อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 31 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 31 ม.ค. 59

ริ้วทองได้รู้ว่าวังติณชาติกำลังมีแขกคนสำคัญ และแขกคนนั้นก็ชื่อคุ้นหูเสียด้วย ทำให้นักเชิดหุ่นกระบอกสาวใจเต้นแรง จนถึงกับต้องแอบไปดูหน้าเลยทีเดียว!

หม่อมเจ้าชายดิเรกนั่นเอง แขกคนสำคัญของวังติณชาติ ริ้วทองซึ่งแอบไปดู ถึงกับตกต้นไม้ เพราะไม่ทันระวัง เจิมเป็นคนเห็นและร้องโวยวาย หม่อมเจ้าหญิงรัมภาซึ่งกำลังต้อนรับราชนิกุลหนุ่มเลยต้องหันมองตาม

หม่อมเจ้าชายดิเรกถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อได้พบสบตาหญิงชาวบ้านที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้กลางป่า และท่าทางเหมือนตกในภวังค์ของทั้งสองก็ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเกิดอาการไม่พอพระทัย



“เจ้าพี่ยังไม่ได้ตอบหญิงเลยว่าเจ้าพี่ไปพบริ้วทองตอนไหน”

สรรพนามที่แปลกไป ทำให้ริ้วทองเพิ่งตระหนักว่าชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ไม่ใช่แค่สามัญชนธรรมดา แต่เป็นถึงเจ้านายที่มียศและฐานันดรเฉกเช่นเจ้าของวัง เรื่องราวในป่าคร่าวๆถูกถ่ายทอดให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหลังจากนั้น แต่กลับไม่ทำให้บรรยากาศดีขึ้น และดูเหมือนริ้วทองจะถูกจ้องจับผิดกว่าเดิม

“หญิงแปลกใจค่ะ เพราะเห็นเจ้าพี่จำริ้วทองได้ง่ายดายเกินกว่าจะเป็นแค่คนเคยเห็นหน้ากันประเดี๋ยวประด๋าว แล้วเธอล่ะริ้วทอง เธอมาทำอะไรรุ่มร่ามแถวนี้”

“เอ่อ...หม่อมฉัน...หม่อมฉันยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ก็เลยเดินลงมาเพคะ”

“ถึงจะเป็นคนของท่านพ่อ แต่จะคิดทำตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้ เห็นทีว่าจะต้องอบรมสั่งสอนกันชุดใหญ่”

“น้องหญิง...ริ้วเพิ่งมาอยู่ที่นี่ อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ยกโทษให้ริ้วสักครั้งเถิด”

ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของคู่หมายหนุ่ม ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภากริ้วมาก และแม้จะพยายามข่มพระทัย ก็ไม่วายแดกดันริ้วทอง “ก็ได้ค่ะ หญิงจะถือเสียว่า ยกโทษครั้งนี้เพื่อตอบแทนที่ริ้วทองเคยช่วยไม่ให้เจ้าพี่หลงป่า เจ้าพี่กับริ้วทองจะได้ไม่ต้องมีสิ่งใดติดค้างต่อกัน!”

ooooooo

สีหน้าระรื่นและท่าทางเหมือนคนกำลังมีความรักของริ้วทอง ทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสังหรณ์พระทัยว่าเรื่องระหว่างคู่หมายหนุ่มกับนักเชิดหุ่นสาวคงไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดา และเธอก็ไม่รอช้าจะส่งเจิมไปจัดการ

“หญิงต้องอยู่ต้อนรับเจ้าพี่ อีกประเดี๋ยวท่านลุงกับท่านป้าคงจะมาถึง หญิงไม่ว่าง เจิมช่วยไปสั่งสอนริ้วทองแทนหญิงซิ ว่าอย่าโกหกหญิงอีก...หญิงไม่ได้โง่!”

