อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 12 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 12 ม.ค. 59

เช้าวันใหม่ ดวงสวาทลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว ยืดอกเพราะผ่านพ้นความเจ็บปวดมาได้ สีหน้ามุ่งมั่น “คุณเคยบอกว่าคุณเจ็บเพราะฉัน เจ็บแล้วอยู่เฉยๆ นั่นคือคุณ...ศรัณย์ แต่คนอย่างดวงสวาทไม่เคยเจ็บแล้วอยู่เฉยๆ”

รินลืมตาตื่นเห็นศรัณย์ยืนยิ้มที่ปลายเตียงเหมือนวันก่อนก็รีบลุกพรวดมองไปเห็นตู้ถูกผลักเลื่อนออก จึงโวยถามจะเอาอะไรอีก ชายหนุ่มยิ้มๆ บอกว่าเย็นนี้ต้องมีน้ำพริกลงเรือ เธอสะบัดหน้าว่าไม่...เขาโพล่งออกมา

“คนบ้านหล่อนทั้งบ้านเลย หลอกลวงผิดสัญญา เอาเปรียบ!”



“นี่พูดดีๆนะ แล้วที่ว่าบ้านฉันน่ะ บ้านฉันหลอกอะไรคุณ” รินสังหรณ์ใจ

ศรัณย์ปัดไปเรื่องอื่น “หน้าที่ของสามี ฉันยกเงินเดือน ทั้งหมดให้หล่อน แล้วหล่อนล่ะทำหน้าที่ของภรรยาได้ดีแค่ไหน”

รินโต้ว่าเขาไม่ชอบทุกอย่างที่ตนทำ มีคุณแม่คนเดียวที่ชอบ เมื่อท่านไม่อยู่ตนก็ไม่ต้องทำอะไร ศรัณย์แถว่าไม่ได้ชอบแต่รักษาสิทธิ์ เธอต้องทำหน้าที่ของภรรยา เย็นนี้ต้องมีน้ำพริกลงเรือไม่อย่างนั้นมีเรื่อง พูดจบก็เดินออกไป รินแทบกรี๊ดไล่หลัง...

อรุณและดวงสวาทมาเรือนใหญ่แต่เช้า ทั้งสองนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ดวงสวาททำหน้าเศร้าขออนุญาตอยู่ที่นี่ต่อ สายอุทาน “เอาแล้วเอาหล่า อยู่ชั่วนาตาปี ชั่วนิจนิรันดร”

ทุกคนหันมอง เธอสะดุ้งนึกว่าตัวเองคิดเฉยๆ จึงกล่าวขอโทษที่คิดดังไปหน่อย ดวงสวาทอ้างว่าอรุณกลับเมื่อไหร่จะกลับด้วย อรุณจึงบอกว่าจะอยู่ดูว่ารินสุขสบายแน่หรือไม่ แล้วหันมาถามดวงสวาทว่าเธอมีปัญหาชีวิตแต่งงานอะไร เธอเศร้าลงถือโอกาสยั่วยุ

“พวกคุณไม่ได้รู้จักกันมาก่อน คุณทั้งสองแต่งงานกันด้วยหน้าที่เหมือนฉัน ฉันกับสามีก็แต่งงานกันด้วยหน้าที่ งานพิธีพวกนั้น หน้าที่พวกนั้น จะผูกพันชีวิตคู่ของเราได้นานแค่ไหนคะ”

ศรัณย์ถามว่าถามทำไม ดวงสวาทบอกว่าตอนนี้ตนไม่อยากเห็นหน้าสามี อยากหนีไปให้ไกลจากชีวิตคู่ รินเอ่ยถามจะหนีตลอดไปหรือ หนีจากคำสั่งของพ่อแม่ หนีจากสังคมที่รับรู้แล้วว่าทั้งสองแต่งงานกัน จะหนีได้จริงหรือ ดวงสวาทตอบว่าตนถามตัวเองจนนอนไม่หลับมาหลายคืน ถ้าตนทำตามใจพ่อแม่และสังคม แล้วชีวิตที่ไม่มีความสุขของตนใครจะรับผิดชอบ

