อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 8 วันที่ 27 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 8 วันที่ 27 ม.ค. 59

แก้วขอร้องแค่ไปรักษาตัว ศรัณย์กลับขอให้แม่พารินกับดวงสวาทกลับไป ตนจะได้หมดห่วง ตนมีนายอำเภอคอยดูแล แก้วลังเล ศรัณย์รีบขอร้องว่าตอนนี้ตนปกป้องแม่กับทุกคนไม่ได้ เสือขาวบาดเจ็บขนาดนั้นต้องกลับมาเอาคืนแน่ๆ...เพื่อความสบายใจของลูก แก้วจึงยอม อรุณรับปากจะดูแลทุกคนให้เดินทางโดยสวัสดิภาพและขอบคุณที่ศรัณย์นำทองกลับมาคืนได้

แก้วกับอรุณพากันเดินออกไป ดวงสวาทน้ำตาคลอบอกศรัณย์ว่าตนเป็นห่วงเขามาก เขาจึงถามว่าเธอไปหาที่อำเภอหรือ เธอพยักหน้าว่าไปประกาศว่าตนเป็นเมียเขา ตอนโดนมีดจ่อคอเหมือนอยู่ใกล้ความตายนิดเดียว ศรัณย์ถอนใจบอกให้เธอพอเสียทีหยุดเสียที ดวงสวาทกลับเอนหัวมาซบเขาร่ำไห้ รินแอบมองอยู่หน้าประตู



“บอกรักดวงเหมือนเมื่อก่อนได้ไหม เมื่อก่อนคุณบอกรักฉันทุกวัน เล่นกีตาร์ร้องเพลงบอกรักฉัน เพราะฉันทำให้คุณเล่นกีตาร์เป็น บอกรักฉันเหมือนเมื่อก่อนสิคะ”

รินได้ยินรู้สึกเจ็บปวดเมื่อรู้ว่าเขาเคยบอกรักดวงสวาททุกวัน และที่เขาว่าผู้ชายทุกคนหัดเล่นกีตาร์ร้องเพลงก็เพราะผู้หญิง...เป็นดวงสวาทนี่เอง

ดวงสวาทยังรำพันกับศรัณย์ว่าคนเห็นแก่ตัวอย่างตนไม่เคยทำเพื่อใครขนาดนี้ ให้กำลังใจบอกรักตนสักคำไม่ได้หรือ ศรัณย์ตอบว่า “เวลานี้ผมไม่เหมือนเดิม ความรัก เป็นเรื่องน่ากลัว น่าเข็ดขยาด”

“คุณไม่เคยบอกรักผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ”

“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรักใครได้อีกไหม ไม่ว่าคุณหรือใคร ตัดใจจากผมเสียเถอะ”

“คุณบอกรักบราลีไม่ได้ เพราะคุณไม่ได้รักเธอ กาลเวลาและความพยายามของฉันจะทำให้คุณหายโกรธ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรอเพลงรักของคุณอยู่ตรงนี้” ดวงสวาทหอมแก้มศรัณย์ รินซึ่งแอบมองอยู่น้ำตาคลอเพราะเป็นความจริงที่ศรัณย์ไม่เคยบอกรักตนสักครั้ง

ooooooo

วันต่อมา พณิชได้รับออเดอร์สั่งข้าวลอตใหญ่ บารนีพลอยดีใจไปด้วยที่ชีวิตตนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่อดหวั่นใจเรื่องเสือขาวไม่ได้จึงชวนเขากลับพระนคร พณิชกลับบอกว่า

“เรื่องค้าขายข้าวของผมกำลังไปได้ดี ผมต้องอยู่คุยกับปลัด ขอความช่วยเหลือบางอย่าง ผมยังกลับไม่ได้”

บารนีแปลกใจค้าขายข้าวเกี่ยวอะไรกับงานปลัด พณิชยิ้มๆอย่างมีเลศนัย...ในวันเดียวกัน มีคนมาทุบประตูบ้านดวงสวาทโครมๆ เธอผวาหวาดกลัว จิ้มลิ้มบอกมีตำรวจเฝ้าจะกลัวอะไร ว่าแล้วก็เปิดประตูหน้าต่าง ทันใด มหินท์กับนิจพรวดพราดเข้ามา นิจถลาเข้าตบดวงสวาท

“นังลูกไม่รักดี แกโกหกพวกเรา”

มหินท์มองสภาพบ้านแล้วโวยว่าหลงกันขนาดนี้เชียวหรือ บ้าไปแล้ว บ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้ยังอยู่เข้าไปได้ ดวงสวาทละล่ำละลักถามรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่นี่ นิจตวาดว่าหนังสือพิมพ์ลงหรา แม้แต่นริศก็รู้และเสียใจมาก มหินท์ว่าถึงนริศจะมีแต่ตัว ก็ยังดีกว่าศรัณย์

