อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ม.ค. 59

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ม.ค. 59

หลังจากดาราเลิศให้เหมยมาอยู่ในห้องเดียวกับธาวินแล้ว ระมิงค์เมืองไม่พอใจ วันนี้เธอบุกเข้าไปในห้องขณะเหมยอยู่คนเดียว จับเหมยเหวี่ยงไปอย่างแรง เหมยเจ็บจนร้อง

ระมิงค์เมืองบอกว่าเธอไม่ควรอยู่ห้องนี้ เธอต้องออกไป เหมยโต้ว่าดาราเลิศเป็นคนจัดการ เกลียดตนมากก็ส่งกลับเมืองไทยไปเลย ระมิงค์เมืองบอกว่าเธอได้กลับแน่ เหมยถามว่าเธอมีอำนาจอะไรที่เวียงพะเนิน หรือว่าเกี่ยวข้องกับนายพลภูผา

“ไม่ต้องมาอยากรู้อะไรเรื่องของฉัน คิดแต่เรื่องอนาคตตัวเองว่าจะรอดหรือตายก็พอแล้ว”



ระมิงค์เมืองออกไปแล้วปิดประตูปัง เหมยได้แต่มองสงสัยว่า มันอะไรกันแน่

นายพลภูผาให้เจ้าชายไปพบเจ้าสัตยาซึ่งอยู่ใน สภาพไม่ได้สติที่ห้องหนึ่งในกองบัญชาการ เจ้าชายถลากอดท่านพ่อน้ำตาคลอ นายพลภูผาบอกให้เรียกเจ้าสัตยาให้ได้สติ แล้วถามว่าสมบัติอยู่ที่ไหน

“ท่านพ่อสภาพไม่ได้สติอย่างนี้ ฟื้นขึ้นมาก็ยังตอบอะไรไม่ได้” นายพลภูผาปรามว่าอย่าลูกเล่นกับตน เจ้าชายดักคอว่า “นายพลอินทรีกับนายพลขุนพลคงไม่รู้เรื่องที่แกอยากได้สมบัติของฉัน” เห็นนายพลภูผาชะงักแว่บหนึ่ง เจ้าชายดูออก มองด้วยสายตาคมกริบ เสนอว่า “รักษาท่านพ่อให้ดี แล้วเราจะไม่บอกเรื่องสมบัติกับใคร นอกจากแก”

นายพลภูผานิ่งไปกับเงื่อนไขบังคับที่ปฏิเสธไม่ได้

นายพลอินทรีและขุนพลเดินมาถามนายพลภูผาที่อยู่กับลูกชายลูกสาวว่า ทำไมเจ้าชายธาวินจึงได้เยี่ยมเจ้าสัตยา

นายพลภูผาเย้ยว่าก็แค่ลูกเยี่ยมพ่อที่นอนรอวันตาย ขุนพลถามอย่างไม่พอใจว่า เราตกลงกันแล้วว่าจะเก็บเรื่องเจ้าสัตยารอดไว้เป็นความลับเพราะเจ้าสัตยาคือเครื่องมือต่อรองของเรา

“ผู้นำตกบัลลังก์ มันไม่มีความหมายอะไรนักหนา” บูรพาสมิงแทรกขึ้นอย่างสมเพช

“บูรพาสมิง เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่นี่ พ่อเธอ ฉัน นายพลขุนพล เริ่มมันขึ้นมา พวกเธอเป็นแค่เศษเล็กๆ

ในงานยิ่งใหญ่ครั้งนี้” อินทรีชักสีหน้าปราม มองผ่านบูรพาสมิงไปที่นายพลภูผา เอ่ยเตือนสติว่า “ท่านยังต้องการเสียงประชาชน อำนาจที่ไม่มีคนหนุนหลัง มันก็เท่ากับอาวุธที่จะย้อนมาปลิดชีวิตตัวเอง ต่อจากนี้ อย่าทำอะไรที่เราไม่รู้”

