อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 59

เสนอรีบขับรถพาแก้วมารับรินที่สถานีรถไฟ แก้วเรียกบราลี เธอสะดุ้งยังไม่ชินกับชื่อนี้เท่าไหร่ และยังพูดตะกุกตะกักเรียกแก้วว่าคุณหญิงแทนที่จะเรียกว่าคุณแม่ ต้องเรียกเจ้าคุณกับเพ็ญแขว่าพ่อแม่ก็เรียกผิดๆถูกๆเป็นเจ้าคุณกับคุณหญิง แถมยังแย่งเสนอถือกระเป๋าเองด้วยความเคยชินที่ต้องทำอะไรด้วยตัวเองและรับใช้คนอื่น

ศรัณย์แอบกลับมาบ้านนั่งชื่นชมปืน สายเดินมาเจอแปลกใจถามไม่ไปรับเจ้าสาวหรือ เขาไม่ตอบถือปืนเดินไปฝึกยิงหลังบ้าน...แก้วพารินกลับมา รินลงจากรถมองบ้านที่ดูรกด้วยรู้สึกว่านี่หรือชีวิตใหม่ของตน แก้วพอเข้าใจความรู้สึกจึงบอกว่าที่นี่ไกลปืนเที่ยงเหลือเกินคงไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้าน รินรีบแก้ตัวว่าตนอยู่ได้เพียงแค่ไม่เคยจากบ้านไปไหนไกล แก้วเอ็นดูสงสาร



“โถ...ลูกมีแม่คนนี้อยู่ มีอะไรก็ปรับก็แก้กันไปนะลูก” แก้วจับมือรินสร้างความอบอุ่นใจและสาธยายว่าที่นี่ตนเพิ่งย้ายมาอยู่ได้สองสามวัน และแนะนำเสนอว่าเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงดูแลศรัณย์แต่เล็ก นิสัยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เดี๋ยวก็คงรู้เอง ไม่ทันไรเสนอก็ร้องลั่นเพราะโดนประตูรถหนีบมือ ทั้งสองขำ แก้วบอกว่าเสนอเป็นคนซุ่มซ่ามและดวงซวยมาก

เสริมลูกชายของสายวิ่งมาบอกศรัณย์ว่าเจ้าสาวมาถึงแล้ว สวยมากอย่างกับนางฟ้า ศรัณย์เดินมามองทำท่าไม่ไยดีเท่าไหร่แต่แล้วต้องตะลึงเมื่อสบตาริน รินเองก็มองทำนองนี่หรือคือสามีในอนาคต แก้วแนะนำกับรินว่านี่คือ...ศรัณย์ ศิวะเวทย์ และแนะนำกับศรัณย์ว่านี่คือ...บราลี บำรุงประชากิจ

ศรัณย์อึ้งพึมพำว่าไม่ใช่ แล้วหัวเสียที่คิดจะมาหลอกกัน จึงเผลอหันกระบอกปืนไปทางเธอ รินสะดุ้งกลัวมาก แก้วเอ็ดลูกชายทำไมไม่รับไหว้ แถมยังหันปืนมาอีก เสนอวิ่งมารับปืนไปเก็บ บ่นทักทายอะไรแบบนี้ใจหายไปถึงตาตุ่ม แก้วถามลูกเป็นอะไร

ศรัณย์ตอบกำกวม “ตอนที่เราหมดตัว จู่ๆคนรู้จักก็เมินเฉยใส่เรา นั่นเรียกว่าเจ็บแล้ว แต่วันนี้ผมเพิ่งรู้ ระหว่างเมินเฉยกับเสแสร้งโกหกเพราะสมเพชเวทนา อันหลังเจ็บกว่าหลายเท่า!”

แก้วไม่เข้าใจสิ่งที่ลูกพูด รินหวั่นใจ แก้วพารินมาที่ห้องพักซึ่งเป็นเรือนหลังเล็ก บอกแก่เธอว่าเรือนหน้าไว้เป็นเรือนหอตอนนี้อยู่กับตนที่เรือนหลังไปก่อน รินถามทำไมแก้วถึงไม่อยู่เรือนหน้า แก้วตอบว่ามันมีสองห้องเท่านั้น อยู่เรือนหลังมีทั้งเสนอและสายกับเสริม ทั้งสองเพิ่งมาอยู่เมื่อวาน มีอะไรก็ค่อยๆตักเตือนกันไป รินยิ้มรับคลายความกังวลเรื่องศรัณย์ลงบ้าง

