อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 22 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 22 ม.ค. 59

เพ็ญแขติงคิดแล้วเชียวว่าทะเลาะกันมา ศรัณย์ฟ้องว่ารินหาว่าตนมีผู้หญิงอื่น รินปรามไม่ให้พูดมาก เขาสวนว่าตนเป็นคนพูดตรง ถามมาก็ตอบตรง บุรณี ขำที่แต่งงานไม่กี่เดือนดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้เลยหรือ บรานีเสริม “พระเอกของตัวงามหยดขนาดนี้ ก็ต้องมีผู้หญิงเป็นธรรมดา รินก็ทำคิดมากไปได้”

เพ็ญแขปรามไม่ควรล้อพี่ เจ้าคุณยินดีอย่างยิ่งที่ได้เจอลูกชายเพื่อนรัก เชื้อเชิญให้ทานข้าวด้วยกัน...เพ็ญแขเพิ่งรู้ว่าทางศรัณย์ยังไม่ได้รับการ์ดเชิญจึงขอโทษที่มันฉุกละหุก ศรัณย์บอกตนค่อยสบายใจคิดว่ารินหมดรักตนแล้วหนีตาม...เพื่อนมา เจ้าคุณขำแซวรินด้วยความเอ็นดู



“อยู่บ้านก็ดูหงิมๆ พอออกเรือนไปก็แสนงอนขนาดนี้เชียวรึ คนใจเย็นคนใจดีของฉันหายไปไหนเสียแล้ว หือแม่ริน”

“นั่นสิ ทีหลังไม่เอานะลูก มีอะไรก็คุยกันเสีย ทำคุณปลัดเสียงานเสียการต้องมาตามถึงพระนคร แบบนี้ไม่ถูก” เพ็ญแขตำหนิ รินค้อนศรัณย์ที่ทำให้ตนโดนดุคนเดียว

เจ้าคุณบอกศรัณย์ว่าตนเสียใจที่ตอนพ่อของเขามีปัญหาตนอยู่อังกฤษถึงหกปีจึงไม่รู้เรื่องไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ศรัณย์กราบขอบคุณ และว่าเท่านี้ก็เมตตาแล้ว เจ้าคุณเน้นจริงใจ

“รินเป็นคนสำคัญของพวกเราทุกคน ที่ยกให้เพราะมั่นใจว่าศรัณย์จะได้ของขวัญที่ดีที่สุดจากครอบครัวเรา ในอนาคตไม่ว่าจะได้ยินอะไรมา ขอให้เชื่อคำอา ลูกสาวอาคนนี้เป็นของมีค่า อายกให้เพราะหวังดีต่อศรัณย์”

ศรัณย์รับคำ เพ็ญแขเห็นว่าค่ำมืดจึงถามเขาพักที่ไหน เขายิ้มกริ่มขอนอนกับภรรยาเพราะไม่มีบ้านในพระนคร รินจะแย้งแต่พอเห็นสายตาทุกคนที่มองมาก็พูดไม่ออก...ศรัณย์ได้เข้ามาในห้องนอน ก็สำรวจเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ เห็นถึงความแตกต่างระหว่างของบุรณีกับของริน รวมถึงภาพถ่ายที่ไม่มีรูปแบบออกงานสังคมเหมือนบรากับบุรณี รินอ้างว่าตนไม่ชอบออกงาน เสื้อผ้าก็ชอบตัดเย็บเอง ศรัณย์ยิ้มๆทำนองรู้ทัน รินร้อนตัว

“ไม่เชื่อใจฉันหรือ คิดว่าคนบ้านนี้หลอกคุณหรือ งั้นก็ปล่อยฉันไว้ที่นี่ กลับไปซะ คุณดวงสวาทรอคุณอยู่ ฉันสาบานจะไม่กลับไปให้คุณเห็นหน้าอีก”

“ไม่ ฉันตีตราจองหล่อนไว้แล้ว ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา อ้อ โดนขัดจังหวะเสียก่อน ยังมีอีกที่” ศรัณย์ดึงรินมาจะจูบปาก รู้สึกว่าเธอนิ่งก็แปลกใจ ทันใดได้ยินเสียงคลิก ก้มมองเห็นมีดพับที่เธอใช้จ่อที่ท้องก็สะดุ้งโหยงถอยกรูดร้องลั่น “เฮ้ย! เกือบโดนแล้วนะคุณ โห นี่จะฆ่ากันเลยหรือ”

