อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 15 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 15 ม.ค. 59

รุ่งเช้า ศรัณย์กับโชติไปเฝ้าดูบ้านของใบซึ่งเป็นพ่อของเสือบาง จึงรู้ว่าเขาแก่จนตาฝ้าฟาง ไม่มีใครคบหาเพราะโกรธที่ลูกเป็นโจร ศรัณย์รู้มาว่า เสือบางส่งข้าวส่งน้ำให้พ่อเป็นประจำ ด้านรินคิดหาทางช่วยศรัณย์อีกแรง จึงเลียบเคียงน้อยถึงเรื่องนิ่มลูกสาวที่ถูกฉุดไปเป็นเมียโจร น้อยเล่าว่าเพราะบางเป็นคนไม่ทำงานทำการ คล้ายจึงไม่ชอบ สิบปีแล้วที่ลูกถูกฉุดไป ตนเฝ้ารอให้ลูกกลับมา ชาตินี้คงตายตาไม่หลับถ้าไม่ได้พบหน้าลูก รินคิดว่านิ่มคงไม่กล้ากลับมามากกว่า...

โชติเห็นว่ารอมาทั้งวันแล้ว เสือบางคงไม่โผล่มา แต่ศรัณย์บอกว่าตนได้ยินเสียงกะลาตักข้าวสารขอดถัง แสดงว่าข้าวจะหมด เสือบางต้องมาส่งข้าวพ่อแน่ โชติทึ่งที่ศรัณย์สังเกตขนาดนี้



ผ่านไปหนึ่งคืน รินสวดมนต์ให้พระคุ้มครองศรัณย์และโชติ...เช้าวันใหม่ น้อยพาคนในหมูบ้านมาพบรินเพราะพวกเขาอยากเห็นภรรยาคนสวยของปลัด รินจึงใช้วิธีผูกมิตรกับทุกคนด้วยการแนะนำให้รู้จักถึงการดูแลหน้าตาผิวพรรณให้สวยสะอาดเพื่อสามีจะได้สบายตาสบายใจ

คล้ายเล่นกับนกเขาเพลิน หันมาเห็นน้อยและสาวๆ หน้านวลผ่องก็ตกใจ หาว่าเป็นฝูงลิง รินไม่พอใจตำหนิว่า ภรรยาแต่งตัวสวยก็เพื่อให้สามีดู น่าจะมีน้ำใจชมกันบ้าง คล้ายย้อนว่า ผู้หญิงสวยสรรพเมื่อไฟดับ...รินโวยว่าดูถูกผู้หญิง ไม่เห็นจะจริง แต่สาวๆกับเห็นด้วยกับคล้าย

“คุณเพิ่งแต่งงาน เรื่องพวกนี้อย่าให้ขาดเชียวนะ ทำงานเหนื่อยๆมา นี่ล่ะกำลังใจที่ดีที่สุด ก้นถึงฟาก ปากถึงข้าว...บนฟูกก็ต้องให้ถึงใจ” ว่าแล้วสาวๆก็หัวเราะกันครืน

รินหน้าแดง น้อย เนื่องและสาวๆพารินมาหัดทำพวกจักสาน ต่างเล่าเรื่องรันทดที่ถูกพวกเสือขาวปล้นบ้านฉุดคร่าลูกสาวไป บ้างก็สามีถูกฆ่าตายจนตัวเป็นบ้า รินตกใจจึงรับปากจะบอกปลัดให้จับโจรให้ได้และช่วยลูกหลานกลับมา

