อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 2 วันที่ 24 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 2 วันที่ 24 ม.ค. 59

ไลยหอบกระเช้าและของเยี่ยมไปหาทรัพย์มณีลูกค้าประจำถึงโรงพยาบาล แต่ดันแอบได้ยินอีกฝ่ายคุยกับอัญมณีลูกสาวเรื่องอยากให้อินทวงศ์ชอบพอกับเกล้ามาศ ด็อกเตอร์สาวคนสวย ลูกสาวคนเดียวของอินทนิล

เจ้าของร้านเครื่องประดับเก่าแก่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาวมาก รีบต่อสายหาและเล่าทุกอย่างทันที สวิตาซึ่งกำลังถ่ายละคร แทบเก็บอารมณ์โมโหไว้ไม่อยู่ พยายามโทร.หาอินทวงศ์ แต่เขาก็ไม่รับสาย

นางเอกสาวคนดังประสาทเสียมาก แต่ก็เก็บอาการ ข่มใจรอจนถ่ายละครเสร็จ ถึงได้ต่อสายหาแม่ ให้ติดต่ออินทวงศ์ให้ได้ เมื่อเห็นว่ามีกองทัพนักข่าวมาเยี่ยมกองถ่าย ไลยอยากรู้แผนของลูกสาว แต่สวิตาก็ตอบแค่สั้นๆ



“วิจะทำอะไรหรือคะ...วิก็จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกรู้ว่าต๊ะเป็นของวิ”

อินทวงศ์ไม่รู้เรื่อง มัวเฝ้าอาการของเกล้ามาศด้วยความเป็นห่วง แผนการประกาศตัวเขาต่อหน้าสื่อของสวิตาเลยอาจต้องเป็นหมัน เพราะไลยติดต่อเขาไม่ได้ แต่สวิตายังไม่ถอดใจ เดินแผนร้ายของตัวเองต่อช้าๆ ด้วยการใช้แทมมี่ดาราสาวที่เล่นละครด้วยกันเป็นเครื่องมือ

แทมมี่ซึ่งกำลังอารมณ์เสียเพราะถูกผู้กำกับด่าตลอดการถ่ายทำ เห็นกองทัพนักข่าวก็อดเครียดไม่ได้ สวิตาเดินมาหาอย่างมีแผนร้าย แล้วแกล้งตีหน้าซื่อ แนะนำตามประสาเพื่อนร่วมวงการที่ดี

“คุณแทมมี่ไม่ต้องกดดันนะคะ ทำใจให้สบายๆ วิเข้าใจค่ะว่าคุณห่างหายจากงานละครไปนาน ต้องปัดฝุ่นกันก่อน แถมวันนี้มีนักข่าวเยอะ ก็อาจจะรบกวนสมาธิ วิเองกว่าจะบิ๊วต์อารมณ์ได้แต่ละครั้ง ทำเอาเหนื่อยเหมือนกันค่ะ”

“นั่นสิ นักข่าวจะมาทำอะไรกันเยอะแยะ”

“มาทำสกู๊ปโปรโมตละครค่ะ วิว่าเป็นโอกาสดีที่คุณแทมมี่จะได้โชว์ฝีมือ เขาจะได้เอาไปเขียนข่าวถึงคุณแทมมี่ แค่มีข่าวนิดหน่อยให้คนไม่ลืม งานก็เข้าไม่หวาดไม่ไหวแล้วค่ะ ดาราหลายคนถึงนิยมสร้างข่าวฉาวให้มีกระแสไงคะ”

แทมมี่หูตาเป็นประกาย ประสบการณ์ในวงการน้อยนิด ทำให้ตกหลุมพรางของสวิตาอย่างง่ายดาย และมุ่งมั่นจะทำตัวฉาวให้เป็นข่าวให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม!

