อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 2 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 2 ก.พ. 59

ทั้งสองพูดออกมาพร้อมกัน “เปล่าจ้ะ” ทั้งสองสะดุ้งหันมามองกันอีก
ชรัตน์บอกบุรณี “ผมออกไปหาช้อนนะครับ ผมก็ยังไม่ได้ทาน จะได้ทานด้วยกัน”
“ค่ะ” ชรัตน์ออกไป รินมองทั้งสอง สงสัย

กลางคืน บ้านพิจารณ์ธุรกิจ ชรัตน์นั่งคิดหนักอยู่ในบ้าน นอนไม่หลับ ช้องนางเดินมาหา “คืนวันเสาร์ หยุดอยู่บ้านได้ยังไงกัน ไม่ไปออกงานสังคมแบบนี้ สาวๆเขาคงคิดถึงหลานอาแย่”
“เมื่อคืนไปแล้วครับ เจอสาวสวยเยอะเลย ดนตรีก็เพราะ แต่หมู่นี้ใจมันไม่สนุกเอาเสียเลย”
“ทำไมล่ะ”

“เพราะคุณบุรณี สาวๆกี่คนก็ทำให้หยุดคิดถึงคุณบุไม่ได้ ไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมเขาบอกเลิกผม”


ช้องนางยิ้ม เพราะดีใจที่ชรัตน์ชอบบุรณี แอบยิ้มเสร็จกลับมาเข้ม “ไปใส่ใจผู้หญิงบ้าเรียนคนนั้นทำไม สาวสวยๆที่เขายอมลงให้ชรัตน์มีถมเถ หามาดามอกสักคน เดี๋ยวก็ลืมบุรณีได้”
“ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ ผู้หญิงคนอื่นเขาตามใจผม ยกย่องผม แต่ผมกลับคิดว่า หนุ่มเจ้าสำราญอย่างผมคงไม่เจริญถ้าคบกับพวกหล่อน”
ช้องนางแอบขำชรัตน์ แล้วกลับมาเข้มใหม่ “แล้วคบกับบุรณี จะเจริญขึ้นอย่างนั้นรึ”
“เธอนิสัยดีกว่าผม เหล้า บุหรี่ ไม่แตะ ใจก็เย็น คุยก็สนุก ฉลาดกว่าผมตั้งเยอะ เธอต้องพาชีวิตผมไปดีแน่ๆ”
“แต่เขาดุนะ แล้วก็ไม่ตามใจเธอด้วย ขนาดทรัพย์สมบัติ นามสกุลของเราเขายังไม่สนใจเลย อาว่าเขาจะทำให้ชีวิตเราจืดชืด ไม่สนุกสนาน ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นนะ”
“ถ้าผมไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเอง ผมคงต้องไปแต่งกับพวกนั้น จะได้มีเพื่อนเที่ยวสำเริงสำราญ แต่ถ้าไม่เอา อยากมีครอบครัวดีๆ มีลูกดีๆ เก่งๆ คุณบุรณีนี่แหล่ะ ดีที่สุด” คราวนี้ช้องนางหัวเราะร่วน ตบมือดีใจ “หัวเราะอะไรครับ”
“บุรณีผิดพลาดครั้งใหญ่”
“ผิดพลาดอะไรครับ”
“เขาคิดว่าเธอโง่ ที่จริงน่ะเธอฉลาด ฉลาดที่สุด อย่ายอมแพ้ถ้าคิดจะรักต้องต่อสู้”
“อ้าว ตกลงคุณอาเชียร์คุณบุรณีหรือครับ”
“ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักจะมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ มีเมียดี”
“จริงด้วย ถ้าอยากได้ดีต้องมีเมียดี ได้คุณบุมา ผมสบายแน่ๆ ต้องสู้ครับ ต้องสู้ ฮึบๆเอาใหม่” ชรัตน์ตัดสินใจ ลุกขึ้นยืนกระฉับกระเฉง ฮึบๆ ช้องนางหัวเราะความซื่อๆของชรัตน์

