อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 23 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 23 ม.ค. 59

ศรัณย์กลับเปรยว่า เมื่อวานรินถามตนว่ามาตามเขากลับทำไม ชรัตน์หันขวับมาด้วยความอยากรู้เช่นกัน เพราะถ้ารักดวงสวาทจริงก็น่าจะใช้โอกาสนี้จัดการปัญหาเสีย ศรัณย์โวยว่าตนไม่ใช่คนมักง่าย ทำแบบนั้นผู้ใหญ่จะเอาหน้าไปไว้ไหน ชรัตน์ย้อนถาม “งั้นที่อยู่กันนี่อยู่ เพราะความรับผิดชอบใช่ไหม คุณบราลีเขาคงอยากถามนายเหมือนที่ฉันถามนี่ล่ะ”

“เขาถามฉันแล้วเมื่อคืน เขาบอกว่าถ้าไม่ตอบ...เขาไม่กลับ” ชรัตน์รีบถามจะตอบว่าอะไร ศรัณย์ส่ายหน้า “ไม่มีคำตอบ เป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดเลย ชรัตน์เอ๊ย”



ชรัตน์เตือน “คนเรายังไงก็ต้องมีความรัก เวลาเจออุปสรรคอย่างเรื่องดวงสวาทเนี่ยเพราะไม่มีความรักกับบราลีนายถึงสับสนไง ถ้ามีความรักให้กันเวลาเจออุปสรรคมันถึงจะมีแรงสู้”

“ตอนพ่อตาย บ้านถูกยึดฉันต้องไปอยู่วัด ฉันเหลือเพื่อนแค่สองคนคือนายกับดวงสวาท แต่ในที่สุดดวงสวาทก็หวั่นไหวแพ้ความมั่นคงเลือกไปแต่งงานกับคนอื่น ถ้าฉันจะมีรักครั้งใหม่ ฉันอยากเชื่อใจเขาได้จริงๆ ไม่มีความลับ ไม่มีวันทิ้งกัน ถ้ารินทำให้ฉันเห็นฉันคงรักเขาได้”

ชรัตน์ถามจะพิสูจน์อย่างไร ศรัณย์เครียด ตราบใดที่รินโกหกเลือกครอบครัวก่อนตน ตนจะรักเธอได้อย่างไร ชรัตน์ตบไหล่เพื่อนเบาๆอย่างเห็นใจ

ด้านริน บุรณีถามเมื่อครู่คุยเครียดอะไรกับศรัณย์ รินเศร้าลงบอกว่าเขาอยากรู้ความลับของตน ความลับที่ตนเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ทิ้ง บุรณีปลอบให้เลิกคิดเรื่องนี้เสียที รินระบายความอัดอั้นว่า แฟนเก่าของศรัณย์เป็นคนสวย ร่ำรวย มีชาติตระกูล ตนเทียบไม่ติด บารนีเตือน

“ตัวต้องมั่นใจมากกว่านี้นะ มั่นใจในตัวเอง ถ้ารู้สึกต่ำต้อยไม่เลิก ผู้หญิงคนนั้นจะใช้เรื่องนี้ทำร้ายจิตใจตัว”

บุรณีเห็นด้วยบอกรินมีความรู้ มันจะทำให้เธอสง่างาม ไม่จำเป็นต้องมีชาติตระกูล เลิกน้อยใจเสีย รินถอนใจนึกถึงคำของเจ้าคุณบำรุง “คุณพ่อบอกว่า ขอให้รินรักษาหน้าที่ แม้ไม่มีความรักรินจะได้รับความยกย่องชื่นชมไปตลอดชีวิต...แต่รินต้องการมากกว่ายกย่องชื่นชม ชีวิตที่ไม่มีความรัก ไม่มีความหมายกับเขารินจะอยู่ได้ยังไง”

บุรณีถาม “คำตอบที่คุณศรัณย์ต้องหามาให้ริน คือความรักใช่ไหม”