ในขณะที่ศรัณย์ตื่นขึ้นมาเห็นรินถือปิ่นโตเข้ามาก็ดีใจหลุดปากออกมาว่าตนฝันเห็นนางฟ้าใช่ไหม รินยิ้มนิดๆบอกให้เขาลุกขึ้นทานข้าวต้ม เขารีบถามว่ากลับพระนครพรุ่งนี้ใช่ไหม เธอพยักหน้าไม่สบตา บอกเขาว่าได้ทำน้ำพริกแห้งเก็บไว้ให้กิน ศรัณย์ย้ำไม่ต้องเป็นห่วง ตนมีเสนอและนายอำเภอดูแล ทุกคนกลับกันหมดตนจะได้หมดห่วง เพราะเสือขาวมันไม่ธรรมดา

“เขามีคุณไสยจริงๆใช่ไหมคะ!”

“แววตาแรงกล้าเข้มแข็งกว่าคนทั่วไป ความศรัทธาในมนต์ดำของมันมั่นคงมาก ใจมันขนาดนี้ ร่างกายก็แข็งแกร่งตาม คมมีดคมดาบบางทีทำอะไรมันไม่ได้ เลยดูเหมือนมันมีคุณไสย”

“คุณปะทะกับเสือขาวตัวต่อตัวคราวนี้ ดูคุณเป็นกังวล ขนาดหลับหน้ายังเครียด”

“ฉันทำให้คนของมันตายหมด มันกับฉันจะเปิดศึกครั้งสำคัญ เจอกันคราวหน้าถ้ามันไม่ตาย ฉันก็ตาย”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณต้องชนะมัน ศรัทธาของคุณก็มั่นคงมากเช่นเดียวกัน”

“ใช่ ฉันอยู่ด้วยความเชื่อ มันนั่นแหละต้องตาย แต่หล่อนไม่เกี่ยวหล่อนต้องกลับ พอฉันเสร็จงานฉันจะไปรับ หล่อนบอกเราต้องค้นหาความหมายของกันและกัน หล่อนเจอความหมายของหล่อน ฉันเจอความหมายของฉัน นี่คือภารกิจของเรา” ศรัณย์กุมมือริน

รินสลดใจคิดถึงคำที่เขาพูดกับดวงสวาท ว่าเวลานี้เขารู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องน่ากลัว น่าเข็ดขยาด...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรักใครได้อีก...แววตารินเศร้าสะเทือนใจ มองมือศรัณย์ที่จับมือตนแล้วนับหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ศรัณย์ไม่เข้าใจความหมายว่านับทำไม เธอยิ้มแห้งๆไม่ตอบอะไร

คืนนั้นรินกลับมาบ้าน จัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เห็นมีกระดาษพับเป็นดอกไม้วางอยู่ใต้หมอน จึงคลี่ออกเจอข้อความว่า...คิดถึงบ้าน เธอสงสัยเดินสำรวจตามตู้เสื้อผ้าก็เจออีกสองสามชิ้น ทุกชิ้นมีข้อความว่าคิดถึงบ้าน เธอพยายามคิดหาความหมาย ออกมาที่แปลงต้นทานตะวันเห็นว่ามีการล้อมรั้วอย่างดี มีนกกระดาษปักอยู่สองสามตัวก็เก็บมาคลี่ดู ทุกใบมีคำว่าคิดถึงบ้าน

เช้าวันใหม่ ทุกคนมาพร้อมหน้าที่บ้าน แก้วประกาศว่าศรัณย์จะไปพักบ้านนายอำเภอ ที่นี่จะไม่มีงานให้ทำ ตนให้เงินเดือนสายสองเดือนเพื่อเป็นทุนหางานใหม่ รินขอแก้วอยู่ที่นี่ต่อไป แก้วเป็นห่วงถ้าเกิดอะไรขึ้นตนจะรู้สึกผิดต่อพ่อแม่เธอ ดวงสวาทเดินเข้ามาโวยถ้ารินไม่กลับตนก็ไม่กลับ แก้วย้อนถามว่าพ่อแม่มารอรับไม่ใช่หรือ ดวงสวาทไม่สนใจด่าว่าริน

“ยังไงเธอก็ต้องแย่งผัวฉันให้ได้ใช่ไหม จะถือ โอกาสนี้แย่งศรัณย์ไปจากฉันใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้แย่ง เขาเคยเป็นของคุณ แค่เคยเป็น...” รินฮึดสู้โต้กลับ

“วันนี้กล้าเถียง คงสมน้ำหน้าฉันอยู่ล่ะสิเรื่องเสือขาว”

“ไม่เคยแม้จะคิด ความคิดร้ายของคุณทำร้ายตัวคุณเอง ถ้าคุณคิดดีกับฉัน คุณจะไม่มีทางพูดประโยคนั้นออกมา นอนเจ็บปวดมากี่คืนแล้วล่ะเรื่องฉันสมน้ำหน้าคุณ กี่คืนแล้ว”

