อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[3] วันที่ 2 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[3] วันที่ 2 ก.พ. 59

“คุณนายหลบไปทางตรอกนั้นก่อนครับ ผมจะอยู่ทางนี้ช่วยคน”
รินกับจิ้มลิ้มพยักหน้า จิ้มลิ้มตัวสั่น “ฮือ คุณนายลากหนูไปด้วย หนูก้าวขาไม่ออก”
เสนอเอ็ดจิ้มลิ้ม “ตั้งสติหน่อยสิ รีบไปเร็ว”
รินเป็นห่วง “นายเหนอ ระวังตัวด้วยนะ”
“ผมน่ะ ผู้ช่วยปลัดนะครับ ปืนผมก็ไม่ธรรมดา”
เสนอโพสเท่แล้ว สะดุด ปืนลั่นเปรี้ยงขึ้นฟ้าเพราะซุ่มซ่าม สามคนสะดุ้งกันหมด เสียงปืนทำให้เสือขาวที่ปล้นอยู่ห่างไปหันมามอง เห็นเสนอ รินและจิ้มลิ้ม หลบๆเงยๆ อยู่ข้างรถ ก็สนใจขึ้นมาทันที สามคนยังไม่ทันรู้ตัวว่า เสือขาวหันมาแล้ว
“ฮือ ไว้ใจได้ไหมเนี่ย”

“ไปเถอะครับหลบอยู่ในตรอกนั้นก่อน แถวนี้ อันตราย”
รินกับจิ้มลิ้มวิ่งจากรถไปในตรอก เสือขาวมองตาม เห็นรินแล้ว อีกด้านหนึ่งของถนน นายอำเภอนำกำลังตำรวจ เข้ามายิงกับพวกเสือขาว แต่นายอำเภอและตำรวจยังอยู่ห่างรอบนอกและมีน้อยกว่า พวกของเสือขาวยังเดินหน้าปล้นต่อไป เปิ่นวิ่งจากโรงเรียนเข้ามารับปืนจากเพื่อน มาสมทบร่วมปล้น


เปิ่นออกไปไปปล้นคนที่หลบอยู่ในหลืบต่างๆ ดึงทองที่คอเสื้อของเขา“ถอดทองมานี่ เอาทองมา เงินด้วย ใส่ถุงมา ใส่มา”
รินกับจิ้มลิ้มคลานหนีไปตามตรอก สักพักรินชะงักกับเสียงเด็กที่ยืนร้องไห้อยู่กลางถนน ท่ามกลางเสียงปืนขู่ จากจุดต่างๆ เสียงหวอดับเพลิง เสียงตะโกนกรรโชกเงิน เด็กร้องไห้คนเดียวกลางถนนไปไหนไม่ถูก รินที่คลานหนีไปแล้ว วิ่งกลับมาที่เด็ก
จิ้มลิ้มหันมา รินวิ่งกลับไปที่ถนนแล้ว “อย่าคุณนายขา กลับมา กลับมา”
รินไปถึงตัวเด็ก อุ้มเด็กมา “มานี่นะ มากับพี่” รินจะพาเด็กกลับมาสมทบในตรอกกับจิ้มลิ้มที่รออยู่
เสือขาวพุ่งมาขวางรินทันที จิ้มลิ้มตกใจมาก หดตัวซ่อนทันที “ปล่อยเด็กซะ”
“เสือขาว.....นี่มันเด็กนะ แกจะทำอะไรเด็ก ไอ้คนชั่ว”
“ฉันกำลังจะช่วยเด็กต่างหาก ปล่อยเขาซะ เพราะคนที่ฉันต้องการก็คือหล่อน มานี่” เสือขาวลากรินไปตามทางจะเอาตัวขึ้นรถ
รินเลยต้องปล่อยเด็กให้ร้องไห้อยู่ตรงนั้น “ฉันมีเงิน มีแหวน มีสร้อยฉันให้ แกต้องการแต่เงินไม่ใช่หรือ อย่าเอาตัวฉันไปเลยนะ ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ฉันเคยเห็นหล่อน หล่อนเป็นเมียของไอ้ศรัณย์”

ในอดีตศรัณย์ หวานชื่น ชี้ชวนดูลิเกป่าในงานสมโภชศาลประจำอำเภอ เสือขาวใส่หมวกปิดหน้าแอบมองศรัณย์หวานชื่นกับริน วันนั้นเสือขาวแอบเข้ามาสอดแนมในงานเหมือนกัน จนรู้ว่าเมียศรัณย์ หน้าตาเป็นยังไง