รินพยักหน้า บอกเมื่อกี้ที่เขาจับมือ มันเย็นเหลือเกิน มือคู่นั้นเยือกเย็นเพราะเป็นเพียงหน้าที่ ไม่ใช่ความรัก... บารนีกับบุรณีเห็นใจโอบกอดปลอบริน เพ็ญแขแอบได้ยิน ถอนใจ บุรณีเห็นชรัตน์ยืนอยู่ ก็เข้ามาต่อว่าที่เขาไม่เคยบอกว่าเป็นเพื่อนกับศรัณย์ เขาตอบกวนๆ ไม่รู้ว่าต้องบอกว่ามีเพื่อนชื่ออะไรบ้าง ถ้าให้บอกต้องมีเวลาให้กันมากกว่านี้ เธอมีให้ไหม

“คุณมีความลับ คุณไว้ใจไม่ได้ เราเป็นอะไรกันไม่ได้ทั้งนั้น เป็นเพื่อนยังไม่ได้เลย”

ชรัตน์เหวอถามว่าโกรธขนาดนี้เชียวหรือ บุรณีโต้ว่า โกรธใช้กับเพื่อน แต่กับเขาแค่คนรู้จักจะโกรธทำไม ชรัตน์โอดโอยว่าตนเปลี่ยนตัวเองกลับไปเรียนรู้งานเลิกเที่ยวเพราะเธอ...แค่ขอความเป็นเพื่อน หญิงสาวบอกทุกความสัมพันธ์เริ่มต้นด้วยความไว้ใจแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป ชรัตน์เศร้าเดินมาปรับทุกข์กับศรัณย์ แต่ก็ยืนยันจะไม่เลิกจีบบุรณี

ooooooo

ในค่ายเสือขาว ลูกน้องเริ่มระส่ำว่าคาถาอาคมของเสือขาวเสื่อม บางถึงถูกปลัดฆ่าตาย เสือขาวต้องสร้างความมั่นใจแก่ลูกน้อง ด้วยการท้าให้คนที่เริ่มพูดมาสู้กับตน ให้เห็นว่าไม่อาจฟันแทงตนเข้า และย้ำว่าคาถาอาคมต้องรักษาหมั่นภาวนา ไม่กินเหล้าเพราะจะทำให้ขาดสตินิ่มยอมรับความจริงว่าบางติดเหล้า ต้องกินทุกวัน เตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง จึงเป็นเหตุให้อาคมในตัวสลายไป ลูกน้องทุกคนเริ่มมีความมั่นใจขึ้น เสือขาวปลุกเร้าให้ทุกคนฮึกเหิม ล้างแค้นให้พรรคพวกที่ตาย สิงห์สงสัยขึ้นมาว่าปลัดศรัณย์จะมีคาถาอาคมเหมือนกัน เสือขาวจึงบอกว่าได้ทำของล้างอาคมในตัวศรัณย์ไว้แล้ว คือผ้ายันต์ที่เปื้อนเลือดสกปรกของสตรี...

พอเสร็จสิ้นงานแต่งงาน พณิชจะพาบารนีไปอยู่ใต้ ชวนศรัณย์ให้กลับพร้อมกันจะได้เป็นเพื่อนคุยกันบนรถไฟ ศรัณย์บอกว่ารินยังไม่กลับตนก็จะอยู่รอ บารนีบอกรินกลับไปใต้เมื่อไหร่ให้ไปเป็นพี่เลี้ยงตนที่บ้านพณิช เพื่อช่วยจัดบ้านเพราะตนทำอะไรไม่เป็น รินรับปาก

บ่ายวันนั้น ศรัณย์นั่งอ่านเอกสารงานที่นำมาด้วย อรุณคอยจ้องแกล้งดึงเก้าอี้ออกเพื่อให้เขาล้มก้นจ้ำแล้วทำท่าเอาคืนสำเร็จเย้ย ศรัณย์ลุกขึ้นได้จะเอาเรื่อง อรุณดึงเอกสารมาดูแล้วถามลางานมากี่วัน เขาตอบอีกสองวัน

อรุณบอกรินคงไม่กลับเพราะกลับไปก็ต้องไปรบกับดวงสวาท ป่านนี้ทุกคนในเมืองคงคิดว่าภรรยาปลัดศรัณย์คือดวงสวาท ส่วนรินเป็นเพียงแม่ครัว แล้วต่อว่าเขาทำให้รินเจ็บ ศรัณย์ไม่พอใจพูดแบบนี้ต่อยกันดีกว่า อรุณอ้างวันนี้แต่งตัวราคาแพง แค่จะมาบอกว่าทั้งตนและรินไม่กลับไปใต้แล้ว ศรัณย์ถามถึงร้านทอง อรุณบอกให้ลูกน้องดูแลและตอกย้ำว่าในเมื่อไม่รักรินก็ไม่ควรลากเธอไปในวังวนรักสามเศร้าอีก ทำเอาศรัณย์เถียงไม่ออก