“หน้าที่และอารมณ์สินะ” รินนึกถึงคำสอนของเจ้าคุณบำรุง “ชีวิตที่นำด้วยอารมณ์ อารมณ์จะพาไปขึ้นสวรรค์พาไปลงนรก เป็นไปได้ทั้งสองทาง แต่ชีวิตที่นำด้วยหน้าที่ หน้าที่ความรับผิดชอบจะพาไปทิศทางเดียว คือพาไปสู่สิ่งที่ดีงาม”

อรุณกับดวงสวาทบอกว่าพวกตนเลือกแล้ว เลือกความสุขของตัวเอง เพราะมันอาจมีแค่ครั้งเดียว ศรัณย์กับรินนิ่งอึ้งตอบไม่ถูก สายตบเข่าฉาด “เอาแล้วเอาหล่า น่าคิดจริงๆ”

เวลาผ่านไป รินนั่งเย็บผ้า อรุณเข้ามานั่งคุย รินบอกเขาไม่ต้องห่วงตน ตนอยู่มาเป็นเดือนแล้วไม่เดือดร้อนอะไร อรุณว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมายังบอกอะไรไม่ได้ ตนจะเฝ้าดูให้แน่ใจแต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอกรักเธอ รินอ่อนใจ

ศรัณย์ไม่ค่อยมีสมาธิทำงานเท่าไหร่ โชติเข้ามาเตือนว่าวันมะรืนต้องไปพบนายอำเภอเพราะนัดจดทะเบียนสมรสไว้ เขาลืมเสียสนิท โชติติงเจ้าสาวสวยขนาดนั้นลืมได้อย่างไร น่าจะอยากผูกมัดไว้ ศรัณย์ถามโชติที่เคยจดทะเบียนมาก่อนรู้สึกอย่างไร พิธีกรรมและกฎหมายผูกพันใจให้รักกันได้ไหม โชติตอบว่าผูกใจใครไม่ได้แต่มันเป็นหลักประกันว่าจะอดทน จะแก้ปัญหาจะสร้างความรักให้มากขึ้นทุกๆวัน ศรัณย์อึ้งคิดตาม

บ่ายวันนั้นดวงสวาทดักรอศรัณย์กลับมาเพื่อถามเขาคิดอย่างไร เมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนกับรินและยังแยกห้องนอนกันอยู่ ตนได้ยินและรู้ว่าเขายังไม่รักเธอ ศรัณย์ตอบไม่ถูกเดินหนีไปออกกำลังลงนวมหลังบ้าน ไม่วายอรุณเมามาท้าชกชิงตัวริน ศรัณย์ยิ่งหงุดหงิด อรุณวาดลวดลายท่ามวยต่างๆแต่เซไปเซมา ศรัณย์จึงใช้ท่ากวางเหลียวหลังซัดเขาลงไปกอง รินเห็นวิ่งเข้ามาห้าม เสนอวิ่งตามมา ตกใจหลุดคำอุทานของสาย “เอาแล้วเอาหล่า...”

รินต่อว่าศรัณย์ทำร้ายคนเมา เขาโต้ว่าอรุณมาท้าตนก่อนและบอกว่าเขารักเธอแล้วเธอรักเขาไหม รินอึกอัก ศรัณย์หงุดหงิดใจตะโกนลั่น “ผมไม่รู้เรื่องของคุณกับเขา แต่จู่ๆเขามาระรานผมแบบนี้มันไม่ถูก เขายังบอกอีกว่า เขาจะพาคุณหนี...อยากหนีหนีไปเลย พาเขาหนีไปเลย”

รินงงกับท่าทางศรัณย์แต่ก็เป็นห่วงอรุณจึงช่วยกับเสนอประคองพาไปอนามัย...ศรัณย์มานั่งหงุดหงิด ดวงสวาทเข้ามายั่วยวน พยายามเป่าหูว่าอรุณกับรินรักกันมาก่อน เธอจะไม่มีความสุขถ้าอยู่กับคนไม่มีหัวใจอย่างเขา ศรัณย์ย้อนถามใครบอกว่าตนไม่มีหัวใจ

