อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 6 วันที่ 17 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 6 วันที่ 17 ม.ค. 59

พณิชกับบารนีช่วยกันขอร้องเจ้าคุณบำรุงให้ยอมให้พวกตนแต่งงานแทนการหมั้นจนท่านอ่อนใจ...แจ๋วเข้ารายงานว่ามีคนมาขอพบ ชื่อชรัตน์ รพิพันธ์ุ บรานีตกใจกลัวเขามาจับผิด

บุรณีเดินมาเจอชรัตน์นั่งอยู่ก็แปลกใจมาได้อย่างไร เขาบอกตั้งใจมาหาเธอแต่ความจริงชรัตน์ต้องการมาสืบเรื่องบราลี แจ๋วออกมาเชิญให้เข้าไปในห้องรับแขก...ชรัตน์มอบของฝากเป็นน้ำผึ้งป่าและเครื่องเงิน เจ้าคุณท้วงทำไมเอาของแพงมาฝาก บุรณีเหน็บว่าเขาเป็นเศรษฐี ของพวกนี้ไม่เรียกว่าของแพง ชรัตน์ชำเลืองมองทำนองรู้ทันไปหมด จึงเปลี่ยนมาสรรเสริญ

“ผมได้ยินชื่อเสียงของท่านเจ้าคุณว่าเป็นข้าราชการที่ทำประโยชน์มากมายในแวดวงการศึกษา รู้สึกนับถือน่ะครับ แล้วผมก็เป็นเพื่อนคุณบุรณี”



บุรณีแย้งไม่ถึงกับเพื่อน เพิ่งจะรู้จัก ชรัตน์มองไปรอบๆด้วยแววตานักสืบ เห็นรูปถ่ายครอบครัวที่ไม่มีรินก็เอะใจ ทำทีเป็นเกริ่นว่าถ้าอยากซ่อมแซมบ้านติดต่อตนได้ บุรณีรู้สึกถึงการมองสำรวจของเขาจึงขยับตัวมาบังรูปที่ตั้งโชว์ เจ้าคุณบำรุงดึงความสนใจของชรัตน์กลับมาด้วยการถามถึงพ่อ เขาเลียบเคียงอีกว่าเจ้าคุณมีลูกสาวสามคนที่น่ารัก เพ็ญแขชะงักทำทีหยิบอัลบั้มที่มีรูปรินออกมาให้ดูว่ามีลูกสาวสามคน บุรณีและบารนีชี้ให้ดูว่ารินเรียนโรงเรียนดีที่สุด และสอบได้ที่หนึ่งทุกปี แถมได้รับการอบรมอย่างดีเยี่ยม ชรัตน์รู้ตัวว่าจับผิดไม่สำเร็จจึงลากลับ

ooooooo

ศรัณย์ทำแผนที่ค่ายเสือขาวให้แก่ตำรวจ สารวัตรหนักใจเพราะที่นี่มีแต่ตำรวจฝึกหัด ไม่มีตำรวจฝีมือดีมาประจำการ นายอำเภอหวั่นใจว่าถ้าบุกเข้าไปจะเสียเปรียบเพราะไม่ชำนาญทาง ศรัณย์บอกว่าตนมีแผนจะไม่ให้เสียเลือดเนื้อฝั่งเรา

วันต่อมาศรัณย์หาช่างชุดใหม่มาให้ดวงสวาท เธอดีใจมากที่เขายังเป็นห่วง เข้าไปกอดพาดูจุดต่างๆ ที่ต้องซ่อมแซม แล้วพยายามเล้าโลมแต่ศรัณย์ระวังตัวระวังใจไว้แล้วไม่ใจอ่อน หญิงสาวชักชวนให้เขาหันมาทำการค้ากับพ่อของเธอ อ้างแม่จะได้หมดห่วงนอนหลับ ...ศรัณย์สวน

“เหมือนที่คุณแม่พูดไม่มีผิด ช้อนคู่กับส้อม คุณคือนักตักตวงตั้งแต่กำเนิด...ถ้าคุณจะอ้างว่าเราเป็นผัวเมียกัน คุณยังมีสามีอีกคนรออยู่ที่พระนคร คุณต้องจำเอาไว้ด้วย” ว่าแล้วก็ผละออกจากการกอดของดวงสวาทแล้วเดินไปทันที