นายพลอินทรีเดินออกไปกับขุนพล นายพลภูผาอึดอัด ในขณะที่บูรพาสมิงจ้องตามนายพบอินทรีไปคำรามแค้น

“มันจะอวดบารมีได้อีกไม่นาน”

เหมยเดินออกจากห้อง เหมยบอกข้าหลวงที่เดินตามมาว่าตนอยากพบเจ้าชาย ดาราเลิศพูดแทรกขึ้นเป็นนัยว่าอยู่ด้วยกันทั้งคืนแล้ว ปล่อยให้เจ้าชายมี

เวลาส่วนตัวบ้าง เหมยโต้ทันทีว่าเจ้าชายเป็นสุภาพบุรุษ ดาราเลิศไม่เชื่อ เหมยเยาะเย้ยว่า อย่างเธอคงไม่เข้าใจเพราะชีวิตไม่เคยเจอผู้ชายที่ดี

ดาราเลิศด่าเหมยว่าปากเก่งผิดที่ คิดว่าเจ้าชายธาวินจะปกป้องเธอได้นานแต่ไหน พ่อตัวเองยังไม่มีปัญญาช่วยออกไปได้ ขู่ว่า “ถ้ายังรักชีวิต ก็บอกธาวินรีบคืนสมบัติเวียงพะเนินให้ท่านภูผา”

เหมยบอกว่าคนอย่างเจ้าชายไม่มีวันขโมยสมบัติของใคร ดาราเลิศหลอกล่อว่าถ้าเธอทำให้เจ้าชายบอกเรื่องสมบัติได้ เธอก็จะได้กลับบ้าน เหมยโต้ว่า “ป๊าสอนฉันตลอดว่า อย่าไว้ใจคนโลภ”

“แล้วป๊าเคยสอนไหมว่าจะเอาตัวรอดจากความตายยังไง มองรอบๆสิเหมย ที่นี่มีใครเป็นพวกเธอบ้าง ระมิงค์เมืองก็รอจะขย้ำเธอ ฉันไม่อยากฆ่าใคร ขอแค่ได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ ถ้าเธอทำดีกับฉันไว้ มันก็เป็นทางรอดเดียวของเธอกับเจ้าชาย”

ดาราเลิศผลักเหมยออกห่างแล้วเดินไป เหมยจับแขนตัวเองเห็นเลือดซึมออกมาจากรอยเล็บ

ooooooo

ธาวินไปเยี่ยมเจ้าสัตยากลับมาบอกแทนว่า ท่านพ่อยังไม่ฟื้นแต่มีหมอคอยดูแล แทนคาดว่าพวกมันจะบีบให้เจ้าชายยอม ธาวินบอกว่าไม่มีทาง เพราะทรัพย์สินหลายอย่างท่านพ่อคนเดียวที่จะเอาออกจากธนาคารที่สวิสได้

ธาวินจะให้ส่วนที่เป็นของตนเอง ให้พวกนั้นคิดว่าเรายอมทุกอย่างจะได้ไม่ทำร้ายท่านพ่อ เขาพูดอย่างมีแผนว่า

“เราจะโยนให้มันพวกหมาหิวโซ เราจะซื้ออิสรภาพวันนี้ เพื่อกลับมาจัดการพวกมันทั้งหมด”

ฝ่ายบูรพาสมิงทักท้วงนายพลภูผาว่าเงินทองเราก็มีมากจนใช้ชั่วชีวิตก็ไม่หมดแล้ว ทำไมต้องรอของเจ้าชายกับเจ้าสัตยาอีก นายพลภูผาบอกว่าส่วนของเราไม่อยากเอามาใช้ ถ้าต้องเลี้ยงให้คนจงรักภักดี ก็เอาจากของเจ้าสัตยากับเจ้าชายไม่ดีกว่าหรือ ส่วนดาราเลิศสนใจเครื่องเพชรเก่าแก่โบราณหายากที่ประเมินค่าไม่ได้