และเวทีแรกจะให้เธอสร้างกระแส ก็หนีไม่พ้นการถ่ายทำฉากตบตีกับสวิตา ซึ่งแผนเอาตัวเข้าแลกก็ได้ผล นางเอกสาวถูกแทมมี่ตบจนล้มข้อเท้าพลิก ดาราสาวด้อยประสบการณ์กลายเป็นนางร้ายทันที ต่างจากนางเอกสาวที่ตีหน้าเศร้า เรียกร้องขอความเห็นใจจากกองทัพนักข่าว

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ข้อเท้าพลิกหน่อยเดียวเดี๋ยวก็หาย แต่เดี๋ยวต๊ะจะมารับวิที่นี่ วิอยากจะขอร้องทุกคนนะคะว่าอย่าบอกต๊ะเด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่า...”

แทมมี่ไม่ได้สนใจอยากรู้เหตุผลของสวิตาเหมือนบรรดานักข่าว แต่ผลุนผลันออกจากกองถ่ายไปขึ้นรถแฟนหนุ่มด้วยความหงุดหงิด ทรรศนะซึ่งหลบจากอินทนิลมาได้ ถึงกับนิ่วหน้าเมื่อฟังเรื่องแผนการสร้างกระแสของแฟนสาว ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ แต่ต้องทำเป็นเออออ แล้วยื่นกล่องนาฬิกาหรูซึ่งเอาเงินแสนจากอินทนิลไปซื้อมาให้

“ของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนที่เรารู้จักกัน”

แทมมี่ตาวาว ลืมเรื่องขุ่นมัวก่อนหน้าหมด “สวยจัง...ว่าแต่คุณเอาเงินมาซื้อของให้แทมมี่แพงๆ ไม่กลัวว่านังแก่นิลจะสงสัยเหรอคะว่าคุณเอาเงินไปทำอะไร”

ทรรศนะเหยียดยิ้มร้าย “ถ้าคุณนิลสงสัย ผมก็แค่เอาหญ้าป้อนเขาก็เลิกสงสัยแล้ว”

ooooooo

ไลยพยายามติดต่ออินทวงศ์ แต่เขาก็ไม่รับสาย สุดท้ายเลยต้องส่งข้อความบอกข่าวร้ายกับลูกสาว สวิตาหน้าเจื่อนไปอึดใจ ก่อนจะปั้นหน้าหลอกเหล่านักข่าวให้แยกย้าย เพราะตัวเองเปลี่ยนใจจะแวะไปหาเพื่อนหนุ่มด้วยตัวเอง

เหล่านักข่าวไม่ติดใจมาก แต่ไม่วายแซว หากมีข่าวดีประกาศระฆังวิวาห์เมื่อไหร่ ให้รีบบอก สวิตาได้แต่รับปากยิ้มๆ ทั้งที่ในใจร้อนเป็นไฟ อยากรู้แทบคลั่งว่าอินทวงศ์หายตัวไปไหน!

ไลยเห็นสีหน้าโกรธจัดของลูกสาวในเวลาต่อมา ก็พยายามปลอบให้ใจเย็น

“ไม่เอาน่าวิ วิไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย ที่ผ่านมาแม่ก็เห็นวิไล่ผู้หญิงทุกคนที่มาขายขนมจีบคุณต๊ะได้”

“แต่คุณอาณีกับคุณย่าทรัพย์ไม่เคยเชียร์ผู้หญิงคนไหนให้ต๊ะแบบนี้นี่คะ”

“ไม่เห็นต้องสนใจ มีผู้ชายอีกเยอะแยะที่อยากจะดูแลลูกสาวของแม่”

สวิตาส่ายหน้าไม่ชอบใจ “แต่ไม่มีใครดีเท่าต๊ะ ต๊ะทั้งรวย เก่ง ชาติตระกูลดี และที่สำคัญ...ต๊ะไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย วิมั่นใจค่ะว่าถ้าวิได้แต่งงานกับต๊ะ วิจะมีความสุขตลอดไป”