และแล้วคืนนั้น เสือขาวทำพิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ใต้แสงจันทร์ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ลูกน้องและตักน้ำราดตัวทุกๆคน บริกรรมคาถาสร้างความมั่นใจแก่ลูกน้องทุกคน

ooooooo

คืนนี้เป็นฤกษ์สำคัญราหูย้ายเรือน รินจึงชวนศรัณย์เข้ามาสวดมนต์ในห้องพระ เขาแปลกใจที่เธอเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม รินบอกว่าปกติไม่สนใจแต่เห็นว่าพวกเสือขาวมีคาถาอาคม ศรัณย์ว่าตนไม่กลัวคุณไสยเพราะเชื่อว่าคนที่มีศีลธรรมหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ คุณไสยทำอะไรไม่ได้

“คุณเข้มแข็งอย่างนี้นี่เองถึงกล้าอาสามาปราบเสือขาว”

ศรัณย์บอกตนเป็นข้าราชการทำเพื่อประชาชน พระสยามเทวาธิราชจะปกป้องคุ้มครอง ท่านคือเหล่าเทวดาที่ปกป้องบ้านเมือง...แต่รินก็ยังห่วงเพราะคนดีก็คนละชั้นกับโจร ศรัณย์เชื่อว่าพวกโจรใช้คาถาอาคมย้อมใจให้พวกพ้องเข้มแข็งหลอกคนอื่นให้กลัว ถ้าพวกมันสะกดจิตตัวเองได้ ตนก็สะกดจิตตนเองได้เหมือนกันให้ตนต้องชนะเท่านั้น รินทึ่งเขาถึงไม่มีของขลังใดๆ จึงถอดสร้อยคอให้ บอกพระองค์นี้สำคัญมากติดตัวตนมาแต่เด็ก รินชะงักไม่กล้าเล่ามากกว่านี้

ศรัณย์เข้าใจว่าแม่ให้เธอมาจึงไม่ขอรับ รินกล่าวรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้อวยพรเขาครั้งก่อน ขอให้เขาสวมสร้อยตนไว้ ปราบเสือขาวเสร็จค่อยเอามาคืน ศรัณย์หาว่าที่รีบให้เพราะจะบอกลาไม่กลับปักษ์ใต้แล้วใช่ไหม รินอ้ำอึ้งขอร้องให้เขาสวมสร้อยไว้แล้วชวนให้สวดมนต์

เช้าวันใหม่ แจ๋วหน้าตาตื่นพาเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมาพบศรัณย์ในบ้าน เจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า มีวิทยุด่วนรายงานว่าที่ปักษ์ใต้เกิดเรื่องใหญ่ ข่าวออกทางวิทยุไปทั่ว...อรุณนั่งจิบกาแฟอยู่อาแปะที่เฝ้าร้านโทร.มารายงาน เจอประกาศขู่จากเสือขาวจะปล้นร้านทอง เขาตกใจมาก

ศรัณย์สะพายเป้กำลังลาเจ้าคุณบำรุงและเพ็ญแข รินตกใจถามมีเรื่องอะไร ศรัณย์ขอให้เธออยู่ที่พระนครไปก่อน เพ็ญแขติงผัวเมียไม่ควรอยู่แยกกันนาน ศรัณย์ขอร้องและว่าตนต้องรีบไปให้ทันรถไฟ รินเดินตามมาส่งอย่างห่วงๆ อรุณท่าทางร้อนใจเดินเข้ามาเห็นศรัณย์สะพายเป้ก็รีบบอกว่ากำลังมาชวนไปพร้อมกัน ศรัณย์กล่าวพักรบชั่วคราว อรุณพยักหน้ารับ รินยิ่งงง

“ทำไมต้องพักรบ เกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ไม่งั้นสองคนนี้ไม่มีทางญาติดีกัน เกิดอะไรขึ้นคะ”

