อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 59

“ไม่เป็นไรจ้ะ อาเข้าใจว่าของแบบนี้ ถ้าไม่เจอกับตัวจะไม่เชื่อง่ายๆหรอก เดี๋ยวพอเราเอากำไลไปให้คุณนิลประมูล เรื่องร้ายๆของบ้านเราก็คงจะหมดไปสักที งั้นคืนนี้ต๊ะเอากำไลไปให้คุณนิลที่งานแทนอาทีนะ อาไปไม่ไหว”

อินทวงศ์หยิบกำไลมาดูนิ่งๆ แล้วจัดการทำตามคำสั่งในคืนเดียวกัน งานประมูลเครื่องประดับของอินทนิลถูกจัดอย่างใหญ่โตและหรูหรา แขกเหรื่อมากมายทยอยเข้างาน โดยมีไฮโซสาวเจ้าของงานยืนต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

อนรรฆเศรษฐีเจ้าพ่อที่ดินก็ไม่พลาดงานนี้ เพราะอยากได้ที่ดินวังติณชาติมาตลอด และคืนนี้เขาก็ถือโอกาสพาอนาวินมาเปิดตัวด้วย อินทนิลให้การต้อนรับอย่างดี แต่คงไม่เท่ากับที่ให้กับอินทวงศ์ซึ่งมาถึงหลังจากนั้น



ท่าทางกระตือรือร้นของอินทนิลทำให้อนรรฆนึกรู้ว่าชายหนุ่มตระกูลผู้ดีเก่าอย่างศุภมาศคงมีผลประโยชน์บางอย่างที่ไฮโซสาวต้องการ ต่างจากอนาวิน ไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจแบบพ่อ แต่มองตามตาลอย เพราะประทับใจในความหล่อ

อินทวงศ์ไม่รู้ตัวว่าเป็นเป้าสายตาของสองพ่อลูก เพราะถูกอินทนิลเจ้ากี้เจ้าการให้แวะไปทักทายเกล้ามาศ ซึ่งจะเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในงานคืนนี้ และเมื่อเขาถูกนักข่าวรุมถามเรื่องกำไลที่นำมาประมูล อินทนิลก็เกิดไอเดียจะให้เกล้ามาศเดินแบบชุดฟินาเล่พร้อมกำไลมาศ ออกสื่อให้รู้ว่าอินทวงศ์เป็นคู่หมายของลูกสาวคนเดียว

เจ๊เมี่ยงหนักใจมาก เพราะคนที่วางตัวไว้จะให้สวมกำไลเดินแบบก็คือสวิตา และเมื่อนางเอกสาวรู้เรื่องก็โมโหสุดขีด แต่ก็ทำได้แค่กรีดร้องโวยวายลับหลังเท่านั้น

“แย่งชุดฟินาเล่จากฉัน ยังจะแย่งกำไลของศุภมาศอีก นังนิล นังมาศ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมแพ้พวกแก!”

เกล้ามาศก็ไม่อยากใส่กำไล ยิ่งนึกถึงคำเตือนของหญิงชราตาทิพย์ ยิ่งเป็นกังวล พริมซึ่งตามมาดูแลเพื่อนก็อดไม่ได้จะคัดค้าน แต่เมื่อด็อกเตอร์สาวยืนยันจะทำเพื่อแม่ ก็ได้แต่อวยพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ฝ่ายสวิตา...เตรียมเล่นงานเอาคืนอินทนิลด้วยการแกล้งเกล้ามาศ จะเอาเศษแก้วไปใส่รองเท้า แต่ผีริ้วทองก็มาขวางไว้ และพยายามส่งเสียงเรียกและปรากฏตัวให้เห็น

สวิตาได้ยินเสียงหลอนร้องเรียกเธอว่าล้อมเพชรก็ขวัญผวาตั้งท่าจะหนี แต่ก็ถูกเสียงปริศนารั้งตัวไว้

“ไม่ต้องกลัวริ้วหรอกค่ะ ริ้วไม่ทำร้ายเพื่อนที่ดีอย่างคุณล้อม”

“เธอต้องการอะไร บอกฉัน เดี๋ยวฉันจะทำบุญไปให้”

“ริ้วไม่ได้ต้องการอะไร ริ้วแค่จะบอกคุณล้อมว่าคุณล้อมไม่ต้องจัดการนังรัมภาให้มีบาปติดตัวหรอกค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ริ้วจัดการกับมันเถอะค่ะ”