ค่ำนั้นแก้วนั่งจัดขนมลงขวดโหล ตำหนิศรัณย์ว่าให้ไล่ดวงสวาทกลับ สุดท้ายก็ไปช่วยเธอ ศรัณย์บ่นว่ารินไม่พูดด้วยมาสามวันแล้ว แก้วปิดฝาขวดโหลขนมแล้วเปรียบเปรย ถ้าความรักใส่ขวดโหลพวกนี้ได้ รักเก่ากับรักใหม่ ตอนนี้คงสูสีกันน่าดู ศรัณย์ถอนใจเพราะกับรินจะเรียกว่ารักใหม่ได้จริงหรือ เธอพร้อมจะทิ้งไปทุกเมื่อ ที่อยู่ด้วยกันก็เพราะหน้าที่เพราะความเป็นเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกันเท่านั้น แก้วย้อนถาม

“แล้วลูกคิดว่าเนื้อแท้ของสามีภรรยาคืออะไร ซาบซ่านหวือหวาเหมือนในละครงั้นสิ นั่นน่ะแค่ช่วงแรก ที่เหลือทั้งหมดก็คือเพื่อน เพื่อนแท้เพื่อนตาย มันก็แค่นี้แหละ”

ศรัณย์นึกถึงที่เคยคุยกับรินเรื่องอยู่กันแบบเพื่อนแล้วเขาหยิกแก้มเธอ เธอหยิกกลับ ทำให้เขาสนุกมีความสุข รินมีหลายอย่างที่ผูกใจเขาได้เรื่อยๆ...ศรัณย์กลับมาที่ห้องแอบย่องเข้าไปดูริน เห็นหลับสนิทก็นั่งมองอย่างเอ็นดู ก่อนจะมาเขียนบางอย่างในกระดาษแล้วพับเป็นรูปนก ใส่ลงในกระเป๋าเดินทางของเธอ มองใบหน้าเธอสักพักอย่างเพลินๆ

รุ่งเช้าศรัณย์แต่งตัวไปทำงานลงมาเห็นอาหารตั้งบนโต๊ะ มีน้ำพริกลงเรือพร้อมข้าวสวยก็นั่งรับประทาน ไม่นานรินกับสายยกสำรับเดินมา สายถามรินว่าศรัณย์ทานอาหารใคร ทันใดดวงสวาทเดินเข้ามาบอกว่าตนสั่งจากร้านในเมือง จิ้มลิ้มเสริมว่าเป็นร้านตำรับชาววัง มีสมองไม่ต้องมานั่งตำโป๊กๆ ให้เหงื่อท่วมตัว รินบอกสายปล่อยให้ศรัณย์ทานไปแล้วเธอก็เดินออกไป

ดวงสวาทตามมาเยาะว่าบ้านตนหรือเรียกว่าบ้านเราสำเร็จได้เพราะศรัณย์คุมงานด้วยตัวเอง รินย้อนถาม นี่คือตัวตนจริงๆของเธอใช่ไหม เธอกำลังสู้สุดตัวเพื่อเอาเขากลับคืนไปโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ดวงสวาทสวน “ไม่จริง ฉันทำเพื่อคุณด้วย ฉันบอกแล้วไงว่าคนที่เหมาะกับคุณคือคุณอรุณฤกษ์ คนที่รักคุณจริงๆ”

“คนเห็นแก่ตัวทุกคน ไม่มีใครพูดว่าทำเพื่อตัวเอง ทุกคนมีข้อแก้ตัวให้ตัวเองดูดีเสมอ”

ดวงสวาทโกรธเดินไปจับผ้าม่านที่รินเย็บ แล้วบอกว่ามันหลุดต้องเอาลงมาซ่อม ว่าแล้วก็กระตุกพรวดหล่นมาทั้งราว สายเห็นตกใจร้องว้าย...ดวงสวาทเยาะหยัน

“ผ้ามันขาดง่ายเพราะทำด้วยมือ ทำโดยเมียสมัครเล่น ลองไปดึงม่านที่บ้านฉันสิ เย็บแน่นด้วยช่างมืออาชีพ ด้วยเมียที่เป็นเมียจริงๆ เมียทั้งกลางวันกลางคืน นอกเตียงและบนเตียง รับรองมันไม่ขาดง่ายแบบนี้หรอก”