สองหนุ่มกล่าวพร้อมกันว่า...ไม่มี! อรุณถอนใจบอกรินให้อยู่ที่นี่ไปก่อนดีแล้ว ศรัณย์กล่าวลาแล้วเดินจ้ำออกไป รินมองตามงงๆ ก่อนหน้านี้ ที่ว่าการอำเภอมีถุงผ้าถูกมีดปักติดที่ประตู แม่บ้านมาพบตกใจรีบตามโชติไปดู เป็นถุงผ้าสกปรกมีเลือดหยดออกมาลงพื้น...ศรัณย์ได้รับแจ้งจากโชติระหว่างที่นั่งรถไฟมากับอรุณ ทั้งสองคุยกันเรื่อง

ที่เกิดขึ้น ศรัณย์บอกว่าถุงนั่นเป็นวิธีล้างอาถรรพ์ ทำลายคุณไสย เสือขาวคงคิดว่าตนมีคุณไสย เลยต้องการสร้างความมั่นใจให้พวกเดียวกัน อรุณคิดว่าเสือขาวคงต้องการแก้แค้นให้เสือบาง แต่ทำไมจะมาปล้นร้านทองของตน หรือมันรู้ว่าเรารู้จักกัน ศรัณย์คิดว่า

“มันไม่ได้ออกปล้นนาน เงินคงขาดมือ ปล้นร้านทองรวยเร็วที่สุด ที่สำคัญคุณเป็นคนต่างถิ่น ปล้นคุณเท่ากับไม่ได้สร้างศัตรู ไม่เหมือนปล้นคนในท้องถิ่น”...

เมื่อศรัณย์เดินเข้าบ้าน ทุกคนดีใจกันใหญ่ แก้วถามหาริน ศรัณย์รู้สึกได้เลยว่าพอบ้านไม่มีรินอยู่ดูเงียบเหงา สายและเสริมเศร้าลง เสนอส่ายหน้า คุณนายไม่มาคนในบ้านนี้แย่แน่ ขาดคำดวงสวาทเดินเข้ามาโผกอดศรัณย์ตีหน้าเศร้าร้องไห้ เป็นห่วงที่เขาโดนเสือขาวขู่ ศรัณย์แกะมือเธอออกด้วยอายคนอื่นๆ ดวงสวาทเช็ดน้ำตาป้อยๆ ทึกทักเอาเอง

“เป็นเมียข้าราชการต้องอดทน ต้องไม่ร้องไห้ ดวงขอโทษค่ะ”

แก้วตัดบทให้ศรัณย์ไปพักผ่อน ดวงสวาทรีบบอกจะไปจัดอาหารเครื่องดื่มให้ แก้วปัดไม่ต้องแต่เธอแย้ง “คนงานจะดูแลได้ดีกว่า...เมียได้ยังไงคะ บ้านนี้ไม่มีใครดูแล รัณกลับมาคนเดียว ดวงจะเข้ามาดูแลคุณน้ากับคนในบ้านนี้เอง” พูดจบก็เดินไป

“เอ๊า...ดูสิ...” แก้วโวย สาย เสนอ เสริมส่ายหน้าระอา ศรัณย์กลัดกลุ้ม ดวงสวาทตามมาที่ห้องศรัณย์ ถามทำไมรินไม่กลับมา เขาย้อนให้ถามตัวเอง เธอยิ้มเยาะ“บราลีเป็นผู้หญิงฉลาด เธอเลือกในสิ่งที่ถูกต้องแล้วสำหรับเราสามคน ลืมเธอเสียเถอะค่ะ”

ดวงสวาทเข้ามาเล้าโลม ศรัณย์ถอยหนีบอกมีเรื่องในเมือง ตนจะต้องนอนค้างที่อำเภอ เธอโกรธลืมตัวอาละวาดปาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้น ศรัณย์หันมาจ้องตำหนิ เธอข่มอารมณ์กล่าวขอโทษ วางท่าผู้ดีบอกจะให้เวลาเขาและทุกคนในบ้านลืมรินให้ได้ก่อนแล้วตนจะเข้ามาแทนที่ แต่พอดวงสวาทเดินออกมาจากห้องก็หยุดชะงัก ทำนบน้ำตาพังทลายร้องไห้เข่นเขี้ยว