“โชคเข้าข้างฉัน ให้ฉันกระทืบมันที่ยอดดวงใจ งานนี้ มันจะเจ็บยิ่งกว่าตายอีก มานี่” เสือขาวลากรินจะขึ้นรถให้ได้
เสนอกำลังยิงต่อสู้อยู่ หันมาเห็นริน “คุณนาย” เสนอปรี่มาที่มุมหนึ่งยิงปืนสู้กับเสือขาว เสือขาวยืนสบายๆ ไม่ค่อยหลบอะไรแลดูเหมือนคนยิงไม่เข้า ยิงตอบโต้ไปที่เสนอ โดนช่องท้อง เสนอล้มลง
รินร้องกรี๊ด “นายเหนอ” รินหันมาตบตีเสือขาว “ไอ้บ้าไอ้ชั่ว ยิงเขาทำไม เลว เลวที่สุด”
รินต่อสู้อย่างหนัก เสือขาวเลยต่อยเข้าที่ท้อง รินจุกจนแทบทรุด เสือขาวยิ้ม “หล่อนคือตัวโชคดีของฉัน” เสือขาวหันไปตะโกน “พวกมึงไปบอกไอ้ปลัดศรัณย์ เสือขาวได้ตัวเมียมันมาแล้วโว้ย ฮะฮะฮ่า” เสือขาวขึ้นรถไปพร้อมกับคณะปล้น ทุกคนได้ถุงสมบัติกันมา พากันยกข้าวของขึ้นรถ
รถบรรทุกขับออกไป นายอำเภอ จิ้มลิ้มและตำรวจ เข้าช่วยเหลือนายเสนอและชาวบ้านต่างๆ เสียงปังๆ จากเสือบนรถยังยิงลงมาขู่ไม่ให้ตาม

ป้อมตำรวจถนนในชนบท ศรัณย์หลับไปในรถ สะดุ้งตื่น “จอดทำไม”
“ด่านตำรวจครับ เขาโบกให้จอด” โชติจอดรถหน้าป้อม
ตำรวจที่ป้อมวิ่งเข้ามาหา “คุณปลัด ปลัดศรัณย์ใช่ไหมครับ”
“ครับ ผมเอง”
“มีวิทยุด่วนมาจากในเมือง เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ เสือขาวปล้นเมือง”
“อะไรนะ ตอนนี้น่ะหรือ”
“นายอำเภอให้ผมสกัดรถคุณปลัดเอาไว้ เพราะภรรยาคุณปลัดถูกพวกมันจับตัวประกันไปครับ”
ศรัณย์ตกใจมาก “ริน ไอ้เลว”
“เอายังไงดีครับ กลับรถเลยไหมครับ” โชติถาม
“กลับไปก็ไม่ทัน ยังไงมันก็ต้องเอาสมบัติกลับค่าย ผมจะดักจับมันแถวนี้ ขอใช้วิทยุหน่อยครับ”
ตำรวจพาศรัณย์และโชติเข้าไปในป้อม

ที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอกำลังวิทยุคุยกับศรัณย์ ที่อยู่ในป้อม
“มันอาศัยช่วงที่เรากำลังวุ่นวายโรงเรียนไฟไหม้ ตอนนี้เด็กๆและครูปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครบาดเจ็บ พวกมันใช้เส้นทางบ้านดง ขับรถบรรทุกออกไป”
ศรัณย์คุยวิทยุของตำรวจในป้อม “เส้นทางนั้น เข้าป่าได้หลายทางมาก คงต้องกระจายกำลัง”
“ผมจัดการแล้ว ตอนนี้พวกมันไม่รู้ว่าคุณอยู่ในป่าใกล้ค่ายของมัน คุณมีโอกาสสูงที่จะได้เจอมัน”
“ตอนนี้ทางตำรวจกำลังจัดม้าให้ผมเข้าป่า ถ้าได้เห็นร่องรอย ผมว่าไม่ยาก มันเอาเมียผมไป ผมจะล่ามัน มันไม่มีสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงของผม.... ว่าแต่ รินไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไงครับ”
“โชคไม่ดีเลย นายเสนอขับรถเข้ามาในเมืองพอดี นี่นายเสนอก็เจ็บอยู่โรงพยาบาล”
“โธ่ .... ไอ้เหนอ”
“นายเสนอบอกคุณบราลีหนีออกไปได้แล้ว แต่ก็วกกลับมาใหม่เพราะ”
“เห็นชาวบ้านร้องไห้”
“ครับ ....คุณรู้ได้ยังไง สมเป็นผัวเมียกันจริงๆ”
“เจอกัน จะหยิกให้แก้มหลุด เขาทำให้ผมเสียสมาธิอยู่เรื่อย”
“เขาคือพลังของคุณต่างหาก ภรรยาที่ดีคือพลังของสามี ผมสังหรณ์ว่าจะเป็นรบครั้งสุดท้ายระหว่างเรากับมัน มันจับคุณบราลีไป คราวนี้คุณจะมีพลังเต็มเปี่ยม ที่จะจัดการพวกมัน ทลายค่ายมันแล้วก็เอาผู้หญิงทุกคนที่มันจับตัวไปออกมา”
“ครับนายอำเภอคราวนี้มันถึงฆาตแน่ ไอ้เสือขาว!” สีหน้าศรัณย์มีแต่ความแค้น