“ก็หัวใจของคุณอยู่ที่ดวงไงคะ ส่วนหัวใจของดวงก็อยู่ที่คุณ” ดวงสวาทกุมมือศรัณย์

ศรัณย์ว่าเธอเอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่เด็กไม่เคยหาย ดวงสวาทเกลี้ยกล่อมให้เขาเลิกเป็นปลัดแล้วไปทำไร่ที่เชียงใหม่กับตน ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ศรัณย์ใจหวิวเพราะนั่นเคยเป็นความฝันของเขา

รินนั่งมองหน้าอรุณที่นอนสลบยังไม่ฟื้น คิดถึงอดีตที่เขาไปต่อว่าเพื่อนที่หลอกเอาปิ่นโตตนไปแล้วชกหน้าพี่ชายเธอ แต่แล้วก็ล้มไม่เป็นท่าเพราะได้แต่วาดลวดลายเหมือนครั้งนี้ แต่เธอก็เสียใจที่เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะตนอีก

พออรุณฟื้นก็จับมือรินแน่นขอให้หนีกลับพระนครไปกับตน ไปฟ้องที่บ้านว่าศรัณย์พาผู้หญิงเข้าบ้าน เขาดูถูกเธอ รินไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ อรุณจึงตัดสินใจบอกว่าตนจะแต่งงานกับเธอ รินตกใจไม่ทันตอบอะไร อรุณก็น็อกไปด้วยฤทธิ์ยา...เสนอเข้ามาชวนรินกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ แล้วเสนอก็พยายามอธิบายว่าที่ดวงสวาทมาคงแค่อยากมาตั้งสติเพราะมีศรัณย์เป็นเพื่อนคนเดียวแต่เด็ก รินเข้าใจว่าทั้งสองผูกพันกัน เสนอแย้ง

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ คุณเป็นเมียแต่ง ทั้งสวยทั้งแสนดี คุณรัณยังหลงเสน่ห์ปลายจวักคุณ ไม่สังเกตหรือครับ ถ้าไม่ใช่กับข้าวฝีมือคุณ เธอจะทานน้อยมาก”

“นายเหนอล่ะก็ ไอ้แบบนั้นมันหน้าที่แม่ครัว เขาหาแม่ครัวเก่งๆก็สิ้นเรื่อง คุณดวงเป็นคนสวยมาก ผ่องไปทั้งตัว ฉันสู้เขาไม่ได้หรอก” รินเดินเศร้าๆนำไปเสนอรำพึงถึงคุณหญิงแก้ว ว่าความรักกับความเสน่หา ความดีกับเสน่ห์ยั่วยวนใจ คุณหนูจะเลือกอะไร เสนอถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

รินกลับมาถึงห้องนอน มองกลอนที่พังว่าจะซ่อมอย่างไรดี เงี่ยหูฟังห้องศรัณย์ไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงออกไปหาอุปกรณ์ซ่อมกลอนที่เรือนเล็ก ทันใดได้เห็นดวงสวาทพยายามเย้ายวนศรัณย์ ทั้งสองกอดจูบกัน เสียงดวงสวาทบอกคืนนี้เป็นคืนของเรา เธอจะทำให้เขามีความสุข

รินชะงักรีบหลบน้ำตาไหลไม่รู้ตัว วิ่งกลับมาที่เรือนใหญ่...ศรัณย์นึกถึงคำสอนของแม่ที่ว่าผู้หญิงบางคนมีเอาไว้ตรึงกาย แต่ผู้หญิงบางคนสวยตรึงใจ มีเอาไว้ตักตวงให้อิ่มใจ จะเลือกแบบไหน เขาผงะผละออกจากดวงสวาท เธอตกใจพร่ำขอโทษที่ทิ้งเขาไป ขอกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ศรัณย์นึกถึงคำที่พูดกับรินในวันแต่งงานว่าพรุ่งนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร และเธอย้อนถามว่าเขาเป็นมนุษย์แค่ไหน เพราะสัตว์มีความอยาก แล่นไปตามใจอยาก มนุษย์มีความข่มใจ ข่มใจเพื่อรักษาหน้าที่ รักษาคุณธรรม ถ้าเขามี...ชีวิตก็เป็นสุข ถ้าไม่มี...ชีวิตก็จะวุ่นวายไม่จบสิ้น