รินตั้งสติได้โต้ “คุณเป็นคนที่น่ากลัว ไม่สิ...หน้าด้านหน้าทน พูดเรื่องบนเตียงได้เหมือนเรื่องธรรมดา เฮ้อ... ให้แข่งอะไรฉันคงแข่งได้ แต่ให้แข่งหน้าด้านหน้าทนฉันคงแข่งไม่ไหว”

จิ้มลิ้มอุทาน...เจ็บว่ะ! คำพูดของรินทำให้ดวงสวาทอึ้งด้วยความละอาย สายกระซิบถามรินไม่ได้คิดยอมแพ้ใช่ไหม ดวงสวาทตอกกลับ “ฉันไม่ได้อยากทำร้ายหล่อน แค่อยากบอกว่าอาหารอร่อยๆ สวนดอกไม้ ม่าน เสื้อผ้า ฉันหาคนมาทำได้หมด โดยที่ฉันไม่ต้องลงมือสักนิด วิธี ของหล่อนที่จะผูกมัดใจผู้ชาย ที่จริงแล้วง่ายมากเลย แค่มีเงินเท่านั้น”

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อผูกใจใคร”

“ความรักที่อยู่รอบบ้านนี้ฉันมีให้รัณเท่ากับหล่อน หล่อนต่างหากไม่เคยให้เขาในสิ่งที่ฉันให้ ความเป็นเพื่อนเหมาะกับหล่อนที่สุดแล้วและหล่อนกับรัณก็คงหยุดอยู่แค่นี้นานเท่านาน”

รินหน้าเสียเพราะมันเป็นความจริง สายโกรธแทนร้องขึ้น “โว้ย! อยากถีบคนโว้ย...”

จิ้มลิ้มออกหน้าท้าเหยงๆ ดวงสวาทปราม ไม่ใช่วันนี้แล้วเดินนำจิ้มลิ้มกลับไป...รินอ่อนแรงลงหันมาเปรยกับสายว่าดวงสวาทพูดถูก ถ้าเขาต้องการผู้ชายมากขนาดนั้น ตนควรตัดสินใจบางอย่าง สายรีบเตือนอย่าอ่อนแอ ผู้ชายต่างหากที่เป็นคนเลือก เราเป็นเมียแต่งอย่ายอมแพ้ รินรำพึงทำไมชีวิตตนต้องมาเจอคนแบบนี้ ถอนใจคิดถึง บ้าน ทันใดมีเสียงรถแล่นเข้ามา

อรุณส่งเสียงทักทาย สายตบอก อย่างกับเสก แค่คิดถึงบ้าน บ้านก็มา...สีหน้ารินยินดีศรัณย์โผล่หน้ามาเห็นไม่พอใจ อรุณเข้ามาไหว้แก้ว ขอโทษที่เสียงดังแล้วโอ้อวดรถหรูคันใหญ่ที่ขับมาเอง แถมบอกว่าที่กลับมาอีกเพราะดวงสวาทยังโดดรถไฟกลับมาได้ แก้วอุทานคงไม่คิดมาอยู่ที่นี่อีกคน อรุณรีบบอกว่าตนกล่อมเตี่ยให้มาเปิดสาขาร้านทองที่นี่ได้สำเร็จ ว่าแล้วก็แจกนามบัตร รินถามไหนไม่ชอบค้าขาย ชอบรับราชการแล้วทำไมถึงย้ายมาที่นี่

ศรัณย์ประกาศไม่มีเงินซื้อทอง อรุณยักไหล่ไม่เป็นไร วันนี้ตั้งใจพาทุกคนนั่งรถหรูไปทานบักกุ๊ดเต๋ที่ภัตตาคารในเมือง ศรัณย์ดักคอ รถคันนี้คงอยากพาเมียชาวบ้านกลับพระนครมากกว่า รินหน้าเสีย อรุณฟ้องแก้วว่าตนไม่ได้พูด ลูกชายเธอพูดเอง ศรัณย์จะปรี่เข้าเล่นงาน เสนอรั้งไว้ แก้วเอ็ดทั้งสองคนทำตัวเป็นเด็กๆ ศรัณย์จ๋อยยอมขอโทษแล้วเชื้อเชิญอรุณเข้าบ้าน เสริมกับสายงงทำไมเปลี่ยนใจง่าย ศรัณย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินแยกออกมาที่รถหรูของอรุณ