สวิตาหรือชาติที่แล้วก็คือล้อมเพชร ลูกสาวร้านทำเครื่องประดับ ซึ่งเคยมีบุญคุณกับผีริ้วทอง ถึงกับหน้าซีด และเมื่อเปิดประตูออกจากห้องแต่งตัวได้ ก็รีบบอกแม่ว่าถูกผีหลอก ไลยไม่เชื่อและสั่งให้ตั้งสติ เพราะจะต้องเดินแบบในไม่ช้า นางเอกสาวประสาทเสียมาก แต่ก็จำต้องข่มใจ เรียกสมาธิเพื่อทำงานต่อ

ooooooo

สวิตาปรากฏตัวในชุดสวย แต่ไม่ได้สวมกำไลมาศอย่างที่หลายคนคาดไว้ เพราะกำไลเจ้าปัญหาถูกนำไปให้เกล้ามาศสวมกับชุดฟินาเล่ตามคำสั่งของอินทนิล พริมเห็นกำไลบนข้อมือเพื่อนก็ใจไม่ดี ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปลกๆ จนอาร์มต้องปรามให้หยุด เพราะอายสายตาของคนรอบข้าง

อินทนิลกับอินทวงศ์ถึงกับตะลึงกับท่วงท่าสง่างามราวกับนางแบบมืออาชีพของเกล้ามาศ แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ก็เกิดเหตุฉุกละหุก ไฟดับพรึ่บทั้งงาน!

ผีริ้วทองนั่นเองที่แผลงฤทธิ์ เข้าสิงร่างของเกล้ามาศที่สวมกำไลมาศของเธอ แล้วจัดการบังคับร่างอีกฝ่ายให้ฉีกเสื้อตัวเองต่อหน้าทุกคนทันทีที่ไฟสว่างขึ้นมาอีกครั้ง และก่อนที่เกล้ามาศจะฉีกเสื้อเกาะอกตัวเอง ผีริ้วทองก็ได้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะถูกพลังศักดิ์สิทธิ์บางอย่างผลักออกจากร่างด็อกเตอร์สาว

เสียงสวดมนต์ดังแว่วมาจากไหนไม่รู้ แต่ผีริ้วทองก็ไม่สนใจ ทันทีที่อินทวงศ์กระโดดขึ้นบนเวทีมาดูอาการหมดสติของเกล้ามาศ ก็ทำฤทธิ์ให้มือผีในกำไลทำร้ายด็อกเตอร์สาวจนปางตาย!

อินทวงศ์ตกใจมาก ถลาไปประคองและจะอุ้มเกล้ามาศไปโรงพยาบาล แต่ผีริ้วทองก็แอบใช้มือผีดึงตัวไว้อีก สถาปนิกหนุ่มเห็นกำไลบนข้อมือด็อกเตอร์สาว ก็คิดถึงคำพูดของอัญมณีเมื่อเช้า รวมกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่ผ่านมา ทั้งของทรัพย์มณีและสร้อยดาว เลยตัดสินใจถอดกำไลทิ้ง

ผีริ้วทองถึงกับตะลึง น้ำตาร่วงเผาะด้วยความช้ำใจสุดขีด

“ท่านชาย...นั่นมันกำไลรักของเรานะเพคะ ทำไมท่านชายทำแบบนี้...ทำไม!”

เกล้ามาศถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น งานประมูลเป็นอันล่ม อินทนิลประสาทเสียมาก แต่เมื่อเห็นสภาพลูกสาวคนเดียวก็พยายามตั้งสติ จัดการปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องรับมือนักข่าว ปล่อยให้เกล้ามาศนั่งรถไปกับอินทวงศ์ โดยมีอาร์มกับพริมตามประกบด้วยความเป็นห่วง

แต่ผีริ้วทองก็ไม่ยอมเลิกรา ใช้อิทธิฤทธิ์บังคับให้รถดับกลางทาง

“เพราะมึงคนเดียวอีรัมภา มึงแย่งทุกอย่างไปจากกู มึงทำให้ท่านชายไม่รักกู!”

อาร์มลงไปดู และเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้ง ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปริศนาจะไม่มาช่วยไว้

ผีริ้วทองโกรธมาก จำต้องปล่อยให้เกล้ามาศรอดไปอีกวัน แล้วไปตามหาคนที่บังอาจขวางการล้างแค้นของเธอ

“มึง...มึงเป็นใคร มายุ่งเรื่องของกูทำไม!”