บูรพาสมิงถามว่าเราจะปล่อยสองพ่อลูกนั่นไว้เฉยๆ ไม่ฆ่าหรือ ดาราเลิศแววตาร้ายบอกว่าเก็บไว้ดีกว่าตาย แต่บูรพาสมิงแย้งว่า เมื่อพ่อได้ทุกอย่างมาแล้วสองพ่อลูกนั้นก็ต้องตาย

“ตอนนี้ที่เราควรจะห่วงคือเรื่องเหมย เหมยหายมานานแล้ว เราอาจจะมีปัญหาถ้าพ่อของเหมยแจ้งตำรวจ แล้วสืบมาถึงเรื่องของเจ้าชาย” ระมิงค์เมืองขัดขัน ชี้แจงว่าเหมยเป็นนักร้องมีแฟนคลับเยอะ แฟนคลับของเขาอาจไม่ยอมให้ศิลปินของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดาราเลิศดักคอว่าระมิงค์เมืองคงอยากส่งเหมยกลับเมืองไทย

“ส่งกลับไปพวกมันก็ต้องตายอยู่ดี ฉันจะไม่ให้บัลลังก์ของพ่อมีใครมาขัดขวางอีก” บูรพาสมิงโพล่งขึ้น

“นายพลอินทรียังไม่รู้เรื่องที่พ่อต้องการสมบัติ” ระมิงค์เมืองติง ดาราเลิศขัดขึ้นทันทีว่า

“ไม่ต้องให้รู้ เพราะสมบัติทุกชิ้นของเจ้าสัตยาไม่ควรถูกแบ่งให้ใคร” แล้วบอกนายพลว่า “ไม่ต้องห่วง คุณวางใจได้ สมบัติทั้งหมดของเจ้าสัตยากับธาวิน ฉันจะเป็นคนจัดการเอามาให้คุณเอง”

ดาราเลิศยิ้มให้ นายพลภูผายิ้มตอบอย่างไว้ใจ ทั้งบูรพาสมิงและระมิงค์เมืองมองดาราเลิศด้วยสายตาเกลียดชัง เธอถามพี่ชายเมื่ออยู่กันลำพังอย่างร้อนใจว่า ถ้าได้สมบัติแล้วเราจะปล่อยเจ้าชายใช่ไหม บูรพาสมิงถามว่าทำไมถึงห่วงแต่ธาวินดรน ระมิงค์เมืองแก้เกี้ยวว่าตนห่วงเหมยต่างหาก

“ฆ่าทิ้งเสียก็จบเรื่อง”

“พี่บูรพาสมิงคะ บางทีเราก็ต้องฟังเหตุผลของนายพลอินทรีว่า ตอนนี้พ่อยังต้องการให้นายพลอินทรีช่วยเป็นฐานอำนาจ อดทนรออีกนิดให้พ่อควบคุมทุกอย่างได้หมด ถึงตอนนั้นแค่คนแก่คนเดียวมันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ”

“แต่พี่ไม่อยากเชื่อนายพลอินทรี ไม่อยากปล่อยธาวิน ทางข้างหน้ามันจะเป็นปัญหากับเรา”

“ใจเย็นๆสิคะ ไว้ชีวิตเจ้าชายแล้วส่งกลับไป คอยควบคุมเจ้าชายไว้ เหมือนที่พ่อควบคุมเจ้าสัตยา สองพ่อลูกที่หมดวาสนาอำนาจจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าพ่อเราได้ยังไง ดีเสียอีกที่เรามีหุ่นเชิดสองตัว”

นายพลอินทรีสั่งหมอให้รีบรักษาให้เจ้าสัตยาฟื้นขึ้นมา

“ยาของเราจะควบคุมให้เจ้าสัตยามีชีวิต แต่ไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีสมองไว้คิดอะไรอีก ชีวิตเจ้าสัตยาจะอยู่ใต้บัญชาของท่าน” ขุนพลบอก นายพลอินทรียิ้มพอใจ มองร่างเจ้าสัตยาที่ถูกควบคุมไว้เหมือนหุ่นอย่างสมเพช

ooooooo

เมื่อรอแล้วรออีกเหมยก็ยังไม่กลับ เสียงภายนอกก็บีบคั้น โดยเฉพาะเสี่ยอ๊อดตามจิกถี่กระชั้น เอกเอื้อจึงหาวิธีขายผ้าเอาหน้ารอด โดยเอาเจ๊ง้อมาห่มผ้าถ่ายรูปให้เห็นแค่เสี้ยวหน้าผากที่ดูคล้ายเหมยที่สุด ทำรูปเบลอๆ แล้วออกข่าวว่าเมญ่าป่วย

