อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 16 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 16 ม.ค. 59

ทุกคนแยกย้ายกลับที่พัก รินนั่งมองศรัณย์กินน้ำพริกลงเรืออย่างเอร็ดอร่อย ก็ถามใจคอจะกินทุกวันเลยหรือ เขารับว่าใช่แล้วเปลี่ยนเรื่องถามจริงจัง “ฉันเล่าเรื่องพ่อแม่ฉันแล้ว เล่าเรื่องพ่อแม่หล่อนหน่อยสิทำไมพ่อแม่ถึงใช้งานหล่อนเหมือนเป็นคนใช้ล่ะ”

ท่าทางรินมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด บอกตนไม่ใช่คนใช้ตนเป็นลูกสาว ศรัณย์ว่าไม่เห็นต้องทำเสียงดัง แล้วบอกให้เล่าเรื่องน้องทั้งสอง รินหน้าเจื่อน เขาถามเวลามีความสุขกับครอบครัวคืออะไร รินตอบว่าพูดคุยกันถามสารทุกข์สุกดิบ ทุกครอบครัวก็เป็นอย่างนั้น ศรัณย์วางช้อนทำท่ากรุ้มกริ่ม “สามีภรรยา มีเวลาที่สนุกกว่าพูดคุย หน้าที่ที่มีต่อกันเหมือนคุณโชติบอก”

รินตอกกลับว่าเวลาแบบที่เขาอยู่กับดวงสวาทหรือ ศรัณย์จ๋อย รินเฉไฉเล่าว่ามีครั้งหนึ่ง บ้านเพื่อนน้องสาวมีงานเต้นรำ พวกเราตัดชุดกันเป็นเดือน ชุดพ่อแม่และน้องสาว ศรัณย์ดักคอไม่มีชุดเธอหรือ รินอึกอักเพราะตัวเองไม่ได้ไปจริงๆ แก้ตัวว่าตนไม่ชอบออกงาน เขาจึงถามแล้วเธอทำอะไร รินตอบว่าตนเข้าครัวทำอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้น ศรัณย์ยิ่งสงสัยว่าเป็นลูกจริงๆหรือ รินเสียงสูงว่าจริง...แต่แววตาเศร้า ศรัณย์สังเกตเห็นถาม แบบนี้เธอมีความสุขหรือ เธอพยักหน้า


“คราวหน้า เมื่อไหร่ที่หล่อนต้องอยู่ในครัวในขณะที่คนอื่นต้องไปงานเลี้ยง ฉันจะไปนั่งหั่นผักเป็นเพื่อน เพื่อนจะไม่มีวันทิ้งเพื่อน ต่อไปนี้เธอจะมีฉัน” ศรัณย์ส่งยิ้มอบอุ่นให้ริน

ooooooo

ที่สถานลีลาศในพระนคร พณิชพาบรานีกับบุรณีมาเที่ยว บุรณีเห็นชรัตน์อยู่ท่ามกลางสาวๆที่กรี๊ดกร๊าดกับความหล่อเหลาของเขาก็หมั่นไส้ บรานีถามน้องมองอะไร

“พ่อเจ้าชู้ไก่แจ้ ท่าทางจะเป็นขวัญใจสาวๆ”

บรานีมองเหยียดๆไม่ปลื้มพวกเจ้าชู้เหลาะแหละ พณิชให้สาวๆสั่งอาหาร บุรณีเลี่ยงไปนั่งอ่านหนังสือริมน้ำตามเคย ชรัตน์เห็นบุรณีเดินออกก็รีบผละจากสาวๆตามออกไป...พณิชคุยกับบรานีอยากเปลี่ยนงานหมั้นให้เป็นงานแต่ง เพราะความรักมันจุกอกเต็มทน บรานีเขินอายเพราะตัวเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้น

ชรัตน์แกล้งเข้ามาแซวบุรณีว่าสถานลีลาศไม่ได้มีเอาไว้อ่านหนังสือ เธอย้อนกลับว่าเอาไว้คุยกับสาวๆสวยๆ หรือ ชายหนุ่มร้อนตัว “โฮ้ย เพื่อนๆกันทั้งนั้น ผม...ชรัตน์ รพิพันธุ์ จำผมได้ไหมครับ ผมน่ะจำคุณแม่นเลย คุณบุรณี บำรุงประชากิจ”

บุรณีหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมายื่นให้ชรัตน์ทำทีตกใจเล็กน้อยทำนองไปอยู่กับเธอได้อย่างไร หญิงสาวรู้ทันว่าเขาจงใจเอามาใส่กระเป๋าตนไว้ เขาทำหน้าเซ็งที่เธอรู้ทัน บุรณีจะเดินหนี ชรัตน์เดินตามตอแยถามอ่านหนังสืออะไร เธอบอกว่าจะสอบ เขาทึ่งถามปริญญาตรีหรือ

“คุณไม่ได้เรียนหรือคะ”

