อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9 วันที่ 28 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9 วันที่ 28 ม.ค. 59

ศรันย์ตัดบท “ใจรักจะเป็นข้าราชการ สมัครเข้ามาเอง ก็ต้องรู้สิครับว่าสมัครมาเป็นลูกจ้างของแผ่นดิน โกงบริษัทก็บาปพอแล้ว นี่โกงแผ่นดิน โกงเงินประชาชนทั้งชาติ ชีวิตจะเจริญได้ยังไงกันครับ”
พณิชคอแข็งขึ้นมาทันที รินตกใจ แต่บรานีไม่รู้เรื่องเลย “โกงหรือคะ บริษัทคุณพณิช มาเกี่ยวกับการโกงได้ยังไง”
พณิชโกรธ ลุกขึ้นยืน เสียงดังกว่าเดิม แสดงอารมณ์ภายใน “ผมให้โอกาสคุณแล้ว ในเมื่อคุณเลือกเอง ทีหลังอย่ามาง้อผมก็แล้วกัน” ศรัณย์มองตอบสู้สายตา
บรานีลุกตามไป งงๆ “เอ้าคุณพณิช คุณพณิชคะ”

พณิชเดินโกรธมา บรานีตามมา “คุณโกรธหรือคะ”
“นายศรัณย์ไม่เห็นแก่หน้าผมเลย ผมมาชวนดีๆ เอาเงิน เอาความมั่นคงมาให้ โง่จริงๆ”
“แล้วเรื่องโกงนั่นจริงหรือคะ ธุรกิจของคุณ โกงประเทศชาติจริงหรือคะ ทำไมรานีไม่รู้เรื่อง”
พณิชมีพิรุธ “มันก็พูดไปเรื่อย จริงที่ไหนกันล่ะ ไปกลับเถอะ” พณิชเดินต่อไป บรานีรีบตาม



รินเข็นรถพาศรัณย์กลับมาที่ห้องนอน “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”
“บริษัทของคุณพณิชขายข้าว สินค้าข้าวของไทยเราตอนนี้เป็นยังไงหล่อนรู้ไหม”
“รัฐบาลประกาศห้ามส่งข้าวออกนอกประเทศ คนในชาติบ้านเมืองกำลังอดอยาก”
“ใช่ ในตลาดต่างประเทศ ข้าวราคาดีกว่าในประเทศหลายเท่าตัว ญาติส่วนใหญ่ของคุณพณิชก็อยู่ที่ปีนัง อยู่ที่สิงคโปร์ แล้วที่อำเภอนี้เราก็ติดกับชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน”

บ้านพณิช บรานีเดินเข้ามาในห้องทำงานพณิชเครียด เริ่มค้นหาเอกสาร ซองที่พณิชเคยอวดให้ดู

รินกำลังคุยกับศรัณย์ “ตายจริง คุณพณิชต้องการใช้ตำแหน่งของคุณบังหน้าส่งข้าวออกนอกประเทศผ่านทางชายแดนอย่างผิดกฎหมาย”
ศรัณย์พยักหน้า“แค่มีลายเซ็นผมไปถึงด่านตรวจ ขนออกไป เงินมหาศาลก็จะเข้ากระเป๋าของเขา นายพณิชคนนี้ ไม่ใช่ธรรมดา คดในข้องอในกระดูก เขามาทำดีกับเราเพื่อหวังผลประโยชน์”
“แบบนี้นี่เอง แล้วนี่ บรานี... บรานีคงไม่รู้เรื่องธุรกิจของคุณพณิชแน่เลย”

บรานีเจอซองเอกสารในซองเขียนเป็นภาษาอังกฤษสัญญาซื้อขายข้าวกับต่างประเทศ บรานีเครียด คาดไม่ถึง ช็อก

ศรัณย์เล่าสิ่งที่อยู่ในใจกับริน “ฉันสังเกตเห็นตั้งแต่ในงานแต่งงานแล้ว นายคนนี้มีชีวิตลึกลับยังไงพิกล”
“บรานีแต่งงานกับคนคดโกง แล้วชีวิตจะเป็นยังไงล่ะนี่”