เย็นวันนั้นศรัณย์กลับมา รินพาสาวชาวบ้านมาขอร้องให้เขาจับเสือขาวให้ได้แล้วพาลูกหลานพวกเธอกลับมา ศรัณย์รับปาก ทุกคนกลับไป เขาหันมาติงรินว่าทำแบบนี้มันเป็นการกดดัน รินแย้งนี่คือการให้กำลังใจต่างหาก เขาจะได้มีเป้าหมาย ศรัณย์ถอนใจ เตือนอย่าใจอ่อนแบบนี้อีกเพราะอาจถูกหลอกเข้าสักวัน รินชี้แจงว่าที่ทำเพื่อให้เขารู้ว่าทุกคนเชื่อมั่นในตัวเขา

ooooooo

ดวงสวาทไม่ยอมแพ้มาเช่าบ้านที่อยู่ติดกับบ้านพักศรัณย์ แก้วแปลกใจที่เห็นมีช่างมาซ่อมแซมบ้านข้างๆ จึงทำกับข้าวให้สายเอาไปทักทายเพื่อนบ้านใหม่เป็นน้ำใจ ไม่ทันจะไป ดวงสวาทก็เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมจิ้มลิ้มที่ยกหม้อเดินตาม

“นิสัยเอื้อเฟื้อแบบนี้ หนูยังยึดเป็นแบบอย่างและทำตามเสมอ นี่ไก่อบหนูเอามาฝากค่ะ”

จิ้มลิ้มวางหม้อลง แก้วตกใจไม่คิดว่าดวงสวาทจะดันทุรังขนาดนี้ เธออ้างว่าเธอออกจากบ้านตามคำสั่ง แต่ไม่มีที่ไปจริงๆ กลับพระนครก็ไม่ได้ ขอให้เห็นใจ จิ้มลิ้มรีบรายงานตัวว่าเป็นผู้ช่วยดวงสวาท สายเหน็บก็คนใช้นั่นแหละ แก้วข้องใจถาม

“ทำแบบนี้มั่นใจสินะว่าศรัณย์จะใจอ่อนกับเธอ คิดจริงหรือว่าเสน่หาจะผูกหัวใจคนได้”

“รัณชอบกับข้าวฝีมือคุณบราลีมาก คุณแม่ว่าอาหารกับเสน่หา อะไรจะผูกใจคนได้ดีกว่ากันล่ะคะ”

“อาหารกินวันละสามเวลา...แต่เสน่หาไม่มีกินก็ไม่ตาย”

“อาหารซื้อได้ตามตลาด เสน่หาขอได้จากเมียเท่านั้น เมียที่ไม่มีให้จะผูกใจผัวได้ยังไง น้ำพริกลงเรือน่ะคาวไม่พอหรอกค่ะ” ดวงสวาทหัวเราะเยาะก่อนจะเดินกลับไป

แก้วอึ้งไม่คิดว่าเธอจะร้ายขึ้นขนาดนี้ ชักเป็นห่วงลูกชาย...ดวงสวาทกลับมาที่บ้านโทรศัพท์หาสุนันทาซึ่งกลับจากต่างจังหวัดแล้ว เพื่อบอกว่าตอนนี้ตนอยู่ปักษ์ใต้ ถ้าที่บ้านโทร.หาช่วยโกหกให้ด้วยว่าอยู่กับเธอ...

ในขณะที่ศรัณย์อาบน้ำแต่งตัวใหม่ เตรียมเป้เข้าป่า รินทำอาหารใส่ห่อให้เขาติดไป ศรัณย์ขอร้องคราวหลังอย่าได้พาใครมาร้องห่มร้องไห้แบบนั้นอีก และเตือนว่าเธอใจอ่อนเกินไประวังจะโดนหลอกเข้าสักวัน รินบอกว่าอุตส่าห์ยอมเสียเครื่องสำอางไปเพื่อผูกมิตรชาวบ้านให้ไว้ใจในงานของเรา ศรัณย์ฉงนกับคำว่างานของเรา รินสาธยาย

“คุณแม่เลี้ยงมาให้ทำงานเพื่อคนอื่น ดิฉันไปยิงปืนจับโจรอย่างคุณไม่ได้ ไปรับราชการแบบคุณพ่อก็ไม่ได้ การที่ได้ช่วยคุณพ่อ ช่วยคุณเท่าที่จะช่วยได้ก็ถือว่าได้ช่วยชาติ งานนี้จึงเป็นงานของเราค่ะ...ฉันบอกเขาไปแล้วว่าคุณเก่งแค่ไหน คุณจะทลายก๊กเสือขาวได้แน่นอน”

