้ว” จิ้มลิ้มพ่นภาษาใต้ คำว่าอำลาแล้ว วิ่งหนีไป
ศรัณย์หันมาหน้าเข้มใส่ริน “ข้าราชการที่ทำงานอย่างฉันทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวและประชาชนปลอดภัย เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะมาอยู่เคียงข้างฉัน ในเมื่อหล่อนไม่ออกไปจากบ้านนี้ ฉันก็จะเป็นฝ่ายออกไปเอง หล่อนจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีก” ศรัณย์เดินออกไป
รินอึ้ง เซ็งที่ปั่นหัวศรัณย์ไม่สำเร็จ

บ้านอรุณฤกษ์ บนโต๊ะมีขวดใส่เหล้าที่หมดแล้ว มีแก้ว มีกับแกล้มทั้งสองดื่มเมามาทั้งวันแล้ว อรุณฤกษ์นอนหลับไป แล้วงัวเงียตื่นขึ้นมามอง “กี่โมงแล้วนี่ ตีสองแล้ว โฮ้ย ไม่น่ากินเป็นเพื่อนเลย รานีๆ”
อรุณฤกษ์ เดินมาหาบรานีที่นั่งเมามากอยู่มุมหนึ่ง เมาแบบร้องไห้ฟูมฟาย “พ่อกับแม่จะไล่รานีออกจากบ้าน รานีไม่มีใครแล้ว”
“โธ่ พี่บอกแล้วไง ไม่มีพ่อแม่คนไหนตัดขาดลูกได้หรอก”
“พ่อกับแม่ด่าว่ารานีเป็นคนไร้ค่า ใช่สิ ใครจะดีสมบูรณ์แบบเหมือนยายริน รานีชั่วจริงๆหรือคะพี่อรุณ”
“ตอนนี้ยัง แต่ถ้าเที่ยวแบบนี้ทุกคืน เป็นแน่”
“ฮือ.... ขนาดพี่ ยังว่ารานี”
“หยุดเที่ยวเถอะนะ ทุกวันนี้พี่เหนื่อยเหลือเกินต้องคอยเงี่ยหูฟังว่าเราน่ะ หนีออกไปเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเราออกพี่ก็ต้องออกตามไป พอออกไปก็ตื่นไปทำงานไม่ไหว เตี่ยด่าพี่ทุกวันเลย เรื่องไปร้านสายเนี่ย”
บรานีมองอรุณฤกษ์ ซาบซึ้ง เข้าไปใกล้ชิด “พี่ดีกับรานี มีแต่พี่ที่ดีกับรานี”
“ลืมนายพณิชซะ อดีตผ่านมา ก็ให้มันเป็นบทเรียน เริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะนะ”
“เริ่มต้นใหม่ เริ่มยังไง ไม่มีใครสนใจรานีแล้ว มีแต่พี่” บรานีเข้าไปใกล้อีก “มีแต่พี่อรุณที่สนใจรานี”
อรุณฤกษ์ อึ้ง ตะลึงไป“บรานี”
“มีแต่พี่ที่ดีกับรานี มีแต่พี่จริงๆ” บรานีก้มหน้าลงดึงอรุณฤกษ์ลงมาจูบ อรุณฤกษ์จูบตอบ
สักพัก อรุณฤกษ์เป็นฝ่ายหยุดได้สติก่อน รีบผลักบรานีออกแล้วลุกขึ้น “เอ้อ ไม่ พี่ทำไม่ได้ พี่จะไม่ทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนเพราะเหล้า พี่ไม่ทำ พี่ทำไม่ได้”
บรานีช็อก หายเมา อายได้สติเหมือนกัน “รานี เอ้อ จะกลับบ้าน ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ”บรานีไม่ได้เสียใจเพราะไม่ได้รักลึกซึ้งกับอรุณฤกษ์ แต่รู้สึกละอายใจมากกว่า บรานีเดินออกไป
อรุณฤกษ์ จับหัวตัวเอง เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป “โอย เรานะเรา ทำอะไรลงไปวะ”

โถงบ้านปลัด รินนั่งคุยกับเสนอ ที่มาหา “คุณหนูให้มารับคุณนายไปนอนที่จวนผู้ว่ากับคุณหญิงแก้วขอรับ เพราะกลัวเสือขาวมันจะย้อนกลับมา ที่จวนน่ะมีตำรวจอารักขาทั้งวันทั้งคืน ปลอดภัยกว่าที่นี่นะครับ”
“นึกไว้แล้วล่ะว่าเขาต้องทำแบบนี้ แล้วเมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน”
“ก็ เอ้อ บอกไม่ได้ขอรับ คุณหนูห้ามไว้”
“เอาเถอะๆ คุณหนูของนายเหนอ ดื้อจริงๆ ฉันไปเก็บของก่อน” รินหมดมุก เหนื่อยละ ยอมรับ เดินไป เสนอยิ้มพอใจ