ศรัณย์ขี่ม้านำโชติและตำรวจทั้งหลายเข้าไปในป่าโปร่ง ทั้งหมดมุ่งไปบนเขาบริเวณน้ำตก เขาน้ำเย็น

ถนนทางเข้าป่า รถบรรทุกมาจอด เสือขาว เสือชิน เปิ่น สมุนโจรทุกคนเอาข้าวของลงมา เตรียมขนย้ายไปขึ้นม้าและเกวียนที่ผูกคอยท่าอยู่ เสือชินเดินไปหาจะอุ้มรินที่สลบลงมาขึ้นม้า
“เมียไอ้ปลัดศรัณย์มันสวยมาก ป่านนี้มันคงคลั่งตายไปแล้วแหมมันน่า.....” เสือชินจะหอมแก้ม
เสือขาวห้าม “อย่าโว้ย ของกู .... รีบขนของเข้าไปในค่ายก่อน เร็วเข้า”

ศรัณย์ขี่ม้านำมา ศรัณย์ทำสัญญาณหยุด ศรัณย์ลงมาที่ข้างทาง มีผ้าสีแดงตัดซอยเป็นชิ้นเล็กๆผูกรวมกันจนกลายเป็นพู่ ติดที่ต้นไม้ “นี่มันอะไร ไม่น่าใช่ของนายพราน” ศรัณย์หยิบให้โชติดู
ทั้งหมดมาตามทางแล้วเจอผ้าพู่อีกอัน “ตรงนี้ก็มีครับคุณปลัด”
ทั้งหมดเอาผ้าพู่มากองรวมกันได้ 5-6 อัน
“เจอทุกแยก เหมือนสัญญาณบอกทางเลย ทุกชิ้นตั้งใจทำ น่าจะเป็นผู้หญิง....”
ศรัณย์คิด “คุณโชติ ผู้หญิงในหมู่บ้านที่ถูกพวกมันจับไปไว้ในค่าย มีใครบ้าง”
“ผู้หญิงหรือครับ .... นึกออกแล้ว หลานนายเปลี่ยนกับนางเนื่อง เด็กคนนี้ชื่อพู่ครับ”
ศรัณย์ยิ้มออกมา “ชื่อพู่หรือ ได้การแล้วเราเจอค่ายแน่ แค่ตามผ้าพู่พวกนี้ไปไม่พลาดแน่”

