อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 2 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 2 วันที่ 31 ม.ค. 59

อรัญบอกว่าคนหนึ่งพ้นขีดอันตรายแล้วแต่อาการหนักกว่าเขา ส่วนอีกคนเสียชีวิตคาที่ ตอนนี้ยังไม่ รู้ว่าคนตายคือใคร กระเป๋าประเด็นมานอกรถ บัตรประชาชนตกน้ำดูหน้าไม่ออกเลย รู้แต่มีชื่อคุณปริมกับคุณเมขลาเห็นว่าเมขลาเป็นดาราด้วย พญาขอให้พาไปดูคนที่รอด อรัญบอกว่าดี จะได้ช่วยชี้ตัวด้วยว่าคนที่อยู่คือใคร

พญาถูกพาไปห้องคนไข้ที่เมขลานอนหลับสนิทอยู่ อรัญถามว่าคนนี้เป็นใคร พวกพยาบาลแถวนี้ดูแล้วไม่แน่ใจเพราะเคยเห็นแต่นางเอกตอนแต่งหน้า ไม่เคยเห็นตอนไม่แต่งหน้า ถามพญาว่าเขาจำได้ไหม



พญามองเมขลานิ่ง ยังไม่ทันตอบก็พอดีมือถืออรัญดังขึ้นแจ้งว่าญาติเมขลามาแล้วอรัญจึงบอกพญาว่าเดี๋ยวให้พวกนั้นมาชี้ตัวดีกว่าส่วนเขาดูท่าทางยังมึนๆอยู่ เดี๋ยวให้พยาบาลมาพากลับห้อง

อรัญไปพบไข่มุก มาการีน และแจ๊ค เขาบอกว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งรอดอีกคนเสียชีวิตแต่ไม่แน่ใจว่าคนไหนเป็นเมขลา พลางยื่นถุงใสๆ ใส่ของเมขลาส่งให้ ข้างในมีแหวนเพชรอยู่ด้วย อรัญบอกว่านี่เป็นของคนที่เสียชีวิต

แจ๊คเห็นแหวนจำได้ มาการีนก็จำได้ ไข่มุกถามว่าถ้าอย่างนี้คนที่ตายก็เป็นหลานตนแน่

“เอ่อ...ญาติจะเข้าไปดูศพไหมครับ เป็นการยืนยันอีกครั้ง” อรัญถาม

ไข่มุกบอกไม่ไปดูกลัวภาพติดตา แจ๊คบอกว่าถ้าคนที่ตายสวมแหวนวงนี้ก็ใช่เมขลา แล้วคร่ำครวญทำท่าจะร้องไห้ มาการีนบอกให้เข้าไปลา แจ๊คปฏิเสธวุ่นวายบอกว่าตอนอยู่ก็โคตรดุตายไปต้องเป็นผีเฮี้ยนแน่ ไม่ยอมเข้าไปแต่บอกให้มาการีนเข้าไป เธอส่าหน้าดิก

ขณะนั้นพยาบาลเข็นรถพญามาถึง เขาบอกให้หยุดและฟังการเกี่ยงกันเข้าไปดูศพของทั้งสามเงียบๆ

พญาคิดหนักว่าจะตัดสินใจอย่างไรดีกับสถานการณ์นี้ เมื่อกลับไปห้องพักคนไข้ อรัญไปหาเขาถามว่าพวกเขาไปดูศพกันหรือยัง อรัญบอกว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปดู ทุกคนกลัวผีกันหมด แต่พวกเขาดูข้าวของแล้วยืนยันว่าไม่ผิดตัวแน่

พญาเครียด เขารู้แล้วว่าคนที่ตายคือปริม แต่เมื่อ นึกถึงความดื้อรั้นที่จะขายป่าสายน้ำผึ้ง และความร้ายกาจของเธอที่ประกาศไม่ขายให้เขาเด็ดขาดเพราะเกลียดเขามาก

