อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 59

ตกบ่ายศรัณย์ยืนมองรินลงแปลงต้นไม้ท่าทางชำนาญ ดูแล้วไม่น่าเป็นคุณหนู ชักสงสัยว่าเธอเป็นใคร... พอสายซักผ้า รินก็มาช่วยท่าทางคล่องแคล่วจนสายเขม่นรู้สึกถูกแย่งงาน เสร็จจากซักผ้ารินก็มาทำน้ำอบไทยใส่ขวด ต้มหม้อสมุนไพรและดอกไม้ทำบุหงารำไป กลิ่นหอมชื่นใจ ศรัณย์จับตามองมาตลอด จนวันต่อมา รินยังแย่งสายเก็บผ้าที่ตากแห้งแล้วมาที่เรือนเล็ก

“เอาแล้ว เอาหล่า...มาแย่งงานกัน แทนที่จะอยู่สวยๆบนเรือน ฮึ่ย...” สายบ่นไม่พอใจ



รินเอาผ้าทั้งหมดมาอบร่ำในหีบก่อนจะนำไปเก็บตามห้อง...แก้วได้กลิ่นหอมทึ่งกับความประณีตของรินอย่างมาก “ผ้าอบร่ำ! หนูทำเองหรือจ๊ะ”

“เจ้าค่ะ อบด้วยบุหงารำไป คุณหญิง เอ้อ! คุณแม่ท่านสืบทอดเรื่องเครื่องหอมชาววังมาน่ะค่ะ ชอบจริงหรือคะ งั้นคราวหน้าหนูทำให้อีกนะคะ”

“ขอบใจมาก นี่ล่ะ...สิ่งยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ” แก้วชื่นชมอย่างยิ่งศรัณย์เปิดตู้หยิบเสื้อ รู้สึกถึงกลิ่นหอมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เดินออกมาเห็นรินกำลังเย็บผ้าม่านด้วยมือท่าทางมีความสุข เสนอเข้ามากระซิบ จะแอบดูทำไม สงสัยก็เข้าไปถาม เขาหันขวับมายิ้มเยาะ “ถามอะไรจากคนโกหก แกคิดว่าจะได้อะไร”

เสนอตอบว่าได้คำโกหก ศรัณย์พยักหน้าทำนองนั่นสิแล้วจะถามทำไม...พอกลางวัน รินเข้าครัวทำน้ำพริกลงเรือ สายหน้างอบ่น “เอาแล้ว เอาหล่า... มีคนมาท้าเสียแล้ว”

พออาหารตั้งโต๊ะ ศรัณย์ทานอาหารได้มากโข ชมเปาะว่าสายทำน้ำพริกลงเรือได้อร่อย สายหน้าบึ้ง เสริมจะบอกว่าแม่ไม่ได้ทำแต่รินปรามไม่ให้พูด แก้วพลอยชมสายว่าฝีมือดีขึ้น

หลังอาหาร ศรัณย์นั่งดูปืน แก้วตามมาถามผ่านไปอาทิตย์หนึ่งแล้วทำไมไม่คุยกับรินบ้าง เขามองปืนเฉย แก้วโมโหดึงปืนมาวางแล้วกล่าวเสียงเข้ม “คุยกับน้องเขาเดี๋ยวนี้ นี่เป็นคำสั่ง”

ศรัณย์ลุกยืนรับคำแล้วเดินไป เสนอปรี่เข้าบอกแก้วให้รีบตามไปดู...สายกำลังตากผ้า เสริมวิ่งมาบอกว่าปลัดจะคุยกับคุณนายแล้ว สายวางมือทันทีดูเป็นเรื่องตื่นเต้นกับทุกคน

รินง่วนกับต้นมะลิที่ปลูก มีเจ้าหน้าหวานนั่งอยู่ไม่ห่าง ศรัณย์เดินมายืนข้างๆ รินหันมาตกใจ ทั้งสองประจันหน้ากัน ทุกคนลุ้นว่าศรัณย์จะคุยอะไรกับริน แล้วเขาก็โพล่งขึ้น

“คนใช้! เป็นคนใช้ใช่ไหม” รินตกใจทิ้งของในมือ อึกอัก ศรัณย์ยิ่งสะใจ “ใช่จริงๆด้วย”

แก้วงงว่าลูกชายหมายถึงอะไร เสนอส่ายหน้าไปมา ศรัณย์ปักใจว่าใช่แน่ หันไปอุ้มลูกสุนัขมาเล่น เอ่ยถามไม่มองหน้าว่าทำไมต้องเป็นมะลิ ปลูกอย่างอื่นสลับกันบ้างก็ได้ เห็นรินเงียบจึงถามอีก ถามแล้วทำไมไม่ตอบ รินโมโหเสียงเข้ม “ก็คุณคุยกับหมา ไม่ได้คุยกับฉัน!”