รินบอกถ้าอยู่กันแบบเพื่อนไม่ได้ ตนก็จะพกนี่ไว้ตลอดเวลา ศรัณย์ยิ้มแหยๆ บอกล้อเล่น จะรอจนกว่าเธอจะเปิดใจ ว่าแล้วก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ

อาบน้ำเสร็จ ศรัณย์เดินตามหารินมาเจอทำขนมอยู่ในครัว เธอบอกให้เขาไปนอนก่อน ตนต้องทำขนมมงคลไว้ใช้ในงานแต่ง เขามองไปรอบๆ ถามไม่ได้นัดอรุณมาพบกลางดึกใช่ไหม รินตาเขียววางมือเลิกทำ เดินปึ่งๆขึ้นนอน ศรัณย์ยิ้มแฉ่งดีใจ

ในห้องแยกเป็นสองเตียง ศรัณย์นอนมองมาที่ริน ทำให้เธอไม่กล้าหลับตากลัวโดนขโมยหอมแก้มอีก ทนไม่ไหวจึงหันหลังให้ เขาล้อไม่ใช่เธอคนเดียวที่ไม่ลืม ตนก็ไม่ลืม คิดถึงแก้มเธอจนนอนไม่หลับ รินลุกขึ้นร้องอ๊าย...หยิบของใกล้มือขว้างใส่ เขาหลบกลิ้งตกเตียงโวย

“เฮ้ย! เหล็กทั้งดุ้น ตายได้นะ เดี๋ยวก็มีดเดี๋ยวก็เหล็ก”

“อุตส่าห์หนีมาอยู่เงียบๆคนเดียว ยังตามมากวนประสาทอยู่ได้ นี่ขอให้ฉันได้ใช้ชีวิตสงบสุขบ้างไม่ได้หรือไงหา...” รินล้มตัวนอนหันหลังให้อย่างโกรธๆ

ศรัณย์เข้ามาคุกเข่าข้างเตียง เธอหันมาเจอตกใจจะทำอะไร เขาถามว่าอยู่เงียบๆชั่วคราวหรือตลอดไป

รินตอบไม่ได้ ถามกลับที่เขามาตาม...ตนมีความหมายอะไรสำหรับเขา ศรัณย์อึ้ง

“คุณก็ไม่มีคำตอบใช่ไหม ฉันก็เหมือนกัน ถ้าเราหาคำตอบให้คำถามนี้ไม่ได้ ชีวิตเราสองคนแย่แน่... หน้าเครียดเลย ตลกไม่ออกแล้วสิ...ชิ...” รินเยาะเมื่อเห็นสีหน้าเขาอึ้ง

ศรัณย์ครุ่นคิดว่ารินมีความหมายอะไร รินย้ำถ้ามีคำตอบให้ ตนถึงจะยอมกลับไปกับเขา

ooooooo

ในห้อง พระพิจารณ์นอนป่วยอยู่ ชรัตน์เอาเอกสารงานมานั่งศึกษาเฝ้าไข้พ่อไปด้วย ท่านพยายามจะพูดคำเดิม เขา...พะ...ยุง...ชรัตน์ถามหมายถึงต้นพยุงหรือ เขาส่ายหน้านิดๆ เผอิญชรัตน์อ่านเอกสารเจอคำว่าลานเขาพยุง สัมปทานป่าไม้ของบริษัทเมื่อยี่สิบปีก่อน ก็ถามที่นี่ใช่ไหม

พระพิจารณ์ร้องไห้ออกมาส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอ สะอื้นจนชรัตน์ต้องเข้าปลอบและบอกจะจัดการทุกอย่างที่พ่อต้องการ ท่านส่งสัญญาณด้วยการกระดิกนิ้วมือขวา น้ำตาไหลริน