“ถ้าวิไม่อยากเสียคุณต๊ะ วิต้องเข้มแข็ง คุณณีกับคุณหญิงทรัพย์จะเชียร์ใครไม่สำคัญ อยู่ที่คุณต๊ะจะเลือกใคร”

ด้านเกล้ามาศ...สลบไสลไม่ได้สติไปหลายชั่วโมง อินทวงศ์อยู่เฝ้าจนดึก ถึงขอตัวกลับเพราะเห็นว่าถึงแก่เวลา โดยไม่รู้เลยว่าด็อกเตอร์สาวกำลังฝันร้ายถึงผีสาวปริศนาในสระน้ำท้ายวัง!

หญิงสาวใบหน้าขาวซีด นัยน์ตาแดงก่ำ ผมสีดำสยายในน้ำ ในชุดไทยโบราณ ทำให้เกล้ามาศกลัวจับจิต ผวาตื่นมาอีกครั้ง ท่ามกลางความตกใจของอินทนิล เพราะไม่เคยเห็นลูกสาวมีอาการแบบนี้มาก่อน แต่ความตื่นตระหนกของแม่ ก็ไม่เท่าความหงุดหงิดของเจ้าตัว เมื่อรู้ว่าอินทวงศ์นั่งเฝ้าเธออยู่นานสองนาน

“คุณแม่ยอมให้คุณต๊ะเข้ามาในห้องนอนมาศได้ยังไงคะ เขาเป็นผู้ชายนะคะแม่”

อินทนิลกลอกตาเหนื่อยหน่าย คร้านจะอธิบาย “แล้วจะให้แม่อุ้มมาศขึ้นมาเองหรือไง อย่ามาทำเป็นหัวโบราณไปหน่อยเลย แม่กับพวกเด็กๆสลับกันเดินเข้ามาในห้องมาศกันตลอด ไม่มีอะไรน่าเกลียดแน่นอน”

เกล้ามาศไม่อยากเถียงด้วย เลยปล่อยผ่านเรื่องนี้แบบเสียไม่ได้ แล้วเปลี่ยนมาถามถึงคุณทวดภรณีแทนว่ามีอาการเช่นไรบ้าง อินทนิลบอกไม่ต้องห่วง เพราะคุณทวดหายสติแตกแล้ว แต่จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย

แม้จะสงสัยเรื่องท่าทางแปลกๆของคุณทวด แต่เกล้ามาศก็ไม่มีแรงจะคิดหาเหตุผล ต้องขอตัวพักเพราะยังเพลียอยู่มาก อินทนิลเลยผละไปนอกห้อง แล้วก็ได้แปลกใจอีกครั้ง เมื่อจู่ๆไฟก็ดับทั้งบ้าน

อินทนิลพยายามมองหาสิ่งผิดปกติ แต่ไม่พบอะไร นอกจากพลคนขับรถประจำวัง ที่มาสำรวจหม้อแปลงไฟ ไฮโซสาวเลยตัดสินใจกลับห้อง โดยไม่รู้เลยว่าผีริ้วทองกำลังย่างกรายไปหาลูกสาวคนเดียวถึงห้อง!

เกล้ามาศไม่รับรู้เรื่องไฟดับ มัวจดจ่อกับบรรยากาศและเสียงขลุกขลักแปลกๆในห้อง แต่เมื่อชะโงกหน้า

ไปดู ก็ไม่เห็นความผิดปกติ แต่ที่เธอไม่เห็นคือผีริ้วทองกำลังเฝ้ามองเธอจากมุมหนึ่งของห้องด้วยดวงตาโกรธแค้น

“อีรัมภา...มึงตาย!”

