อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 ม.ค. 59

เสียงหญิงคนเดิม ห้วน สั้น ดูไม่มีการศึกษาเหมือนเดิม “คุณพณิชอยู่ไหม”
“เธออีกแล้วหรือ คุณพณิชห้ามไม่ให้เธอโทรมาที่นี่ จำไม่ได้หรือ”
“ก็อยู่หรือไม่อยู่ล่ะ”
“ไม่อยู่”
มีเสียงแทรกของเด็กสองคนเข้ามาเหมือนเคย “พ่อ พ่อกลับมาแล้ว” บรานีสงสัย
“งั้นแค่นี้แหล่ะ” ฝั่งโน้นวางหูกริ๊ก
บรานีสงสัยคิดหนัก ใช่แม่บ้านที่บริษัทตามที่พณิชบอกจริงหรือไม่

โถงบ้านปลัด บรานีนั่งหน้าเศร้าปรับทุกข์กับริน “คุณพณิชหายไปจากบ้านสองสามวันแล้วหรือ”
“เขาโกรธมาก โกรธแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน”


“เขายอมรับกับรานีเลยหรือคะว่า เขาโกง” บรานีพยักหน้า “โธ่ รานี”
“เรารับไม่ได้ ตัวก็รู้ พ่อสอนพวกเราว่าอะไร แต่พอเขาโวยวายออกจากบ้าน เราเหมือนจะตาย ตัวรู้ไหม เรานอนไม่ได้เลย ได้ยินเสียงกุกกักก็คอยสะดุ้งตื่นตลอด เพราะคิดว่าเขาจะเปิดบ้านเข้ามา แต่แล้วก็ไม่มี....ฮือ”
“รานีกับเขาคบกันมาตั้งนาน ไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลยหรือ”
“ก็มีบ้าง เอกสารต่างๆ เขาก็ระมัดระวังไม่ให้ใครเห็น แม้แต่สำนักงานของเขา เรายังไม่รู้เลยว่าตั้งอยู่ที่ไหน เวลาเขาทำงานพนักงานจะมาหาเขาที่บ้านบ้าง โทรมาบ้าง นี่ก็มีคนหนึ่งเป็นผู้หญิง”
“ทำไมหรือคะ”
บรานีคิดๆแล้วตัดใจ “ช่างมันเถอะ คงไม่มีอะไรหรอก ทั้งหมดเป็นเพราะความรักบังตานั่นแหละ เวลาที่เรารักเราหลง เราก็คิดไปเองว่าเขาเป็นคนดี ริน ...เราอยู่โดยขาดคุณพณิชไม่ได้ ขาดไม่ได้จริงๆ ฮือ เมื่อไหร่เขาจะกลับมา เมื่อไหร่จะมา”
ห่างไปมุมหนึ่ง ศรัณย์นั่งรถเข็นแอบมองรู้สึกสงสารไปด้วย
“คุณพณิชแต่งงานกับตัวแล้ว เขาไม่ทิ้งตัวหรอก ใจดีๆไว้นะ”

ห้องอาหารบ้านปลัด ศรัณย์รับยาจากรินกินเข้าไป ทั้งสองคุยกันไปพร้อมกัน
“คุณพณิชทำไมกลายเป็นคนใจดำแบบนี้ไปได้ บรานีเป็นผู้หญิงต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง กับคนงานสองสามคน โทรมาก็ไม่โทร มีสามีแบบนี้มีไปทำไม”
ศรัณย์หันมา พยายามขยับขา ยืด พับ รินเข้าไปหานั่งกับพื้น ช่วยขยับขาให้ ศรัณย์ซาบซึ้ง
“ขอบใจนะ...นิสัยหล่อน ข้างนอกดูอ่อนแอ แต่ข้างในหัวแข็งน่าดู แล้วหล่อนจะยุให้เขาเลิกกันหรือยังไง”
“ค่ะ ฉันคิดจะชวนรานีกลับบ้านที่พระนคร ไม่ถูกหรือคะ หัวแข็งเกินไปหรือคะ”
“ถ้าเราสองคนไปกันไม่รอด หล่อนก็คงหนีฉัน เลิกรากับฉันง่ายๆเหมือนกันสินะ” ศรัณย์ค้อนหมั่นไส้กับทัศนคติหญิงมั่นของริน
“อ้าว มีสามีเป็นคนไม่ดีจะอยู่ไปทำไมล่ะคะ หรืออย่างเราสองคน ถ้าไม่รักกันจริง ฉันก็ยินดีปล่อยคุณกลับไปหาคุณดวงสวาท”
ศรัณย์ส่ายหน้ากับทัศนคติของริน “อืม ... เด็ดขาด ไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว หล่อนไปว่าดวงสวาทว่าไม่แคร์คนครหานินทา หล่อนก็ไม่แคร์เหมือนกัน ฉันอยากรู้ว่าครอบครัวหล่อนจะทนได้ไหม บรานีแต่งงานไปเดือนกว่าๆ ก็หย่าแล้วก็หนีกลับพระนคร”
“คุณพ่อคุณแม่ของเรา สอนให้เราเป็นคนมีเหตุผลค่ะ ท่านจะต้องเห็นด้วยกับดิฉัน เชื่อไหมคะ”
“แล้วตัวบรานีล่ะ ถูกตราหน้าไปตลอดชีวิต จะทนได้ไหม ในสามคนพี่น้อง ดูเขาไม่ใช่คนเข้มแข็งเท่าไหร่เลยนะ”
รินถอนหายใจ มองไปที่คอเสื้อของศรัณย์ “จริงด้วย .... ฉันว่าจะถาม สร้อยคอที่ฉันให้ไปอยู่ไหนเสียล่ะคะ”
“เอ้อ ขอสารภาพ ฉันทำหายน่ะ”
“ตอนที่คุณไปสู้กับพวกโจร คุณก็ไม่ได้ใส่”
“ใช่ ไม่ได้ใส่ เห็นไหม ไม่มีพรของหล่อนเลยเจ็บตัวกลับมาเลย เฮ้อ หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ มันสำคัญมากใช่ไหม”
“ก็ เอ้อ ช่างมันเถอะค่ะ จะว่าสำคัญก็สำคัญ จะว่าไม่ก็ไม่ ชีวิตของฉันอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับบ้านบำรุงประชากิจ ตราบจนวันตายอยู่แล้ว”
ศรัณย์งงๆกับคำพูดของริน “หล่อนเป็นคนของบ้านบำรุงประชากิจ ไม่ใช่บ้านศิวะเวทย์สินะ”
รินอึ้งไป “ฉันกับคุณ ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฉันยังใช้นามสกุลของฉันค่ะ”
ศรัณย์อึ้งไป ต่างคนยังมีบางอย่างที่ค้างคา