เจิมน้อมรับคำสั่งด้วยความยินดี ปรี่ไปลากตัวริ้วทองไปกดน้ำเพื่อคาดคั้นความจริง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ ปฏิเสธไม่รู้เรื่องใดๆ จนสาวใช้ต้นห้องต้องตบหน้าสั่งสอนฉาดใหญ่

“อีปากแข็ง...เหมือนที่ท่านหญิงพูดไม่มีผิด คนอย่างมึงไม่มีวันยอมรับความร่านของตัวเอง แต่จำไว้นะอีริ้วทอง มึงอย่าริใฝ่สูงคิดให้ท่าท่านชายดิเรก เพราะท่านเป็นคู่หมั้นคู่หมายของท่านหญิงรัมภา ท่านชายไม่เอาตัวเองลงมาเกลือกกลั้วกับผู้หญิงอย่างมึงหรอก!”

ริ้วทองหอบสภาพสะบักสะบอมเกือบตายกลับเรือนพักหลังจากนั้นหม่อมเจ้าหญิงภรณีผ่านมาพบ เลยพาไปทายา และซักไซ้ยกใหญ่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นักเชิดหุ่นสาวหน้าเสีย ก่อนจะสารภาพว่ามีเรื่องกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา เพราะอีกฝ่ายทรงหึงหวง คิดว่าตนมีอะไรกับหม่อมเจ้าชายดิเรก

“น้าเจิมบอกว่าท่านหญิงรัมภากับท่านชายดิเรกเป็นคู่หมั้นกัน...จริงหรือไม่เพคะ”

“ริ้วจะอยากรู้ไปทำไม”

“เอ่อ...ริ้วแค่อยากรู้ว่าน้าเจิมหาเรื่องทำร้ายริ้วหรือไม่เพคะ”

หม่อมเจ้าหญิงภรณีทรงถอนพระทัยยาว ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่จริงจ้ะ...เขาไม่ได้เป็นคู่หมั้น แต่เป็นคู่หมายกัน...ครอบครัวฉันกับครอบครัวศุภมาศของเจ้าพี่สนิทกันมาก ท่านลุงท่านป้า พ่อแม่ของเจ้าพี่ชื่นชม

น้องหญิงรัมภามาก ก็เลยพูดจับจองขอน้องหญิงเอาไว้”

“ถ้าท่านหญิงรัมภายอมให้ตัวเองถูกจับแต่งงาน ก็แสดงว่าท่านหญิงมีใจให้ท่านชายดิเรกใช่ไหมเพคะ”

“ใช่...น้องหญิงรัมภาชื่นชมเจ้าพี่มาตั้งแต่เด็ก แต่เจ้าพี่นี่สิ...ฉันก็ไม่เคยรู้ว่าทรงคิดอย่างไรกับเรื่องแต่งงาน”

ขณะที่ริ้วทองสะเทือนใจกับความจริงจากปากหม่อมเจ้าหญิงภรณี...คู่หมายหนุ่มสาวกำลังนั่งในห้องรับแขกของวังติณชาติ พร้อมกับเสด็จในกรมฯ องค์ชายศุภมาศและหม่อมเจ้าถมยา พ่อและแม่ของหม่อมเจ้าชายดิเรก

และบทสนทนาทั้งหมด ก็หนีไม่พ้นสารทุกข์สุกดิบ ตามประสาสองตระกูลที่ใกล้ชิดสนิทสนมมานาน โดยเฉพาะเรื่องความสามารถของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา ที่ทำงานเก่งจนเป็นที่ชื่นชมของหลายคนในกรมศิลป์

เสด็จในกรมฯทรงปลาบปลื้มและภูมิใจในตัวลูกสาวมาก และไม่รอช้าจะตอบตกลง เมื่ออีกฝ่ายมาทาบทาม