ขาดคำก็ทำท่าจะบีบคอ แต่กลับคว้าได้แค่อากาศ ทำอะไรเกล้ามาศไม่ได้ ริ้วทองโกรธมาก รับรู้ได้โดยพลันว่าอำนาจและอิทธิฤทธิ์ของตนยังไม่กลับมาโดยสมบูรณ์ แต่กระนั้น...ก็จองเวรไม่เลิก

“ถึงกูจะทำอะไรมึงไม่ได้ แต่อย่าคิดว่าจะหนีกูพ้น ...อีรัมภา!”

ooooooo

อินทวงศ์กลับถึงบ้านก็เข้าห้องพระไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลันสายตาก็เหลือบเห็นกล่องกำไลมาศวางอยู่ไม่ไกล มันถูกย้ายจากห้องของย่ามาอยู่ใน ห้องพระนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง และวันนี้เขาก็เพิ่งได้เห็นมันชัดๆอีกครั้ง

สัมผัสจากมือของอินทวงศ์ทำให้ผีริ้วทองซึ่งกำลังเดือดพล่านเพราะความแค้นที่มีต่อเกล้ามาศ หรือ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาในอดีตชาติ คลายลงได้ และไม่รอช้าจะไปหาเขาถึงบ้านในเวลาต่อมา ใบหน้าคุ้นตาของเขา ทำให้ผีริ้วทองใจอ่อนยวบ จ้องมองด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ

“ท่านชาย...ท่านชายของหม่อมฉัน จำหม่อมฉันได้ไหมเพคะ จำได้บ้างไหมเพคะว่าเรารักกันมากแค่ไหน”

พูดจบก็ซบลงที่อกแกร่ง พลางหวนคิดถึงอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนเขาพบกับเธอครั้งแรก...

ผีริ้วทองจำได้ดีไม่มีวันลืม เรื่องราวของเธอกับหม่อมเจ้าชายดิเรก ศุภมาศ เริ่มต้นเมื่อปีพุทธศักราช 2480 ในวันแสนธรรมดาที่ครอบครัวของเธอเปิดการแสดงหุ่นกระบอกที่นครสวรรค์ บ้านเกิดเหมือนทุกๆวัน

ริ้วทองเวลานั้นเป็นแค่นักเชิดหุ่นกระบอกประจำคณะ และตัวละครที่เธอชอบเชิดสุดก็คือนางยี่สุ่น นางร้ายของเรื่อง หญิงสาวเป็นทายาทคนเดียวของนายรวยนางรื่น เจ้าของคณะละครหุ่นกระบอก ที่มีฝีมือสืบทอดกันมานาน แถมมีฝีมือเข้าตา จนได้ไปเปิดการแสดงในกรุงเทพฯบ่อยครั้ง

นักเชิดหุ่นกระบอกสาวภาคภูมิใจกับกิจการเล็กๆ ของครอบครัวมาก และจะไม่พอใจเลย หากใครทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ อย่างเช่นวันนี้ที่ปรุง พี่ชายบุญธรรมที่พ่อแม่ของเธอเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กไม่ยอมเตรียมตัวแสดง แต่กลับหมกมุ่นกับการทำตอกไปขาย หารายได้ให้ครอบครัว

ท่าทางเอาเรื่องของน้องสาวนอกไส้ที่เขาแอบหลงรักมานาน ทำให้ปรุงได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะเปรยแบบคนไม่คิดมากว่าคงไม่ต้องเตรียมตัว เพราะคนดูน้อย แถมไม่ค่อยตั้งใจดูอีกต่างหาก

ริ้วทองโผล่หน้าไปดู เห็นมีคนดูแค่หยิบมือก็ หน้าเจื่อน แต่ยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ “พี่จะคิดแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด พ่อเคยสอนว่าต่อให้มีคนดูแค่คนเดียว เราก็ต้องตั้งใจเล่น เพราะถ้าเราไม่ตั้งใจก็เท่ากับว่าเราดูถูกวิชา ความรู้ที่ปู่ย่าตาทวดของเราสืบสานกันมา หรือพี่ถือว่าตัวเองไม่ได้เป็นพี่แท้ๆของฉัน พี่ถึงไม่เคารพวิชาความรู้ของบรรพบุรุษของฉัน”