ศรัณย์หันขวับ “หมาไม่ได้ปลูกมะลิ ถามเรื่องมะลิ หรือมะลิแท้จริงแล้วปลูกโดยหมาล่ะ”

“ถ้าจะถามฉัน ต้องมองหน้าฉัน อย่าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน เพราะฉันมีศักดิ์ศรี เป็นคนเหมือนกับคุณ...ฉันเกลียดความรู้สึกแบบนี้ เขาไม่ต้องการเราคุณเคยโดนไหม” รินจ้องหน้าเขม็ง

เสนอตื่นเต้นบอกแก้วว่าทั้งสองประจันหน้ากันแล้ว ด้านเสริมกระซิบบอกสาย คุณนายเห็นหงิมๆท่าทางเอาเรื่องเหมือนกัน สายพยักหน้าเห็นด้วย

ศรัณย์ตอบรินว่าเคย...รินเห็นสายตาจริงจังของเขา จึงพยักหน้าเราไม่รู้ว่าเราทำผิดอะไร ทำไมถึงปฏิเสธเรา...รินนึกถึงตัวเองที่โดนทิ้งแต่แบเบาะโดยมีชื่อติดไว้ว่า ริน ระพี... รินมองต้นมะลิเศร้าๆตอบคำถามของศรัณย์ “มะลิเป็นดอกไม้ที่หาง่าย ขึ้นง่าย ไม่มีความพิเศษไม่น่าจดจำ และใครๆก็มักจะมองข้ามไป...เหมือนตัวฉัน” รินน้ำตาไหลด้วยอึดอัดเต็มทน

ศรัณย์ชะงักที่ทำให้เธอร้องไห้ แก้วหวั่นใจว่ารินร้องไห้แบบนี้จะอยู่ถึงวันแต่งงานไหมเกรงจะหนีไปเสียก่อน เสนอหน้าเสียไปด้วย

ooooooo

ศรัณย์ตัดสินใจตอบจดหมายชรัตน์...ชรัตน์เพื่อนรัก นายถามฉันว่าฉันเป็นอย่างไร เหมือนที่ใครคนหนึ่งพูด เมื่อเขาไม่ต้องการเรา ความรู้สึกเช่นนี้แสนเจ็บปวด ฉันคิดถึงดวงสวาท ยิ่งถูกเขาปฏิเสธยิ่งคิดถึง...ศรัณย์คิดถึงห้วงเสน่หาในอดีตน้ำตาคลอ

ผิวเนียนนุ่ม ใบหน้าสวย ริมฝีปากอวบอิ่ม ความทรงจำพวกนั้นกำลังจะฆ่าฉัน...ศรัณย์พยายามเขียนความรู้สึกให้ชรัตน์รับรู้ว่าการอกหักครั้งนี้เป็นครั้งแรกและยิ่งใหญ่ในชีวิต

วันต่อมาศรัณย์กลับมาบ้านเห็นแปลงดอกมะลิปลูกสลับกับดอกไม้ไทยอื่นๆดูสวยงาม ขึ้นบ้านมาก็เห็นความสะอาดรื่นรมย์ เห็นรินกำลังนั่งเย็บผ้าม่านก็ทึ่ง แก้วเข้ามากระซิบถามว่าสวยมากใช่ไหม เขาทำหน้างงๆ แก้วขยายความ

“ผู้หญิงบางคนมีเอาไว้ตรึงกาย เอาไว้ตักตวงให้อิ่มกาย แต่ผู้หญิงบางคนสวยตรึงใจ มีเอาไว้ตักตวงให้อิ่มใจ ลูกของแม่ชอบอย่างไหน” ศรัณย์แทรกว่าไม่เข้าใจ “เข้าใจอยู่แล้ว ไม่งั้นหน้าจะแดงได้อย่างไร ดูสิ...บ้านน่าอยู่ขึ้นมาด้วยมือของเธอแท้ๆ”

ศรัณย์มองไปรอบๆคิดตาม...บ่ายวันนั้น แก้วเดินเข้ามาในครัวเห็นรินทำครัวอยู่คนเดียว จึงเปรย นึกอยู่แล้วว่าไม่ใช่ฝีมือสาย รินยิ้มแหยๆอ้างว่าอยู่ว่างๆ แก้วเปิดฝาหม้อข้าวชมเปาะ

“ขนาดข้าวเปล่ายังหอมกว่าปกติ อาหารสูตรชาววังใช่ไหม”

“คุณหญิง เอ้อ! คุณแม่เคยบอก กินอาหารดีๆชีวิตก็จะดีตาม”

“ขอบใจนะ ขอบใจมาก...ศรัณย์ไปไหนไม่รอดแน่นอน ฉันมั่นใจ”

รินยิ้มเก้อเขิน...พออาหารจัดตั้งโต๊ะ ศรัณย์ทานข้าวหลายจาน ชมว่าน้ำพริกอร่อยมากให้สายทำบ่อยๆ ทุกวันได้ยิ่งดี สายหน้าบูด เสริมจะบอกว่าใครทำ รินส่งสายตาห้าม แก้วยิ้มขำๆเย้าว่าสองสามวันมานี้เขาทานข้าวได้เยอะแม่ก็ดีใจ เสริมเกาปากยิกๆอยากจะพูดความจริง