ศรัณย์ทึ่งกับความคิดของริน ทำไมเชื่อมั่นขนาดนั้น รินตอบว่าเพราะเขาเป็นคนดีมีมานะ พยายามฝึกฝน ศรัณย์ปลาบปลื้มกุมมือรินที่ถือห่อข้าว มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เริ่มมีใจรัก คิดถึงคำที่คุยกับแก้ว ว่าลูกผู้ชายที่แท้จริงจะมีเมียแค่คนเดียว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรเลือกใคร แก้ว ให้คำแนะนำว่า...เลือกเมียด้วยอารมณ์รัก ถ้ารักนั้นมั่นคงก็อยู่ได้ตลอดชีวิต แต่เมียที่เป็นเมียแก้วเมียขวัญคือสมบัติอันล้ำค่า อยู่ด้วยแล้วมีแต่ความเจริญ นอกจากรักแล้วจะต้องมีความเหมาะสมกันบางอย่าง เช่นช้อนกับส้อม กระดาษกับปากกา ที่สำคัญเอาใจเขามาใส่ใจเรา

ศรัณย์เริ่มเข้าใจแล้วว่าต่อให้รินมีศรัทธาเดียวกันกับตน ถึงอย่างไรก็ต้องมีความรักขนาดรักกันมาเป็นสิบปีอย่างดวงสวาทยังไปไม่รอด รินคือกระดาษของตน...

รินพยายามดึงมือออก เขาหัวเราะบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนเล่นเพื่อน รินยิ่งเขินหยิกมือเขาอย่างแรงจนเขาต้องปล่อย รินโวยตนไม่ใช่ของเล่นของเขา อย่าแตะเนื้อตัวตนอีก เขาขำเชิงเอ็นดูที่เห็นเธอหน้างอ

ศรัณย์กลับมาตรงที่โชติซุ่มอยู่แถวบ้านของใบ และแล้วก็มีคนเอาข้าวของมาส่งให้ใบจนได้ เป็นลูกน้องของเสือบาง ท่าทางใบไม่พอใจไม่ต้องการรับของโจร ขุนส่ายหน้าบ่นว่าด่าแบบนี้ทุกครั้งที่เอาของมาให้ จากนั้น ศรัณย์กับโชติก็สะกดรอยตามขุนเพื่อไปให้ถึงค่ายโจร...ขุนเดินเข้าป่าอย่างคล่องแคล่ว โชติแปลกใจที่ทางนี้ไม่ใช่ทางไปเขากุดที่คิดว่าเสือขาวปักหลักที่นั่น

ooooooo

ภายในค่ายโจรเสือขาว มีโต๊ะหมู่บูชา กะโหลกผีและของขลังมากมาย เสือขาวนั่งสมาธิตามประสาคนเล่นของ จับยามสามตาดูฤกษ์ดูยาม แล้วเขาก็ลืมตาขึ้นสั่งลูกน้องให้ออกไปรับขุนปากทางเข้าถ้ำ คืนนี้ฤกษ์ไม่ดีอาจมีเรื่อง กิจจึงบอกว่าจะออกไปกับบาง
ระหว่างนั้นขุนเริ่มรู้ตัวว่ามีคนสะกดรอยตาม

จึงหลบเข้าพุ่มไม้เตรียมอาวุธกะปะทะ ศรัณย์กับโชติแปลกใจที่ขุนหายไป โชติจะลงไปดูที่ลำธาร ศรัณย์ห้ามเพราะเห็นว่าเขามีลูกเล็ก จะลงไปเอง โชติซึ้งใจในตัวเขามาก...ศรัณย์เดินลงมาไม่เห็นขุนที่หลบอยู่ ขุนจับปืนมั่นเตรียมยิง จู่ๆบางกับกิจแหวกพุ่มไม้เข้ามา ดึงขุนออกไปบอกคืนนี้ฤกษ์ไม่ดีที่จะปะทะ