พระปราบหรือปรุงในอดีตชาตินั่นเอง ที่เป็นคนดึงผีร้ายออกจากวังวนการล้างแค้น ผีริ้วทองจำหน้าพี่ชายบุญธรรมได้ ยอมลดท่าทีและก้มกราบด้วยความรักและเคารพ

“ฉันเหงา ฉันคิดถึงพี่ คิดถึงพ่อแม่เหลือเกิน”

“ถ้าสิ่งที่แบกไว้ทำให้ใจเป็นทุกข์ ก็วางมันลงเสียเถอะนะ”

“ฉันยังไม่อยากไปไหน ฉันจะต้องแก้แค้นอีคนที่มันทำกับพวกเรา”

“ใครทำสิ่งใดไว้ก็ปล่อยให้เวรกรรมทำหน้าที่คืนสนองแก่ตัวเขาเองเถิด”

“คืนสนองเหรอ อีรัมภามันฆ่าฉัน ฉันตายไปแล้ว มันก็ยังกักขังวิญญาณของฉันไม่ให้ไปผุดไปเกิด ไม่เห็นบาปกรรมจะคืนสนองตัวมันเลย แต่ฉันสิ...ฉันทำอะไรนักหนา ฉันถึงต้องอยู่กับความทุกข์”

พระปราบส่ายหน้า ถอนใจยาว “ทุกอย่างมันเกิดแต่เหตุ เพราะมีเหตุมันจึงมีผล และผลที่โยมต้องเป็นเช่นนี้ เพราะโยมเองก็เคยไปผูกเวรไว้กับเขาอย่างไรเล่าโยมริ้วทอง...”

ooooooo

ภาพในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนผุดขึ้นอีกครั้ง สมัยที่พระปราบคือปรุง พี่ชายบุญธรรมของริ้วทอง ...หลังจากที่ครอบครัวนายรวยอพยพจากนครสวรรค์มาขอพึ่งใบบุญเสด็จในกรมฯ ปรุงกับริ้วทองก็เริ่มเตรียมการแสดงถวายเจ้านายเจ้าของวัง และอย่างแรกที่ต้องทำก็คือตามหาร้านทำเครื่องดนตรี

สองพี่น้องตระเวนรอบกรุงเทพฯ จนได้ชื่อร้านและย่านที่ถูกใจ แต่ริ้วทองคงตรากตรำกรำแดดมากไป เลยเกือบเป็นลมข้างทาง ปรุงพยุงน้องสาวไปนั่งพัก แล้วก็เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตให้หม่อมเจ้าชายดิเรกทรงขับรถผ่านพอดี เลยทรงอาสาจะพาริ้วทองไปหาหมอ

ริ้วทองดีใจมากได้เห็นหน้าชายที่ตัวเองมีใจ ส่วนปรุงเจ็บจี๊ดในอก แต่ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวเลยจะเรียกรถรับจ้างและพาไปเอง แต่หม่อมเจ้าชายดิเรกก็ทรงยืนยันจะให้นั่งรถไปด้วยกัน

“มิได้กระหม่อม เราสองคนเป็นแค่คนบ้านนอก มิหาญกล้าขึ้นไปนั่งบนรถของฝ่าบาทดอกกระหม่อม”

“ฉันไม่เคยแบ่งแยกคนจากฐานันดรหรือที่อยู่ แต่ฉันแบ่งจากระดับจิตใจ ต่อให้เป็นคนในเมือง มีชาติตระกูลสูงส่ง แต่จิตใจต่ำช้า อย่าว่าแต่จะไม่ให้ขึ้นรถ ฉันจะไม่คบหาให้เสียเวลาเลยด้วยซ้ำ”

“แต่คนอื่นไม่คิดเหมือนฝ่าบาท ตัวกระหม่อมไม่เท่าไหร่ แต่กระหม่อมไม่อยากให้ริ้วโดนตำหนิว่าไม่เจียมตัว”

คำพูดคับแค้นใจของปรุง ทำให้หม่อมเจ้าชายดิเรกเอะพระทัย แต่ก็ทรงยืนยันคำเดิม

“ถ้าไม่อยากบอกว่าใครพูดก็ไม่เป็นไร เอาอย่างนี้ ...ถ้ามีใครว่าริ้วไม่เจียมตัว ขอให้มาบอกฉัน ฉันจะจัดการเอง”

ปรุงเลยหมดข้ออ้าง ต้องพาน้องขึ้นรถตามรับสั่ง โดยไม่รู้เลยว่าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาแอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจากฝั่งตรงข้าม เจ็บใจและเสียหน้าอย่างมาก เมื่อเห็นท่าทางเอื้ออาทรที่มีต่อริ้วทองของคู่หมายหนุ่ม!

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