ห้องพัก โรงพยาบาล รินนั่งทานข้าวเองได้แล้ว คุณหญิงแก้วนั่งดูแลเป็นเพื่อน
“วันนี้แม่มีข่าวดีมาบอกนะ”
“รินจะได้กลับบ้าน ใช่ไหมคะ”
“โถ นี่เบื่อโรงพยาบาลขนาดนี้เลยหรือ”
“ก็มันน่าเบื่อจริงๆนี่คะ อยู่มาจะเดือนหนึ่งแล้ว”
“หมอเขาจะให้กลับบ้านอาทิตย์นี้แล้วลูก ศรัณย์ต้องดีใจแน่”
รินยิ้มกว้าง “แต่รินต้องกลับบ้านคุณพ่อก่อน บ้านที่คุณศรัณย์ไม่อยากไปพักด้วย”
“แล้วศรัณย์ไม่เคยคุยกับลูกหรือจ๊ะ ว่าจะเอายังไง”
“รินไม่กล้าถามค่ะ รินกลัวว่าคุณศรัณย์จะทำใจไม่ได้ที่ต้องมาอาศัยอยู่บ้านเมียให้คนเขาครหา”
“เอ หรือจะกลับลงไปปักษ์ใต้ดี”
“ยังไงรินก็คงต้องไปหาคุณพ่อพิจารณ์ก่อน ท่านถามถึงรินทุกวัน ถ้าไม่ได้เห็นหน้ารินท่านจะไม่มีกำลังใจ”
“ทางหนึ่งก็พ่อ ทางหนึ่งก็ผัว วุ่นน่าดู อืม แม่ว่าจะคุยกับศรัณย์”
“คุยเรื่องอะไรคะ”
“ก็เขาอึดอัดที่หนูเป็นเศรษฐีนีไม่ใช่หรือ ก็อยากจะถามเขาว่า ต้องให้หนูกลับไปเป็นนางก้นครัว ใส่เสื้อผ้าเก่าๆอีกใช่ไหม ถึงจะพอใจ”
รินยิ้มๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก กินข้าวต่อ