“ไม่ใช่นะ พ่อรวยกับแม่รื่นเก็บพี่มาเลี้ยง บุญคุณท่วมหัว พี่จะคิดอกตัญญูเช่นนั้นไม่ได้หรอก”

“ถ้างั้นพี่ต้องเล่นให้เต็มที่ คืนนี้เล่นหุ่นเสร็จ ฉันจะช่วยพี่ทำตอกเอง ไม่เสร็จไม่นอน ตกลงไหม”

ปรุงเลยต้องยอมวางมีดทำตอก และออกไปเชิดหุ่นกับน้องสาว แต่ที่ทั้งสองพี่น้องคิดไม่ถึงคือกลุ่มคนดูน้อยนิด ไม่ใช่คนที่ชื่นชอบละครหุ่นกระบอก แต่เป็นโจรร้ายที่ตั้งใจจะมาปล้น!

เพียงไม่กี่อึดใจหลังเปิดการแสดง โจรร้ายในคราบคนดูก็เผยโฉม ชักมีดยาวคมกริบไปทางชาวคณะ แล้วตรงเข้าไปกระชากตัวริ้วทองออกจากหลังม่าน เพราะรู้ดีว่าคนเชิดหุ่นนางยี่สุ่นเป็นผู้หญิง ปรุงถลาไปช่วย แต่ก็ถูกโจรฟันแขนจนเลือดอาบ ทรุดฮวบด้วยความเจ็บปวด

นายรวยเห็นท่าไม่ดี พยายามกล่อมให้โจรเปลี่ยนใจ เพราะตนก็ลำบาก ไม่ได้มีงานแสดงมากเหมือนเมื่อก่อน แต่พวกโจรก็ไม่เชื่อ ขู่จะเอาตัวริ้วทองไปทำเมีย หากไม่ยอมนำเงินมาให้ ริ้วทองเห็นพวกโจรรุมทึ้งเครื่องดนตรีกับหุ่นกระบอกที่เธอรักหนักหนาก็ทนไม่ได้ ฮึดสู้กัดมือโจรอย่างแรง จนถูกตบฉาดใหญ่ แต่นั่นก็เปิดโอกาสให้ชาวคณะพากันสู้เพื่อเอาชีวิตรอด พวกโจรเห็นถุงเงินเหน็บที่เอวของนางรื่น ก็ตรงเข้ายื้อแย่ง แม่ของริ้วทองไม่ยอมเลยถูกหลังมือฟาดจนสลบ!

พวกโจรได้ของตามที่ต้องการก็จุดไฟเผาโรงละครอย่างเลือดเย็น ก่อนจะจัดการฉุดริ้วทองเข้าป่าด้วย ทิ้ง ชาวคณะ โดยเฉพาะปรุงให้มองตามด้วยความร้อนรนและเป็นห่วง แต่แผลโชกเลือดตามตัวก็ทำให้ขยับไม่ได้ดั่งใจริ้วทองตะเกียกตะกายหนีจากพวกโจรแบบไม่คิดชีวิต แต่เพราะมัวตื่นตระหนก เลยไม่ทันระวังตัว ถูกกับดักสัตว์ที่พวกโจรทำไว้จับตัวจนได้ นักเชิดหุ่นกระบอกสาวร่ำไห้อย่างไม่อาย เมื่อถูกลากไปทึ้งเสื้อผ้า หมายจะข่มเหงให้สาแก่ใจ แต่พลันทุกอย่างก็หยุดชะงัก เมื่อมีชายหนุ่มแปลกหน้าขี่ม้าถือดาบ มาช่วยเธอไว้

ooooooo

ภาพชายหนุ่มปริศนาที่มาช่วยเธอ เป็นช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนเธอจะสลบเพราะหวาดกลัวสุดขีด เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็ต้องตกใจอีกรอบ เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพล่อแหลม ไม่เรียบร้อย มีเพียงผ้าคาดเอวของผู้ชายคลุมร่างไว้ แถมตัวเองก็ยังอยู่ในป่า กับผู้ชายแปลกหน้าแบบสองต่อสองอีกต่างหาก!