ในที่สุดพญาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาป่าสายน้ำผึ้งที่เขาใช้เวลาและความพากเพียรพลิกฟื้นขึ้นมาจากป่าเสื่อมโทรมจนกลายมาเป็นป่าสักที่สมบูรณ์ที่สุด ที่ตระกลทั้งภูมิใจรักและหวงแหนมาก

ooooooo

วันต่อมา พญาเดินได้แล้ว เขาเข้าไปเยี่ยมเมขลาที่ยังต้องนอนติดเตียง เขาถามว่าดีขึ้นบ้างไหม ปรากฏว่าเมขลาความจำเสื่อมจำไม่ได้แม้แต่ตัวเอง หมอบอกว่าสมองคงได้รับความกระทบกระเทือนมาก คิดว่าอีกสักพักความจำคงกลับคืนมา

หมอบอกว่าไม่ต้องตกใจเดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้ พอหมอออกไป เมขลามองพญาด้วยสายตาว่างเปล่า ถามว่าเรารู้จักกันด้วยหรือ เขาเป็นใคร และถามว่าตนเป็นใคร ชื่ออะไร พญานิ่งไปนิดหนึ่ง แล้วตัดสินใจบอกว่า

“คุณ...ชื่อปริม เป็นครูคนใหม่ของไร่ผม”

ศนิไปงานศพที่วัด เธอเสียใจมากที่เพื่อนรักจากไปโดยไม่ได้เห็นหน้ากันครั้งสุดท้าย แจ๊คบอกว่าทุกอย่างกะทันหันไม่มีใครได้เห็นหน้าเหมือนกัน มาการีนเดินมาบอกไข่มุกว่าประกันให้เรารีบทำเรื่องเลย เผาเสร็จก็รีบกลับกรุงเทพฯกันเถอะ

ไข่มุกหวังได้เงินประกันก้อนนี้ไปใช้ และโยนกลองให้แจ๊คจ่ายค่าทำศพที่นี่ เมื่ออรัญเอาซองมายื่นให้บอกว่าเจ้าของรถฝากมาช่วยงานศพ ไข่มุกโลภหวังจะเรียกร้องค่าเสียหายสักยี่สิบล้าน อรัญบอกว่ากรณีนี้เรียกร้องไม่ได้เพราะเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยและเมขลาก็เป็นคนขอติดรถมาเอง เมื่อไข่มุกเปิดซองดูเห็นเงินเกือบแสนก็ตาโต ทำเป็นพูดว่า

“ก็ยังดี...ที่มีน้ำใจกันบ้าง” แล้วรีบเก็บใส่กระเป๋า

ศนิมองอรัญรู้สึกสะดุดตา อรัญเพียงแต่ยิ้มให้นิดๆ อย่างไม่ได้สนใจ

ooooooo

เสี่ยส่งเจ้าพ่อประจำจังหวัดทำธุรกิจผิดกฎหมายทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนแม้กระทั่งการค้ามนุษย์ พอได้ข่าวว่าเจ้าของป่าสายน้ำผึ้งตายและญาติรีบเผาศพแล้วกับกรุงเทพฯ ก็สั่งมิ่งที่ถามว่าเสี่ยจะให้ทำอย่างไรต่อไปว่า

“รอดูว่าใครจะได้ที่แปลงนี้ ช่วงนี้เงียบๆไว้ก่อน ดูว่าใครจะได้เป็นเจ้าของคนใหม่ ถึงตอนนั้นค่อยรีบจัดการ”

เมื่ออาการบาดเจ็บของเมขลาหายดีแล้ว พญาพาเธอนั่งรถผ่านป่าสายน้ำผึ้งไปยังไร่ภูพญาของเขา เขาชี้ให้เธอดูว่านี่คือป่าสายน้ำผึ้ง เธอถามงงๆ ว่าป่าสายน้ำผึ้งคืออะไร พญาบอกว่าเดี๋ยวไปอยู่ก็รู้ เมขลารับไม่ได้ถามว่าตนต้องมาอยู่ในป่าหรือพญาบอกว่าไม่ใช่ เธอจะไปอยู่ไร่ของตน แล้วขับรถไปเรื่อยๆจนถึงทางเข้าไร่
มีป้ายขนาดใหญ่สวยงามว่า

“ไร่ภูพญา”

เมขลามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจกับบริเวณไร่ที่สวยงาม

ที่ไร่ภูพญานี้ มีป้าแหวงเป็นแม่ครัวประจำไร่ นิสัยชอบเม้มค่ากับข้าวเป็นประจำ มีหลานสาวชื่อกุ้งที่ป้าแหวงหมายมั่นปั้นมือจะให้จับพญายกฐานะหลานเป็นคุณนายเจ้าของไร่ และมีบัวผาดแม่บ้านของบ้านภูพญา ที่สอดรู้สอดเห็นมือไวมักได้ รักสวยรักงามและขี้อิจฉา