ไข่มุกเอารูปไปออกรายการโอ้วว้าวของเธอ คุยกับลีโอเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่า นี่คือโรคเบี้ยวงาน ลีโอแย้งว่าแบบนี้เรียกว่าโรคซุปตาร์ คือโรคพักผ่อนน้อย

มินนี่ดูรายการแล้วคิดแผนการบางอย่าง พอไข่มุกออกมาก็ทำทีออกไปเจอโดยบังเอิญ ทำเป็นบ่นว่าเมญ่าหายไปคนเดียวป่วนไปทั้งบริษัท ไข่มุกแซะว่าป่วยจริงหรือหลอกก็ไม่รู้

มินนี่บอกว่าตนก็ไม่รู้ แล้ววางระเบิดว่า “ผู้ชายต้องมาก่อนงานอยู่แล้วค่ะ อุ๊ย...มินนี่พูดมากไปแล้ว ไปหาเพื่อนดีกว่า”

“นึกแล้ว สัญชาตญาณไข่มุกโอ้วว้าวไม่เคยพลาด สะตอยกค่ายแบบนี้ รอแป๊ป ไข่มุกจะจัดให้หนักสะเทือนทั้งตึกเลย”

เสี่ยอ๊อดยังรุกเฮียโชคอย่างหนัก จนเฮียโชคโมโหบอกว่าถ้าเหมยกลับมาจะให้ไปอยู่ค่ายคู่แข่ง เสี่ยอ๊อดไม่แคร์เพราะเด็กใหม่มีให้เลือกเยอะ และจะคิดค่าเสียหายเฮียโชคทุกบาททุกสตางค์ เฮียโชคไม่แคร์คุยโวว่าตนรวย

เถียงกับเสียอ๊อดจนเฮียโชคโมโหจะยกเท้าเตะแต่ตัวเองเสียหลักล้มลง เสี่ยอ๊อดหัวเราะเยาะว่าอย่าเพิ่งตายยังไงก็ขอให้เซ็นเช็คให้ตนก่อน เจ๊ง้อได้ยินเสียงโต้เถียงกันออกมาดูเห็นเฮียโชคล้มอยู่ก็รีบประคองขึ้นมา เฮียบ่นว่าทำไมเหมยยังไม่มา เจ๊ง้อเตือนสติว่า

“อั๊วเชื่อนะว่าเฮียเลี้ยงลูกมาอย่างมีเหตุผล เพราะฉะนั้นอาเหมยก็ต้องโตมาอย่างมีเหตุผล มีสติ รู้จักคิด รับผิดชอบตัวเองได้ ถึงจะงอแง เกเร นอกลู่นอกทาง ไม่ได้ดั่งใจบ้าง แต่ถ้าทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าปัญหาหนักหนาแค่ไหน ลูกก็จะเปิดใจกลับมาหาเรา”

ฟังเจ๊ง้อแล้ว เฮียโชคค่อยสงบลง

ooooooo

ธาวินเอากล่องเพชรและเครื่องทองโบราณของท่านแม่ออกมาให้เหมยดู เหมยติงว่าของสำคัญแบบนี้ เจ้าชายจะให้นายพลภูผาไม่ได้ ธาวินว่าถ้าไม่ให้ของสำคัญเขาก็ไม่รักษาชีวิตท่านพ่อ