“หญิงรัมภา...ที่พ่อกับแม่มาพบกันวันนี้ เพื่อจะบอกลูกทั้งสองว่าพ่อกับแม่ได้ฤกษ์ดีจากพระมาแล้ว เดือนแปดปีหน้า ศุภมาศกับติณชาติจะได้เกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน!”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทรงตื่นเต้นและดีพระทัยมาก แต่ก็เก็บอาการไว้ได้อย่างดี เช่นเดียวกับหม่อมเจ้าชายดิเรก ทรงอดทนรอจนกลับถึงวังศุภมาศ จึงระเบิดอารมณ์กับพ่อแม่

“ทำไมท่านพ่อท่านแม่ทำแบบนี้ ชายเคยขอแล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าอย่าบังคับชายให้แต่งงานกับน้องหญิง”

หม่อมเจ้าชายดิเรกทรงยืนยันว่าไม่เคยคิดกับหม่อมเจ้าหญิงรัมภามากกว่าน้องสาว และอยากมีอิสระในการเลือกคู่ครอง เพราะเชื่อมั่นตามกฎผัวเดียวเมียเดียว

“ท่านแม่อย่าถือโทษโกรธชายเลยนะครับ ให้ชายกับน้องหญิงได้ทำความรู้จักกันไปก่อน ถ้าชายแน่ใจแล้วว่าน้องหญิงคือคนที่เหมาะสมจะเป็นคู่ชีวิตของชาย ชายจะแต่งงานกับน้องหญิงแน่นอน”

“ตามใจชายก็แล้วกัน แต่แม่บอกไว้ก่อน ถ้าผู้หญิงที่ชายเลือกมีดีไม่เท่าหญิงรัมภา แม่ก็จะไม่ยอมให้เข้ามาเหยียบบ้านศุภมาศเหมือนกัน!”

ooooooo

ผีริ้วทองดึงตัวเองจากอดีต จุดเริ่มต้นความแค้นวันนั้น ผลักดันให้เธอสู้ยิบตามาตลอด และวันนี้เธอก็จะขอสู้อีกครั้ง เพื่อชายอันเป็นที่รัก...

“ท่านชายต้องรังเกียจมัน ผลักไสไล่ส่งมันไปจากชีวิตท่านชายเหมือนเมื่อก่อนนะเพคะ แล้วริ้วจะทำให้ท่านชายจำริ้วได้ ท่านชายจะได้เลือกริ้ว รักริ้วเหมือนเดิม!”

ด้านเกล้ามาศ...ตื่นมาใส่บาตรกับคุณทวดภรณีด้วยสีหน้าไม่สบายใจ เพราะยังเคืองแม่ที่ทำท่าประเจิด– ประเจ้อให้อับอายต่อหน้าอินทวงศ์เมื่อวันวาน คุณทวดเข้าใจดี แต่ก็อยากเตือนสติ

“อย่าไปถือโทษโกรธเคืองนิลเลยนะมาศ ยังไงซะเขาก็เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดเรา”

“มาศไม่เคยโกรธ แต่มาศเป็นห่วง คุณแม่โหยหา ความรักตลอดเวลา ทำไมคุณแม่ถึงเป็นแบบนี้คะท่านทวด”

“เป็นความผิดของทวดเองที่ไม่ได้ให้ความรักความอบอุ่นกับลูก...ยายของเราน่ะ ความขาดนี้ก็เลยตกไปสู่ยายนิล ทวดผิดเอง ทวดไม่น่าเอาเวลาไปเฝ้าคิดถึงคนที่จากไป คนที่อยู่ใกล้ กลับไม่เคยให้ความสำคัญ”

“คนที่จากไป...ท่านทวดผู้ชายหรือคะ ท่านทวดผู้ชายชื่ออะไรหรือคะ มาศไม่เคยรู้จักเลย”

“ปล่อยให้เขาเป็นแค่ความทรงจำของทวดคนเดียวก็พอนะ”