พู่กำลังทำงานในค่าย หันไปมองปากทางเข้า “เสียงม้า”
ขบวนม้าและเกวียนของเสือขาว ขนของกลับเข้ามาถึงค่าย
“ปล้นสำเร็จหรือนี่ โธ่โว้ย ทำไมไม่มีใครฆ่ามันตายเสียทีนะ” พู่พึมพำ
พวกเสือขาวตะโกนเมื่อถึงค่าย “เรารวยแล้วโว้ย เรารวยแล้ว” เปิ่นชูถุงเงิน
หญิงและเด็กดีใจเฮ้ๆ พู่วิ่งเข้าไปหา ทำเนียนดีใจด้วย วิ่งเข้าไปต้อนรับ รินยังสลบอยู่บนเกวียน
“แถวนี้ ล่ะครับ ที่เขาลือว่ามีผีเจ้าป่าเจ้าเขา ชอบมาหลอกหลอนลวงคนไปกระโดดน้ำตก”
“ก็เลยกลัวกันล่ะสิ ผีเจ้าป่าเจ้าเขาก็ต้องคุ้มครองคนสิ จะมาหลอกคนทำไม อย่างมงายกันนักเลย นี่ไงรอยม้าใหม่ๆ พวกมันมาแถวนี้แน่”
“ทางเข้าต้องอยู่แถวนี้”
“บอกพิกัดของเราก่อน ตอนนี้การสื่อสารสำคัญที่สุด แจ้งให้กำลังเสริมรู้ว่าเราอยู่แถวนี้ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ อาจจะไม่มีสัญญาณ”
“สักครู่ครับ” โชติลงไปติดตั้งวิทยุกระเป๋าหิ้ว
ศรัณย์เดินไปดูที่หน้าถ้ำธารลอด เจอพู่ติดอยู่ที่หน้าถ้ำเท่ากับระดับความสูงของน้ำพอดี จุดที่ติดจะบอกระดับน้ำ
“นี่ไง มีพู่อยู่แถวนี้”
“มันแปลว่าอะไรครับ ปกติพู่จะบอกทางไปแต่นี่จะให้เราลงน้ำว่ายเข้าไปหรือไง ถึงมาติดอยู่แถวนี้”
ศรัณย์ไม่สนใจการว่ายน้ำเข้าไป หันไปมองทางรอบๆ ดูภาพรวมของเส้นทาง ไม่สนใจลงน้ำเลย “ตรงนี้ทางแยกด้วย เขาจะให้ไปซ้ายหรือขวากันแน่” ศรัณย์ครุ่นคิดหนัก

เสือขาวอุ้มรินเข้ามาในกระท่อมที่พักของตน มือของรินถูกผูกเชือกมาอยู่แล้ว รินตื่นขึ้นมา ตอนเสือขาววางลง รินสะดุ้งโวยวาย “ที่นี่ที่ไหน แกพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“ขอต้อนรับสู่ค่ายของเสือขาว ฉันปล้นเมืองสำเร็จ แถมยังได้ลาภสัตว์สองเท้า ชิ้นงาม ....” เสือขาวจับคาง “หล่อนนี่สวยจริงๆ”
“เอามือสกปรกของแกออกไป มันยังไม่จบ ศรัณย์ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆเดี๋ยวเขาจะตามมาฆ่าแกเอง”
“ค่ายโจรของฉันอยู่ในหุบเขาลึกลับ ไม่มีใครหาเจอหรอก ผัวหล่อนนอนกอดแผนที่ตามหามากี่เดือนแล้วล่ะ”
“หุบเขาหรือ”
“ตัดใจเสียเถอะ ต่อไปนี้หล่อนต้องอยู่ในค่ายนี้ไปตลอดชีวิต ต้องอยู่เป็นเมียเสือขาว”เสือขาวเข้าไปจะจูบ
รินยังเหลือขาก็เลยใช้ขาทั้งสองต่อสู้ดิ้นรน “อ๊ายย ออกไป๊”
เสือขาวหงุดหงิดยกมือจะตบริน “โธ่โว้ย ไม่เอาเดี๋ยวแก้มช้ำ ฮึ ไม่เป็นไร กูยังมีเวลาอีกเป็นปีเป็นชาติในการจัดการกับมึง ตอนนี้กูขอไปจัดการเรื่องเงินก่อน” เสือขาวออกไป
“บ้าจริง ... ช่วยด้วย ช่วยด้วย มีใครอยู่แถวนี้บ้าง ช่วยที” รินพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือก ปากก็ตะโกนร้อง

เสือขาว เสือชิน เปิ่น สมุนโจรทั้งหมดยกสมบัติที่ปล้นมาได้มาวางกองรวมไว้ กำลังแบ่งหมวดหมู่อยู่ “ทองเก๊ซะครึ่งหนึ่ง เหลือทองแท้แค่นี้เอง” เสือชินบ่น
“เงินสดก็น้อย ไม่คุ้มค่าทำระเบิดเลย”
เสือขาวงง “ทำไมได้มาน้อยอย่างนี้วะ”
“ก็พวกพี่เล่นประกาศให้รู้ทั่วทั้งเมืองเพราะแค้นไอ้ปลัดนั่น ชาวบ้านก็หอบเงิน หอบทองไปซ่อนไว้น่ะสิพี่”
เสือชินตบหัวเปิ่น “นี่แน่ะพูดมาก คราวนี้ได้มาน้อยก็ปล้นคราวหน้าใหม่สิวะ จะกลัวอะไร ปืน ระเบิด เราก็ยังมีเหลืออีกเป็นตัน” เปิ่นจ๋อยไป
“ไอ้ศรัณย์ มันเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ ฆ่ามันตายเมื่อไหร่ก็ไม่มีใคร กล้าหือ .... มันมีเงาหัวอยู่อีกไม่นานหรอก กูรับประกัน”
เสือชินเดินไปหยิบขวดบรั่นดีจากในลังที่ขโมยมาชูให้ทุกคนดู “ได้ของดีๆมาเยอะแยะ จัดการก่อนโว้ย เปรี้ยวปากมานาน”