เสริมชื่นชมความสวยหวานของรินอย่างมาก เสนอกับสายทำความรู้จักกัน สายโอ้อวดว่าตนเคยทำงานบ้านผู้ว่ามาก่อน ฉะนั้นฝีมือทำอาหารของตนไม่ต้องห่วง เสนอแอบชิมแกงส้มแล้วต้องถุยทิ้ง แอบบ่นเจ้านายตนผอมแน่คราวนี้

เมื่ออาหารจัดขึ้นโต๊ะ แก้วชวนรินและศรัณย์ให้ทานข้าว ทั้งสามตักอาหารเข้าปากแล้วต่างชะงักกับรสชาติที่ไม่เอาไหนแต่ไม่กล้าติเตียน รินพยายามจะสบตาศรัณย์ทำความรู้จักแต่เขากลับพูดขึ้นลอยๆว่าหน้าหวาน...รินเขิน แก้วแย็บถามหมายถึงสวยใช่ไหม ศรัณย์ลุกเดินไปอุ้มลูกสุนัขที่วิ่งเข้ามา

“มาจากไหนก็ไม่รู้...น่ารัก น่ารักมากๆ ว่าไง...”

รินหน้าเสียที่เขาหมายถึงสุนัข เสริมวิ่งเข้ามาขอโทษที่มันมาวุ่นวาย ตนเจอมันหลงมาจึงจับอาบน้ำให้ข้าวมันกิน แล้วขออนุญาตเลี้ยง ศรัณย์ไม่ว่าอะไรกลับบอกว่ามันตัวเมียให้ชื่อมันว่าหน้าหวาน เสริมชอบใจ แก้วเคืองลูกชายสงสารริน ศรัณย์ไม่สนใจขอตัวไปทำงานแล้วเดินไปราวกับรินไม่มีตัวตน เธอหน้าซีดเหมือนจะร้องไห้

คืนนั้นรินนอนหน้าเตียงแก้ว เธอฝันว่าศรัณย์ต่อว่าเธอหลอกลวง เธอไม่ใช่บราลี แล้วยิงเข้ากลางอกเธอ รินสะดุ้งตื่นหายใจหอบมือสั่นด้วยความกลัว ไม่รู้ชีวิตต่อไปจะเจออะไร

เช้าวันใหม่ เพ็ญแขไปตลาดได้ยินคุยกันเรื่องโจรเหิมเกริมที่ปักษ์ใต้ก็ตกใจมาก กลับมาบ้านต่อว่าเจ้าคุณบำรุงรู้เรื่องนี้แล้วทำไมไม่บอกยังส่งรินไปอีก

บรานีกับบุรณีพลอยตกใจไปด้วย เจ้าคุณอธิบายว่า

“ที่ฉันปกปิดเพราะความกังวลไม่ก่อประโยชน์อะไรแก่ใครเลย เสือขาวมันกำเริบขึ้นมา เพราะคำลือของชาวบ้าน ลือว่าโจรก๊กนี้มันเรียนวิชาอาคม...ขุนโจรที่เป็นหัวหน้าชื่อว่าเสือขาว ตั้งตนเป็นพี่ใหญ่ ขุนโจรที่เหลือมีเสือบาง เสือกิจและสมุนอีกหลายคน”

แก้วเพิ่งเห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ โวยศรัณย์นี่ใช่ไหมเรื่องที่ปกปิด รินได้ยินหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน...ปักษ์ใต้เดือด เสือขาวเหิมเกริมหนัก ออกปล้นฆ่าไม่เว้นวัน...ศรัณย์เล่าว่าเดิมเสือขาวก็ปล้นควายปล้นคนเดินทาง แต่พักหลังร่วมก๊วนกันเหิมเกริมเริ่มเข้ามาในเมืองปล้นฆ่าชาวบ้าน ไม่มีข้าราชการเก่งๆยอมลงมาทำงาน ชาวบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว

ก่อนหน้านี้อธิบดีเทพทักท้วงไม่ให้ศรัณย์ไป เขาไม่ฟังอ้างว่าตัวเองถูกฝึกมาทุกอย่าง ไม่ยอมแพ้คนเถื่อนพวกนั้น เทพหาว่าเขาบ้าบิ่นจะเอาเงินรางวัลนำจับไปขอผู้หญิงแต่งงานหรือ เขาสลดลงบอกไม่มีผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว และย้ำคำสอนของเทพทำให้เขาต้องอึ้ง “ผมจำได้ ข้าราชการเป็นข้าพระเจ้าอยู่หัว เป็นบ่าวของประชาชน ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป ผมจำได้ไม่เคยลืม”...