ศรัณย์รวบรวมความกล้าเหวี่ยงดวงสวาทออกจากการกอดรัด กล่าวขอโทษแล้วเดินจากไป หญิงสาวร้องไห้โฮให้เขากลับมา

รินเหนื่อยใจจนหลับไป ศรัณย์เข้ามามองหน้าเธอ คลานขึ้นเตียงด้วยความแปลกใจทำไมเธอถึงขี้เซาแบบนี้ จึงดึงผ้าห่มมาห่มตัว รินรู้สึกหนาวดึงกลับ เขาจึงกอดเธอไว้แล้วถามอุ่นไหม เธอพึมพำว่าอุ่นแล้ว เขาจึงนอนกอดเธอตลอดทั้งคืน รู้สึกมีความสุขมาก

รุ่งเช้า รินตื่นขึ้นมารู้สึกอายที่ตัวเองฝันถึงศรัณย์ แต่พอดึงผ้าห่มออกกลับพบเขานอนอยู่ข้างๆ ถามเธอฝันว่าอะไร หญิงสาวตกใจพลิกตัวหนีพลัดตกเตียง ศรัณย์คว้าไม่ทันหัวเราะร่า สมน้ำหน้ากรรมตามทันที่เคยทำเขาก้นกบแทบหัก รินลุกขึ้นโวยเข้ามานอนตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วหน้าแดงเมื่อรู้ว่าเมื่อคืนไม่ได้ฝัน ชายหนุ่มยักไหล่บอกเรียกเธอแล้วไม่ตื่นเอง ทำหน้าทะเล้นชมว่าน้ำหอมที่ตนซื้อให้หอมดี รินหน้าแดงโวย “หยุดพูดไปเลยคุณไปนอนกับคุณดวงมา”

“นึกแล้วไม่มีผิด รู้กันทั้งบ้านจริงด้วย” ว่าแล้วศรัณย์เลยเปิดเผย เดินมายืนริมหน้าต่างเห็นเสริมทำสวนอยู่จึงร้องเรียก เขาเงยหน้ามาอรุณสวัสดิ์แล้วนึกได้ว่านั่นห้องนอนคุณนาย เท่านั้นเสริมก็ตะโกนให้คน

ทั้งบ้านได้ยิน รินอายหน้าแดง คว้ากระป๋องแป้งปาใส่ศรัณย์ เขาหลบกระป๋องลอยลงมา เสริมเห็นรีบหลบ เสนอเดินมาโดนเข้าอย่างจัง รินตกใจโผล่หน้ามาขอโทษ

ooooooo

เสนอไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดินมาโดนกระป๋องแป้งที่รินปาใส่ศรัณย์แต่หลุดออกนอกหน้าต่างหล่นมาโดนหัวอย่างจัง เงยหน้ามองเห็นรินยืนคู่กับศรัณย์ก็ยิ้มกริ่มบอก “ไม่เป็นไรครับ โอว ดูหน้าตาทั้งสองคนแล้วฝันดีแน่เลย”

รินอายหน้าแดงหลบเข้ามานั่งหน้างอ ศรัณย์ตามมาถามเมื่อคืนเธอรู้เห็นอะไร ใครพูด รินสวนไม่มีใครพูด ตนเห็นด้วยตาตัวเอง ชายหนุ่มชะงักก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าไม่มีอะไรเกินกว่าที่เห็น รินทำหน้าสงสัย ศรัณย์จะเดินออกไปจู่ๆก็หันกลับมาทำหน้ากรุ้มกริ่ม

“อืม ห้องนี้เตียงนิ่มดี ผ้าห่มเล็กไป...ยิ่งดี คืนนี้จะมานอนอีก”

รินร้องว้าย! คนบ้า! แล้วไล่ ศรัณย์หัวเราะเปิดประตูออกไป รินนึกถึงที่ตื่นมาเจอเขานอนกอดอยู่แล้วโมโหตัวเองทำไมถึงนอนขี้เซาอย่างนี้