เพ็ญแม่ของพญาตรวจใบสมัครเช็กกับบัตรประชาชนของครูปริมซึ่งรูปเลอะเลือนบ่นว่าไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่บอกว่าเธอถ่ายรูปไม่ขึ้น บ่นสงสารดาราที่ตายไป เมขลาได้ยินถามว่าดาราที่ไหน

“อ้าว...ก็ที่เค้าติดรถมาสถานีรถไฟ จำไม่ได้เหรอ เห็นเขาว่าเป็นดาราชื่อเมขลาอะไรนี่แหละ”

เมขลานิ่งคิด เรื่องราวกับปริมค่อยๆเห็นภาพขึ้นแต่ไม่ปะติดปะต่อ จนในที่ห้องทานข้าว เธอรู้สึกปวดหัวทำท่าเหมือนจะจำอะไรขึ้น เมขลากุมหัวบอกว่าตนเห็น...

“เห็นอะไร” พญาถามเร็วมาก

“เห็นแล้ว เป็นภาพเร็วๆ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

พญาหน้าเสียกลัวความลับแตก บอกว่าอย่างเพิ่งไปเค้นสมองมาก ทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดมาก ทำงานอยู่ที่นี่ไป ขาดเหลืออะไรก็ให้บอกไม่ต้องเกรงใจ

ooooooo

แม้ว่าเมขลาจะความจำเสื่อม แต่จิตใต้สำนึกการใช้ชีวิตที่ผ่านมาทำให้เธอไม่คุ้นชินกับการอยู่บ้านไม้หลังเล็กๆ ไม่มีแอร์ ไม่มีตู้เย็น ทีวี ซ้ำไฟก็ใช้แผงโซลาร์กับน้ำมันมีให้ใช้แค่เจ็ดโมงเช้าถึงสองทุ่มเท่านั้น

ขณะกำลังเซ็งกับชีวิตที่ไม่สะดวกสบาย ก็ต้องมาเสียอารมณ์เมื่อดอกปีบคนใช้ในบ้านที่พญาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้เธอเปลี่ยนมาให้อีก เธอหยิบดูแล้วเบ้หน้าว่า

“เฉิ่มเบ๊อะมาก โบกว่านี้ยังมีอีกไหม”

“นี่ มาทำงานเป็นครูในไร่ไม่ได้มาเดินแบบ เล่นละครนะแม่คุณ” พญาทำเสียงดุ พอเมขลาทำท่าจะเถียง เขาปรามว่า “ขึ้นเสียงเหรอ อย่าลืมว่าเธอเป็นลูกจ้างฉัน ไม่ใช่...” พญาหยุดชะงัก ลดเสียงลงบอกว่าให้พักครึ่งชั่วโมงแล้วเตรียมตัวไปทำงาน พูดจบก็หันหลังเดินไป เมขลาทำหน้าเบ้บ่นกระปอดกระแปด

“หืม...เยอะไปเปล่าเนี่ย วันแรกก็ให้ทำเลยโรงงานนรกนี่หว่า”

พักครึ่งชั่วโมงเป๊ะ พญาก็มาพาเธอไปที่ศูนย์เด็กเล็กไร่ภูพญา พวกเด็กๆ อันมีปลากัด น้ำตาล น้ำอ้อยพากันมาแอบดูวิพากษ์วิจารกันประสาเห่อครูใหม่ ครูสวย

พญาแนะนำว่าที่นี่เป็นศูนย์เด็กเล็ก เป็นพวกลูกคนงาน เมขลาถามว่าจะให้ตนทำอะไร พญาบอกว่าเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนไปเรียนชั้นประถมในอำเภอ ส่วนวิชาที่สอนก็เป็นวิชาทั่วไป

เมขลาบอกว่าตนทำไม่ได้ ไม่เคยสอน พญาตีขรึมว่าเธอเป็นครูปริมต้องทำได้ เมขลาตั้งท่าจะเหวี่ยงใส่ แต่ทองหลางวิ่งเข้ามารายงานเสียก่อนว่างานที่สั่งเมื่อเช้าเสร็จแล้ว หันมองเมขลายิ้มเผลอเจ๋อทักว่า