เสียงเจ้าคุณบำรุงยังเล่าให้ภรรยาและลูกๆฟังว่า ตนอดชื่นชมในตัวศรัณย์ไม่ได้ ตนสอบถามหลายคน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าศรัณย์เป็นคนเก่ง เป็นปลัดนักบู๊ที่มีฝีมือ แต่เพ็ญแขถอนใจปลงๆ “คนเราอยู่ที่ไหนถ้าถึงคราวตายก็ตายได้ ท่านเจ้าคุณพูดเสมอ”

เจ้าคุณรับว่ารินก็เหมือนลูก ไม่อยากให้เป็นอันตราย ตนมั่นใจว่าธรรมมะย่อมชนะอธรรม

ooooooo

ครอบครัวบำรุงประชากิจยังพูดคุยเรื่องโจรใต้ บรานีเป็นห่วงว่ารินจะรู้เรื่องหรือยัง ถ้ารู้คงตกใจมาก เจ้าคุณบำรุงมั่นใจว่ารินจะช่วยศรัณย์ให้รอดปลอดภัย เพ็ญแข บรานีและบุรณีไม่เข้าใจ เจ้าคุณอธิบาย

“ผู้ชายที่บุ่มบ่ามอย่างศรัณย์ ถ้ามีผู้หญิงรอคอยเขาอยู่ที่บ้าน เขาจะรักชีวิตของเขา และพาตัวของเขากลับบ้านเสมอ”

เพ็ญแขเข้าใจแล้วว่าสามีห่วงศรัณย์ อยากดูแลเขาแทนเพื่อนที่จากไป เจ้าคุณพยักหน้ารับบอกบุรณีให้เขียนจดหมายไปบอกรินว่า...ทำตัวให้เป็นของมีค่า ทำบ้านให้เป็นบ้าน ศรัณย์จะปลอดภัยและตัวรินเองก็จะปลอดภัย...เพ็ญแขยิ้มเชื่อว่าผู้หญิงอย่างริน ถ้าไม่ติดเรื่องชาติตระกูล จะทำบ้านให้เป็นบ้านได้แน่นอน ตนมั่นใจ บรานีกับบุรณีเห็นด้วย

ด้านรินแทบเข่าอ่อนเมื่อฟังเรื่องโจรใต้ ตนต้องผจญความเกลียดชังยังไม่พอ ยังมีเสือสางอีกหรือ...แก้วยืนกรานกับศรัณย์ว่าจะไม่ไปไหน จะอยู่ที่นี่กับเขา ไม่อาจทนรอฟังข่าวที่ไหนได้

หน้าไปรษณีย์พระนคร ชรัตน์นำจดหมายมาส่งเพราะเป็นห่วงศรัณย์จึงเขียนจดหมายไปถามไถ่ทุกข์สุขทั้งที่รู้ว่าเพื่อนไม่ชอบการเขียนจดหมาย ขณะเดียวกันบุรณีนำจดหมายที่เขียนถึงรินมาจะส่งเช่นกัน เกิดลมพัดวูบ ฝุ่นทรายเข้าหน้าบุรณี จดหมายในมือปลิวไปปะทะตัวชรัตน์ เขาคว้าไว้ทันแล้วต้องแปลกใจที่จดหมายจ่าหน้าซองเป็นที่เดียวกัน ต่างแต่ชื่อผู้รับ

บุรณีปัดฝุ่น ตั้งตัวได้มองหาจดหมาย จนเห็นว่าอยู่ในมือชรัตน์ ทั้งสองประสานสายตากันสักพัก หญิงสาว ก็กล่าวขอจดหมายคืน ชรัตน์รีบเก็บจดหมายตัวเองลงกระเป๋าและคืนจดหมายให้บุรณี เห็นเธอยังขยี้ตาจึงควักผ้าเช็ดหน้าส่งให้ เธอสงวนท่าทีอย่างผู้ดีระวังตัว

“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวผ้าสวยๆจะสกปรก ขอบคุณนะคะ”

ชรัตน์ยังสงสัยทำไมเธอถึงส่งจดหมายถึงบราลีที่บ้านศรัณย์จึงตามมานั่งมองหน้าครุ่นคิดว่าเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน หญิงสาวเริ่มระแวงเอาหนังสือมาบังหน้าทำทีเป็นอ่าน ชรัตน์ยิ่งชอบใจกับการวางตัวของเธอ แล้วเขาก็นึกได้รีบบอกเธอว่าเคยเจอเธอมากับบราลีที่สถานลีลาศ