ศรัณย์ยืนมองเสนอกับเสริมปล่อยลมยางทั้งสี่ล้อของรถหรู แล้วกลับเข้าบ้าน อรุณกำลังบ่นห่วงรินเมื่อรู้ว่าดวงสวาทมาเช่าบ้านอยู่ข้างๆ เอามาเป็นข้ออ้างว่าต้องมาดูแลเธอบ่อยขึ้น

“ผมคงต้องพาเมียเข้าไปในหมู่บ้าน ขอตัวรินก่อนนะครับ” ศรัณย์เข้ามาดึงรินดื้อๆ รินยื้อเพราะยังโกรธ ศรัณย์บอกนายอำเภอให้เข้าไปถล่มค่ายเสือขาว รินปัดให้เขาไปคนเดียว เขาอ้างว่าเธอต้องไปรับหน้าชาวบ้าน เนื่องและน้อยที่ไปรับปากอะไรไว้มากมาย รินลังเล ศรัณย์รำคาญยกมือไหว้แก้วแล้วอุ้มรินพาดบ่าออกไป แก้วกับอรุณตกใจบอกให้ระวัง เสนอยกกระเป๋าเสื้อผ้าใส่รถให้เรียบร้อย สายอุทาน

“เอาแล้วเอาหล่า รักรุนแรงขึ้นทุกวัน นี่...ได้อย่างใจ”

สายรีบมาขวางไม่ให้อรุณตาม อรุณบอกให้แก้วจัดการ แก้วบ่น “คนหนึ่งมาอยู่ข้างบ้าน อีกคนเอารถมารอถึงหน้าบ้าน ไม่มีใครฟังคำคนแก่สักคน ฉันไม่ยุ่งแล้ว พอกันที”

อรุณใช้ความคล่องแคล่วหลบหลีกสายมาได้ แต่พอมาถึงรถก็เห็นว่ายางแบนทั้งสี่ล้อ จึงวิ่งตามรถศรัณย์ เสนอวิ่งตาม อรุณสะดุดล้ม เสนอหยุดไม่ทันสะดุดล้มไปด้วย ศรัณย์มองกระจกหลังสมน้ำหน้า รินต่อว่าเขาบางทีก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ บางทีก็ทำตัวเป็นเด็กไปแกล้งอรุณ ศรัณย์ย้อนว่าผู้ชายดีๆที่ไหนมาดักรอเมียคนอื่น รินขู่ถ้าอรุณเป็นอะไรตนจะหนีไปกับเขา

“ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ฉันไม่ยอมให้ใครมาหยามได้ง่ายๆหรอก”

“แล้วที่คุณทำกับฉันล่ะ บอกแล้วไงว่าห้ามแตะต้องตัวฉัน ที่อุ้มมาแบบนั้นฉันอายนะ คนอยู่เต็มบ้าน คุณแม่ก็อยู่ แล้วฉันจะมองหน้าพวกเขาติดไหมล่ะ ยิ่งคิดยิ่งแค้น” รินทุบศรัณย์รัว

ศรัณย์ร้องลั่นเดี๋ยวรถชน รินหมั่นไส้บีบคอเข้าให้อีก เขาไอแค่กๆรถส่ายไปมา รินประกาศลั่นจะไม่พูดกับเขาอีกเลย

กำนันคล้ายแปลกใจที่ศรัณย์กลับมาเร็ว ไหนว่าจะมาอาทิตย์หน้า ศรัณย์พูดอะไรกับรินเธอนิ่งเฉย คล้ายแซวหูหนวกขึ้นมาเฉยๆหรือไปกินรังแตนที่ไหนมา ไม่มีใครตอบ คล้ายจึงบอก