“ครูปริมใช่ไหมครับ นึกว่านางงามที่ไหน ผมชื่อทองหลางครับ เป็นผู้ช่วยของนาย ถ้าไม่รู้จักใครหรือสงสัยเรื่องอะไรในไร่ถามผมได้ทุกอย่าง” เมขลาถามว่าได้ทุกเรื่องใช่ไหม ทองหลางรับคำแข็งขัน แต่พอเมขลาถามว่าตนไม่เป็นครูได้ไหม ทองหลางก็คอย่นยิ้มแห้งๆ พูดเสียงแหบๆแทบไม่ได้ยิน “อุ๊ย...งานเข้าแล้วสิตู...”

ooooooo

พญาพาเมขลาเดินไปบริเวณชายป่า ทั้งสองเถียงกันไปตลอดทาง เมขลายืนกรานจะไม่เป็นครู อ้างเหตุผลสารพัดหมดมุกก็อ้างว่าตนยังเป็นคนป่วยอยู่ต้องพักฟื้นอีกหลายเดือน พอพญาไม่ยอม ก็ดื้อแพ่งว่า

“ไม่รู้ ไม่สน ไม่ทำอะไรทั้งนั้น” แล้วเดินหน้าเหวี่ยงลิ่วไปเลย พญาเรียกให้กลับมาเดี๋ยวหลงป่า ก็สะบัดเสียงใส่ว่าไม่ต้องมายุ่ง แล้วเดินลิ่วๆไป พญามองตามบ่นอย่างเอือมระอาว่า

“ทำอวดเก่ง ไปเลย เดี๋ยวเหนื่อยก็กลับมาเอง”

เมขลาเดินบ่นด่าพญาไปอย่างหัวเสีย พอนึกได้ก็เดินลึกเข้าไปในป่า หยุดมองไปรอบๆงงๆ ถามตัวเองว่าอยู่ไหนแล้วนี่ แล้วชี้มั่วไปว่า

“ทางนี้ไปด้านนั้น ทางนั้นด้านนี้ แล้วมันไปทางไหนแน่...” มองไปรอบตัวต้นไม้เหมือนๆกันหมด ตกใจร้องตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย...”

พญากลับไปที่เรือนเพาะกล้าไม้ไร่ลุงตระกล ไปดูทองหลางกับคนงานช่วยกันแยกกล้าไม้ตามออเดอร์ชุดใหญ่ที่สั่งมาจากกรุงเทพฯ ครู่ใหญ่จึงนึกได้ว่าเมขลาหายไป จนเกือบเลิกงานทองหลางถามว่าคนงานจะกลับกันหมดยังไม่เห็นครูปริมจึงช่วยกันออกตามหา

เมขลาหลงป่าไม่พอยังเจอหมูป่าไล่กัดอีก เธอวิ่งหนีไปไล่และด่าหมูป่าไปราวกับมันฟังรู้เรื่อง ทองหลางเห็นจึงชี้บอกพญาว่าเจอแล้ว วิ่งหนีหมูป่าอยู่นั่น

เมขลาปีนต้นไม้หนีหมูป่า พวกทองหลางมาถึงพอดีช่วยกันไล่หมูป่าไป เธอจึงกระโดดลงจากต้นไม้มองหมูป่าที่วิ่งหนีไปร้องท้าอย่างอวดเก่ง

“โด่...ไม่แน่จริงนี่นา วิ่งหนีหางจุกตูดเลย” แล้วหันมองพวกพญาคุยโม้ว่า “แหม...เกือบได้กินหมูป่าผัดเผ็ดแล้ว”

“รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นเขาลำบาก ออกตามหากันไปทั่ว ถ้าหลงป่าเข้าไปลึกกว่านี้จะทำยังไง ดีนะไอ้ตัวที่ไล่มาเป็นแค่หมูป่าไม่ใช่เสือ เธอตกใจถามว่ามีเสือด้วยหรือ พญาบอกว่ามี ดุมากด้วยยิ่งเนื้อผู้หญิงหวานๆ มันชอบ เมขลาด่าว่าบ้า มีแต่เสือผู้หญิงอย่างเขาน่ะสิ พญาสวนทันทีว่า “ถ้าผมเป็นเสือ ยอมหิวตายดีกว่ากินคุณ”