“ผมจบที่ปีนังแล้วไปต่ออังกฤษ พ่อแม่อยากให้เรียนแต่ผมคิดถึงเพื่อนคิดถึงบ้านเลยกลับก่อน” บุรณีทำเสียงผิดหวังว่าเลยเรียนไม่จบ “ทำเสียงแปลกๆ...เฮ้อ นายชรัตน์ รพิพันธุ์ ไม่เคยดูแย่ขนาดนี้ในสายตาสาวๆเลยนะนี่ คุณเป็นคนแรกเลยที่ทำให้ผมรู้สึกผิดขนาดนี้”

“นามสกุลคุณ เศรษฐีร่ำรวย คุณเลยคิดว่าการศึกษาไม่สำคัญ เพราะถึงยังไงคุณก็มีเงินถุงเงินถังอยู่แล้ว จริงไหมล่ะคะ”

“แล้วคุณล่ะ เป็นผู้หญิง การศึกษาก็ไม่จำเป็น คุณจะเรียนไปทำไม”

“เพราะความรู้สำคัญกว่าเงิน มีความรู้ก็หาเงินได้ รักษาเงินเป็น แต่มีเงินโดยไม่มีความรู้ พูดออกมาแต่ละคำก็มีแต่คนเขาดูถูก พรุ่งนี้ฉันสอบขอตัวนะคะ” บุรณีตัดบทเดินจากไป

ชรัตน์เกาหัวแกรกๆเถียงไม่ออก พลันนึกได้ว่าจะสืบเรื่องบราลี จึงกลับเข้าไปทักทายบราลี เธอรีบปฏิเสธบอกว่าตนชื่อบรานี บราลีคือพี่สาว พณิชกับชรัตน์ทำความรู้จักกัน พณิชจำได้ว่านามสกุลรพิพันธุ์เป็นเจ้าของปางไม้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชรัตน์บอกนั่นของพ่อคือพระพิจารณ์...พณิชแนะนำตัวว่าตนทำธุรกิจส่งออกอยู่สงขลา ชรัตน์ยินดีที่รู้จัก พอเขาเดินไป บรานีก็บอกพณิชว่าต้องระวังคนนี้ให้มาก พณิชบ่นรักษาความลับเรื่องรินไม่ใช่ลูกสาวนี่ไม่ง่าย

ooooooo

ระหว่างทางที่รถศรัณย์แล่นกลับเข้าเมือง ผ่านทุ่ง ทานตะวัน ศรัณย์ให้โชติจอดรถแล้วลงไปที่ทุ่ง โชติ แปลกใจอารมณ์ไหน รินจึงบอกว่าศรัณย์ชอบดอกทานตะวัน ก่อนจะตามลงไป ศรัณย์ให้รินช่วยเก็บเมล็ดทานตะวัน ห่อผ้าเช็ดหน้า ฝากให้ช่วยปลูกที่บ้าน รินเหน็บ

“ทานตะวันคือจงรักและภักดี คุณพูดมาตลอดว่าคุณไม่อยากจงรักภักดีกับใครอีกแล้ว”

“ฉันเปลี่ยนใจไม่ได้หรือ จัดการให้ทีนะ...เอ้า มองหน้าฉันอยู่นั่น หล่อนเก็บด้วยสิ ของแบบนี้ต้องช่วยกันทำ ...เก็บสิ” ศรัณย์ส่งสายตาเจ้าชู้ โชติแอบยิ้มเอ็นดูสองหนุ่มสาว

พอถึงบ้าน เสนอรายงานทันทีว่าดวงสวาทมาเช่าบ้านข้างๆ ศรัณย์ชำเลืองมองหน้ารินอย่างเกรงใจ แก้วเข้ามาบอกอย่าไปสนใจ อีกหน่อยเธอก็ไปเอง ย้ำกับศรัณย์ต้องหนักแน่น ทันใดเกิดเสียงโครมดังสนั่นที่บ้านดวงสวาท ทุกคนตกใจ ศรัณย์วิ่งไปไม่ฟังเสียงท้วงของแก้ว มาถึงก็ปรี่เข้าถามว่าดวงสวาทเป็นอะไรหรือเปล่า เธอดีใจมากออดอ้อนว่านั่งร้านพังลงมาเฉี่ยวหัว เขาจับตัวเธอสำรวจว่าเจ็บตรงไหนบ้าง รินเห็นท่าทางห่วงใยของศรัณย์ก็รู้สึกปวดใจ ดวงสวาทเห็นสีหน้ารินยิ่งสะใจ จิ้มลิ้มต่อว่าคนงาน ดวงสวาทบอกให้ชดใช้ด้วยเงินแล้วเก็บของออกไป

คนงานแย้งว่าเธอเป็นเพียงผู้เช่าไม่ใช่คนว่าจ้างไม่มีสิทธิ์มาไล่พวกเขา ดวงสวาทโวยว่าเฟอร์นิเจอร์ตนเสียหายและยังทำงานล่าช้า ถ้าเป็นช่างที่พระนครทำเสร็จไปนานแล้ว คนงานไม่พอใจที่ดูถูกกัน โวยกลับพูดจาแบบนี้ระวังจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ดวงสวาทสวนก็ไม่ได้อยากอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้ ศรัณย์ปราม “พอแล้วคุณ ใจร้อนไม่เคยหายเลย เข้าบ้านไปเถอะ”