“ไม่ โอกาสของฉันมาถึงแล้ว ศรัณย์ไม่มีผู้หญิงคนนั้นแล้ว ฉันต้องเข้มแข็ง ฉันต้องกลับมาเป็นที่หนึ่งในใจของศรัณย์ให้ได้”

ดวงสวาทเดินกลับเข้ามาในห้องศรัณย์ เห็นเขาถอดสร้อยของรินแขวน ยิ้มทำนองคิดถึงคนให้ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ ดวงสวาทอิจฉาเข้ามาหยิบสร้อยพระไป

ooooooo

ทางเจ้าคุณบำรุงถามเพื่อนที่เป็นหน่วยข่าวเรื่องทางปักษ์ใต้ จึงรู้ว่าเสือขาวขู่ทางการ อาละวาดจะปล้นร้านทอง รินตกใจมาก เพ็ญแขเป็นห่วงบ้านบารนี รินบอกว่าบ้านพณิชอยู่คนละอำเภอ เธอค่อยโล่งใจ เจ้าคุณและเพ็ญแขเห็นว่ารินควรไปเป็นกำลังใจให้สามี รินอ้างเหนื่อย

บุรณีรีบบอกพ่อกับแม่ว่ารินไม่อยากกลับไปรบกับแฟนเก่าของศรัณย์ เพ็ญแขพยักหน้าเข้าใจแล้ว เตือนจะกลัวพวกมือที่สามทำไม ตนเคยจัดการมาแล้ว เจ้าคุณร้อนตัวรีบขอตัวขึ้นห้อง สองสาวสนใจถามแม่ว่าเรื่องเป็นอย่างไร เธอจึงเล่าว่าเจ้าคุณเคยมีแหม่มชื่อแคทธาลีนมาวอแว รินจำได้ว่าเพ็ญแขตามไปอยู่กับเจ้าคุณที่อังกฤษสามปี โดยอ้างว่าท่านป่วย เธอพยักหน้ายิ้มๆ

“การเปลี่ยนแปลงคือธรรมชาติของโลกใบนี้ ใครที่คิดว่าความรักจะยืนยงตลอดกาลเหมือนในนิยายน่ะคิดผิด” สองสาวไม่อยากเชื่อว่าพ่อชอบแหม่มคนนั้นจริง “เอ๊า พระเอกต้องเป็นพระเอกวันยังค่ำงั้นหรือ นั่นมันนิยาย มนุษย์มันก็ต้องมีวันหลงผิด มีวันเผลอใจไปกับคนอื่นบ้าง” รินถามไม่เสียใจหรือ “เสียใจสิ ทำใจไม่ได้เป็นเดือน คิดว่าถ้าพ่อเขาไล่แม่กลับเมื่อไหร่ แม่จะกลับแล้วเลิกกัน แต่พ่อก็ไม่ไล่ ยังดูแลแม่อย่างดี สุดท้ายแหม่มคนนั้นก็ล่าถอยไปเอง”

บุรณีโยงมาว่าเหมือนศรัณย์ ถ้าชอบผู้หญิงคนนั้น คงไม่ลางานมาตามริน เพ็ญแขย้ำ “ใช่ รินฟังแม่นะ ถ้าอยากได้คำตอบจากชีวิต ต้องออกไปใช้ชีวิตไม่ใช่หลบซ่อนตัวเองอยู่กับบ้านแบบนี้ ต้องออกไปใช้ชีวิตซักตั้งนะลูก”

ในวันนั้น ศรัณย์ยืนมองต้นทานตะวันคิดถึงริน เข้าบ้านก็ชื่นใจกับกลิ่นบุหงารำไปที่ผ้าม่านและหมอน ด้านรินเข้ามาคุยกับเจ้าคุณบำรุงในห้องพระ ขออนุญาตถามถึงเรื่องที่เพ็ญแขเล่า เจ้าคุณรับว่าจริง รินถามตอนนั้นท่านรักทั้งสองคนพร้อมกันหรือ เจ้าคุณย้อนถามเธอยังรักพ่อกับแม่ บารนีและบุรณีพร้อมกันได้ รินพอเข้าใจแล้ว เจ้าคุณบอกว่า

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 7 วันที่ 23 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