ตอนสายรินมารับอรุณออกจากสถานอนามัย เขาบอกเธอว่าพอจะจำได้เลาๆแล้วว่าเขาบอกรักเธอ รินชะงักหันมาพูดจริงจังว่า ถึงเจ้าคุณบำรุงจะเมตตาตนเหมือนลูก แต่ตนก็รู้ตัวดีว่าเป็นเพียงคนรับใช้ ไม่คู่ควรกับลูกเจ้าสัวอย่างเขา แต่เล็กจนโตตนเห็นเขาเป็นเพื่อนเจ้านายมาตลอด อรุณอึ้งนี่เป็นการปฏิเสธของหญิงสาว รู้สึกเจ็บกว่าตอนโดนศรัณย์น็อกเอาเสียอีก

รินส่งอรุณกลับโรงแรมก่อนจะกลับมาบ้าน เจอดวงสวาทนั่งทานกลางวันอยู่ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจจะเลี่ยงหนี แต่เธอโพล่งขึ้นว่า “เรื่องเมื่อคืน คุณอาจจะคิดว่าฉันเห็นแก่ตัว แต่ฉันกำลังทำเพื่อเราทุกคน” รินทำหน้างง ดวงสวาทขยายความ “คุณไม่อึดอัดกับการคลุมถุงชนหรือ ฉันไม่น่าเชื่อคุณพ่อคุณแม่ยอมแต่งงานเลย ถ้าฉันไม่แต่งงานซักคน ศรัณย์ก็ไม่เสียใจ คุณหญิงแก้วก็ไม่ตามคุณมา...ฉันจะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง ฉันจะคืนอิสรภาพให้คุณ”

รินแปลกใจกับคำว่าคืนอิสรภาพ สายซึ่งยืนอยู่ด้วยทำหน้ารังเกียจบ่นพึมพำว่าเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ไม่ถามสักคำว่าเขาอยากได้คืนไหม...ดวงสวาทเข้าจับมือริน ขอให้เอาไปคิดดู อรุณก็เป็นคนดี อยู่กับคนที่เรารักย่อมดีกว่าอยู่กับคนที่เพิ่งรู้จักจริงไหม หรือเธอรักศรัณย์ รินสะดุ้งปฏิเสธทันควัน ดวงสวาทพยายามชี้แนะ

“เอางี้ คิดถึงภาพตัวเองต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายสักคน ระหว่างคุณศรัณย์กับคุณอรุณฤกษ์ เห็นภาพตัวเองไหมคะ ลองคิดวาดภาพดูแล้วคุณจะรู้เองว่าคุณมีความสุขที่สุดตอนอยู่กับใคร...คิดถึงภาพตัวเองออกแล้วใช่ไหมคะ” ดวงสวาทเห็นรินทำท่าคิด

รินส่ายหน้าคิดไม่ออก ดวงสวาทถามแล้วคิดอะไรอยู่ รินตอบว่าคิดถึงหน้าพ่อแม่ ท่านคงเสียใจที่เห็นเราไม่เชื่อฟัง ตั้งแต่เล็กท่านดุด่าว่ากล่าวก็เพื่อให้เราได้ดี ถ้าตนทำอย่างที่เธอว่า คนอื่นก็จะว่ากล่าวท่านได้ ว่าไม่รู้จักสั่งไม่รู้จักสอน ตนทำไม่ได้จริงๆ...ดวงสวาทเหมือนโดนด่ากลับ สายตบมือสะใจแสบเข้าไปถึงทรวง รินเดินเลี่ยงไป ดวงสวาทยังงงๆหันมาถามสายว่าเจ้านายเธอด่าตนหรือเปล่า สายรีบบอกว่าไม่ได้ด่าเธอ แต่...ถ้าพ่อแม่เธอก็ไม่แน่ หญิงสาวตาโพลง