ค่ายโจร พวกของเสือชินอาบน้ำว่านอยู่ เรียนอาคมไปหลายอย่างแล้ว ทุกคนมายืนเตรียมตัว เก็บสัมภาระขึ้นม้า พู่และสมุนหญิงขนอาวุธ ขนเสบียงออกมาวางเตรียมออกปล้น
เสือขาวขึ้นมาคนแรกแล้วบอก “วันนี้เป็นวันฤกษ์ดีของค่ายเรา เป็นวันมหาลาภ มหาอุตม์ คำทำนายบอกว่าเราจะชนะทุกศึก”
ทุกคนร้องเฮ้ “เฮ้ ไอ้เสือ ชนะๆๆๆ” ทั้งหมดขี่ม้าออกไปจากค่ายอย่างฮึกเหิม

บ้านพักรับรอง จวนผู้ว่า คุณหญิงแก้วนั่งอยู่ ศรัณย์เดินมาแล้วทรุดลงกราบเท้า
“ผมมาประชุม อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับแม่”
คุณหญิงแก้วจับตัวขึ้นมากอด “แม่กับดวงสวาทสบายดี”
“ผมแวะมากราบ ช่วงนี้วุ่นวาย ปุบปับอาจจะต้องเข้าป่า แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”
คุณหญิงแก้วจับที่หัว “พระคุ้มครองนะลูก บราลีลงมาหาลูก ได้คุยกันหรือยัง”
ศรัณย์หน้าเศร้าไป “ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องนี้ ไปล่ะครับ เดี๋ยวจะประชุมสาย”
ศรัณย์ลุกไป จู่ๆ คุณหญิงแก้วพูดขึ้น “คู่ที่ใกล้ชิดและรักกันมากๆ จะมีความกลัวชนิดหนึ่งอยู่ในใจ”
“กลัวอะไรครับ”
“กลัวว่าใครจะตายก่อน! และส่วนใหญ่ ขอเป็นคนตายก่อนทั้งนั้น”
“จริงหรือครับ”
คุณหญิงแก้วมีแววตาเศร้า “ตายก่อนก็ไม่ต้องทรมาน ถือว่าโชคดี คนที่เหลืออยู่นี่สิ ชีวิตเหมือนถูกสาป ให้จมอยู่กับความเหงาสุดหัวใจ... แม่อยู่คนเดียวมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่คิดถึงพ่อ”
“แม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมครับ”
“เอาไปคิดดูนะ แม่จะไปห้องพระ สวดมนต์ให้ลูก” คุณหญิงแก้วเดินเข้าไป สีหน้าเครียดที่ศรัณย์จะออกศึก ศรัณย์ยืน อึ้ง คิดต่อ