คุณทวดภรณีถึงกับน้ำตาซึม คิดถึงปรุง...นักเชิดหุ่นหนุ่ม พี่ชายบุญธรรมของริ้วทอง ชายเพียงคนเดียวที่เธอรักสุดหัวใจ เขากับเธอแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่มันก็เป็นความลับ ไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้ จนถึงวันนี้...เธอก็ยังอยากให้มันเป็นความลับต่อไป เลยพยายามเบี่ยงเบนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องอื่น

“เป็นโชคดีของมาศที่พ่อของเรารับไปเลี้ยงดู มาศถึงได้น่ารัก เข้มแข็ง รู้จักรักตัวเองแบบนี้ ถ้ามาศอยู่ที่นี่ มีหวังมาศก็จะเป็นเหมือนยายนิลอีกคน”

“ท่านทวดคะ มาศอยากช่วยคุณแม่”

“ดีเลยจ้ะ...ความรักจากใครก็ไม่มั่นคงแข็งแรงเท่ากับความรักของแม่ลูก ถ้ามาศช่วยเติมเต็มความรักให้ยายนิลได้ ยายนิลก็จะไม่ต้องไปโหยหาความรักจากใครอีก”

เกล้ามาศได้ทำตามพูด ด้วยการตามแม่ไปดูการเตรียมงานประมูลเครื่องประดับโบราณที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วัน เลยตกกระไดพลอยโจน ถูกจัดให้เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์แบบไม่ตั้งใจ ด็อกเตอร์สาวจะปฏิเสธ แต่ก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อแม่ยกเหตุผลมาอ้างว่าไม่ได้ทำเพื่อหน้าตาตัวเอง แต่เป็นงานบุญเพื่อเด็กกำพร้าล้วนๆ

แต่ปัญหาก็ไม่จบแค่นั้น เพราะอินทนิลไม่ยอมให้ลูกสาวน้อยหน้า บังคับเจ๊เมี่ยงคนคุมงาน จัดการให้ลูกสาวคนเดียวได้เดินแบบชุดฟินาเล่ โชว์เครื่องประดับไฮไลต์ของงาน ซึ่งเคยวางตัวไว้แล้ว จะให้สวิตามาเดิน เมื่อนางเอกสาวรู้เรื่อง ก็เจ็บใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอินทนิลเป็นคนจัดงาน

เกล้ามาศอึดอัดมากที่แม่เจ้ากี้เจ้าการ เลยพยายามจะปฏิเสธการเป็นนางแบบอีกครั้ง แต่ก็ถูกแม่ขอร้องและทวงบุญคุณจนต้องยอมถอดใจ เมื่อพริมกับอาร์มแวะมาหาเธอถึงหน้าโรงแรมที่จัดงาน พร้อมกับบัลลพ ซึ่งมารับหน้าที่รักษาความปลอดภัยในงานประมูล ด็อกเตอร์สาวเลยขอตัวกลับ เพราะมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ...

ooooooo

อินทวงศ์ไปดูไซต์งานตามปกติ โดยไม่รู้เลยว่าผีริ้วทองตามติดไม่ห่างตั้งแต่เมื่อคืน และวันนี้เธอก็ตั้งใจจะฟื้นความทรงจำให้เขา ด้วยการทำให้เขาเห็นผ้าคาดเอวและดอกไม้แห้ง...ของขวัญสองชิ้นแรกที่เขาเคยให้เธอในอดีต...

เรื่องราวในอดีตถูกรื้อขึ้นมาอีกครั้ง...ผีริ้วทองยังจำได้ดี ว่าต้องเจ็บแค้นใจแค่ไหน ที่ถูกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาจับได้ว่าแต่งตัวสวยไปดักรอหม่อมเจ้าชายดิเรก เจิมอยากเอาหน้า เลยจะตบสั่งสอน นักเชิดหุ่นสาวหลบทัน แต่ก็ดันพลาดไปกระชากเสื้อของอีกฝ่ายจนกระดุมเสื้อหลุดขาด

เจิมกรีดร้อง โวยวาย ทูลฟ้องให้ช่วยจัดการ แล้วก็สมใจ เมื่อหม่อมเจ้าหญิงรัมภาทรงประกาศกร้าว

“ริ้วทอง...ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ สิ่งที่เธอต้องรำลึกอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องว่าเธอมาจากไหน แต่เธอต้องรู้จักให้ความเคารพผู้อาวุโสด้วย และบทลงโทษของวังติณชาติก็คือ...ใครทำสิ่งใดไว้ต้องได้รับสิ่งนั้นกลับคืน!”