ธาวินบอกว่าเวลานี้เขาอยากได้อะไรตนก็จะให้ และเมื่อถึงเวลาตนก็จะมาทวงทุกอย่างคืน แล้วหยิบสร้อยเพชรน้ำงามออกมาบอกว่าเส้นนี้ท่านแม่รักมาก แล้วจะสวมให้เหมย เหมยหลบบอกว่าตนมีสร้อยหัวสิงโตคู่อยู่แล้ว แต่แล้วนึกอะไรได้ เป็นฝ่ายไปหยิบมาใส่เองบอกธาวินว่า

“ใส่แค่เเป๊บเดียว ฉันอยากให้ระมิงค์เมืองเห็น เจ้าชายดูให้ดีนะ ระมิงค์เมืองเขาไม่ใช่ผู้หญิงที่เจ้าชายรู้จัก”

ใส่สร้อยเพชรแล้วออกไปถามข้าหลวงว่าจะพบระมิงค์เมืองได้ที่ไหน ข้าหลวงบอกว่าจะไปตามมาให้ แล้วไปบอกระมิงค์เมืองว่าเหมยใส่สร้อยเพชรมาขอพบ ระมิงค์เมืองรีบเดินไป ดาราเลิศเห็นก็ถามข้าหลวงว่าระมิงค์เมืองจะรีบไปไหน

และแล้วคนที่มาพบเหมยกลายเป็นดาราเลิศ

เธอจ้องสร้อยเพชรที่คอเหมยบอกว่า

“สร้อยพระศอของราชินีองค์ก่อน ธาวินให้แกมาใช่ไหม” แล้วตรงเข้ากระชากสร้อย เหมยยื้อไว้ไม่ยอมให้ “สร้อยเพชรราชินีมันต้องเป็นของฉัน”

ที่แท้ดาราเลิศใช้ให้ทหารไปดักบอกระมิงค์เมืองว่านายพลภูผาเรียกให้ไปพบแล้วตัวเองรีบไปหาเหมยก่อน พอระมิงค์เมืองรู้ว่าถูกหลอกก็รีบตามไปทันที

ขณะดาราเลิศกำลังยื้อแย่งสร้อยเพชรกับเหมยอยู่ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ตบหน้าเหมยจนล้ม ธาวินมาเห็นพอดี ประคองเหมยขึ้นมาปรามดาราเลิศว่า “ถ้าแตะต้อง เหมยอีกที แกจะไม่ได้อะไรเลย” แล้วธาวินก็อุ้มเหมยออกไป เมื่อพาเข้าห้องนอนเหมยบอกว่าตนตั้งใจให้ระมิงค์เมืองมา ให้เจ้าชายเห็นว่าเป็นระมิงค์เมืองจริงๆ

แต่ทำไมกลายเป็นดาราเลิศก็ไม่รู้

“พอแล้วเหมย ปล่อยเรื่องระมิงค์เมืองไปก่อน พักซะ ผมจะดูแลคุณตรงนี้...”

“แต่...”

“ไม่มีแต่...แค่นี้คุณก็เจ็บตัวเพราะเรื่องของผมมามากแล้ว”

ธาวินดันตัวเหมยเอนลง มองด้วยความห่วงใย

ooooooo

ระมิงค์เมืองไม่พอใจที่ดาราเลิศหลอกตนว่าพ่อเรียก แล้วตัวเองรีบไปพบเหมยเพื่อจะแย่งสร้อยเพชร จนโต้เถียงกันต่อหน้านายพลภูผา นายพลตวาดให้เงียบ สั่งว่าต่อไปนี้ห้ามใครยุ่งกับธาวินและผู้หญิงของเขา

พอรู้ว่าถูกหลอก ระมิงค์เมืองลิ่วไปต่อว่าดาราเลิศว่าวุ่นวายอะไรกับเหมย ดาราเลิศอ้างว่าตนอยากช่วยนายพลไม่ได้วุ่นวายอย่างที่ระมิงค์เมืองกล่าวหา นายพลภูผาสั่งให้ระมิงค์เมืองขอโทษดาราเลิศ ระมิงค์เมืองไม่ขอโทษและสะบัดหน้าออกไปทันที ดาราเลิศฉอเลาะว่าไม่เป็นไร ทุกอย่างเพื่อท่านนายพลตนทำได้