บรานีเอาเอกสารมาทิ้งบนโต๊ะ โมโหสุด โวยลั่น “เอกสารนี่ คุณจะส่งข้าวออกนอกประเทศ ที่แท้ธุรกิจของคุณคือค้าข้าวเถื่อน”
“แค่ธุรกิจน่ะคุณ ใครๆเขาก็ทำกัน”
“ข้าวเป็นของมีค่า คุณเอาไปให้คนต่างชาติ ทั้งๆที่คนในชาติกำลังลำบาก คุณฉ้อราษฎร์บังหลวง คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า”
“นี่คุณโมโหอะไร ผมไม่เคยเห็นคุณโมโหขนาดนี้”
“พ่อของฉันเป็นข้าราชการ ท่านสอนเสมอ เรื่องความซื่อสัตย์”
“ผมไม่ได้ไปฆ่าใครตายนะคุณ”
“โกงเงินชาติน่ะ หนึ่งบาทที่หายไป เอาไปสร้างถนน สร้างโรงพยาบาล ไฟฟ้า น้ำประปา ช่วยคนให้ปลอดภัยได้กี่ร้อยกี่พันคน ยังคิดอีกหรือว่าโกงชาติไม่เท่าฆ่าคนตาย มันฆ่าคนตายชัดๆอยู่แล้ว”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า ถามหน่อย แล้วเป็นข้าราชการตัวอย่างอย่างพ่อคุณน่ะ สุดท้ายแล้วเหลืออะไรบ้าง เงินต่างหาก เงินนี่สิ ของจริง ซื้อบ้าน ซื้อความสุขสบายให้คุณได้”
“ใช่ ซื้อได้ แต่ไม่ยั่งยืน ชีวิตที่หลบๆซ่อนๆ อย่างคุณ มันมีความสุขนักหรือ”
“บรานี” พณิชตกใจที่บรานีรู้เรื่องนี้ เพราะบรานีไม่เคยพูด
“คุณมีเรื่องปกปิดเอาไว้มากมาย ขนาดฉันคนที่คุณรัก คุณยังไม่เคยบอกความจริงว่าคุณหาเงินมาด้วยวิธีไหน แล้วสิ่งที่คุณปกปิดไว้ล่ะ ยังมีอะไรอีก ยังมีอะไร” บรานีเข้าไปทุบตี “บอกมานะ บอกมาให้หมด”
พณิชสะบัดออก “โฮ้ย จู่ๆ กลายเป็นคนคิดมากแบบนี้ไปได้ยังไงวะ ไม่อยู่แล้วโว้ย อยากอยู่ก็อยู่ไปคนเดียว”
พณิชจะออกไป บรานีตกใจ เหวอไป เสียงหลงเข้าไปจับตัวพณิช ยอมไม่ได้เด็ดขาด “ไม่ คุณจะไปไหน ...ไม่ อย่าไป”
“คุณไปตั้งสติคิดให้ดี ผมจะเป็นของผมแบบนี้ คุณเป็นเมียถ้าไม่สนับสนุนผัว เมียอย่างคุณผมก็ไม่ต้องมี” พณิชสะบัดอย่างแรงจนบรานีเซไป
“คุณพณิช ไม่ อย่าไป ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้นะ อย่าไป กลับมานี่นะ กลับมา ไม่” บรานีตกใจมาก ร้องกรี๊ดออกมาแทบเป็นเสียงร้องไห้ เพราะบรานีรักพณิชมาก และทนให้พณิชทิ้งไปไม่ได้