“ผัวเมียมือใหม่มันก็ลำบากอย่างนี้ล่ะ มันยังไม่ลงตัว อีกหน่อยก็ดีขึ้น ใจเย็นๆนะนังหนู อีกหน่อยก็เข้าที่” รินอายสะบัดหน้าเดินหนี ศรัณย์หัวเราะร่าไล่หลัง คล้ายหัวเราะตามศรัณย์กับคล้ายหันมาคุยงาน น้อยถามขึ้นว่าปลัดพาคนมาช่วยนิ่มแล้วจริงๆหรือ คล้ายเอ็ดไม่ให้พูดชื่อลูกอกตัญญูในบ้านอีก น้อยเจ็บปวดไม่ทนอีกต่อไปโวยไม่สนใจ ตนคิดถึงลูก โทษคล้ายเป็นคนทำให้บางฉุดนิ่มไป คล้ายโกรธจัดประกาศถ้านิ่มกลับมาจะฆ่าด้วยมือตัวเอง ศรัณย์เพิ่งรู้ว่าครอบครัวคล้ายมีปัญหาซับซ้อน

ooooooo

ในขณะที่บางฝึกมวยให้ลูกน้อง นิ่มเข้ามาถามว่าเขาจะไปจัดการปลัดใหม่ แล้วจะทำร้ายพ่อกับแม่ตนหรือเปล่า บางสวนจะไปห่วงทำไม เขาตัดขาดเธอแล้ว นิ่มอึ้งกลุ้มใจ

ตกเย็น ศรัณย์ รินและโชตินั่งทานข้าวร่วมกัน รินเอ่ยถามโชติว่าทำไมคล้ายถึงจะฆ่าแกงลูกตัวเอง โชติบอกตนก็เพิ่งมายังไม่รู้เรื่องอะไร ศรัณย์คาดเดาว่า หลังจากนิ่มถูกฉุดไปเป็นเมียคงหาทางหนีกลับมาไม่ได้ หรือก็รักกันมาก่อนด้วย อาจไม่อยากหนีก็เป็นได้ รินพยักหน้าแต่หันมาพูดกับโชติว่าคล้ายคงน้อยใจจึงโกรธ โชติทำหน้างงไม่รู้ว่าสองคนโกรธกัน ศรัณย์แย้ง

“สามีเป็นโจรนะคุณ ฆ่าฟันปล้นคนในหมู่บ้านเดียวกัน เขาลือกันว่าบางทีแม่นิ่มออกปล้นสะดมเคียงข้างผัว มีลูกสาวแบบนี้ เป็นใครใครก็โกรธ”

รินคิดว่าน้อยมีสิทธิ์คิดถึงลูกจริงไหม เธอหันมาถามโชติ เขาทำหน้าไม่มีความเห็น รินถามอีกว่าเขาจะช่วยนิ่มออกมาใช่ไหม โชติมองหน้าศรัณย์ขอคำตอบ ศรัณย์ขำตอบรินล้อๆว่า

“ใช่ครับคนสวย ยังไงก็ไม่ลืมสัญญาครับ” ศรัณย์ให้ใครก็ได้ไปตามน้อยและบรรดาแม่บ้านเจ้าน้ำตามาฟังแผนจากตน ถ้าอยากจะช่วยลูกๆ

โชติถามใครก็ได้หมายถึงตนหรือเปล่า รินรวบช้อนแล้วบอกว่าตนไปเอง โชติบ่น “โอย ปวดหัว ผัวเมีย คู่อื่นเขาไม่เห็นวุ่นวายขนาดนี้ แล้วจะอยู่กันยังไงเนี่ยคุณ ผมไม่ได้อยู่เป็นหนังหน้าไฟคั่นกลางให้ตลอดหรอกนะ”

อรุณมาเล่าให้ดวงสวาทฟังที่ศรัณย์อุ้มรินหนีไป จิ้มลิ้มโพล่งออกมาว่าเขาหนีดวงสวาทเข้าป่า ดวงสวาทโวยจะตอกย้ำทำไม อรุณเห็นดวงสวาทร้องไห้ รู้สึกเห็นใจ เธอรำพันว่าศรัณย์รู้ว่าตนเป็นคนกรุงอยู่แบบนี้ไม่ได้ แต่กลับไม่สนใจ อรุณคิดว่าเขายังโกรธที่เธอหนีไปแต่งงาน