ขาดคำริ้วทองก็ถูกเจิมกับเหล่าสาวใช้จับตัว และถูกกระชากเสื้อตัวสวยจนขาด เห็นถึงเสื้อชั้นในให้อับอาย หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทรงปรายตามองมาด้วยความสาสมพระทัย แล้วทรงผละไปดื้อๆ ทิ้งนักเชิดหุ่นสาวให้ต้องรับกรรมจากเจิม ซึ่งแค้นไม่หายที่อีกฝ่ายทำเสื้อกระดุมขาด

“จะรีบไปไหน กูยังไม่เสร็จธุระกับมึง มึงจำใส่กะลาหัวของมึงไว้นะอีริ้วทอง ถ้ามึงคิดอะไรกับท่านชายดิเรกอยู่ มึงจงเลิกคิดเสียเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นชีวิตมึงอยู่ไม่สุขแน่อีนังโคมเขียว!”

หลังจากถูกโขกสับให้อับอาย ริ้วทองก็หอบร่างสะบักสะบอมกลับเรือนพัก จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเก่า แล้วตัดสินใจจะตัดใจจากหม่อมเจ้าชายดิเรก และเอาผ้าคาดเอวกับดอกไม้แห้งของเขาไปทิ้ง

แต่ไม่ทันทำตามที่ตั้งใจ หม่อมเจ้าชายดิเรกก็ทรงผ่านมาพบเสียก่อน ริ้วทองจะเดินหนี ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาแห่งความขมขื่นใจ แต่ก็หนีไม่พ้น ถูกเขาเห็นความลับจนได้ ว่าเธอแอบเก็บของแทนใจจากเขาไว้

“ของที่ฉันเคยให้ริ้ว ริ้วยังเก็บไว้อีกหรือ”

แววตาเป็นประกายของราชนิกุลหนุ่ม ทำให้ริ้วทองเขินอาย แต่ยังพยายามเก็บอาการ

“ขอหม่อมฉันคืนเถอะเพคะ ถ้าท่านหญิงรัมภามาพบเข้าจะไม่พอใจได้”

“ทำไมน้องหญิงถึงจะต้องไม่พอใจด้วยเล่า”

“ไม่มีหญิงคนใดพอใจที่ชายคนรักของตัวเองอยู่กับหญิงอื่นดอกเพคะ”

น้ำตาของเธอทำให้หม่อมเจ้าชายดิเรกทรงตัดสินใจสารภาพความจริงในพระทัยออกไป

“ริ้วเข้าใจผิดแล้ว...ฉันจะไม่แต่งงานกับน้องหญิง ฉันให้ดอกไม้ริ้วด้วยความเสน่หา”

ริ้วทองถึงกับอึ้งไป สะท้านกับสายตาลึกซึ้งของอีกฝ่าย จนต้องเบือนหน้าหนี

“ไม่จริงดอกเพคะ ท่านชายกำลังจะแต่งงานกับท่านหญิงรัมภา ท่านชายจะรู้สึกเช่นนั้นกับหม่อมฉันได้อย่างไร”

หม่อมเจ้าชายดิเรกทรงยืนยัน “เรื่องแต่งงานเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ แต่ฉันจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่ฉันไม่ได้เลือกด้วยตัวเอง ทั้งฉันและน้องหญิง...เราควรมีสิทธิ์เลือกคู่ครองให้กับชีวิตของตัวเอง”