บ้านเจ้าคุณบำรุง บุรณีนั่งอ่านหนังสือ สร้อยทองเส้นหนึ่ง มีแหวนบุษราคัมของชรัตน์ร้อยไว้ ถูกยื่นเข้ามาตรงหน้าแทนหนังสือ บุรณีสะดุ้ง ชรัตน์นั่นเอง
“คุณชรัตน์”
“ขออนุญาตนะครับ” ชรัตน์ใส่สร้อยคอห้อยแหวนนั้น ให้จนสำเร็จ
“นี่คุณทำอะไรเนี่ย”
“แหวนผม ... ให้คุณ”
“เอาของแพงๆมาให้ฉันอีกแล้ว” บุรณีจับแหวนมาดูใกล้ๆ “แหวนบุษราคัม นี่มันแหวนที่เข้าคู่กับ”
“สร้อยของริน ในเมื่อสร้อยบุษราคัมของรินอยู่กับศรัณย์ แหวนของผมต้องอยู่กับคุณ ..... ถูกแล้ว”
“ฉันบอกคุณไปแล้ว ว่าเราจะเป็นเพื่อนกัน”
ชรัตน์จับมือของบุรณี ปล้ำถอดแหวนจากนิ้วของบุรณี บุรณีพยายามดึงออก “ยังไม่หมด เอาแหวนคุณมา”
“นี่อย่านะ” บุรณีดิ้นดึงมือออก แต่แพ้ชรัตน์ถอดแหวนไปแล้ว
“เอามานี่เลย ไม่รู้แหวนคุณเอามาจากไหน แต่ผมเห็นคุณใส่ตลอด ผมจะเอา” ชรัตน์ดึงแหวนแล้วเอาไปใส่ในกระเป๋าเสื้อ
“เอาคืนมานะ แหวนพี่รานีซื้อให้นะ เอามา”
“คุณเรียนเท่าที่คุณอยากเรียนไปเถอะครับ ผมจะรอ เราแลกแหวนกันเพื่อเตือนให้เรารอกัน รอจนกว่าคุณจะเรียนจบ”
บุรณีตกใจ “คุณจะรอหรือคะ”
ชรัตน์พยักหน้า “ผมตัดสินใจแล้ว”
บุรณีดีใจอึ้งคาดไม่ถึง ก่อนจะได้สติแล้วโวย “บ้าสิ คิดเองเออเอง ไม่ถามฉันสักคำ”
“เอ๊า ก็คุณให้รอ ผมก็รอแล้วไง”
“รอเฉยๆไม่ได้ ต้องทำอย่างอื่นด้วย”
“หา... ยังมีอีกหรือ”
บุรณีสีหน้าเข้ม จริงจัง มีอำนาจเหนือชรัตน์ชัดเจน “สนใจทำงานให้มากกว่านี้ นั่งหลับแบบนั้น เมื่อไหร่จะทำงานเป็น ถ้าฉันมีลูก ลูกของฉันต้องมีพ่อเป็นตัวอย่างที่ดี รู้จักรับผิดชอบงาน”
“โฮ้ย คุณนี่ ได้คืบเอาศอกจริงๆ” ชรัตน์โวยแล้วนึกได้ “นี่แปลว่าคุณตกลงแล้วใช่ไหม เฮ้ย พูดไปถึงลูกแล้วนะคุณน่ะ ผมยังไม่คิดเลย”
บุรณียิ้มอายๆ ตีชรัตน์ “บ้า ...ก็ฉัน ฉันเผลอ”
ชรัตน์ยิ้มโล่งใจ ดีใจสุด “เฮ้อ ดีใจที่สุดเลย ขอบคุณนะครับ แค่ได้โอกาสแค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ”
“ยังมีอีกนะ ห้ามเที่ยวดึก”
“ได้”
“ห้ามโกหก”
“ได้”
“ห้ามนอกใจ”
“ได้”
“ห้ามทำเจ้าชู้”
“ไม่ได้ครับ”
“อ้าว”
ชรัตน์หอมแก้มบุรณี “ไม่ทำเจ้าชู้กับคุณ ทำไม่ได้ ยอมตายดีกว่า”
บุรณียกหนังสือขึ้นมาตีทันที “คนบ้า ขโมยหอมแก้มฉัน ฉันไม่ยอม”บุรณีไล่ตีชรัตน์ด้วยหนังสือไปรอบๆ ชรัตน์วิ่งหลบทั้งสองหัวเราะ หยอกเอินกัน มีความสุข