“คุณรู้จักอาการเมาหมัดไหม ถ้าวันหนึ่งเราชกไปเรื่อยๆเหนื่อยจนแทบขาดใจ ถึงจุดหนึ่งเราจะชาชินกับความเหนื่อยมันจะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ถึงตอนนั้นเราจะกลายเป็นนักสู้ที่แท้จริง”

“อาการบ้าเลือดผมเป็นอยู่ เฮ้อ เปิดร้านทองในจังหวัดที่เป็นชุมโจร ถูกปล้นขึ้นมาเตี่ยต้องเอาผมตายแน่ๆ” อรุณถามดวงสวาทไม่คิดจะทำอะไรรินของตนใช่ไหม ดวงสวาทบอกไม่ต้องห่วง ตนต้องการแค่ตัวศรัณย์ แล้วหงุดหงิดหาว่ารินเอาการช่วยงานศรัณย์มาบังหน้า

ด้านศรัณย์บอกแผนการกับบรรดาแม่ๆว่า ถ้าน้อยอยู่บ้าน นิ่มคงไม่กล้ามาหา ให้เนื่องและคนอื่นๆปล่อยข่าวออกไปทั้งตลาด ว่าน้อยนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล เพื่อนิ่มจะได้ออกมาเยี่ยมแล้วให้น้อยเลียบเคียงถามค่ายโจรอยู่ที่ไหน...คล้ายแอบฟังแผนการของศรัณย์หน้าเครียด

คืนนั้นศรัณย์พับกระดาษเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ทุกตัวมีข้อความเขียนอยู่ด้านใน เขาพยายามง้อชวนรินคุยแต่เธอไม่ตอบสักคำ จนเขาเล่าว่าก่อนมาตนขอพรจากแม่แก้ว สายตารินสนใจขึ้น ศรัณย์เล่าว่าเห็นแม่นอน

ไม่หลับเพราะเป็นห่วงตน จึงกราบขอโทษและขอพรเพราะโจรก๊กที่จะไปปราบมีเวทมนต์คาถา พรจากคนที่รักศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกอย่าง แก้วจึงอวยพรว่า

“พลังในโลกนี้ พละทั้ง 5 คือที่สุด ศรัทธาพละมีความเชื่อถือ วิริยะพละมีความเพียร สติพละไม่ประมาท สมาธิพละตั้งใจมั่นและปัญญาพละรอบรู้อย่างแท้จริง หากลูกมีพร้อมหมดแล้ว ยังไงลูกก็ต้องชนะเวทมนต์ต่ำๆพวกนั้นได้”...ศรัณย์บอกรินอีกสองวันจะต้องไปสู้กับโจร ขอให้รินอวยพรให้บ้าง เธอนิ่งลุกไปเข้ามุ้งนอน เขาถอนใจที่ง้อไม่สำเร็จ

ในขณะเดียวกันข่าวน้อยป่วยก็มาถึงหูนิ่ม เธอครุ่นคิดไม่กล้าจะออกไปเยี่ยมแม่...เสือขาวทำพิธีอาบน้ำว่านบริกรรมคาถาเพื่อให้ทุกคนอยู่ยงคงกระพัน...ส่วนรินเกณฑ์แม่บ้านมาช่วยกันทำอาหารห่อเป็นเสบียงไว้ให้ไปแจกตำรวจ โชติบอกศรัณย์ว่าคุณนายไม่พูดกับเขาแต่ก็ยังเป็นห่วง

ooooooo

ศรัณย์เห็นรินทำเสบียงไว้ให้ก็ปลาบปลื้ม จึงเข้ามากระซิบข้างๆ “มีหลายคำ หลายครั้งพูดออกมาไม่ได้ แต่ปากกาจะเขียนไว้ที่กระดาษเสมอ” รินสะบัดหน้ากลับเรือนไปจัดเป้ให้เขา

