อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 13 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 13 ม.ค. 59

“นี่สินะตัวจริงของคุณ คุณไม่ได้อ่อนแอหลบอยู่ หลังราวตากผ้า คุณเป็นคนฉลาดมีสติปัญญาพอตัวทีเดียว”

รินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่าเธอเตือนสติให้ตนคิดถึงชีวิตตัวเอง ตนเลยเตือนสติเธอบ้างเท่านั้นเอง... ดวงสวาทอึ้งที่ต่อไปคงต้องเหนื่อยเพราะหล่อนน่ากลัวกว่าที่คิด

ขณะเดียวกันที่บ้านกำนันคล้ายจัดเลี้ยงฉลองที่ศรัณย์จับโจรได้ ชาวบ้านช่วยกันล้มหมูมาร่วมวงทั้งหมู่บ้าน เสนอแอบกระซิบกับโชติว่าทีอย่างนี้หัวเราะร่วน คราวหน้าจะแกล้งอะไรอีก คล้ายได้ยินแทรกเสียงเข้มว่า ศรัณย์เป็นคุณหนูของเขาแต่เป็นปลัดของอำเภอ ถ้าใจเสาะก็กลับบ้านไป แต่ตอนนี้ชื่อของปลัดศรัณย์ดังไปทั้งปักษ์ใต้ ชาวบ้านเฮเห็นด้วย



โชตินึกได้ว่าวันนี้ศรัณย์มีนัดกับนายอำเภอเพื่อจดทะเบียนสมรส ศรัณย์ปัดเอาไว้วันหลัง วันนี้ตนจะค้างที่นี่อีกคืน โชติแซวนึกว่าอยากกลับ เห็นกำลังข้าวใหม่ปลามัน เสนอกระซิบ

“แกคงกลัวโดนผู้หญิงเข้าหาน่ะครับ” โชติตื่นเต้นใครกัน เสนอร้อง “เอ๊...พวกคุณนี่ บ่าวดีๆเขาไม่นินทานายหรอกครับ...แฟนเก่าแกนั่นล่ะมาอยู่ที่บ้าน”

คล้ายเงี่ยหูฟังเสนอนินทานาย ในขณะที่ศรัณย์เดินแยกออกมายืนมองวิวมองฟ้า นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนกับดวงสวาท เสนอรู้ใจเจ้านายดีบ่นกับโชติ

“เฮ้อ คุณดวงนะคุณดวง น่าจะมีความละอาย ยอมกลับกรุงเทพฯไปเสียที”

“เกิดมาหล่อเลยต้องกลัวผู้หญิงเข้าหา น่าสงสารจริงๆปลัดผม” โชติรำพึง

“มีที่ไหนวะผู้ชายกลัวผู้หญิง ไม่มีหรอกโว้ย ที่ไอ้กลัวๆน่ะ กลัวใจตัวเองทั้งนั้น” คล้ายพูดอย่างผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน

พอศรัณย์สงบจิตใจได้ คล้ายถามถึงแผนต่อจากการกระจายข่าวให้ชาวบ้านกลับมาเป็นศัตรูกับเสือขาว ศรัณย์ขอข้อมูลของเสือบางว่ามีญาติพี่น้องที่ไหนบ้าง รายละเอียดเหล่านั้นจะช่วยได้มาก คล้ายจึงเล่าให้ศรัณย์ โชติและเสนอฟัง

ooooooo

ในวันเดียวกัน แก้วกลับจากงานบุญ สายกับเสริมรายงานเรื่องดวงสวาทเป็นมือที่สาม คอยนั่งเฝ้าประตูรอศรัณย์กลับ ไม่ทันไรอรุณเดินเข้ามา สายบอกนั่นก็มือที่สี่หายไปสองวันมาอีกแล้ว แก้วกลัดกลุ้มถามหาตัวศรัณย์

ในสวน รินนั่งปักผ้า อรุณเข้ามาขอเป็นฝ่ายรักรินคนเดียว ขออยู่ในเมืองนี้ต่อไป สัญญาจะไม่เมา ไม่หาเรื่องอีก รินทำหน้าไม่ถูก แก้วเป็นห่วงจึงเรียกรินมาช่วยทำกับข้าว แก้วเน้นว่าให้ทำอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างเพื่อเลี้ยงสั่งลาแขกที่มาเยือน ทั้งอรุณและดวงสวาทหน้าเสีย

แก้วให้เหตุผลว่า “พ่อศรัณย์กับบราลีไม่ได้รักกันมาตั้งแต่ต้น ฉันเป็นคนขอให้เขามาแต่งงานกันเทียบกับความสัมพันธ์ยาวนานที่พวกเธอมี เวลาเดือนกว่าๆที่นี่ คงสร้างความผูกพันไม่ได้มากนักหรอก ฉันอยากขอโอกาสให้เขาทั้งสองคน...โอกาสที่พวกเธอทิ้งไป”