ศรัณย์ได้ยินเสียงเดินก็รีบซ่อนตัว เห็นสามโจรเดินออกไป โชติย่องตามมาสมทบบอกตกใจเพราะเห็นโจรซุ่มอยู่ตรงทางที่เขาเดิน ศรัณย์บอกถ้าตนเดินต่อไปอีกนิดโดนส่องแน่ โชติให้รีบตามพวกโจรไปแต่ศรัณย์เห็นว่ามันเสี่ยงเกินไป พวกโจรมีมากกว่าและรู้ตัวแล้ว

ฟ้าสางไก่ขัน รินสะดุ้งตื่นมองไปที่มุ้งของศรัณย์ ไม่เห็นเขานอนอยู่ก็เป็นห่วงรีบวิ่งลงจากเรือน ศรัณย์แบกเป้กลับมาพอดีถามจะไปไหน วิ่งแบบนั้นเดี๋ยวตกบันไดคอหัก รินยิ้มดีใจ เขาดักคอว่ามารอตนหรือ รินชะงักอึกอัก แก้ตัวว่าตนกระตือรือร้นทุกเช้าจะไปทำอาหาร

“กระตือรือร้นทุกเช้าเนี่ยนะ พูดออกมาได้ จะโดนลักหลับเพราะขี้เซาล่ะสิไม่ว่า” ศรัณย์เดินหัวเราะขึ้นบ้าน รินอายแต่ก็โล่งใจที่เห็นเขาไม่บาดเจ็บตรงไหน

ที่ค่ายโจรเสือขาว ทุกคนนั่งประชุมเรื่องที่ขุนมีคนสะกดรอยตาม กิจตำหนิคราวหลังให้ระวังมากขึ้น เสือขาวบอกว่าคนนั้นเป็นปลัดที่ปล่อยข่าวว่าพวกเราปล้นควายชาวบ้าน กิจเป็นห่วงที่พวกนั้นเข้ามาใกล้ค่ายเกินไป แต่เสือขาวไม่กังวลเพราะทางเข้าค่ายลึกลับพิสดารมาก บางเสนอให้จัดการปลัดไฟแรงนั่นเสียและอาสาจะลงมือเอง เสือขาวพยักหน้ายินยอม

ด้านศรัณย์คุยกับคล้ายและโชติ โดยมีรินกับน้อยนั่งฟังอยู่ด้วย คล้ายทึ่งที่เสือขาวปล่อยข่าวว่าค่ายของมันอยู่เขากุดทางเหนือ แต่ความจริงอยู่ทางใต้ ศรัณย์ถามแถวนั้นเรียกว่าอะไร

“เขาน้ำเย็นครับ ถัดเข้าไปจะมีน้ำตกน้อยใหญ่หลายจุด น้ำแถวนี้เย็นมากเลยเรียกว่าเขาน้ำเย็น” โชติแจงให้ฟัง

คล้ายเสริมต่อว่าแถวนั้นลือกันมาแต่ปู่ย่าว่ามีผีเจ้าป่าชอบหลอกคนไปกระโดดน้ำตกตาย ชาวบ้านจึงไม่ค่อยไป ศรัณย์ชี้ชัดนี่ถึงเหมาะเป็นที่ซ่อนตัว โชติจะกลับไปเอาตำรวจมาทลายซ่อง น้อยดีใจจะได้เจอลูกสาวเสียที รินยิ้มยินดีด้วย

ทุกคนแยกย้ายกลับที่พัก รินนั่งมองศรัณย์กินน้ำพริกลงเรืออย่างเอร็ดอร่อย ก็ถามใจคอจะกินทุกวันเลยหรือ เขารับว่าใช่แล้วเปลี่ยนเรื่องถามจริงจัง “ฉันเล่าเรื่องพ่อแม่ฉันแล้ว เล่าเรื่องพ่อแม่หล่อนหน่อยสิทำไมพ่อแม่ถึงใช้งานหล่อนเหมือนเป็นคนใช้ล่ะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 15 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