ริ้วทองปลื้มใจมาก หัวใจเต้นแรงที่ได้ยินคำพูดแสดงความจริงใจของเขา แต่ก็เขินอายเกินกว่าจะสบตาคมนั้นได้ เลยหันหลังหนีดื้อๆ หม่อมเจ้าชายดิเรกต้องจับให้เธอหันมาเผชิญหน้า

“ริ้วยังไม่ตอบฉันเลย ทำไมริ้วถึงยังเก็บของที่ฉันให้ไว้”

“หม่อมฉันมั่นใจว่าสักวันเราต้องได้พบกันอีก แล้วถ้าท่านชายเห็นสิ่งนี้ ท่านชายจะจำหม่อมฉันได้”

ooooooo

ผีริ้วทองดึงตัวเองจากอดีตอีกครั้ง ผ้าคาดเอวและดอกไม้แห้งยังอยู่ในมืออินทวงศ์ รอให้เขาฟื้นความทรงจำ...ความรักและความผูกพันที่ทั้งสองมีให้กันเมื่อก่อน แต่ไม่ทันสมใจ สถาปนิกหนุ่มก็ตื่นจากภวังค์ เมื่อมีคนมาตามไปดูงาน และเมื่อเขาหันกลับมาอีกครั้ง...ของสองสิ่งที่เขาเก็บได้ก็หายไปแล้ว!

อินทวงศ์คาใจมาก และไม่รอช้าจะเล่าให้นายตำรวจเพื่อนรักฟังเมื่อเจอกันในผับคืนเดียวกัน บัลลพไม่เชื่อและยืนยันว่าอีกฝ่ายคิดไปเองมากกว่า แล้วจัดการเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงเกล้ามาศ ด็อกเตอร์สาวและนางแบบ กิตติมศักดิ์ในงานประมูลของอินทนิล ซึ่งเขามีโอกาสได้เจอเป็นครั้งแรก

“แกเล่าให้ฉันฟังว่าคุณมาศมาช่วยบำบัดคุณหญิงย่า แต่ไม่เห็นบอกว่าเธอสวยหุ่นเซี้ยะ คิดจะกั๊กกันเหรอวะ”

“ไม่ได้กั๊กเพราะปิ๊ง แต่กั๊กเพราะเป็นห่วง...ไม่อยากให้คุณมาศรู้จักเสืออย่างแก”

“รู้จักก็ใช่ว่าจะจีบติด ท่าทางเธอเป็นคนระวังตัว เข้าถึงยาก ถ้าคุณมาศอัธยาศัยดีแบบคุณนิลจะแจ่มมาก”

“เลิกพูดถึงคุณมาศได้แล้ว”

“หมั่นไส้...หวงจริงโว้ย ฉันจะสั่งสอนให้นะไอ้ ไก่อ่อน ปิ๊งเขาก็แสดงออกต่อหน้าด้วย อย่ามาทำตัวเป็นจงอางหวงไข่ลับหลังแบบนี้ เพราะถ้าผู้หญิงไม่รับรู้ ก็รับประทานแห้วอยู่ดี”

เกล้ามาศไม่รู้ตัวว่ามีคนคิดถึง...มัวสนใจธุระสำคัญ คือการมาพบหญิงชราซึ่งพริมรู้มาว่ามีตาทิพย์ อาร์มไม่เชื่อ และคิดว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เลยถูกห้ามไม่ให้เข้าบ้าน โทษฐานหลบลู่ สองสาวจึงเข้าไปตามลำพัง ก่อนจะถูกตะเพิดออกมาในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อหญิงชราผู้มีตาทิพย์มองเห็นผีผู้หญิงผมยาวขี่บนคอเกล้ามาศ!

“ฉันไม่ยุ่ง ฉันไม่ยุ่งแล้ว เอาพวกมันออกไป อย่าไปยุ่งกับมัน”

เกล้ามาศกับพริมมองหน้ากันงงๆ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อหญิงชราโพล่งลั่น

“เขาโกรธมาก ไปทำเขาไว้ เขาจะตามมาทวงคืนจากมึง!”