โถงบ้านพักปลัด คุณหญิงแก้วเพิ่งมาถึงเมื่อกลางวัน เอาข้าวของหิ้วมาจากกรุงเทพออกจากกล่องมาวาง ศรัณย์เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน ศรัณย์ยกมือไหว้ “คุณแม่ มารถไฟเที่ยวเมื่อคืนหรือครับ”
“ไปเยี่ยมรินเสร็จก็จับรถไฟมาเลยจ้ะ”
“เขาเป็นไงบ้าง”
“หมอให้กลับบ้านแล้ว นี่เข้าป่าเพิ่งออกมาสินะ”
“ครับมาประชุม รอกำลังเสริม นี่เดี๋ยวก็ต้องเข้าไปอีก ยังไม่ได้นอนบ้านสักคืนเลยครับ แม่ซื้อของมาจากกรุงเทพเยอะแยะเลย” ศรัณย์มองแก้วน้ำที่คุณหญิงแก้วเอาออกมาวาง ทั้งหมดเป็นแก้วใสใบใหม่ “แก้วน้ำใหม่ ซื้อมาใช้ที่นี่หรือครับ สวยดี”
“สวยหรือลูก” ศรัณย์พยักหน้า คุณหญิงแก้วจับแก้วน้ำสองใบมากระแทกกันอย่างแรงเปรี้ยง ที่ปากแก้ว แตก !! ศรัณย์ ตกใจมาก “คุณแม่ ทำอะไรน่ะครับ”
คุณหญิงแก้วยกแก้วน้ำทั้งสอง ชูให้ดู “อันหนึ่งแตก อันหนึ่งร้าว อยู่ด้วยกันอย่างหัวใจสลาย อยู่กันตามหน้าที่ ไม่มีความรัก” คุณหญิงแก้วจริงจัง
ศรัณย์เข้าใจแล้ว “ไม่ใช่เรื่องแก้ว”
คุณหญิงแก้วส่ายหน้าว่าไม่ใช่ “เรื่องชีวิตคู่ ใจฉันก็เป็นแก้ว ใจเธอก็เป็นแก้ว นั่นนี่ก็อ่อนไหวไปหมด ทำผิดนั่นก็โกรธ ทำผิดนี่ก็เสียใจ กระแทกนิดกระแทกหน่อยก็เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่รู้จักให้อภัย แบบนี้อยู่กันไม่ได้หรอกลูก”
“คุณแม่หาว่าผมเจ้าคิดเจ้าแค้น”
คุณหญิงแก้วเอาน้ำจากเหยือก รินลงไปในแก้วใบที่เหลือ“ถ้าทั้งสองคน รู้เวลาที่จะทำตัวเป็นน้ำ ไม่ใช่ทำตัวเป็นแก้ว เอาแต่ชนกันตลอดเวลา ชีวิตก็จะไม่มีปัญหา”
ตอนที่คุณหญิงแก้วรดน้ำสังข์ให้รินและ ศรัณย์ สอนไว้ “น้ำจะเปลี่ยนรูปร่างไปตามภาชนะที่มันใส่ น้ำจึงไม่มีอัตตาตัวตน เมื่อหลอมชีวิตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้ว ก็ขอให้ให้อภัยต่อกัน ใช้ความเมตตาต่อกัน นำทางไปนะลูก”
คุณหญิงแก้วเลื่อนน้ำแก้วนั้น เข้ามาหาศรัณย์
ศรัณย์มองแก้วน้ำตรงหน้า ได้คิด “คำสอนของแม่ วันที่รดน้ำสังข์ นี่เอง” คุณหญิงแก้วพยักหน้า ศรัณย์คิดตาม

หน้าบ้านพิจารณ์ธุรกิจ รถขับเข้ามาในบ้าน รินลงจากรถ คนใช้ประคองคนหนึ่งเพราะเพิ่งมาจากโรงพยาบาล คนขับรถหิ้วกระเป๋าเข้ามาให้ ทั้งหมดเข้าบ้าน
รินเข้าไปกราบพ่อ “รินอยู่นี่แล้ว รินปลอดภัยทุกอย่างเห็นไหมคะ”
พระพิจารณ์ธุรกิจยิ้มออกมาได้ “ลูก ... ลูกกลับมาแล้ว ลูกปลอดภัย”
รินกอดพ่อ “หนูปลอดภัยค่ะ ไม่ต้องห่วงแล้วนะคะ หนูอยู่นี่แล้ว”
พระพิจารณ์ธุรกิจจับหัวริน ดีใจมาก โล่งใจที่ได้เห็นกับตาว่าลูกไม่เป็นอะไร

โถงบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ชรัตน์นั่งคุยกับริน ดื่มเครื่องดื่ม “รินจะอยู่ที่นี่กี่วัน”
“ยังไม่ได้คุยกับคุณศรัณย์เลยค่ะ เขาเข้าไปในป่า เรื่องจับไม้เถื่อนอะไรสักอย่างค่ะ”
“มิน่าหายไปเลย มีคดีใหม่นี่เอง ยังไม่ทันได้พักเลยนะนี่”
“รินคงต้องเป็นฝ่ายลงไปหาเขา แต่ไม่กล้าบอกคุณพ่อ กลัวท่านเสียใจ
“รินขึ้นไปเก็บของเถอะ พี่จะบอกคุณพ่อให้เอง พี่เกรงใจน้องกับศรัณย์ มีแต่เรื่องต้องแยกกันอยู่มาตลอด พี่จะอธิบายให้พ่อฟังเอง” รินพยักหน้า
พยาบาลหน้าตาตื่นรีบเข้ามาบอก “คุณคะคุณ รบกวนเอารถออกไปโรงพยาบาลค่ะ ท่านเจ้าคุณอาเจียนหนักค่ะ”
“คุณพ่อ” รินวิ่งตามพยาบาลไป
ชรัตน์รีบตะโกนเรียกคนงาน “ใครไปตาม คนรถมาที.... ไอ้ไฝอยู่ไหน มาช่วยอุ้มคุณพ่อหน่อย” ชรัตน์รีบตามรินไป