รินกลับห้องทำกลอนเองจนนิ้วเจ็บ แล้วชูกุญแจยิ้มย่อง ไม่ทันไรเสริมเข้ามารายงานว่าคืนนี้ศรัณย์จะนอนค้างในหมู่บ้าน รินร้องโธ่...เสริมเข้าใจว่าเสียดาย ที่สามีไม่กลับมานอนด้วย จึงบอกให้อดใจไว้ รินหน้าเสียแก้ตัวไม่ใช่อย่างนั้น แต่เสริมหัวเราะคิกเดินออกไปเสียแล้ว

ooooooo

ศรัณย์ โชติและเสนอหมั่นเข้ามาคุยกับชาวบ้าน เพื่อสร้างความสนิทสนม กำนันคล้ายแนะว่าต้องสร้างความน่าเชื่อถือก่อน ด้วยการปราบโจรปล้นควาย มันเป็นพวกวัยรุ่นนักเลงปลายแถว และเขาต้องจับคนเดียว โชติกับเสนอจะค้าน แต่ศรัณย์รับปากคล้ายสาธยายว่าโจรก๊กนี้ปล้นควายมาเรื่อยไล่ขึ้นมาจากสตูล คืนนี้เดือนมืด พรรคพวกส่งข่าวมาบอกให้ระวังตัว บ้านนายเปลี่ยนหลังนี้มีควายเยอะที่สุด ตนว่าจะพาเปลี่ยนและลูกเมียออกไปพักที่อื่น ให้ศรัณย์นอนบ้านนี้คนเดียวเพื่อแสดงฝีมือจับโจรให้ชาวบ้านเห็น

ศรัณย์วางกับดักเอาเชือกกล้วยและเสื้อผ้าเก่ามาทำหุ่นฝางสามสี่ตัว แล้วนั่งรอพร้อมปืนคู่กายที่หน้าบ้าน... เสนอกับโชติร้อนรนอยู่ที่บ้านกำนันคล้าย เห็นเขาเล่นกับนกเขาอย่างสบายใจ ก็แอบพยักพเยิดจะพากันไปช่วยศรัณย์ คล้ายหันมาดักคอถ้าคิดจะไปช่วยปลัดหน้าหล่อ ชาวบ้านก็จะคิดว่าได้ดีเพราะลูกน้อง เสนอห่วงว่าโจรตั้งหลายคนปลัดคนเดียวอาจพลาดท่าถึงตาย คล้ายเรียกชาวบ้านให้เข้ามา บอกว่าทุกคนมารอฟังผล เสนอโวยแทนที่จะไปช่วยจับโจร

ด้านดวงสวาทพอรู้ว่าศรัณย์ไปดักจับโจร เห็นรินเอาแต่นั่งร้อยมาลัยก็เคืองไม่รู้จักเป็นห่วง ไม่ท้วงให้เขาใช้ลูกน้องไปแทน...รินร้อยมาลัยจนเสร็จนำมาไหว้พระ อธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองศรัณย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ปลอดภัย

ในขณะที่ศรัณย์นั่งกอดปืน ผวาตื่นเพราะเสียงนกรอบๆบินพึ่บพั่บ ทำให้รู้ว่าพวกโจรมาจริง ศรัณย์เห็นโจรคนหนึ่งเปิดคอกควาย เสียงประทัดดังเปรี้ยงปร้าง โจรตกใจร้องลั่นว่าโดนยิง ควายวิ่งออกจากคอกด้วยตกใจ เหยียบโจรบาดเจ็บ โจรคนที่สองร้องบอกว่าพวกมันรู้ตัวสั่งถอย ศรัณย์กระตุกเชือกทำให้หุ่นฟางตั้งขึ้น โจรทั้งสามตกใจกราดยิงใส่ ศรัณย์เห็นประกายไฟก็รู้ว่าเป็นปืนไทยประดิษฐ์สองกระบอก ลูกซองหนึ่งกระบอก จึงดึงหุ่นฟางขึ้นอีกทีละตัวเพื่อหลอกให้โจรยิงจนหมดแม็ก แล้วถึงคราวที่เขาเผยตัวยิงใส่สามโจรร่วงทีละคนอย่างเท่

ฟ้าสาง เปลี่ยนกับเนื่องนั่งไหว้ศรัณย์ปลกๆที่ช่วยให้พวกตนไม่โดนปล้นหมดตัว ชาวบ้านเฮกันมาหอบผลไม้ให้เป็นของกำนัล คล้ายบอกเปลี่ยนให้ประกาศ ออกไปว่าปลัดคนใหม่ปราบโจรด้วยตัวคนเดียว ศรัณย์แย้งต้องการให้ปล่อยข่าวอีกอย่างคือ
“ปลัดศรัณย์จับพวกของเสือขาวที่มาปล้นควายได้”