ดวงสวาทเต้นผางชี้หน้า “แก...แกคิดว่ารัณเขารักแกรึ ถ้าเขารักแกเขาจดทะเบียนสมรสกับแกไปนานแล้ว”

รินหน้าเสียเช่นเดียวกับแก้ว แต่รินก็ฝืนสู้ “ฉันมาที่นี่เพราะหน้าที่ ไม่ใช่เพราะอารมณ์ นี่ก็หน้าที่ของฉัน ช่วงที่คุณศรัณย์พักฟื้น เขาต้องอยู่บนรถเข็น นายเสนอคนเดียวอาจจะไม่ไหว”

แก้วซาบซึ้งแต่ดวงสวาทไม่เชื่อตรงเข้าผลักริน หาว่า ต้องการแย่งศรัณย์ไป แก้วเอ็ดที่ใช้กำลัง จิ้มลิ้มวางท่าแต่พอเห็นสาย เสริมและเสนอถลกแขนเสื้อก็หงอถอยมาหลบหลังดวงสวาทสะกิดให้กลับ สายชูมีดท้าเหยงๆ ดวงสวาทเห็นมีดก็ผวานึกถึงมีดที่จ่อหัวของเสือขาวร้องกรี๊ดๆ รินตกใจรีบบอกให้สายเก็บมีด แก้วรู้สึกสมเพช

“หลอนเรื่องมีดจากเสือขาวยังจะฝืนอยู่อีก กลับไปรักษาตัวก่อนเถอะแม่ดวงสวาท”

ดวงสวาทชี้หน้ารินโวยลั่น “ฝากเอาไว้ก่อน รัณไม่ได้รักแก บอกรักเขาก็ไม่เคยบอก ไม่เหมือนฉันที่เขาเคยบอกรักทุกวัน แต่เขาไม่เคยบอกแก ไม่เคยได้ทะเบียนสมรส เขาไม่ได้รักแก เขารักฉัน...เขารักฉัน...” จิ้มลิ้มดึงตัวออกไป

รินสะเทือนใจกับทุกคำด่าเพราะมันมีส่วนจริง... จิ้มลิ้มกลับมาเล่าให้มหินท์กับนิจฟังเรื่องที่ดวงสวาทกลัวมีด ทั้งสองอ่อนใจต้องให้ที่บ้านเก็บของมีคมให้พ้นสายตา จิ้มลิ้มบอกว่ารถมาจอดรอแล้ว ทุกคนเดินทางกลับพร้อมกัน ดวงสวาทยังหน้าตื่นพร่ำถามย้ำๆว่ารินกลับใช่ไหม ตนจะไม่ยอมให้มันอยู่ทำคะแนน ในใจดวงสวาทมีแต่ความแค้น

ooooooo

และแล้วในวันนั้น รินมาทำอาหารให้บารนีที่บ้าน จดสูตรอาหารไว้ให้พร้อม บารนีรู้สึกเสียดายที่แต่ก่อนไม่เรียนรู้วิชาจากแม่ ตอนนี้อยากเอาใจสามีก็ทำไม่เป็น แล้วถามจะกลับแน่แล้วหรือ รินลังเลขอความคิดเห็น บารนีบอกว่าถ้ารินอยู่ ดวงสวาทคงแค้นอาฆาตไม่เลิก

“นี่ล่ะที่เบื่อที่สุด ตอนนี้เหมือนเขาไม่ได้ทำเพราะรักคุณศรัณย์ แต่เขาทำเพราะอยากเอาชนะฉันมากกว่า ความเกลียดฉันดูจะแซงหน้าความรักคุณศรัณย์ไปแล้ว”

บารนีแนะนำให้กลับพระนครเพื่อให้ศรัณย์หมดห่วงเพราะเสือขาวต้องการให้เขาเจ็บเหมือนที่มันเจ็บ ไม่กลัวบ้างหรือ รินยิ่งคิดหนัก

บ่ายวันนั้นบนโบกี้รถไฟ มหินท์กับนิจนั่งประกบดวงสวาท สีหน้าเธอเคียดแค้นไม่มีความสุข ส่วนแก้วนั่งมาตามลำพัง ในใจภาวนาขอคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกๆ...

วันต่อมาเสนอรับศรัณย์ออกจากโรงพยาบาลและรายงานว่าคุณหญิงแก้วโทร.มาบอกว่าถึงบ้านน้ากล่ำแล้ว ศรัณย์แทรกถามว่าทุกคนเดินทางไปหมดแล้วใช่ไหม เสนอเลี่ยงตอบ

“ร้านทองปิดไปแล้ว นังจิ้มลิ้มมันเฝ้าบ้านนั้นอยู่ คุณดวงสวาทร้องไห้ไม่อยากไป แต่พ่อแม่แกดุมากเลยนะขอรับ ไม่ยอมพูดกับคุณหญิง ขอให้จองตั๋วรถไฟคนละโบกี้ด้วย ร้ายจริงๆ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 8 วันที่ 27 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