“ก็มันกวนประสาทดวง ทำผิดแล้วว่าไม่ได้แบบนี้ไม่ถูก คอยดูถ้าฉันไม่ได้ค่าเสียหายนะ ฉันจะฟ้องตำรวจ”

ศรัณย์ต้องโอบเพื่อดึงดวงสวาทเข้าบ้าน ลืมสังเกต ว่ารินอยู่ตรงนั้นด้วย แก้วสงสารรินพากันเดินกลับบ้าน พยายามปลอบว่าศรัณย์ทำตามหน้าที่ รินบอกเข้าใจว่าดวงสวาทเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว เสนอบ่นอยากให้ดวงสวาทกลับพระนครเสียที

ด้านศรัณย์เตือนดวงสวาทว่าเราเป็นคนต่างถิ่นพูดจาแบบนั้นเท่ากับสร้างศัตรู เธอไม่สนใจแต่ถ้าเขาห่วงตนก็กลับพระนครด้วยกัน ตนเป็นห่วงทุกครั้งที่เขาออกไปจับโจร ชายหนุ่มบอกว่าตนเป็นปลัดอำเภอ มันเป็นหน้าที่ หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเอง

“คุณย้ายมาเพราะประชดที่ดวงหนีไปแต่งงาน ตอนนี้ดวงอยู่ที่นี่แล้ว กลับไปพระนครกันนะคะ เรื่องคุณบราลีก็เหมือนกัน ปล่อยเธอไปซะ ไหนๆก็ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส เราถอยไปที่จุดเริ่มต้น ตอนที่เรารักกันได้ไหมคะ”

“เวลาเหมือนสายน้ำ ไหลไปแล้วไม่มีวันไหลกลับคืน เก็บข้าวของกลับพระนครไปเสียเถอะ เชื่อผม”

ดวงสวาทน้ำตาปริ่ม “เมื่อก่อนเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา คุณเคยบอกว่าคุณเร่งให้ถึงตอนเช้าทุกวัน เพื่อจะมาหาดวง แต่วันนี้คุณไล่ดวงกลับ แถมยังพาผู้หญิงคนนั้นติดตัวไปกับคุณด้วย”

“ผู้หญิงคนนั้นติดตัวผมในฐานะเพื่อน แต่คุณกับสามีที่ไปฮันนีมูนเมืองนอกน่ะอยู่ในฐานะอะไร...ผมไล่คุณกลับพระนคร แต่คุณไล่ผมออกไปจากชีวิต ยอมรับความจริงเถอะ เรื่องของเรามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว” พูดจบศรัณย์เดินกลับบ้าน

ศรัณย์เห็นรินยืนมองห่อผ้าที่ใส่เมล็ดทานตะวันก็เข้ามากุมมือเธอบอกว่าจะช่วยกันปลูก รินเสียงกร้าวว่าอย่ามาแตะเนื้อตัวตน เขาถามโกรธหรือ เธอโพล่งออกมา

“ที่คุณกับคุณดวงตัดกันไม่ขาดทุกวันนี้เพราะผูกพันทางกาย คุณกับฉันจะให้เป็นแบบนั้นอีกไม่ได้” ศรัณย์ใจเสียบอกตนไม่รู้เรื่องที่ดวงสวาทมาอยู่ข้างบ้าน “ทุกอย่างที่คุณดวงสวาททำ แสดงให้เห็นว่าเธอต้องการคุณมาก นี่คือสิ่งที่เราต้องตระหนัก”

ศรัณย์ยืนยันไม่อาจกลับไปรักดวงสวาทได้อีก รินแย้งเขาเคยบอกว่าจะไม่มีวันเป็นทานตะวันของพระอาทิตย์ดวงไหน จำได้ใช่ไหม เขารับว่าจำได้ รินชูเมล็ดทานตะวันบอกเราสองคนจะไม่ปลูกความจงรักภักดีต่อกัน รินสะบัดผ้าทิ้งทำให้เมล็ดทานตะวันกระจายลงดิน ศรัณย์สะเทือนใจที่นี่คือสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นความรู้สึก รินประกาศเจตนารมณ์ชัดเจน

“เมื่อไหร่ที่แน่ใจว่าจะกลับไปหาคุณดวงสวาทได้โปรดบอกฉันตรงๆ ระหว่างนี้คุณต้องระมัดระวังกายและใจของคุณให้ดี รักซ้อนไม่ใช่เรื่องน่าสนุก ฉันจะไม่มีวันเข้าไปในวังวนรักซ้อนของใครทั้งนั้น”

ศรัณย์ใจหาย สายกลับจากตลาดเข้ามาบอกว่าซื้อกะปิมาให้ทำน้ำพริกลงเรือแล้ว แต่รินกลับปัดวันนี้ไม่ทำจะทำแกงต้มข่าให้แม่แก้ว สายทำหน้างงๆ ศรัณย์ยิ่งเซ็งหนักขึ้น

ooooooo

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 5 วันที่ 16 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