“จะไม่มีใครแย่งทุกคนที่ฉันรักไปจากฉันได้”

ระมิงค์เมืองออกมาคำรามตาวาวน่ากลัว

รุ่งขึ้น เมื่อแทนกับกามินถูกคุมมาพบธาวิน ธาวินปรารภว่าเหมยบอกว่าระมิงค์เมืองอยู่ที่นี่ กามินจึงเล่าให้ฟังว่านายพลภูผามีเมียหลายคน มีลูกก็ส่งไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก จึงไม่มีใครรู้ว่ามีลูกกี่คน เป็นใครบ้าง

พอดีทหารมาบอกว่านายพลภูผาให้คุมตัวทั้งสามคนไป

ทั้งสามถูกคุมตัวมาที่ท้องพระโรงเห็นนายพลภูผานั่งอยู่บนบัลลังก์ ดาราเลิศกับบูรพาสมิงยืนอยู่ข้างหลัง ครู่หนึ่งเจ้าสัตยาถูกหิ้วปีกเข้ามา พอเห็นนายพลภูผานั่งบนบัลลังก์ก็ประกาศอย่างแค้นใจ

“ที่อยู่บนบัลลังก์ มันไม่ใช่ผู้นำ แต่มันคือโจร”

“ฉันใจดีกับพวกแกมากไป ที่จริงในเมื่อพร้อมหน้า พร้อมตาแบบนี้ ก็ควรจะตายพร้อมกัน” นายพลภูผาเอ่ยเลือดเย็น

นายพลอินทรีและขุนพล ได้ข่าวว่านายพลภูผาให้นำเจ้าสัตยาออกมาพบก็รีบไปยังท้องพระโรง มาถึงเห็นดาราเลิศกำลังสั่งธาวินให้เอาสมบัติมาให้หมด

นายพลอินทรีสั่งอย่างไม่พอใจทันที

“เอาตัวเจ้าสัตยากลับไป” เห็นดาราเลิศกอดกล่องเครื่องเพชรไว้แน่นก็ด่า “น่าละอายที่เห็นแก่ของเล็กๆน้อยๆ”

นายพลอินทรีบอกเจ้าชายให้มองพ่อให้เต็มตา นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นกัน แล้วขุนพลก็สั่งให้พาเจ้าสัตยากลับไป แล้วสั่งด้วยเสียงก้องกังวานอย่างมีอำนาจ ให้ปล่อยพวกธาวินและให้เดินทางไปเมืองไทย กำชับธาวินว่า

“จงมีชีวิต จงมีลมหายใจแต่ไม่ใช่เยี่ยงเจ้าชาย จงเป็นแค่สามัญชน ตัดขาดเวียงพะเนินทั้งหมด อย่าเอ่ยชื่อ อย่าคิดถึง ไม่ต้องกลับมาเหยียบแผ่นดินที่ไม่ใช่ของเจ้าอีก”

นายพลภูผาได้แต่นั่งเงียบอยู่บนบัลลังก์ ดาราเลิศกอดกล่องสมบัติแน่น ระมิงค์เมืองที่แอบดูอยู่ด้านหลังสีหน้าครุ่นคิด ส่วนธาวิน เหมย กามินและแทนมองหน้าอินทรีฉงน

ooooooo

เมื่อมาถึงเมืองไทย กามินไปเช่าบ้านอยู่ ธาวินขอไปส่งเหมยให้ถึงมือเฮียโชคด้วยตัวเอง เฮียโชคดีใจมาก แต่ด่าธาวินไอ้เลว เลี้ยงไม่เชื่อง มักใหญ่ใฝ่สูงตะเพิดไปให้พ้นบ้านตนเดี๋ยวนี้

ธาวินขอโทษที่พาเหมยไปเที่ยวไกลจนติดต่อกลับมาลำบาก แต่ตนบริสุทธิ์ใจไม่เคยคิดล่วงเกินเหมยเลย