แต่เพียงไม่นาน เธอก็จำได้ว่าผู้ชายคนนี้ที่ช่วยเธอไว้จากกลุ่มโจรที่กำลังจะข่มเหง หม่อมเจ้าชายดิเรกมองหญิงสาวชาวบ้านที่เขาเพิ่งรู้ว่าเธอชื่อริ้วเพราะเธอละเมอโน่นนี่ไม่หยุดปาก ส่งยิ้มให้ พร้อมกับแนะนำตัวง่ายๆ

“ฉันชื่อดิเรกนะ ฉันติดตามท่านเสด็จในกรมมาจากบางกอก ฉันเพิ่งเดินทางตามมาถึงที่นี่ตอนบ่าย ก็เลยขี่ม้าดูบ้านดูเมืองเสียหน่อย แต่หลงทางเข้า ถึงได้ไปเจอริ้วถูกพวกใจบาปรังแก” ริ้วทองถึงกับน้ำตาไหล เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมา หม่อมเจ้าชายดิเรกเลยปลอบเสียงอ่อน

“ไม่ต้องกลัวแล้วนะริ้ว อยู่กับฉัน จะไม่มีใครทำร้ายริ้วได้อีก”

แววตาอบอุ่นของเขา ทำให้เธอนึกเขิน แต่ต้องข่มใจ ยกมือไหว้ขอบคุณแทน หม่อมเจ้าชายดิเรกมองมาด้วยความเอ็นดู แล้วแกล้งทวงบุญคุณ ขอให้เธอช่วยจุดกองไฟให้ เพราะตัวเขาไม่คุ้นเคย

ริ้วทองทำให้ด้วยความเต็มใจ แล้วขอตัวกลับบ้าน แต่เขาเป็นห่วง อยากรอให้ฟ้าสว่างและจะไปส่งด้วยตัวเอง แต่เธอก็ทำท่าอึกอัก จนเขาต้องถามตรงๆ ทั้งที่พอจะเข้าใจความอึดอัดใจของเธอ

“ริ้วไม่อยากค้างคืนกับฉันใช่ไหม”

“แม่ของฉันสอนว่าเป็นหญิงไม่ควรนอนค้างอ้างแรมกับชายตามลำพัง มันไม่งาม ถ้าใครรู้เข้าจะถูกนินทา”

“โธ่...คิดมากเสียจริง”

“ฉันเป็นหญิง คิดน้อยไม่ได้หรอกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นริ้วนอนในนี้แล้วกัน ฉันจะไปนอนข้างนอกเอง”

พูดจบก็เดินไปนอนหน้าถ้ำหน้าตาเฉย ทิ้งให้ริ้วทองมองตามด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะตัดสินใจเอาผ้าคาดเอวของเขาไปคืน จะได้ห่มกันยุง หม่อมเจ้าชายดิเรกประทับใจน้ำใจของอีกฝ่ายมาก จนถึงขั้นอาลัยอาวรณ์ เมื่อต้องจากกันตอนเช้า เพราะเขาตัดสินใจจะหลบไปก่อน เมื่อตื่นมาได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อริ้วทองดังมาจากอีกทาง

คณะของรวยนั่นเอง ที่มาตามหาลูกสาวในป่า ความจริงพวกเขามาตามหาตั้งแต่เมื่อคืน แต่ความมืดก็ทำให้ลำบาก ไม่พบร่องรอยใดๆ นอกจากเสื้อผ้าขาดวิ่นของริ้วทอง!