บ้านเจ้าคุณบำรุง บรานีนั่งคิดหนัก อรุณฤกษ์เดินเข้ามาแล้วชะงักเจื่อนไปทั้งคู่ มีอาการมองหน้ากันไม่ติด
“พี่อรุณ”
“รานี เอ้อ พี่มาขอข้าวกิน ที่บ้านไม่มีอะไรกิน นี่ไม่มีใครอยู่หรือ”
“เดี๋ยวไปบอกแจ๋วให้นะคะ รอสักครู่” บรานีลุกเดินไป แล้วถอยมาใหม่ ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกัน “เรื่องเมื่อคืน” ทั้งคู่หยุดอึ้ง
“เราลืมมันไปซะเถอะนะ ดีแล้วที่ไม่เกิดอะไรขึ้น พี่กลัวจะเสียน้องสาวทั้งสามคนของพี่ไป ถ้าเรามองหน้ากันไม่ติด พี่คงทนไม่ได้”
“กลับมาบ้านรานีนอนไม่หลับเลยค่ะ คิดเรื่องนี้ทั้งคืน คิดว่ารานีรู้สึกอะไร ทำไมถึงทำแบบนั้นไป”
“แล้วได้คำตอบมั้ย”
“รานีเหงาค่ะ เหงามากๆ แค่เหงา”
“ที่พี่คิดก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของรานี ท่านไว้ใจพี่ ถ้าพี่ล่วงเกินรานี พี่คงไม่กล้าสู้หน้าท่านอีกต่อไป”
“ที่รานีคิดไม่ตกอีกอย่าง ระหว่างเราจะกลายเป็นความรักได้ไหมคะ”
“พี่ก็ไม่รู้ แต่เฉพาะเวลานี้พี่ว่าก็เหมือนที่คุณพณิชทำกับรานีไง แค่เหงา แค่ถูกใจ แต่ไม่ได้รัก เมื่อถึงเวลาที่มีปัญหา เขาถึงทิ้งรานีได้ง่ายๆ”
บรานีเข้าใจแล้วพยักหน้ายอมรับ อรุณฤกษ์พูดถูก “ระหว่างเรา ยังไม่ใช่ความรัก มีแค่ความห่วงใย ความห่วงใยอย่างเดียวคงไม่พอ คงไปไม่รอด”
“ใช่ พี่รู้สึกอย่างนั้น ไม่น่ารอด”
บรานีร้องไห้ออกมา เหตุการณ์นี้สะเทือนใจทำให้บร่านีคิดได้ว่าตนเองเดินมาถึงจุดเหลวแหลกขนาดไหน “รานีอายพี่เหลือเกิน เหล้าทำให้ผู้หญิงสิ้นยางอายได้จริงๆด้วย รานีกลัวว่าตัวเองไม่มีใครต้องการ ก็เลยทำอะไรโง่ๆ”
“คิดไปเองทั้งนั้น รานีมีพ่อ แม่ มีพี่ มีบุ รินเองก็เถอะ ต่อให้รินแต่งงานไปแล้ว เขาก็ยังรักรานีเหมือนเดิม”
“ถ้าเมื่อคืนไม่ใช่พี่อรุณ แต่เป็นผู้ชายแย่ๆสักคน ชีวิตรานีคงตกต่ำยิ่งไปกว่านี้อีก”
อรุณฤกษ์ เข้าไปกอดบรานีอย่างน้องสาว “ไม่ใช่ทุกคนเกิดมาแล้วมีคู่หรอกนะรานี คนตั้งครึ่งค่อนโลก มีชีวิตเป็นคนโสดที่มีความสุข รานีเป็นอย่างเขาก็ได้” บรานีพยักหน้าเข้าใจ

จวนผู้ว่า ศรัณย์กางแผนที่ให้ที่ประชุมดู “ผมไม่อยากนั่งกังวลรอว่ามันจะมาปล้นเมืองเมื่อไหร่ แผนของผมคือเราต้องโจมตีค่ายมันก่อน”
“แต่ที่สำคัญคือเราไม่รู้น่ะสิ ว่าค่ายมันอยู่ที่ไหน” ผู้ว่าติง
นายอำเภอชี้ที่แผนที่ “เขาน้ำเย็น คราวที่แล้วคุณสืบจนเจอว่าค่ายมันตั้งอยู่แถวนี้ แต่เราส่งคนไปดูแถวนี้หลายรอบแล้ว ไม่มีใครเจอเบาะแสอะไรเลย”
“ผมจะนำกำลังออกไปดูด้วยตัวเอง ขอกำลังส่วนหนึ่งให้ผมได้ไหมครับ” ทุกคนคิดหนัก สองจิตสองใจ
นายอำเภอกังวล “ถ้าทำอย่างนั้นเราก็ต้องแบ่งกำลังพลที่ปกป้องเมืองออกไป”
“ป้องกันกับโจมตี เลือกยากจริงๆ” ผู้ว่าคิดสักครู่ “เอ้า ตกลง คุณเอากำลังส่วนหนึ่งเข้าป่าไปตามหาค่ายมันได้เลย แต่ถ้าไม่เจอต้องรีบกลับนะ”
ศรัณย์ยิ้มดีใจพอใจ ลุกขึ้นชิดเท้า “ครับผม” ศรัณย์ออกไปอย่างกระตือรือร้น
โชติเป็นคนขับพากำลังพลออกไปตามถนนในชนบท ศรัณย์นั่งข้างด้านหน้า ระหว่างทางมีรถสวนมา รถที่สวนมาคนขับคือเปิ่น เปิ่นมาคนเดียวขับปิกอัพ ขนหม้อข้าวหม้อแกงเต็มหลังรถเข้าเมืองสวนกับศรัณย์ แต่ทั้งสองไม่สนใจกัน ไม่รู้จักกัน

จุดสกัดบนถนน รถเปิ่นขับเข้ามาจอด เปิ่นยิ้มแย้ม ตำรวจหลายนายตรงเข้าไปดูของที่ขนมา “ไปไหนครับ” ตำรวจเปิดหม้อออก มีข้าว มีแกง ไม่มีพิรุธ
“ไปโรงเรียนครับ เอาข้าวแกงไปส่ง ค้นเลยครับ ไม่เจออะไรหรอก”
“มาคนเดียวหรือ”
“ไปเจอเอาข้างหน้าครับ นัดกันข้างหน้า”
“นัดใคร”
“คนตักขายยังไงครับ ผมตักขายเองไม่ไหวหรอกครับ ผมแค่มาส่ง”
ตำรวจพยักหน้า โบกให้ผ่านไป