“โอ้ย...ทั้งปากจัด ทั้งขี้บ่น ผู้ชายอะไร คราวหลังคุณก็ทำป้ายติดไว้สิ ฉันจะได้ไม่หลง”

พญาโมโหจนอยากจะเข้าไปบีบคอ แต่ทำได้แค่บ่นว่าทำผิดแล้วยังพูดมากอีก เมขลาทำเป็นไม่สนใจเดินนำออกไป พอนึกได้ว่าไม่รู้ทางก็ถอยกลับมาผายมือทำท่ายียวน

“คุณรู้ทางก็นำสิ ขืนช้าให้มันกินคุณก่อนด้วย”

พญาจึงเดินนำไปอย่างระอากับลีลากวนประสาทมากมายของแม่สาวจอมแสบคนนี้

ooooooo

คืนนี้เมขลานอนฝันว่าตนอยู่ในกองถ่าย กำลังถ่ายละครคิวบู๊ นักข่าวพากันถ่ายรูปอย่างตื่นเต้น

รุ่งขึ้นเล่าความฝันให้พญาฟังที่โต๊ะอาหาร พญากลัวเธอจะจำตัวเองได้ บอกเธอว่าไร้สาระตั้งใจสอนเด็กให้ดีเถอะ

กินข้าวต้มเสร็จพญาบอกว่าตนจะเข้าเมือง เมขลาวิ่งตามขอไปด้วย เธอรั้นตามไปจนได้ เมื่อไปถึงตัวเมืองเล็กๆ พญาบอกว่าตนจะไปทำธุระแถวนี้ อย่าไปไหนไกล อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันตรงนี้ เมขลาบ่นอุบอิบว่าเวลาน้อยจังแล้วเดินไปดูแผงขายเครื่องสำอางอย่างคุ้นชิน หยิบมาลองแต่งหน้า เด็กขายของซึ่งเป็นพม่าเห็นแล้วยิ้มชมว่าสวยจังแล้วอาสาจะแต่งให้

พอแต่งเสร็จเมขลาที่หน้าตาจืดๆก็กลายเป็นเมขลาที่สวยพริ้งเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งไปทันที

เมขลาเดินกลับมาทันเวลาครึ่งชั่วโมงที่นัดไว้พอดี มาถึงเห็นพญายืนคุยอยู่กับแอนนี่ลูกสาวเสี่ยส่งอยู่

แอนนี่ดีใจมากที่ได้เจอพญาซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันและตนปลื้มความหล่อของเขามานาน ส่วนเสี่ยส่งที่มาด้วยมองพญาเมินๆ

แอนนี่บอกว่าเสียใจด้วย ได้ข่าวว่ารถคว่ำเจ้าของป่าสายน้ำผึ้งตาย เสี่ยส่งยืนฟังอยู่ด้วยพูดเหน็บว่าอาจมีคนดีใจอยู่ก็ได้ ป่าหลายร้อยล้านแบบนั้นอีกไม่นานก็มีทายาทโผล่มาแน่ พญามองหน้าถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร เสี่ยส่งบอกว่าแล้วแต่จะคิด ทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วบอกแอนนี่ว่าซื้อของเสร็จแล้วกลับกันเถอะ

เมขลามาถึงพอดี พญาจึงแนะนำให้รู้จักกับแอนนี่ว่าเธอคือปริม ครูใหม่มาสอนเด็กที่ไร่ตนแอนนี่แสดงความสนิทสนมกับพญาโชว์เมขลาก่อนแยกกัน

เมขลาแซวว่าไม่เบาเลยมีกิ๊กเป็นลูกสาวเจ้าพ่อด้วย พญาดุว่าพูดมาก ถามว่าไปแต่งหน้าทาปากที่ไหนมา

“อ๋อ...ในตลาด แต่งฟรีด้วยนะ เลยทานั่นทานี่ซะมันมือเลย ที่จริงฉันน่าเป็นคนขายเครื่องสำอางมากกว่าครูอีกนะ คุณว่าไหม”

ooooooo

วันนี้เมขลาไปสอนเป็นวันแรก เธอแต่งตัวจัด พอเดินเข้าไปในห้องเรียน น้ำตาลบอกเพื่อนๆว่าครูคนใหม่มาแล้ว