แต่กระนั้น...พวกเขาก็ไม่ถอดใจ โดยเฉพาะปรุง หอบสภาพบาดเจ็บไม่น้อย ตามหาน้องสาวนอกไส้ที่เขาแอบรักมาตลอดด้วยใจร้อนรน แล้วเขาก็ได้เบิกตาโพลง ดีใจสุดขีด เมื่อพบเธอในถ้ำกลางป่าเวลาต่อมา

ooooooo

ผ้าคาดเอวเป็นสิ่งเดียวจากชายหนุ่มที่ชื่อดิเรก ทิ้งไว้ให้เธอดูต่างหน้า ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ ริ้วทองจมกับภาพความทรงจำดีๆในถ้ำกลางป่า ตามประสาหญิงสาวที่ได้รู้จักคำว่ารักเป็นครั้งแรก เลยไม่ทันสังเกตเลยว่า รอบตัวเธอมีสายตาจ้องมองมาที่เปลี่ยนไป!

เหตุการณ์ที่เธอถูกฉุดคร่าเข้าป่า เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวบ้านละแวกนั้นและชาวคณะ รวมทั้งการที่เธอหายตัวไปตลอดคืน และตื่นมาในถ้ำกลางป่าอย่างปลอดภัย ก็ทำให้หลายคนสงสัย และคิดว่าเธออาจเป็นเมียโจร

นายรวยกับนางรื่นเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจจะอพยพออกจากนครสวรรค์บ้านเกิด แต่ริ้วทองก็ไม่อยากย้าย เพราะแอบหวังลึกๆว่าดิเรกจะกลับมาหาอีกครั้ง ปรุงซึ่งรู้เรื่องทุกอย่างดี พอจะเดาทางน้องสาวได้ แต่ก็อยากให้เธอตัดใจมากกว่า ทั้งเพื่อตัวเธอและเพื่อหัวใจรักของเขา
“เอ็งเลิกฝันลมๆแล้งๆได้แล้ว เอ็งจะไม่มีวันได้เจอกับมันอีก”

“พี่ปรุง...พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง”

“เอ็งก็เลิกทำท่านั่งเหม่อลอยเหมือนคนไม่มีชีวิตสักทีสิ เอ็งรู้ตัวไหมว่าตอนนี้ชาวบ้านลือกันไปทั่วว่าคืนนั้นเอ็งได้โจรมาเป็นผัวสามคน แม่รื่นถึงต้องยอมทิ้งบ้านทิ้งช่องไปเพราะทนอับอายไม่ไหว”

“แม่ไม่เชื่อเหรอว่าคืนนั้นฉันปลอดภัย”

“พ่อกับแม่เชื่อเอ็ง แต่พวกชาวบ้านไม่เชื่อ เขาเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นว่าเอ็งถูกพวกโจรลากตัวไปนอนเปลือยกลางป่า เอ็งก็รู้ว่าคำพูดคนมันลามไปเร็วอย่างกับไฟลามทุ่ง”

ความจริงจากปากพี่ชายทำให้ริ้วทองตัวชา เหมือนโดนน้ำเย็นสาดไปทั้งร่าง และความอัปยศครั้งนี้ ก็ทำให้เธออยากฆ่าตัวตายหนีอาย ปรุงต้องลากตัวน้องสาวมากอดปลอบ

“เอ็งไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ถ้าพี่ได้ยินว่าใคร หน้าไหนมันพูดว่าเอ็ง พี่จะจัดการมันเอง”

“พี่ปรุงเชื่อฉันใช่ไหม”

“พี่เชื่อเอ็งหมดหัวใจริ้วทอง”

ปรุงฝังจูบบนหัวน้องสาว เหมือนจะส่งผ่านความรักและความอบอุ่นให้ ก่อนที่สายตาจะแข็งกร้าวขึ้น เมื่อเหลือบไปเห็นผ้าคาดเอวของชายหนุ่มชื่อดิเรกที่เธอกำไม่ปล่อย

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 2 วันที่ 24 ม.ค. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