ดวงสวาทเหน็บว่าแก้วตรงประเด็นเสมอ อรุณงงตนทิ้งโอกาสตอนไหน แก้วแจงว่าเขาสนิทสนมกับรินมาก่อน ทำไมไม่ให้พ่อแม่มาสู่ขอ สายร้องโป๊ะ! แสกหน้าเลย ทุกคนสะดุ้ง สายแก้ตัวว่าเฉาะมะพร้าวน้ำหอม...แก้วหันมาสอนดวงสวาท เสียใจด้วยที่การแต่งงานไม่เป็นดั่งที่หวัง มีปัญหาแล้วหนี ความทุกข์จะหายไปได้อย่างไร ต้องกลับไปพระนคร ไปแก้ที่ตัวปัญหา...

สายเฉาะมะพร้าวอีกลูกร้องโป๊ะ! อีกแล้ว ดวงสวาทแย้งเสียงเข้ม “คุณน้าอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีภรรยาที่งานแต่งงาน แล้วสามีภรรยาในแง่อื่นล่ะคะ มีสิทธิ์แค่ไหน”

คราวนี้แก้วเป็นฝ่ายอึ้ง ศรัณย์เดินขึ้นเรือนมากับเสนอ หยุดชะงักฟัง แก้วถามดวงสวาทหมายถึงอะไร เธอประกาศกร้าวว่าเธอกับศรัณย์เป็นสามีภรรยาโดยพฤตินัย...ศรัณย์หลับตาถอนใจที่แม่รู้จนได้ รินเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เสนออุทาน “โอ๊ะ! เหนอหน้าตกใจ”

ดวงสวาทสาธยายให้แก้วฟังว่า เหตุเกิดเมื่อตอนไปเที่ยวหัวหิน แม้ไปกันหลายคนแต่ความรักของตนกับศรัณย์ก็หยุดไม่อยู่ ความผูกพันทางกายของเรา ศรัณย์ไม่มีวันลืมได้ สายตาโพลงถือพร้าค้าง โป๊ะไม่ออก ดวงสวาทหันมาพูดกับริน

“คุณบราลีคงคิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนมานั่งพูดเรื่องนี้...ค่ะ ดิฉันคนหน้าไม่อาย มันถึงคราวจำเป็นแล้วที่ดิฉันจะต้องพูดความจริง ความจริงที่เจ็บปวดที่มันคาอยู่ในใจเราทั้งสองคน”

แก้วช็อกเดินหนีออกมา เจอศรัณย์ทำหน้าขอโทษ แก้วให้ตามไปคุยในห้อง...ด้วยความผิดหวัง แก้วต่อว่ายกใหญ่ที่ชิงสุกก่อนห่ามแจงข้อเสีย “ผู้ชายเสียยังไงรู้ไหม เสียโอกาส เสียอนาคต แทนที่จะมีเวลาค่อยๆเลือก ค่อยๆหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง นี่ต้องมานั่งชดใช้กรรมที่ทำไปกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยอารมณ์” ศรัณย์รับว่ากำลังรับกรรมนั้นอยู่ “ใช่...จะรับไปตลอดชีวิตนับจากนี้ คอยดูไปเถอะ...แล้วเมื่อคืนนี้กับแม่ดวงสวาทน่ะมันยังไง ใจอ่อนกับเขาอีกแล้วใช่ไหม”

ศรัณย์ยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนอยู่ในห้องกับดวงสวาท ตนเห็นผ้าม่าน เห็นดอกไม้ ได้กลิ่นบุหงารำไปที่อยู่รอบตัว เหมือนผู้หญิงคนนั้นมายืนมองเธออยู่เต็มบ้านไปหมด...แก้วยิ้มคลายความโกรธลงทันที สิ่งที่ตนคิดเป็นจริง เรื่องเล็กน้อยมีสิ่งยิ่งใหญ่อยู่ในนี้...ความรัก ใครก็ตามที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ก็เหมือนได้รับความรัก ...แก้วตบเข่าฉาด ความรักชนะเสน่หา

“รักเลยหรือครับ ผมว่ายังห่างไกลนะ เอาแค่ความเกรงใจดีกว่าไหม ผมคุ้นเคยกับดวงสวาทมากกว่า แค่หล่อนมองผมก็รู้แล้วว่าหล่อนต้องการอะไร ความรักที่มีต่อดวงสวาท บ่มเพาะมาสิบๆปี แต่กับบราลีแค่เดือนกว่าๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร” แก้วให้ใช้เวลาพิสูจน์ ดูกันยาวๆว่าใครกันแน่คือภรรยาที่ดีที่สุด ศรัณย์ข้องใจ “ธรรมชาติของคน รักและผูกพันกับผู้หญิงได้หลายคน แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจะมีเมียแค่คนเดียว เราควรเลือกใคร จะรู้ได้ยังไงครับแม่”