ในโรงพยาบาล รินนั่งรอ ชรัตน์เดินมาหา “เป็นไงคะ”
“คุณหมอบอกว่า ติดเชื้อในลำไส้ คงยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ ร่างกายไม่แข็งแรง หมอยังไม่ไว้ใจ” รินคิดหนัก

โถงบ้านพระพิจารณ์ รินเดินเข้ามาเพิ่งมาจากโรงพยาบาล คนใช้เดินมาหา
“มีโทรศัพท์ฉันบ้างไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“คุณศรัณย์ .... ทำไมไม่โทรมาบ้างเลย”
“คุณจะให้ช่วยเก็บของไปปักษ์ใต้ไหมคะ”
“ยังจ้ะ คุณพ่อไม่สบาย ฉันยังไม่ไปไหนทั้งนั้น ไว้วันหลัง”
คนใช้พยักหน้าเดินออกไป รินนั่งลงกลุ้มเรื่องพ่อกับผัว

รินนอนหลับไปแล้ว เท้าคู่หนึ่งเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าเดินทาง เดินมาเรียกเบาๆ “นี่หล่อนๆ”
“หือ”
“ขอนอนด้วยนะ”
รินไม่ตอบเพราะไม่ตื่น ศรัณย์ขึ้นไปนอนบนเตียง “หล่อนนี่ชอบใช้ผ้าห่มเล็กๆนะ แต่ไม่เป็นไร” ศรัณย์กอดรินเข้ามา ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เหมือนที่เคยทำ
รินซุกในอ้อมกอด “ฝันดีจัง”
ศรัณย์หัวเราะเบาๆ “ขี้เซาเหมือนเดิม”
รินสะดุ้งตกใจพลิกกลิ้งลงไป คราวนี้ศรัณย์ดึงกลับเข้ามา “โอ๊ะ ระวังๆ”
รินถูกดึงกลับเข้ามาในอ้อมกอด รินยังช็อก จับหน้าศรัณย์ ลูบไปมา “ไม่ได้ฝันนี่”
ศรัณย์จูบที่มือ “ตัวจริงครับ”
รินมองไปรอบๆ งงๆ “นี่มันบ้านคุณพ่อ”
“อื้อ บ้านเศรษฐีของเมีย สำหรับปลัดจนๆ จับเสือทั้งชาติ ยังซื้อไม่ได้เลย”
รินมองไปที่กระเป๋าเดินทางที่ศรัณย์ เอามาวางไว้ที่ปลายเตียง ตั้งแต่เข้ามา “กระเป๋าคุณ”
ศรัณย์พยักหน้า “ทำจดหมายลาพักร้อนไปนานแล้ว แต่ดันมีคดีจับไม้เถื่อนขึ้นมา อยู่ในป่าตั้งอาทิตย์ พอออกจากป่าก็รีบกระโดดขึ้นรถไฟมานี่ให้เร็วที่สุด”
“คุณจะมานอนที่นี่”
“ใช่ครับ” รินยิ้มออกมา ศรัณย์จะจูบที่ปาก “เดี๋ยวก่อน ถ้าคุณนอนที่นี่ คนก็จะนินทาว่าอยู่บ้านเมีย”
“ช่างคนนินทา” ศรัณย์ จะจูบที่ปากอีก
รินผลักออกอีก “ฉันไม่ย้ายออกจากบ้านนี้นะคะ ฉันจะอยู่ดูแลคุณพ่อ”
“ฉันก็จะอยู่กับหล่อน” ศรัณย์ จะจูบ
รินยั้งไว้อีก “ฉันจะไม่เปลี่ยนตัวเองกลับไปมาเพื่อเอาใจคุณนะคะ เสื้อผ้าแบบเก่าแบบใหม่อะไรนี่ การใช้เงินก็อีกอย่าง ฉันจะทำทุกอย่างตามเหตุผลอันสมควร”
“ก็ดีแล้ว” ศรัณย์ จะจูบให้ได้
แต่รินก็ยั้งอีก “แน่ใจนะคะ”