“ไม่ยักกะจำได้ คุณเป็นเพื่อนพี่ราลีหรือคะ” บุรณีวางหนังสือครุ่นคิด

“พี่บราลี แสดงว่าคุณเป็นน้องสาว” บุรณีรับว่าใช่และแนะนำตัว “ผมเจอคุณบราลีที่งานเลี้ยงสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ ผมจบที่นั่นครับ...ผมเห็นพี่สาวคุณแต่ไม่ได้ทักทายอย่างเป็นทางการน่ะครับ” ชรัตน์อมยิ้มไม่กล้าเล่าว่าตนตื่นตาสาวสวยทุกคนโดยเฉพาะบราลี

บุรณีครุ่นคิดสร้างความจำให้เขาใหม่ “พี่สาวคนนั้นชื่อบรานีค่ะ ไม่ใช่บราลี...ชื่อบรานี”

ชรัตน์งงเป็นไปได้อย่างไร บุรณีรีบบอกว่าพี่สาวที่ชื่อบราลีแต่งงานไปแล้วเขาคงสับสน พอดีเจ้าหน้าที่เรียกบุรณีให้จ่ายเงิน เธอจึงรีบลุกไป เผอิญลืมกระเป๋าไว้ ชรัตน์คิดหาวิธีสานสัมพันธ์ต่อ จึงแอบเอาผ้าเช็ดหน้าหย่อนไปในกระเป๋าเธอ บุรณีนึกได้กลับมาเอากระเป๋าไม่พูดจา

ขณะออกมาหารถกลับ บุรณีเปิดกระเป๋าเห็นผ้าเช็ดหน้าชรัตน์ก็แปลกใจ หันมองหาเขาก็ไม่เจอแล้ว ชรัตน์ซุ่มดูยิ้มย่องจะได้กลับมาเจอเธออีก

ooooooo

วันนี้เสนอเดินนำรินมาทานกลางวันที่เรือนใหญ่ บอกว่าเป็นคำสั่งคุณหญิงเพราะท่านไปพบนายอำเภอเรื่องงานแต่งงาน ศรัณย์พยักหน้ารับแต่ก็ไม่สนใจ เอาหนังสือพิมพ์มากางอ่าน ไม่แม้แต่จะมองหน้าริน เสนอกระซิบว่าคุณหญิงต้องการเปิดโอกาสให้คุยกัน

ศรัณย์พับหนังสือพิมพ์หันมาทานอาหารไม่พูดคุย เสนอเกริ่นให้ “คุณหญิงท่านฝากคำถามมาครับ ว่าเรื่องงานแต่งงานจะใช้ชุดไหนครับ ให้ทั้งสองคุยกันครับ”

ศรัณย์ทำเป็นไม่ได้ยิน เสนอเกาหัว “ขอย้ำอีกครั้งครับ ให้คุยกันครับ ไม่ใช่ทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นมดเป็นปลวก ไม่ถูกครับ”

ศรัณย์จึงให้บอกแม่ว่าตนให้ท่านจัดการ ตนไม่มีปัญหา เสนอกางกระดาษที่จดคำถามของแก้วอ่าน “ข้อสอง ท่านถามว่าจะหยุดงานกี่วัน ให้คุยกันครับ” ศรัณย์สวนว่าไม่หยุด “คำถามที่สาม ท่านถามว่าต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ” ศรัณย์สวนอีกว่าไม่มี เสนอยิ้มเก้อๆ “ไม่ได้ถามคุณครับ...ถามคุณบราลี”

“ดิฉันอยากได้ของใช้ส่วนตัวค่ะ บอกทางมาก็ได้ค่ะพี่ ดิฉันไปเอง”

“นี่เลยครับ ท่านเขียนว่าหากคุณนายต้องการอะไรให้คุณศรัณย์พาไป...นี่ครับนี่” เสนอชี้ในกระดาษ ศรัณย์โกรธตบโต๊ะปังลุกพรวดเก้าอี้ล้มโครม เสนอถอยห่าง รินผวาลุกถอยเช่นกัน

ศรัณย์มองหน้ารินและเสนอด้วยสีหน้าดุดันก่อนจะเดินออกไป เสนอบอกให้รินตาม เธอกลัวๆกล้าๆ เสนอพารินมาที่หน้าบ้านเห็นศรัณย์นั่งรออยู่ในรถ ก็ดันให้เธอไปขึ้นรถอย่างไรก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนานต้องคุยกัน รินจึงเดินไปเอื้อมมือจะเปิดประตูรถ จู่ๆศรัณย์ก็ออกรถพรืด รินผวาถอยกรูดไปชนพุ่มไม้ เสนอตกใจเข้าดูว่าเธอเป็นอะไรไหม รินโกรธตะโกนไล่หลัง

“ฉันจากบ้านมาไกล มาเจออะไรบ้าง ข้างนอกมีเสือสาง ข้างในบ้านยังมีคนใจร้าย!”