เช้าวันใหม่ รินกับเสริมช่วยกันติดผ้าม่านที่เย็บเสร็จ รินปีนขึ้นไปเอง พอเห็นศรัณย์เดินมาก็รีบทิ้งม่านร่วงลงหัวเสริม ลงมานั่งวางท่าคุณนาย ชี้ให้เสริมทำ เสริมร้องด้วยความเจ็บหัว รินทำทีสั่ง “ไปตามแม่สายมาช่วย ฉันบอกวิธีเธอแล้วนี่”

เสริมงงเล็กน้อยก่อนจะรับคำ...ครับพี่...รินเอ็ดต้องเรียกตนว่าคุณนายเพราะตนเป็นเมียปลัด เสริมร้องเอ้า! ก็คุณบอก...รินทำตาดุกำชับให้เรียกคุณนาย เสริมแซวทำไมหน้าแดง รินเงอะงะฝากเสริมดูแลติดม่าน ตนจะลงไปดูสวน เสริมล้อ “เอ้าๆแดงเป็นลูกตำลึงเลยคราวนี้”

ศรัณย์แอบขำ จากที่เคยสงสัยเปลี่ยนมาเป็นชอบใจอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น จึงแกล้งเดินตามมานั่งมองเธอในสวน เสนอเห็นรีบหลบแอบมอง...รินเห็นศรัณย์ยิ้มกรุ้มกริ่มก็ไม่พอใจถามมองหน้าตนทำไม ศรัณย์เย้า “คราวที่แล้ว หล่อนบอกฉันไม่ยอมมองหน้าหล่อน ต่อไปนี้ฉันจะมองหน้าหล่อนทุกครั้งที่มีโอกาส”

รินจะโวย ศรัณย์ชิงพูดต่อ “เจ้าคุณพ่อฉันกับเจ้าคุณแห่งบ้านบำรุงประชากิจสนิทกัน ท่านให้ลูกชายลูกสาวแต่งงานกันเพื่อสืบทอดความเป็นเพื่อน แต่มาตอนนี้ในสายตาของเจ้าคุณประชากิจ ท่านมองหลานคนนี้เป็นอะไร...สงสารจนกลายเป็นสมเพชใช่ไหม”

รินไม่เข้าใจเขาหมายถึงอะไร ศรัณย์จึงถามเธอมีชื่ออื่นอีกไหมนอกจากบราลี รินอึกอักก่อนจะบอกว่าเรียก...รินก็ได้ ศรัณย์ว่าชื่อธรรมดาเหลือเกิน รินรับว่าใช่ ธรรมดาเหมือนตัวเธอ

“เอาแล้ว เอาหล่า...ชักยังไงเสียแล้ว รีบไปเรียนคุณหญิงดีกว่าว่าเรามีหวัง” เสนอเลียนคำพูดของสาย ดีใจรีบเดินออกไป

ooooooo

วันต่อมา รินเข้าครัวจะทำอาหาร ถูกสายต่อว่าว่าแย่งงาน เธอจะลาออก รินรีบวางมือขอโทษบอกจะไม่ยุ่งในครัวอีก สายยิ้มย่องลงมือทำน้ำพริก พึมพำมันจะยากอะไร

พอตั้งโต๊ะ ศรัณย์ตักเข้าปากก็บ่นไม่อร่อยเหมือนเดิม สายโวยว่าตนทำตามคุณนายทุกอย่าง ศรัณย์ชะงักเพิ่งรู้ว่าสองสามวันที่ผ่านมารินเป็นคนทำครัว แก้วจึงอธิบายกับสาย

“หล่อนทำยังไงก็ไม่เหมือนหรอกแม่สาย หล่อนทำงานสักแต่ว่าให้เสร็จ หล่อนไม่ได้ใส่หัวใจลงไป”

ศรัณย์อ้าปากค้าง เสนอเสริมว่าคุณนายไม่ได้ทำสวนอย่างเดียว น้ำพริกที่เขาชอบ ผ้าที่อบ เครื่องเรือนในบ้าน ฝีมือคุณนายทั้งหมด สายโวยว่ารินแย่งงานทุกอย่าง รินหน้าเสีย สายยื่นคำขาดให้ศรัณย์ตอบว่าชอบทุกอย่างที่รินทำหรือที่ตนทำ เสริมสะกิดเตือนแม่ถามออกไปได้อย่างไร ศรัณย์ตัดบทรวบช้อนลุกออกไป รินทนไม่ไหวลุกขึ้นพูดเสียงเข้ม

“อย่าเดินหนี ฉันอยากได้คำตอบ...อยู่ในที่ที่คนไม่ต้องการเรา ไม่มีใครอยากอยู่หรอก คำตอบของคุณสำคัญกับฉันมาก”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 2 วันที่ 6 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