โชติแปลกใจเพราะพวกนี้ไม่ใช่พวกเสือขาว คล้ายเข้าใจความคิดของศรัณย์ “ฉลาดมาก บอกออกไปตามที่คุณปลัดสั่ง บอกว่าเสือขาวมันไม่ได้ปล้นแต่คนรวย มันเปลี่ยนแผนแล้ว คนรวยคนจนมันไม่เว้น มันกลับมาปล้นควายชาวบ้านอีกแล้ว”
เสนอให้ย้ำด้วยว่า ปลัดจับโจรสี่รุมหนึ่งด้วย

ตัวคนเดียว เปลี่ยนรับคำแค่ไปคุยที่ร้านกาแฟ ไม่กี่วันก็รู้ไปถึงไหนๆ โชติเข้าใจแล้วว่าชาวบ้านจะได้หันมาเป็นหูเป็นตา คอยส่งข่าวมาให้ ไม่ใช่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เหมือนก่อน ศรัณย์พยักหน้ายิ้มๆ

ooooooo

บ่ายวันนั้น ดวงสวาทเห็นรินนั่งซักผ้าท่าทางทะมัดทะแมงก็แปลกใจถาม ลูกสาวท่านเจ้าคุณ บ้านไหนให้ลูกซักผ้าเอง รินสะดุ้งทำทีเรียกเสริมให้มาทำต่อ บอกตนทำให้ดูแค่นี้พอ ดวงสวาทแกล้งชี้ว่าเสื้อตัวนั้นตนซื้อให้ศรัณย์ และชี้อีกหลายตัว ทำให้รินใจเสียพยักหน้ารับรู้

จากนั้นรินเข้าครัวเด็ดผัก พอเห็นดวงสวาทเดินมาก็รีบเรียกสายให้ทำต่อเกรงจะโดนจับผิดอีก ดวงสวาทเปรยเห็นศรัณย์ติดใจน้ำพริกลงเรืออยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน รินบอกรสชาติพื้นๆ

ดวงสวาทเกทับ “เมื่อก่อนรัณกินแต่ไข่ดาว ไข่เจียว พอเริ่มสนิทกัน ฉันก็สอนให้เขาทานผักทานน้ำพริก ฉันขู่ว่าจะไม่นั่งกินไข่ไปตลอดชีวิตนะ เขาเลยยอม” เห็นรินหน้าเจื่อนจึงตะล่อม “คุณอรุณท่าทางเป็นคนสนุกสนานนะคะ ฉันชอบอัธยาศัยเธอ ดูจริงใจอยู่ด้วยแล้วคงมีความสุข คุณอรุณเป็นอย่างนั้นใช่ไหมคะ”

“แล้วสามีที่คุณแต่งงานด้วยล่ะคะเป็นคนยังไง” ดวงสวาทสะอึกสวนว่าถามทำไม รินตอบ “เราคุยกันเรื่องนิสัยใจคอของคนอยู่ไม่ใช่หรือคะ”

“ดิฉันเริ่มแน่ใจแล้วว่าคุณไม่ได้เรียบง่ายใสซื่อ เหมือนชุดจืดๆที่คุณใส่”

“ดิฉันก็คิดมาทั้งคืนเหมือนกัน ว่าคุณเป็นคนยังไงกันแน่”

“ฉันกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะรักศรัณย์!”

“จริงค่ะ คุณดูเศร้า ดูมีเหตุผลที่กลับมาหาศรัณย์ จนบางครั้งฉันสงสารคุณจับใจ แต่ที่น่าเสียใจคือคุณไม่มีดิฉัน ไม่มีพ่อแม่ดิฉัน พ่อแม่คุณศรัณย์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย”

“นี่สินะตัวจริงของคุณ คุณไม่ได้อ่อนแอหลบอยู่ หลังราวตากผ้า คุณเป็นคนฉลาดมีสติปัญญาพอตัวทีเดียว”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 12 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