เมขลาให้เด็กแนะนำตัว น้ำตาลแนะนำตัวก่อนบอกว่าตนเป็นพี่ของน้ำอ้อย ปลากัดแนะนำตัวเองแล้วชมว่าครูสวยจัง ระหว่างนั้นปลากัดแอบกระตุกเปียน้ำอ้อย ถูกน้ำอ้อยกระโจนเข้าดึงหูเลยปล้ำกันอุตลุด ครูเมขลาห้ามก็ไม่ฟังไม่รู้จะทำยังไงเลยขู่ว่าจะเรียกตำรวจ

น้ำอ้อยถามว่าจะเรียกตำรวจเลยหรือ เมขลาถามว่าแล้วจะให้ทำยัง ตนไม่เคยตีเด็ก สอนก็ยังไม่เคยสอนเลย เด็กชายปลากัดถามว่างั้นเราจะเรียนอะไรกัน เมขลาสอนไม่เป็น เลยชวนเด็กเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน เด็กๆ เฮชอบใจที่ได้เล่นเก้าอี้ดนตรี

ระหว่างพักเที่ยง เด็กๆไม่อยู่ในห้อง เมขลาเดินไปพลิกหนังสือเรียนของเด็กดู ถามตัวเองเซ็งๆว่านี่ เราต้องเป็นครูจริงๆหรือ ทำไมชีวิตน่าเบื่ออย่างนี้ พอดีพญาเดินมาดู เธอจึงเรียกมาขอคุยด้วยหน่อย

เมขลาบอกว่าตนไม่เคยเป็นครูมาก่อนไม่รู้จะสอนอย่างไร พญาให้กำลังใจว่าสมองเธอได้รับความกระทบกระเทือนความทรงจำที่เคยเป็นครูเลยหายไป อ่านพวกตำราให้มากๆ เดี๋ยวก็สอนได้เอง

ooooooo

ไข่มุกกลับถึงบ้านก็ต้องเจอกับการทวงหนี้ที่วันนี้ยอดสูงถึงแปดล้านบาทแล้ว ทนายบอกว่าถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้เขาก็จะยึดบ้าน ทนายแนะนำว่ามีพวกเพชร ทอง อะไรก็ขายผ่อนชำระก่อน ไข่มุกบอกว่าขายจนเกลี้ยงแล้ว

มาการีนนึกได้บอกแม่ว่าเราลืมกันไปอย่าง ของในห้องเมไง เรายังไม่ได้ไปดู

“เออ...จริงด้วย ต้องมีอะไรมั่งล่ะน่า” ไข่มุกมีความหวังขึ้นมา

แต่พอย่องเข้าไปค้นเจอกล่องหลายใบดีใจคิดว่าคงเจอของมีค่า แต่พอเปิดกล่องก็ผิดหวังเจอแต่กระดาษเปล่าในนั้น

เมขลาในสภาพที่ความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้แต่ตัวเอง จึงอยู่ที่บ้านพญาเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอย่างงงๆ วันนี้เพ็ญแม่ของพญาก็เรียกไปพบ เป็นห่วงกลัวเธอจะเหงาจึงให้เอาขิมไปเล่นเพราะรู้มาว่าครูปริมจบเอกดนตรีมาคงเล่นได้ บอกให้โชว์ฝีมือหน่อย

“หนูจบเอกดนตรีด้วยเหรอคะ เอ่อ...ถ้างั้นหนูอาจจะเคยเป็นครูสอนดนตรี ขิมเหรอคะ...เอาร็อก เร็กเก้ หรือแร็พดีคะคุณป้า” เมขลากระตือรือร้น เพ็ญถามว่าเอาเพลงไทยเดิม ลาวดวงเดือนได้ไหม เธอบอกว่าเพลงนั้นตนรู้จัก แล้วเริ่มตีขิมมั่วไปหมดจากนั้นแผดเสียงร้องเพลงลาวดวงเดือนอย่างเมามัน เพ็ญหันมองพญาแล้วส่ายหน้า