บ้านปลัด ในสวนมีกระถางสามใบวางเป็นเป้าสำหรับซ้อมยิงปืน เสนอกำลังสอนรินยิงปืน ศรัณย์ที่นั่งรถเข็นมองดูอยู่ไม่ห่าง
“การยิงปืน หัดใหม่ๆ ใส่ใจที่มือผิดนะครับ ต้องที่ขาที่แขน ท่ายิงที่ถูกต้องทั้งร่างกายครับ วางขาให้มั่นคง วางร่างกายให้เหมาะ มือก็จะมั่นคงตาม” เสนอแสดงวิธียืน วิธีจับปืน รินทำตามที่เสนอสอน เสนอชม “ลูกศิษย์คุณหนูท่าทางใช้ได้นะ” ศรัณย์พยักหน้าว่าจริง เสนอยิ่งฮึกเหิม หมุนมือไปมา ทำท่าเท่ๆ คิดว่าตนเองเป็นพระเอก เสนอทำท่าให้ดู “อันนี้ขั้นสูง ยังไม่ต้อง ทำแสดงให้ดูเฉยๆ แช้บๆ” เสนอหมุนท่าไปมา
“จะยิงได้หรือยัง” ศรัณย์ดุ
เสนอยิ้มแห้งวางท่าเบสิก แล้วยิงออกไปโดนกระถางใบที่สอง
รินตื่นเต้น “แม่นจัง”
“ผมเล็งใบแรกครับ”
แป่ว…. รินสะดุ้ง “อ้าว!... จะรอดไหมเนี่ย”
“ลองเองเลยครับ”
รินรับปืนจากเสนอ แสดงท่าทางรังเกียจปืน กลัวๆ ไม่อยากจับ
ศรัณย์หงุดหงิดอีก “จะยิงปืน กลัวปืนแบบนั้นได้ยังไง จะสู้คน มัวแต่ตาขาว ถึงเวลาก็ตายพอดี”
รินบ่น “พูดดีก็ได้ทำไมต้องดุด้วยล่ะ เสียงดังเชียว”
“ให้ปืนกับคนขี้ขลาดแบบนี้ มีหวังโดนโจรมันแย่งไปใช้ เป็นประโยชน์กับโจรมันเสียอีก ฮึ่ย”
“ใจเย็นๆ สิคะ นี่เพิ่งเรียนวันแรกเอง”
“ไม่เอาปืนละ....วางปืน วางๆ มาเรียนป้องกันตัวก่อน รินกำหมัดขึ้นมา...นายเสนอ ยืนเฉยๆนะ” รินทำตาม “เป็นผู้หญิงใช้กำลังไม่ได้ เพราะยังไงก็ทำอันตรายร่างกายผู้ชายที่แข็งแกร่งกว่าไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องใช้ความเร็วโจมตีที่จุดอ่อน... อย่างเช่นท้อง” รินต่อยเข้าไปที่ท้องเต็มแรง
“โอ๊ะ” เสนองอตัว เจ็บ
รินสะดุ้งยกมือไหว้ ตกใจ รีบเข้าไปดูอย่างห่วงใย “อุ๊ย ขอโทษนายเหนอ เป็นอะไรไหมจ๊ะ”
ศรันย์ประชด “โฮ้ย จะขอโทษทำไมแถมยกมือไหว้อีก ไม่ใส่บาตร สวดมนต์แผ่เมตตาให้ไปเลยล่ะ ใจเธอต้องเหี้ยมกว่านี้”
“คุณหนูพูดถูกแล้ว ต้องเกลียดต้องโกรธ สงสารไม่ได้ ครับ เอาใหม่ครับคุณนาย”
“หน้าแข้ง” ศรันย์ขาน
รินเตะหน้าแข้งเปรี้ยง เสนอเจ็บหน้าเบี้ยวแต่ยังยุรินต่อ ทำเสียงราวกับเป็นมาร์โซคิส เชียร์ให้รินทำรุนแรงขึ้นอีก “เกลียดด โกรธครับ”
“ขมับ” ศรันย์ขานอีก
รินใช้มือทั้งสองตบขมับ เสนอร่วงลงไปทันที ลุกมามีเซๆ แต่ไม่วาย มาร์โซคิสต่อ “เกลียดดดดด โกรธธธธธ อีกครับ”
“ดั้งจมูก!” ศรันย์ขาน
รินทุบดั้งลงไป เสนอร่วงลงไปพอโผล่ขึ้นมา เลือดกำเดาไหลเป็นทาง เสนอสูดเลือดกำเดากลับ กัดฟันกรอดๆ ยุต่อ “ยัง ยังไม่พอครับ เกลียดมากขึ้นๆๆ โกรธมากขึ้นๆๆๆ”
“หว่างขา” ศรันย์ขาน
รินขยับ คราวนี้เสนอร้องโหยหวน พับเพียบลงไปนั่ง ทั้งที่รินยังไม่ทันยกขาเลย “โอ๊ยยยยย” เสนอโอเวอร์ ลงไปนอนกลิ้งไป กลิ้งมา
รินงง “นี่ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง แค่ความเกลียดความโกรธที่พุ่งมา ผมก็ถึงใจ ถึงอารมณ์แล้วครับ”
รินยิ้มเดินเข้าไปประจบศรัณย์ พยายามให้ศรัณย์อารมณ์ดีขึ้น“ฉันดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ พอใช้ได้ใช่ไหม ไม่ชมฉันหน่อยเหรอ”
ศรัณย์เห็นหน้าสวยๆ พยายามงอนง้ออยู่ข้างรถเข็น เลยอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย “ดั้งจมูก” รินรีบเอามือมาบังดั้งจมูกตัวเอง ปฏิกิริยาเร็วดีมาก ศรัณย์ฟาดลงไปเบาๆ ช้ากว่า เลยติดที่มือ รินป้องกันตัวเองสำเร็จ ศรัณย์พยักหน้าพอใจ “ใช้ได้”
รินหัวเราะสดใส ในที่สุดศรัณย์ยอมยิ้มออกมา ความเครียดคลายลง ศรันย์มองหน้าหญิงสาวอย่างมีความสุขที่มีเธออยู่เคียงข้าง
เสนอยิ้ม มองทั้งสองคน พึมพำ “ยาอะไรก็ไม่สู้ ยาใจ! กำลังอะไรก็ไม่สู้ กำลังใจ! เพื่อนอะไรก็ไม่สู้ เพื่อน.....ใจ! ฮู้ยย ขนลุก”