วันใหม่ กำนันเดินเข้ามาดูในสำนักงาน ชรัตน์อยู่ที่เดิม ชุดเดิม
“เอ้า คุณ คุณยังไม่กลับไปโรงแรมอีกหรือครับนี่ เมื่อคืนอยู่ที่นี่ทั้งคืนเลยหรือครับ”
มีสายตาใครคนหนึ่งเข้ามาแอบดูอยู่
“ไม่เจออะไรเลยครับ คงต้องเข้าไปในหมู่บ้านถามคนแล้วล่ะ”
“ถามหาเมียอีกคนของพ่อคุณ อืม แล้วเราจะเริ่มถามชาวบ้านยังไงล่ะครับ”
“เออ นั่นสิ เริ่มยังไงดี”
เสียงคนทำของหล่น รื่นรีบเดินหนีออกไป
ชรัตน์รีบมาดูที่มาของเสียง มองซ้ายขวาไม่เห็นใครแล้ว “เสียงอะไร”
“พวกแมวกระมังครับ”
ชรัตน์พยักหน้าว่าคงอย่างนั้น

ร้านกาแฟแบบเพิงๆ ในหมู่บ้านชนบท ชรัตน์เอารูปคุณพระพิจารณ์ตอนหนุ่มๆ ให้ เจ้าของร้านกาแฟดู “มีใครรู้จักผู้ชายคนนี้บ้างไหมครับ”
เจ้าของร้านเอาให้กลุ่มคนแก่ที่มานั่งกินกาแฟพอดีดู
“หน้าคุ้นเหลือเกิน คุณคนที่เป็นเจ้าของปางไม้ที่ลานพยุงใช่ไหม”
ชรัตน์ดีใจมาก รีบเข้าไปนั่งข้างๆ “ใช่ครับ คุณพระพิจารณ์ แต่ตอนนั้นเป็นแค่คุณหลวงครับ” คนแก่พยักหน้า ชรัตน์ถามต่อ “ท่านมีเมียอยู่คนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ มีใครรู้จักเมียของท่านบ้างครับ”
ทุกคนส่ายหน้าว่าไม่รู้ “เมียหรือ เอ ... ไม่รู้เรื่องนะ”
รื่นมาแอบมองที่ต้นไม้ด้านหลัง

ชรัตน์เดินเท้ามาที่หมู่บ้านในชนบท มองหมู่บ้านเดินเข้าไปถามคนที่เดินผ่านมา ถามไปเรื่อยๆ
“ศรัณย์เพื่อนรัก ฉันเขียนจดหมายมาหาแกฉบับนี้ ขณะกำลังกระทำการใหญ่บางอย่าง เพื่อแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพ่อผู้ให้กำเนิด”
รื่นตามดูอยู่เช่นเคย คอยแอบตามชรัตน์
ศรัณย์อ่านจดหมาย
“ความหวงแหนทรัพย์สมบัติ ไม่อยากแบ่งปันกับพี่น้องคนไหนฉันก็มีอยู่ แต่เมื่อนึกถึงน้ำตาของพ่อวันนั้น ฉันยินดีมาเชียงใหม่และตั้งใจทำภารกิจให้ลุล่วง…. ชนิดถ้าไม่เจอน้องของฉัน ฉันไม่กลับ”
รินเดินเข้ามาในห้อง เอาน้ำล้างหน้ามาวางเตรียมไว้ให้สำหรับพรุ่งนี้เช้า “ดึกแล้วยังไม่นอนหรือคะ”
“อ่านจดหมายนายชรัตน์น่ะ เขามีเรื่องน่าตื่นเต้น”
“เรื่องน่าตื่นเต้น”
“เหมือนในนิยายเลยล่ะ คือว่า เอ้อ มันเรื่องส่วนตัวของเขา ไว้รอเขามาเล่าเองแล้วกันนะ”
“ราตรีสวัสดิ์นะคะ” ศรัณย์พยักหน้า
ศรัณย์เห็นรินออกไป “แล้วอย่าลืมล็อคประตูและหน้าต่างห้องของหล่อนให้แน่นหนาด้วยล่ะ”
“ทราบแล้วค่ะ คุณตำรวจที่มาเฝ้าบ้านเข้มแข็งมาก อย่าห่วงเลยนะคะ นอนหลับให้สบายเถอะค่ะ”