ศรัณย์ตามมาเอ่ย “หล่อนไม่พูดกับฉัน ไม่ให้ถูกตัวเพราะกลัวว่าจะผูกพันกัน ที่หล่อนทำอาหาร ดูแลเสื้อผ้าอย่างดี พวกนี้หล่อนไม่ได้สร้างความรักความผูกพันให้ฉันงั้นสิ” รินโกรธเทของออกจากเป้ ศรัณย์หัวเราะ “ผู้หญิงสร้างความรักไว้ในบ้านที่หล่อนดูแล ผู้ชายปกป้องดูแลให้บ้านปลอดภัย ทำให้ผู้หญิงอบอุ่นใจ นอนกันห่างๆ

อย่างนี้ทุกคืน หล่อนก็อุ่นใจใช่ไหมล่ะ”

รินเดินหนีไปเปิดมุ้งเข้านอน ศรัณย์แหย่ “ไม่ต้องถูกเนื้อต้องตัว ฉันน่ะก็ทำให้ผู้หญิงใจสั่นได้เสมอ หล่อนว่าไหม” รินเอาผ้าคลุมโปงไม่อยากฟัง เขากระเซ้า “เวลาหล่อนหลับ หล่อนนอนขี้เซาที่สุด มีกี่คืนรู้ไหมที่ฉันย่องมาดูหล่อนโดยที่หล่อนไม่รู้ตัวสักนิด”

ศรัณย์มุดมุ้งไปนอนข้างๆ รินเปิดผ้าออกมาเห็นลุกพรวดร้องไล่ให้เขาออกไป เขายิ้มกริ่มบอกไม่ได้ยินเสียงเธอตั้งหลายวัน คำแรกเป็นเสียงกรี๊ดก็ยังดี รินไล่ให้ออกไปทวงคำสัญญา

เขาโต้ “สัญญาจะอยู่กันอย่างเพื่อน นี่ก็เพื่อนแล้วไง คืนนี้อยากนอนในมุ้งนี้ แค่นอนข้างๆกัน ไม่แตะไงสัญญา นะนะ...ขอนอนด้วย...นะนะ”

รินมุดมุ้งออกมา ศรัณย์ดึงหมอนเธอมากอดหอม บอกไม่ได้ชื่นใจกลิ่นบุหงา ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมแต่เป็นกลิ่นเนื้อกายเธอ รินยิ่งเต้นเร่าๆให้วางลง เขาปรามให้เบาเสียง แล้วแกล้งหอมหมอนอีกหลายฟอด รินโวยให้หยุด ไหนบอกให้ตนทำหน้าที่ของตน ตนก็ทำแล้วยังจะเอาอะไรอีก ศรัณย์ขอ “แค่อยากให้อวยพร คำอวยพรของคนที่ห่วงใย คือความเข้มแข็งของผมนะ ผมได้จากแม่มาคนหนึ่งแล้ว คุณอวยพรให้หน่อยไม่ได้หรือ พรุ่งนี้แล้วนะผมจะพาตำรวจเข้าป่า”

รินบอกไม่มีกะจิตกะใจจะอวยพร ไล่เขาออกจากมุ้งให้เอาหมอนไปด้วย ตนไม่เอาแล้ว มีน้ำลายเขาติดอยู่ เขาถามแล้วเธอจะเอาหมอนไหน หมอนเขาก็มีน้ำลายเขาอยู่ดี รินขัดใจไม่นอนจะนั่งอยู่แบบนี้ ศรัณย์ขำที่ได้แกล้งแล้วล้มตัวนอนกอดหมอนของเธอ ทำเสียงหอมชื่นใจ รินฮึดฮัดแทบอยากฆ่าเขาให้ตายคามือ...

รุ่งเช้ารินตื่นขึ้นมาไม่เห็นศรัณย์และเป้ เห็นแต่กระดาษที่พับเป็นสัตว์ต่างๆวางบนโต๊ะ

ศรัณย์นำกำลังตำรวจเดินไปตามทางโดยแยกเป็นสองกลุ่ม ติดต่อกันทางวิทยุสื่อสาร...ด้านเสือขาวยังบริกรรมคาถา กิจบอกบางว่าเสือขาวจะอยู่ปกป้องค่าย ตัวเขาจะอยู่ที่น้ำตก ให้บางยกกำลังส่วนใหญ่ออกไป บางเชื่อว่าแค่พวกตนก็เอาอยู่ เสือขาวหวังจะรอตลบหลังพวกตำรวจ

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 6 วันที่ 17 ม.ค. 59
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