ชรัตน์มาสอบถามช้องนางว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ลานเขาพยุง เธอบอกตอนที่ได้สัมปทานที่นั่นเป็นระยะเวลาสั้นๆ ตนเรียนอยู่ปีนังจึงไม่รู้เรื่องอะไร ต้องไปถามลุงฉมคนเก่าแก่ของบริษัท พอมาถามลุงฉม เขาบอกว่าตัวเขาประจำอยู่พระนคร แต่ได้ยินคนลือกันว่าท่านเจ้าคุณมีเมียมีลูกที่นั่น ทั้งชรัตน์และช้องนางตกใจถามลูกหญิงหรือชาย ลุงฉมส่ายหน้า

รุ่งเช้าดวงสวาทได้รับโทรศัพท์จากสุนันทาว่าพ่อกับแม่กำลังเดินทางมานครศรีธรรมราชจะถึงในวันนี้ ให้รีบนั่งรถรับจ้างที่เร็วที่สุดมาบ้านเธอโดยด่วน

บุรณีเห็นรินทำขนมมีศรัณย์กับแจ๋วเป็นลูกมือ ก็บอกว่าพวกตนจะไปค้างโรงแรมฝากพ่อกับแม่ด้วย และถามจะฝากอะไรไปก่อนบ้าง รินจะเดินนำไปเอาของที่โต๊ะในสวน ศรัณย์รีบถามสวนอยู่ติดบ้านอรุณหรือเปล่า อ้างจะไปช่วยยก รินเสียงเข้มไม่ให้ตาม ศรัณย์จ๋อยลงนั่งที่เดิม

บุรณียินดีด้วยที่ศรัณย์รักรินมาก ตามเฝ้าอย่างกับกลัวเธอหาย รินบอกเขาแค่คิดว่าตนเป็นของเป็นสมบัติของเขาเท่านั้นไม่ใช่ความรัก บุรณีไม่เข้าใจ รินเล่าว่าศรัณย์ไม่ถูกกับอรุณ บุรณีฟันธงว่าต้องหึงแน่ๆ รินแย้งหึงเขาใช้กับคนที่รักกันแต่ศรัณย์แค่กลัวเสียหน้ากลัวแพ้อรุณเท่านั้น ขาดคำ
เสียงอรุณดังเข้ามาถามรินคิดถึงตนหรือ รินหน้าเสียจะมาทำไม เขาอ้างมาช่วยงาน เธอจึงให้เขาช่วยยกขนมไปส่งที่รถ อรุณกลับบอกว่าหิว แล้วเดินตรงไปยังครัว รินห้ามไม่ทัน

อรุณโผล่เข้ามาในครัวเจอศรัณย์เดินงุ่นง่านอยู่ พอทั้งสองประจันหน้าก็ต่อว่าต่อขานยกใหญ่ เปิดศึกชกกันทันที ปาเครื่องของใส่กันเลอะเทอะ บุรณีกับแจ๋วช่วยกันห้ามไม่สำเร็จ รินโกรธมากหยิบถาดปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ แล้วฟาดหัวชายหนุ่มทั้งสองอย่างแรง บุรณีกับแจ๋วตะลึง สองหนุ่มชะงักกุมหัวร้องอูยๆ ต่างโวยไม่เคยเห็นโหดแบบนี้มาก่อน รินสั่งเสียงเฉียบ

“แยกกันเดี๋ยวนี้ พี่อรุณจะไปเข้าห้องน้ำก็รีบไปเลย แล้วอย่าเดินมาที่นี่ คุณศรัณย์นั่งลง ห้ามออกไปจากครัว ได้ยินไหมคะ...ไปสิคะ!”

บุรณีขำเข้าใจแล้วว่าแมวกับหนูเมื่อเจอกันเป็นอย่างไร แล้วเดินตามอรุณออกไป แจ๋วปิดปากหัวเราะ รินมองข้าวของที่หกเกลื่อนกลาดด้วยความเสียดาย

เมื่อสุนันทารับมหินท์ นิจและนริศจากสถานีรถไฟมาบ้าน มหินท์ถามหาดวงสวาททำไมไม่ไปรับพวกตน ใจดำ โทร.มาก็ไม่คุยกับพ่อแม่ จนพวกตนต้องถ่อมาถึงที่นี่ หรือจะตัดขาดกัน