พูดจบหญิงชราก็เป็นลมหมดสติ สองสาวเลยผละมาก่อน แต่ไม่ทันออกรถ ลูกสาวของหญิงชราก็วิ่งมาบอกคำเตือนของแม่ ไม่ให้เกล้ามาศใส่กำไล เกล้ามาศ พริมและอาร์มได้แต่มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าหญิงชราต้องการบอกอะไรกันแน่ เพราะทุกอย่างดูเหลือเชื่อและไม่มีเหตุผลเสียเลย

แต่กระนั้น...คำพูดสุดท้ายของหญิงชราตาทิพย์ ที่ว่ามีคนตามจองเวรเธอ ก็ทำให้เกล้ามาศไม่สบายใจ จนต้องแวะไปหาคุณทวดภรณีกลางดึกของคืนเดียวกัน แต่อีกฝ่ายก็เข้านอนแล้ว เหลือแค่นุชคนดูแล นั่งเฝ้าและซ่อมหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นซึ่งเธอเคยทำหัวขาดไปพลางๆ

“หุ่นกระบอกตัวนี้...ฉันเคยทำหัวหลุด นุชซ่อมเป็นด้วยหรือ”

“ท่านทวดสอนให้นุชเสียบแกนไม้ที่ตัวหุ่นเข้าไปในหัว แต่นุชกลัวไม่แน่นเลยทากาวติดซะเลย”

เกล้ามาศพยักหน้ารับรู้ยิ้มๆ ก่อนจะหยิบหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นมาพิจารณาโดยละเอียดเป็นครั้งแรก และครั้งนี้สายตาเธอก็ไปสะดุดที่กำไลอันจิ๋วบนข้อมือหุ่น...มันสวยมากและคุ้นตาเธออย่างประหลาด เหมือนเคยเห็นที่ไหน...

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้นเอง...กำไลแบบเดียวกับบนข้อมือหุ่นนางยี่สุ่น กำลังถูกอัญมณีนำใส่กล่องกำมะหยี่อย่างดี เตรียมมอบให้อินทนิลไปประมูลการกุศล แต่ผีริ้วทองก็มาอาละวาด และขู่ไม่ให้ยุ่งกับของของเธอ

อัญมณีตื่นตอนเช้าด้วยสังหรณ์ไม่ดีบางอย่าง ภาพหญิงสาวในเงาดำเมื่อคืนเหมือนความจริงมาก จนเธอไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นแค่ฝันร้าย และเมื่อเจอหน้าหลานชายในเวลาต่อมา ก็อดเล่าให้ฟังไม่ได้

“ความฝันมันเหมือนจริงมาก เหมือนจริงจนอากลัว”

“เป็นไปได้หรือครับคุณอา...ที่กำไลวงนี้จะมีผี”

อัญมณีถอนใจยาว “อาก็ไม่อยากเชื่ออย่างนั้นหรอกนะ แต่มาคิดดูแล้ว เรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้น ทั้งคุณย่าถูกผีหลอกจนเป็นโรคกลัวกำไล สร้อยดาวทำร้ายหนูเกล้ามาศโดยไม่รู้ตัว...สุดท้ายก็เมื่อคืน กำไลนี้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกเรื่อง”

“มันยากจะเชื่อจริงๆครับคุณอา”

“ไม่เป็นไรจ้ะ อาเข้าใจว่าของแบบนี้ ถ้าไม่เจอกับตัวจะไม่เชื่อง่ายๆหรอก เดี๋ยวพอเราเอากำไลไปให้คุณนิลประมูล เรื่องร้ายๆของบ้านเราก็คงจะหมดไปสักที งั้นคืนนี้ต๊ะเอากำไลไปให้คุณนิลที่งานแทนอาทีนะ อาไปไม่ไหว”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 4 วันที่ 31 ม.ค. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