“อื้อ... ต่อไปนี้ นอนที่ไหนก็ได้ที่มีหล่อน เพราะหล่อนคือบ้าน บ้านของฉัน”
“แต่ว่างานของคุณ....อุ๊บ”
ศรัณย์จูบปิดปากไปแล้ว รินส่งเสียงอู้อี้ มือทั้งสองสัมผัสกันแสดงความรักต่อกัน ดวงตามองกัน
ระเบียงบ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ศรัณย์ในชุดอยู่บ้านเดินออกมาชมบ้าน บรรยากาศสดใสเช้าแห่งความสุข รินเดินมาเอากาแฟมาเสริฟให้
“ตื่นเช้ากว่าฉันนะวันนี้”
“นี่กี่โมงแล้ว คุณนอนตื่นสายที่สุดเลย ฉันนึกว่าไม่สบายเสียอีกมาดูตั้งหลายหน”
“หลับสนิทที่สุด ฉันคงอยู่บ้านแล้วจริงๆ”
“วันนี้อยากทานอะไรคะ ตั้งแต่มาอยู่บ้านนี้ ไม่มีใครยอมให้ฉันทำครัวเลย แต่วันนี้ฉันไม่ยอมล่ะ ฉันต้องทำเอง ต้องทำให้คุณให้ได้ เพราะคุณใจดีที่สุด”
“ขอโทษที่หล่อนลงไปคราวที่แล้ว ฉันไม่พูดด้วย ตอนนั้นคิดแต่เรื่องเสือขาว แค่เรื่องงานก็ปวดหัวมากแล้ว คิดแต่ว่า รอก่อน เรื่องของหล่อนเอาไว้ก่อน”
“แล้วทำไมจู่ๆ ทำไมยอมรับชีวิตของฉันขึ้นมาได้ล่ะคะ”
“ตอนหล่อนถูกจับไป ฉันโกรธตัวเองที่สุด ทำไมถึงรอนั่นรอนี่ ทำไมไม่พูดดีๆกับหล่อน แล้วถ้าเกิดหล่อนเป็นอะไรไปล่ะฉันจะไม่พลาดโอกาสนั้นหรือ”
“แล้วตอนที่ฉันอยู่โรงพยาบาลไม่ฟื้น”
“นั่นแทบเป็นบ้า นั่งบอกกับตัวเอง ถ้าหล่อนตื่นขึ้นมา 50 วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่เราจะแยกกันอยู่ เราจะไม่แยกกันอยู่เกิน 50 วันอีกแล้ว”
รินพยักหน้าซาบซึ้ง “ค่ะ เราจะอยู่ด้วยกัน คุย ทะเลาะกัน อะไรก็ได้ แต่จะไม่แยกจากกัน”
“แค่คิดว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรื่องศิวะเวทย์ เรื่องฐานะที่แตกต่าง เรื่องคำครหานินทา ดูเบาไปหมด มีเรื่องเดียวที่ใหญ่ที่สุดคือการที่ไม่มีหล่อนอยู่เคียงข้าง” ศรัณย์ เข้ามากอดรินไว้ในอ้อมแขน
“ไม่ใช่ทุกคนได้พบคู่ ไม่ใช่คู่ทุกคู่มีความรัก ฉันมีวาสนาได้พบทั้งคู่ได้พบทั้งความรัก ฉันจะพยายามรักษาเอาไว้”
“ ภรรยาแสนดีอย่างหล่อน คือวาสนาของฉัน เราจะให้อภัยกันแล้วให้อภัยกันอีก ทำแล้วทำอีก จนกว่าจะตายจากกันนะ” ทั้งสองกอดกัน หน้าผากชนกัน สัญญารักมั่น

*****อวสาน*****

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 2 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