รถมาจอดหน้าโรงเรียน ครูเดินออกมามองๆ “เขาเปลี่ยนคนส่งใหม่หรือ ไม่เคยเห็นหน้า”
“หล่อไหมล่ะครับ”
“ทีหลังหาผ้าคลุมกันฝุ่นหน่อยนะ คนเก่าเขาไม่ได้บอกหรือ ถ้าอาหารสกปรกเด็กป่วยขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่”
“อ๋อ ในอาหารไม่มีอะไรหรอกไม่อันตราย แต่ที่อื่นไม่แน่”
ครูงงๆ ไอ้นี่ดูเพี้ยนๆ โบกให้เข้าไป “เอาไปอาหารไปไว้ที่โรงอาหารนั่นเลย”

หน้าโรงเรียนเปิ่นเดินออกมา สักพักปีกหนึ่งของโรงเรียนที่อยู่ด้านหลังระเบิดตูม ครูและเด็กๆวิ่งแตกตื่นกันออกมา เปิ่นยิ้มร้ายสะใจ

ตลาดในเมืองปักษ์ใต้ ผู้คนกำลังวุ่นวาย เสียงรถดับเพลิงรถพยาบาล ดังไปทั่วเพราะโรงเรียนไฟไหม้ โรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากตลาด

ในรถเสนอขับเข้ามา พาจิ้มลิ้มและรินนั่งมาด้วย ทุกคนมองเห็นคนรอบข้างที่วิ่งไปมา สีหน้างงๆ
“มีอะไรกันพี่ๆ” จิ้มลิ้มตะโกนถามชาวบ้านข้างทาง
ชาวบ้านตะโกนตอบ “ไฟไหม้โรงเรียน” ริน เสนอ จิ้มลิ้ม สีหน้ากังวล
ข้างทางชาวบ้านหิ้วถังน้ำ หิ้วกันไป ตะโกนบอกกันไป ส่วนใหญ่ละทิ้งร้านของตนเพราะห่วงลูกหลานที่โรงเรียน
“ไฟไหม้โรงเรียน รถดับเพลิงไม่พอ ไปช่วยกันดับไฟหน่อย” ผู้ชายที่ได้ยินรีบวิ่งไปช่วย ทิ้งร้านไว้
เมียคนหนึ่งลากผัวออกมาจากร้าน ปิดประตูร้านของตนแค่งับไว้เฉยๆ “ไปดูลูกก่อน ลูกติดอยู่ที่โรงเรียน เป็นอะไรบ้างก็ไม่รู้ ร้านช่างมัน เร็วเข้าเร็ว”
เมียลากผัวออกไป ไม่ทันเห็นว่า เสือชินขับรถเข้ามาจอดหน้าร้านกลางถนนเส้นนี้แล้ว รถของเสนอพลอยต้องจอดตามไปด้วย เสือชินขับรถกระบะเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว เสือขาวและสมุนอีกสิบคนที่อยู่ใต้ผ้าใบที่คลุมหลังกระบะหลังไว้กระชากเปิดออกยิงปืนรัวขึ้นฟ้า “ไอ้เสือบุกกกก”
แต่ละคนยิงปืนเปรี้ยงๆๆ ข่มขู่ไปทั่ว ทุกทิศทาง พร้อมตะโกน “ไอ้เสือบุกกกก”
เสนอตกใจรีบบอกริน “แย่แล้วครับคุณนาย ก้มลงครับ รีบหนีเร็ว”
ชาวบ้านกรี๊ด ก้มหลบ คลานไปตามพื้นเอาตัวรอด
“เสือ เสือขาว” จิ้มลิ้มตระหนก “นั่นไง คนนั้นไง จิ้มลิ้มจำได้”
รินมองตาม “คนชั่ว คนเลว คนอื่นเขาทำมาทั้งชีวิต หน้าด้านปล้นเอาแบบนี้ แย่จริงๆ”
เสือขาวและสมุนเปิดร้านที่ไม่มีคนเฝ้าเข้าไป ทุบลิ้นชักเอาเงิน เอาทอง เอาของมีค่า เสนอดึงปืนของตนออกมา ก้มแล้วคลานมาเปิดประตูรถให้จิ้มลิ้มและรินคลานออกมา
“คุณนายหลบไปทางตรอกนั้นก่อนครับ ผมจะอยู่ทางนี้ช่วยคน”
รินกับจิ้มลิ้มพยักหน้า จิ้มลิ้มตัวสั่น “ฮือ คุณนายลากหนูไปด้วย หนูก้าวขาไม่ออก”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[2] วันที่ 2 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