ชรัตน์นั่งบนรถไฟด้วยตั้งใจเต็มเปี่ยม จะช่วยให้พ่อพ้นความทุกข์
“เอ นี่ไง ถึงว่าอ่านเจอแว่บๆ ลานเขาพยุง สัมปทานไม้ของบริษัทเรา เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ที่นี่ใช่ไหมครับที่คุณพ่อหมายถึง ที่ลานเขาพยุงใช่ไหมครับ” ผู้เป็นบิดาร้องไห้ออกมา ส่งเสียงอ้อแอ้ ในลำคอ “ไม่ต้องร้องไห้ครับ ผมอยู่นี่แล้ว ผมจะจัดการทุกอย่างให้คุณพ่อเอง”
ชรัตน์มองไป รถเข้าสถานีจอด “เชียงใหม่”

กำนันพาชรัตน์มาที่สำนักงาน เรือนไม้ชั้นเดียวเก่าแก่รกร้าง มีหญ้าขึ้นถูกทิ้งไว้ยี่สิบกว่าปี ประตูทางเข้าล่ามโซ่เป็นสนิมแล้ว เห็นป้าย “บริษัท รพิพันธ์ค้าไม้ จำกัด สาขาลานเขาพยุง “
“นี่หรือครับสำนักงานบริษัท”
“ที่ดินตรงนี้ยังเป็นของบริษัท ส่วนตัวปางไม้จริงๆ ต้องล่องแพเข้าไปครับ ที่ลำน้ำข้างด้านหลัง เวลาเขาล่องไม้ลงมาต้องใช้แม่น้ำครับ แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นป่าโปร่งไปแล้ว ไม่มีอะไรเหลือแล้วครับ”
“ชาวบ้านแถวๆนี้ใช่ไหมครับ ที่ทำงานกับบริษัทคุณพ่อ”
“ผมกับคนแถวนี้ ส่วนใหญ่ทำไร่เพราะแถวนี้ติดถนน คนที่ทำปางไม้จริงๆ เป็นพวกบ้านดง ในหมู่บ้านลึกเข้าไปครับ ต้องเอารถเข้าไปหาพวกเขาข้างใน”
“ขอบคุณครับกำนัน ผมอยากเข้าไปข้างในแต่ไม่มีกุญแจ”
“ง่ายครับ” กำนันเอาก้อนหินแถวนั้น มาทุบเปรี้ยงๆ ที่แม่กุญแจจนโซ่ขาดลง ชรัตน์ยิ้มขอบคุณ

ในสำนักงาน ไม่มีเครื่องเรือนที่มีค่าแล้ว เหลือแต่เครื่องเรือน พวกโต๊ะเก้าอี้และตู้เอกสาร ที่มีกองเอกสารเป็นกองๆ มากมาย ฝุ่นเขรอะ ชรัตน์เดินเข้ามาดูเอกสาร “ผมจะใช้เวลาดูเอกสารพวกนี้หน่อย”
“คุณเป็นเจ้าของถูกต้องตามกฎหมาย เชิญตามสบายครับ” กำนันออกไป
ชรัตน์นึกถึงสิ่งที่ฉมคนเก่าแก่เล่าไว้
“เขาลือกันว่า ท่านเจ้าคุณพิจารณ์ มีเมียและมีลูกอีกคนที่เขาพยุงครับ”
ทั้งสองตกใจ “เมียกับลูก”
ชรัตน์ เริ่มค้นเอกสารต่างๆ มุ่งมั่น

บ้านพณิช บรานีนั่งเหม่อมองไปที่ประตู รอคอยพณิชกลับมาเป็นอย่างนี้ทั้งวัน
คนใช้เดินมาดูสำรับต่างๆ ที่อยู่เหมือนเดิม “คุณนาย ไม่รับประทานหน่อยหรือคะ”
“ฉันกินไม่ลงหรอก เก็บไปเถอะ”
โทรศัพท์มา บรานีรีบไปรับ “ฮัลโหล คุณพณิชหรือเปล่าคะ”
เสียงหญิงคนเดิม ห้วน สั้น ดูไม่มีการศึกษาเหมือนเดิม “คุณพณิชอยู่ไหม”
“เธออีกแล้วหรือ คุณพณิชห้ามไม่ให้เธอโทรมาที่นี่ จำไม่ได้หรือ”
“ก็อยู่หรือไม่อยู่ล่ะ”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9 วันที่ 28 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