ศรัณย์ โชติ ตำรวจทั้งหมดยังอยู่ที่เดิมครุ่นคิด หลังแยกย้ายกันหาพู่ที่จุดอื่น
“นอกจากพู่อันนั้น แถวนี้ไม่มีพู่อีกเลย เอาไงดีครับ”
“แบ่งกำลังออกไป ชุดของคุณไปทางนี้อีกชุดทางนี้ ถ้าเจอค่ายโจรก็อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม รีบกลับมาแจ้งเราที่นี่ ผมกับคุณโชติจะรอฟังคำสั่งจากนายอำเภอทางวิทยุ” ศรัณย์ชี้ไปที่วิทยุที่ติดตั้งแล้ว
ตำรวจทั้งหมดขี่ม้าออกไป แยกกันไปเป็นสองสาย เหลือแต่ศรัณย์และโชติ ศรัณย์เดินไปที่น้ำ วักน้ำลูบหน้า สีหน้าเศร้าคิดถึงริน โชติเดินตามไปทำบ้าง
“41 วันแล้ว”
“41 วัน ทำไมครับ”
ศรัณย์แววตาแห้งผากขณะมองท้องฟ้า “41วัน ที่เราแยกกันอยู่ ตั้งแต่เขาไปดูแลพ่อของเขาที่พระนคร ใน 41วัน มีบางวันที่เราเจอกันบ้าง....แต่พูดไม่ดีกัน หรือไม่...ก็ไม่พูด 41 วันที่ผมไม่มีความสุขเลย”
โชติจับไหล่ปลอบใจศรัณย์ “เราเข้าใกล้พวกมันมากแล้ว เราต้องช่วยคุณนายออกมาได้ครับ”
“เอ๊ะ” ศรัณย์หันไปเห็นพู่อีกอันที่ติดอยู่ที่ปากถ้ำธารลอดอันเดิม มันอยู่จุดเดิมแต่ระดับน้ำกลับเปลี่ยนไป
“ทำไมหรือครับ”
“ที่ผมจำได้ เมื่อครู่พู่มันอยู่ตรงระดับน้ำ แต่ตอนนี้ระดับน้ำลดลงแสดงว่า”
“น้ำลง ... นี่เป็นเวลาน้ำลงครับ”
“พู่บอกทางไปค่ายโจรมาตลอด หรือว่าใต้ถ้ำนี้ คือทางเข้าค่าย มันจะเป็นทางเข้าค่ายที่เหมาะมากเลยนะเพราะทางจะเปิดเมื่อน้ำลงเท่านั้น คนที่ผ่านไปมา ถ้ามาตอนน้ำขึ้นก็จะเข้าถ้ำไม่ได้”
“แปลว่านางพู่บอกให้เราว่ายน้ำเข้าไปทางนี้ใช่ไหมครับ”
ศรัณย์วิ่งไปเปิดแผนที่ “ไม่ระบุในแผนที่ ว่าหลังหน้าผาธารลอดนี้ คืออะไร”
“คงต้องรอให้น้ำลงจนเดินเข้าไปได้ ก็คงเป็นเย็นนี้”
“ผมรอไม่ไหว ผมจะว่ายน้ำเข้าไปดู”
“อันตรายนะครับ ข้างในมืดมาก แล้วถ้ามันเป็นถ้ำยาวไปไม่สิ้นสุด คุณจะได้กลับออกมาอีกหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้”
“พวกมันรอเวลาที่จะได้ล้างแค้นผม รินอยู่กับมัน ผมรอไม่ได้” ศรัณย์กระโดดลงน้ำ ว่ายไปทันที
“คุณปลัด ๆ โธ่โว้ย ใจร้อนอีกแล้ว” เหลือโชติอยู่คนเดียวที่คุมวิทยุ
ศรัณย์ว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำมืดมิด ว่ายจนมาโผล่ที่ปลายถ้ำธารลอด ศรัณย์โผล่ขึ้นมา ตรงหน้าคือค่ายโจรจริงๆ ศรัณย์รีบเข้าไปซ่อนหลังก้อนหิน “ค่ายมันอยู่ที่นี่เอง หลังหน้าผาศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านไม่กล้าเข้าใกล้ แผนที่ก็ไม่มีระบุ” ศรัณย์ขึ้นจากน้ำหาที่กำบัง แอบรุกคืบเข้าไปเรื่อยๆภายในค่าย