บ่ายนี้ที่เรือนเพาะกล้าไม้ไร่ภูพญา คนงานขนของกันวุ่นวาย พญาก็ช่วยขนด้วย เมขลาเดินมาดูถามว่าทำอะไรกันไม่เห็นสนุกเลย ทองหลางเลยชวนมาช่วยกัน เธอบอกว่าไม่ถนัดขอนั่งเฉยๆคอยให้กำลังใจแล้วกัน

พญาช่วยขนต้นกล้าร้อนจนเหงื่อชุ่มต้องถอดเสื้อออก เมขลามองอุทานทึ่งเมื่อเห็นซิกซ์แพ็กเป็นลอนของเขา พญาถามว่าไม่เคยเห็นคนถอดเสื้อหรือ

“เคย แต่ไม่เคยเห็นแน่นขนาดนี้ เอ๊ย...ไม่เคยเห็นคนทำงานกันแบบนี้ คุณต้องลงมือเองเลยเหรอ ไม่ใช้ลูกน้องล่ะ”

“อยู่ที่นี่ทุกคนต้องช่วยกัน ทำอะไรได้ก็ต้องทำที่ถามนี่จะช่วยไหม” เมขลาส่ายหน้าดิกบอกว่ากลัวเล็บหัก

“ถ้ามีไร่แบบคุณนะ ฉันจะไม่ทำให้เหนื่อยแบบนี้หรอก ขายที่เอาเงินไปเที่ยวดีกว่า ชิลกว่าเยอะ”

พญาพูดเครียดว่าดีแล้วที่...มันไม่ได้อยู่ในมือคนคิดสั้นแบบเธอ ป่ามีคุณค่ามากกว่าที่คิด ที่น้ำท่วมกันทั้งประเทศก็เพราะมันไม่มีป่า มันถูกคนอย่างเธอทำลายหมด ถูกเมขลาโวยทันทีว่า

“เกี่ยวอะไรด้วย ถ้าเป็นป่าของเรา เราก็มีสิทธิ์ขาย น้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมก็ช่วยไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องของฉัน”

“ไม่มีหัวคิด ใจแคบ แล้งน้ำใจ เธอนี่มัน...เกินเยียวยาจริงๆ”

“แค่ไม่ช่วยต้องว่ากันแรงขนาดนี้เลยเหรอ ยากตรงไหนกะแค่ปลูก ปักๆจิ้มๆต้นไม้ลงดินแบบนี้”แล้วเธอก็แย่งพลั่วจากพญาไปกรีดนิ้วเพราะกลัวเล็บที่เพนต์ไว้จะเป็นรอย ตักดินใส่ถุงมั่วๆ จนพวกคนงานรอบข้างดู แล้วแอบหัวเราะกัน ทองหลางส่ายหน้า ส่วนพญามองอย่างเหนื่อยใจ ทนไม่ได้เข้าไปแนะนำว่า

“ใส่ดินเยอะไป น้อยๆหน่อย...บอกว่าอย่าเยอะ” เมขลาเถียงข้างๆคูๆ ว่าต้นไม้มีดินก็โตได้หมดแหละ อุตส่าห์ช่วยแล้วยังเรื่องมากอีก พญาดึงมือเธอออกสอนว่า

“ต้นไม้พวกนี้เขาจะเอาไปปลูกป่า เราต้องให้มันแข็งแรงตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า ทำชุ่ยๆ ไม่ได้ ถ้าไม่เต็มใจทำก็ไม่ต้องเลย ถอยไปห่างๆ เกะกะ”

พญาดึงพลั่วไปปลูกต้นไม้อย่างคล่องแคล่ว เมขลาหน้าหงิกงอ แต่อดแอบมองซิกซ์แพ็กของเขาไม่ได้

อ่านละครย่อเรื่อง วิมานเมขลา ตอนที่ 2 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละคร วิมานเมขลา บทประพันธ์โดย กันยา กุมารี
วิมานเมขลา บทโทรทัศน์โดย เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ,เทิดโชค เกียรติสุขเกษม,วิริยาภรณ์ จุนหะวิทยะ
ละคร วิมานเมขลา กำกับการแสดงโดย อินทนนท์ รัตนากาญจน์
ละคร วิมานเมขลา ผลิตโดย บริษัท ดี วัน ทีวี จำกัด
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละคร วิมานเมขลา ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร วิมานเมขลา เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559
ที่มา ไทยรัฐ