“เลือกเมียด้วยอารมณ์รัก ถ้ารักนั้นมั่นคงก็อยู่ได้ตลอดชีวิต แต่เมียที่เป็นเมียแก้วเมียขวัญ คือสมบัติอันล้ำค่า อยู่ด้วยแล้วมีแต่ความเจริญ นอกจากรักแล้ว จะต้องมีความเหมาะสมกันด้วย”

แก้วยกตัวอย่างช้อนกับส้อม ปากกากับกระดาษ ศรัณย์ยิ้มพอจะเข้าใจ...ศรัณย์เดินกลับเรือนใหญ่ มีน้ำบางอย่างราดลงมาจากหน้าต่าง เขาชะงักเพราะมันคือน้ำหอม เขาโกรธมากรีบเดินเข้าเรือนไปต่อว่าริน รู้ไหมว่าน้ำหอมนั่นแพงแค่ไหน ทิ้งแบบนั้นได้อย่างไร เธอจึงสวนว่าไม่ทิ้งก็ได้เอาไว้แพ่นหัวคนจะได้สมราคา รินทำท่าเอาขวดจะแพ่นหัว ศรัณย์จับมือเธอยื้อกันไว้

“หล่อนแก้ไขอดีตได้ไหม หรือเกิดมาหล่อนไม่เคยทำผิด”

“ดิฉันเพิ่งเข้าใจ ทำไมถึงผูกพันกันนักหนา ทั้งเป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนเรียน มาเป็นคู่รักแล้วยังจะ เอ้อ...” รินกระดากปากที่จะพูด

ศรัณย์แย้งว่าตอนนั้นตนกับดวงสวาทไม่ใช่เด็ก เรียนจบแล้ว นึกว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกัน เราคุยกันถึงเรื่องแต่งงานไปจนถึงเรื่องลูก รินสะเทือนใจบอกเรายังไม่ได้จดทะเบียนกัน งานแต่งก็เล็กๆอยู่ปักษ์ใต้ สังคมของเราอยู่พระนคร เราหยุดทุกอย่างยังทัน ศรัณย์อึ้ง รินบอกอีกว่าเขาเคยบอกว่าลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ตนคิดว่าตนควรกลับบ้าน เขาใจหายวูบพาลโกรธหาว่าเธอทำเป็นโมโหเพราะอยากกลับไปกับอรุณ ไปเป็นเศรษฐินีดีกว่าเป็นเมียปลัด

“บ้าสิ ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้นสักหน่อย”

ศรัณย์ไล่ให้รินกลับไปเลย เสนอโผล่เข้ามาพอดี ศรัณย์จึงบอกให้เขารอรับรินกลับไปพร้อมอรุณ สั่งเสร็จเดินปึงปังเข้าห้อง เสนอหัวเราะคิกนี่แหละลมเพชรหึง รินอายเดินหนี

คืนนั้น อรุณคุยเครียดกับดวงสวาท ต่างไม่อยากกลับ เสนอเสนอหน้าเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้รถไฟจะออกบ่ายโมง ให้ทั้งสองเตรียมตัว...ส่วนแก้วเปรยกับสายว่าพรุ่งนี้จะมีคนกลับสักกี่คน สายเกรงว่าจะไม่มีใครกลับเลย อยู่เป็นสี่คนผัวเมีย แก้วหน้าเสียหวั่นใจ

ooooooo

ค่ายโจรในป่า เสือขาวเป็นคนมีอาคมมนต์ดำ ทำให้ใครๆเกรงกลัว มีลูกน้องคนสนิทคือเสือบาง เสือกิจ มีนางบำเรอสี่ห้าคนในค่าย ยกเว้นเสือบางที่มีเมียเดียวคือนิ่มลูกสาวกำนันคล้าย ข่าวเสือขาวปล้นควายชาวบ้านมาถึงหูทำให้เขาปักใจว่าคล้ายเป็นคนปล่อยข่าว จึงคิดจะสั่งสอน

เช้าวันใหม่ รินกำลังแต่งตัวอยู่ในห้อง ศรัณย์เคาะประตูให้เปิด เธอถามมีอะไร ขาดคำเขาก็ถีบประตูโครมเข้ามา รินโวยว่าตนทำกลอนทั้งวัน ศรัณย์ให้เธอเก็บของใส่กระเป๋า เธอหน้าเจื่อนต้องการให้กลับพระนครจริงหรือ เขาปรี่เข้าเก็บของให้เธอเอง รินเข้าแย่งตนเก็บเองได้

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 4 วันที่ 13 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