เสือขาว เปิ่น เสือชินและนักโทษทั้งหลาย กินดื่มกันอยู่บนลานกว้าง สมุนหญิงดูแล ศรัณย์วิ่งหลบหลังที่กำบังอย่างเงียบเชียบเพื่อตามหาริน พวกเสือขาวไม่มีใครหันมาเห็น

กระท่อมขังริน ศรัณย์แอบย่องมาเจอรินจนได้ ศรัณย์เข้าไปเจอรินนั่งร้องไห้อยู่ “คุณศรัณย์”
ศรัณย์กอดรินแน่น “ผมจะสับมันเป็นชิ้นๆ ถ้าคุณเป็นอะไรไป”
รินร้องไห้ออกมา “ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉันกำลังหาวิธีฆ่าตัวตายอยู่เลย ถ้ามันแตะต้องฉัน”
“เราต้องออกไปเงียบๆ แล้วรอกำลังเสริมมาจัดการกับมัน” ศรัณย์แกะเชือกให้ริน รินพยักหน้า
พู่เอาจานอาหารเข้ามาจะมาให้ริน ตกใจทำจานร่วงที่เห็นศรัณย์ ศรัณย์รี่เข้าไปปิดปากพู่ก่อนที่พู่จะร้องกรี๊ด
“ฉัน ปลัดศรัณย์ มาช่วยชาวบ้าน เธอจะเป็นฝ่ายมันหรือฝ่ายฉันบอกมา”
“หนูชื่อพู่ หนูเป็นหลานคนในหมู่บ้าน หนูถูกพวกมันจับมา”

พู่ในช่วงที่เสือขาวไปกรุงเทพไปช่วยเสือชิน แบกตะกร้าเก็บผักสมุนไพรในตระกร้า พู่ได้แอบติดพู่บอกทางเอาไว้ รอคนมาช่วยเหลือ

“เธอคือคนที่ส่งสัญญาณบอกทาง .....พู่สีแดงใช่ไหม” ศรัณย์มั่นใจ
“ใช่จ้ะ”
“ขอบคุณมาก เพราะพู่ของเธอทำให้ฉันเข้ามาได้ หนูใจกล้ามาก”
“หนูอยากกลับบ้าน หนูอยู่ที่นี่มาสี่ห้าปีแล้ว หนูคิดถึงแม่ จะมีคนมาช่วยเราแล้วใช่ไหม”
“ใจเย็นก่อน ฉันมาคนเดียว เราต้องหาอาวุธ คลังที่เก็บอาวุธของพวกมันอยู่ที่ไหน”
พู่ชี้ให้ดูทางหน้าต่าง “ทางโน้นค่ะ เพิงนั่น”
“ตอนนี้เธอทำตัวตามปรกตินะ กระซิบบอกเฉพาะคนที่ไว้ใจได้ ค่อยๆพาเด็กไปอยู่หลังที่กำบัง หนีการปะทะ หน้าที่ของพวกเธอมีแค่นี้ เข้าใจไหม”
“ค่ะๆ”
ศรัณย์พารินออกไป พู่มองซ้ายมองขวาให้

ศรัณย์ย่องนำรินเข้ามาที่เก็บอาวุธของมัน ศรัณย์เอาปืนให้ริน “จำวิธียิงได้นะ”
รินพยักหน้า ศรัณย์เอาปืนสารพัดห้อยตัวเอาไว้ เพิ่มอาวุธให้ตัวเอง ศรัณย์เปิดลังอีกเห็นระเบิดอยู่เต็ม ศรัณย์หยิบมาส่วนหนึ่งใส่กระเป๋าไว้ “หึ ... ดีเลย กูจะเผามึงให้วอด ไป .... ไป” ศรัณย์พารินออกไป

ศรัณย์พารินมาแอบหลังต้นไม้ใหญ่ มาแอบดูพวกโจรที่ยังดื่มกิน ตีเกราะเคาะไม้ เมาๆอยู่ ศรัณย์กระซิบริน ชี้ไปที่ถ้ำธารลอด “หล่อนต้องวิ่งไปที่จุดนั้น ว่ายน้ำข้ามไป”
“ว่ายน้ำหรือคะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนอวสาน[3] วันที่ 2 ก.พ. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