ดวงสวาทซึ่งมาถึงก่อนหน้าสักครู่ ทำทีลงมาจากข้างบนเข้ามากราบขอโทษ รำพันว่าบุญคุณพ่อแม่ท่วมหัว ใครจะกล้าตัดขาด เพียงแต่ตนไม่สบายใจอยากอยู่เงียบๆ มหินท์ต่อว่าเรื่องที่แต่งงานใหญ่โต คนรู้ทั้งพระนคร เท่ากับมีชีวิตเดียวกันต้องอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันให้ได้ แล้วสั่งให้กลับพระนคร ดวงสวาทมองหน้านริศประกาศกร้าว ไม่กลับถ้าไม่ได้ชีวิตอย่างที่ฝัน

นริศถามชีวิตที่เธอฝันหมายถึงอะไร ดวงสวาทกล่าวจริงจัง “ดวงแต่งงานกับคุณทั้งที่ไม่รู้จักกัน เพราะคิดว่าคุณจะให้ความมั่นคง ให้เกียรติยศ ดวงยกชีวิตทั้งชีวิตให้คุณ แต่เป็นได้แค่เมียอาจารย์จนๆ ถ้าจะให้ได้แค่นี้ ดวงขอเลือกคนที่ดวงรักดีกว่า”

นิจเอ็ด ผู้หญิงดีๆมีผัวเดียวทั้งนั้น อย่าทำเป็นวันทองสองใจ นริศออกตัวว่ากำลังคิดจะลาออกจากการเป็นอาจารย์ ทราบมาว่ามหินท์มีแผนจะทำห้างสรรพสินค้าใจกลางพระนคร จึงอยากขอโอกาสบริหารงานนี้ มหินท์งงเพราะห้างสี่กั๊กพระยาศรีที่จะทำยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย นริศเสนอตัวว่าตนโตที่ยุโรป เห็นห้างทำนองนี้มามาก รู้วิธีบริหารดี ตนจะทำให้ครอบครัวเขาได้ทั้งความมั่นคงและเกียรติยศ...นิจเห็นว่าดี ได้คนมาบริหารที่ไว้ใจได้ บอกดวงสวาทให้กลับพระนครได้ แต่เธอกลับขอเวลาหกเดือน ถ้าทุกอย่างไปได้ดีตนถึงจะกลับ อ้าง

“ฉันจะไม่เชื่อคำพูดของคุณชายอีกแล้ว ในสายตาดวงไม่รู้จักคุณเลย ภายนอกคุณดูน่าเชื่อถือ แต่คุณมักจะมีเรื่องลึกลับแอบซ่อนไว้เสมอ ต่อไปนี้ดวงจะดูที่การกระทำของคุณเท่านั้น”
นริศรับปากกลับไปจะลาออกถ้ามหินท์ตกลง

มหินท์รู้สึกลังเลแต่ภาวะจำยอมต้องเออออ ดวงสวาทบอกจะรอที่นี่สั่งห้ามใครมายุ่งกับตน นิจแปลกใจลูกคิดทำอะไร...มหินท์บ่นเมื่ออยู่กันลำพังว่า เราให้ลูกแต่งงานเพราะหวังขยายความมั่นคงให้ครอบครัว ไปๆมาๆ

นริศกลับมีแต่ตัว แล้วยังมาเป็นกาฝากทำงานกงสีเราอีก นิจปลอบไหนๆก็เสียลูกให้เขาไปแล้ว จะทำอย่างไรได้

ooooooo

งานแต่งงานของบรานีกับพณิช จัดในโรงแรมหรู แขกมากมายมารดน้ำสังข์ เจ้าคุณบำรุงรดน้ำและอวยพร “ห้าคาถาไว้ครองคู่ จำไว้นะ...อดทน ไม่พูด ซื่อสัตย์ แกล้งโง่ ลืมง่าย”

อรุณเดินมาที่โต๊ะเครื่องดื่ม เปรยกับแจ๋วว่ารินสวยมาก ศรัณย์ได้ยินหมั่นไส้ แกล้งเด็ดใบไม้มาบี้ใส่ในแก้วเครื่องดื่มเขา อรุณมัวพร่ำเพ้อมองริน คว้าแก้วมาดื่มแล้วถุยทิ้งแทบไม่ทัน หันมาเห็นหน้าศรัณย์ยิ้มๆ ก็รู้ว่าเป็นคนแกล้งจะเอาเรื่อง แจ๋วต้องห้ามและทวนคำสั่งของรินที่ให้ทั้งสองคนอยู่ห่างๆกัน อรุณทำปากขมุบขมิบทำนองฝากไว้ก่อน