“ถึงยังไงเหม่ยเหมยก็เสื่อมเสียเพราะความไม่เจียมกะลาหัวของลื้อ ไสหัวออกไป อย่ากลับมาให้อั๊วเห็นหน้าอีก ไป๊”

สิ้นเสียงตะเพิดของเฮียโชค สุ่นก็วิ่งเข้ามารายงานว่าไอ้แก้วถูกรถชนขาหัก ไอ้เอกแขนหัก เฮียโชคตบหน้าผากผึง รำพึงอย่างหมดแรงว่าจะหาใครมาแทนทั้งสองคน

ในงานใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ในที่สุดเฮียโชคก็ต้องกลืนเลือดตัวเอง จำต้องให้ธาวินกับแทนมาเล่นแทนแก้วกับเอก

เมื่อเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้ กามินให้ธาวินกับแทนอยู่ในคณะสิงโตไปก่อน ส่วนเรื่องเวียงพะเนินตนจะเป็นคนรวบรวมข่าวและวางแผนกับกองกำลังของเราเอง แต่การเคลื่อนไหวใกล้ๆชายแดนช่วงนี้อาจลำบาก พวกมันคงติดตามการเคลื่อนไหวของเราอีกพักใหญ่ ธาวินพยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ทั้งอาหยางและหมิงถามไถ่การหายไปของ เหมยอย่างเป็นห่วง เหมยเคลียร์กับทั้งสองจนกระจ่าง ไม่โกหกแต่หลีกเลี่ยงที่จะเล่าบางอย่างที่เป็นความลับ ยืนยันความเป็นสุภาพบุรุษของธาวินจนทั้งสองโล่งอก

ส่วนจำปาทั้งดีใจและน้อยใจที่ธาวินทิ้งตนไป แต่พอธาวินขอโทษที่ดูแลจำปาไม่ดีทั้งที่บอกว่าเป็นน้องสาว จำปาอ้อนว่าอย่าทิ้งตนไปอีก อดน้อยใจไม่ได้ที่ธาวินยังคงมองตนเป็นน้องสาวเหมือนเดิม

ธาวินกับแทนซ้อมเชิดสิงโตอย่างเอาการเอางาน เฮียโชคให้สุ่นตีกลองและคุมการซ้อม สุ่นเปิดเทปแล้วตัวเองก็หลับ ครบสองชั่วโมงธาวินกับแทนซ้อมเสร็จ

สุ่นสั่งให้ไปล้างห้องน้ำ แทนถามว่างานนี้สุ่นคิดเองใช่ไหม สุ่นอ้างว่าเป็นงานที่แก้วกับเอกต้องทำ เมื่อทั้งสองมาแทนแก้วกับเอกก็ต้องทำด้วย พอดีเหมยมาบอกสุ่นว่าป๊าเรียก พอสุ่นไป เหมยบอกธาวินว่า

“เจ้าชายไม่ต้องทำงานพวกนั้นนะ ฉันจะไปคุยกับป๊าเอง”

“เหมย ที่นี่ไม่มีเจ้าชาย ผมเป็นแค่เด็กในคณะคนหนึ่งเท่านั้น ให้ผมทำงานเหมือนคนอื่นๆที่นี่เถอะ เพราะเจ้าชายธาวินก็เป็นมนุษย์ธรรมดานี่แหละครับ ตำแหน่งเจ้าชายเป็นแค่คำที่บอกว่าผมมีภาระหน้าที่อะไรในเวียงพะเนินเท่านั้น”

เหมยบอกว่าตนไม่อยากให้ใครๆหยามเกียรติ เจ้าชายอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อ่านละครดอกไม้ใต้เมฆ ตอนที่ 6 วันที่ 5 ม.ค. 59

ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทประพันธ์โดย สิริพิรี
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ บทโทรทัศน์โดย ณ รัก สราญอารมณ์
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆกำกับการแสดงโดย นพพล โกมารชุน, ราชิต กุศลคูณสิริ
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ผลิตโดย บริษัท เป่า จิน จง จำกัด
ละคร ดอกไม้ใต้เมฆ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