ศรัณย์ไม่ได้สะใจกับการกระทำ แต่เครียดกับเรื่องอกหักแล้วยังโดนบังคับให้แต่งงานอีก รินเข้าห้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าด้วยความโกรธ เผอิญเห็นจดหมายจากบุรณี จึงเปิดอ่านคำสอนของเจ้าคุณบำรุง ที่ให้ทำตัวเป็นของมีค่า คนบ้าบิ่นอย่างศรัณย์จะปลอดภัย ตัวเธอก็ปลอดภัยและชีวิตจะมีความสุข...รินนั่งมองกระเป๋ากลัดกลุ้ม เสนอเข้ามาเห็นก็อ้อนวอนอย่าไปเลย

“ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นฉันต้องเป็นบ้าแน่” รินเดินออกไป เสนอรีบตามรินมาคว้ามีดพร้าจากกองอุปกรณ์ เสนอตกใจจะเอาไปทำอะไร สีหน้ารินดุ เดินฉับๆราวกับจะไปฆ่าใคร เสนอรีบปราม เรื่องแค่นี้อย่าให้ถึงเลือดตกยางออกเลย...รินเดินมากลางสนาม เสริมยืนอยู่ตกใจ เสนอร้องบอกอย่าทำเด็กครับคุณนาย...รินลงมือตัดกิ่งไม้ที่รกรุงรัง เสริมห้ามบอกนี่เป็นงานของตน รินไม่สนให้ช่วยๆกัน ว่าแล้วก็นั่งลงถางหญ้าฉับๆ

ตกดึกศรัณย์อ่านจดหมายชรัตน์แล้วไม่รู้จะตอบอะไร จึงมายืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นรินยังถางหญ้าโดยมีเสริมถือตะเกียงเจ้าพายุ ตบยุงเปาะแปะขอร้องให้พอได้แล้ว ระวังจะเจองูเงี้ยวเขี้ยวขอ แต่เธอก็ไม่หยุด ศรัณย์รู้สึกว่าเธอน่าสนใจขึ้นทุกวัน มีอะไรเกินกว่าที่คาด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศรัณย์ในชุดข้าราชการนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟกับโชติ มองไปเห็นรินออกมาซื้อของกับเสนอ เธอแย่งถุงช่วยเสนอถือดูทะมัดทะแมงจนเขารู้สึกแปลกๆ

ตกค่ำที่โต๊ะอาหาร แก้วมองศรัณย์ตักกับข้าวชิมทุกอย่างทำหน้าเซ็งๆ รินนั่งกินเงียบๆ แก้วทนไม่ไหว “ใจคอจะไม่พูดกันเลยหรือ เรื่องงานแต่งงานให้แม่ทำคนเดียวเลยใช่ไหม”

ศรัณย์รวบช้อนบอกอิ่มแล้วลุกไป...วันต่อมา ศรัณย์ก็ไม่คิดจะคุยกับริน เอาแต่ซ้อมมวยอยู่หลังบ้าน แก้วอ่อนใจเดินมาหน้าเรือน เห็นรินลงแปลงต้นมะลิสีหน้ามีความสุข แก้วถอนใจที่สองคนเหมือนไม่ได้อยู่บนโลกเดียวกัน

ตกบ่ายศรัณย์ยืนมองรินลงแปลงต้นไม้ท่าทางชำนาญ ดูแล้วไม่น่าเป็นคุณหนู ชักสงสัยว่าเธอเป็นใคร... พอสายซักผ้า รินก็มาช่วยท่าทางคล่องแคล่วจนสายเขม่นรู้สึกถูกแย่งงาน เสร็จจากซักผ้ารินก็มาทำน้ำอบไทยใส่ขวด ต้มหม้อสมุนไพรและดอกไม้ทำบุหงารำไป กลิ่นหอมชื่นใจ ศรัณย์จับตามองมาตลอด จนวันต่อมา รินยังแย่งสายเก็บผ้าที่ตากแห้งแล้วมาที่เรือนเล็ก

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 5 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