หลังพิธีรดน้ำก็เป็นงานรื่นเริง บ่าวสาวเต้นรำกลางฟลอร์ เจ้าคุณบำรุงเปรยกับเพ็ญแขว่า น่าแปลกที่ญาติทางฝ่ายพณิชมีเพียงลุงคนเดียว ทั้งที่เขาบอกว่าญาติเขาอยู่แค่ปีนัง น่าจะมางานได้ ศรัณย์เต้นรำกับริน เธอพลาดเหยียบเท้าเขาบ่อยๆ จนเขาแกล้งบ่นว่า พี่น้องเธอก็ดูเต้นรำเก่ง แต่เธอเต้นรำได้แย่ ตนถามญาติๆทุกคนยืนยันว่าเจ้าคุณมีลูกสาวสามคน รินสวนก็มันเป็นความจริง

“เพื่อนอย่างหล่อนจะไม่หลอกลวงเพื่อนอย่างฉันใช่ไหม” รินหลบตารับว่าใช่ “ดวงตาทุกคนตอนพูดถึงหล่อนมีพิรุธ ฉันขอถามหล่อนในคำถามที่สำคัญมาก สำหรับความเป็นเพื่อนระหว่างเรา หล่อนมีอะไรปิดบังฉันไหม...หล่อนมองครอบครัวหล่อน นั่นคือคนที่หล่อนรักใช่ไหม คนที่หล่อนมองกับคนที่จับมือหล่อนอยู่นี่ หล่อนจะเลือกใคร”

รินเงยหน้าสบตาศรัณย์อ้ำอึ้งตอบไม่ได้ ศรัณย์ย้ำว่าคำตอบของเธอสำคัญกับตนมาก รินครุ่นคิดอยากบอกความจริงแต่ไม่กล้าจึงตอบไปว่าไม่ได้มีอะไรปิดบัง เขาถามย้ำว่ามั่นใจหรือ เธอรับคำ ศรัณย์ผิดหวังหยุดเต้นปล่อยมือเธอ รินใจหายเห็นสายตาบ่งบอกว่าเสียใจของเขา

“ทานตะวันหันสู่พระอาทิตย์ได้แค่ดวงเดียว ครอบครัวของหล่อนสำคัญมากกว่าฉัน!” ศรัณย์เดินออกจากฟลอร์ เหลือเพียงรินที่ยืนคว้าง บุรณีมองมาด้วยความสงสัยสองคนคุยอะไร

ศรัณย์มายืนเครียดข้างโต๊ะเครื่องดื่ม อรุณได้ทีแก้แค้นแอบเอาพริกไทยใส่ในแก้วของเขาแล้วรอดูอย่างสะใจ ศรัณย์มีสติพอที่เห็นว่าน้ำขุ่นก็สาดทิ้งไปในพุ่มไม้โดนหน้าอรุณเต็มๆ โดยไม่ตั้งใจ อรุณยิ่งเจ็บใจเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้า...ชรัตน์เข้ามาคุยกับศรัณย์มองสามสาวพี่น้องที่ยืนคุยกัน เพ้อว่างามหยดทั้งสามคน แต่งงานไปแล้วสอง เหลืออีกหนึ่ง ตนจะมีสิทธิ์ไหม

ศรัณย์กลับเปรยว่า เมื่อวานรินถามตนว่ามาตามเขากลับทำไม ชรัตน์หันขวับมาด้วยความอยากรู้เช่นกัน เพราะถ้ารักดวงสวาทจริงก็น่าจะใช้โอกาสนี้จัดการปัญหาเสีย ศรัณย์โวยว่าตนไม่ใช่คนมักง่าย ทำแบบนั้นผู้ใหญ่จะเอาหน้าไปไว้ไหน ชรัตน์ย้อนถาม “งั้นที่อยู่กันนี่อยู่ เพราะความรับผิดชอบใช่ไหม คุณบราลีเขาคงอยากถามนายเหมือนที่ฉันถามนี่ล่ะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 22 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