รินเข้ามาในห้องนอนเล็กทางประตูหน้า ล็อคห้องจากประตูหน้าเรียบร้อย ในขณะที่ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เริ่มเอามือเกาะเท้าไปตามโต๊ะ หัดเดิน มีอาการเจ็บอยู่ สักพักรินได้ยินเสียงโครม รินตกใจรีบไปที่ประตูระหว่างห้อง รินเปิดเข้าไป

รินเห็นศรัณย์แอ้งแม้งที่พื้นเพราะล้มลงมา รินตกใจรีบเข้าประคอง “เกิดอะไรขึ้นคะ”
“ฉันหัดเดินน่ะ”
“หมอยังไม่ให้ลุก ทำไมดื้ออย่างนี้ล่ะคะ แผลที่เย็บฉีกหรือเปล่าเนี่ย” รินเข้ามาพยุงให้ยืนขึ้น แล้วมองแผล
“ก็ฉันอยากลอง ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กๆได้ไหม”
“มานี่เลยค่ะ มานอนเลย” รินพยุงศรัณย์ไปที่เตียง
ศรัณย์เซ็งหงุดหงิด “ยุ่งจริง ออกไปได้แล้ว ไปไป๊”
“ท่าทางจะลุกอีกใช่ไหมเนี่ย จะดื้อกันใช่ไหม” รินแค้นๆ เดินออกไป
ศรัณย์ยังนั่งที่เตียง ไม่ยอมนอน กำลังตรวจสอบขาที่เจ็บๆ ว่ามีอะไรไหม รินเอาหมอนกลับเข้ามาวาง แล้วเริ่มนอนลงกับพื้น “เอ้าๆ อะไรของหล่อน”
“ห้ามเดินค่ะ รอจนกว่าหมอจะสั่งว่าลุกเดินได้ ถึงค่อยเดินค่ะ ถ้าคุณดื้อ เจอดีแน่นอน”
“ตกลงๆ ไม่เดินๆ หล่อนกลับห้องไปได้แล้ว”
“ไม่เชื่อค่ะ” รินเริ่มนอนจริงจัง
“นี่ๆ พื้นเย็นจะตาย ขึ้นมานอนบนเตียงเดี๋ยวนี้ ไม่ขึ้นใช่ไหม” ศรัณย์ก้มลงไป จับตัวขึ้นมาแล้วเจ็บที่ขา “โอ๊ย”
“นี่คุณ หยุดๆ ไม่อยากหายหรือไงคะ”
“ก็ขึ้นมาสิ .... ขาฉันเป็นอย่างนี้ มีปัญญาทำอะไรที่ไหนกันเล่า นอนที่เตียงนี่ด้วยกันก็ดี ฉันไม่ต้องคอยเป็นห่วง ใครบุกเข้ามา จะได้เจอไอ้นี่” ศรัณย์หยิบปืนจากใต้หมอนมาโชว์ รินมองศรัณย์ที่หมู่นี้ไม่ค่อยเจ้าชู้ก็เลยยอม เอาหมอนมาวางบนเตียง ทั้งสองนอนลงไป “ฉันนอนใกล้หล่อนมากี่คืนแล้ว มันจะต่างกันตรงไหน ตอนนี้ ยิ่งเหม็นขี้หน้าหล่อน ฮึ”
รินหลับตานอนลง รินหลับๆ พลิกเจอหน้าศรัณย์ ที่บังเอิญพลิกตัวหันมาหาพอดี รินตกใจ
“สะดุ้งอะไร ฉันไม่ใช่ผีสักหน่อย”
“เอ้อ ก็ตาคุณโต๊ โต” รินคิดอะไรเล็กน้อยลุกไปเปิดตู้ เอาหมอนข้างมากั้นกลาง ไม่ให้เห็นหน้าศรัณย์
ศรัณย์เลยยิ้มออกมาได้ “อ๋อ สายตาพิฆาตนารี”
รินรู้สึกเขินอาย ค้อนๆอยู่คนเดียว ส่วนศรัณย์นึกถึงคำพูดที่เคยพูดไว้
“ไปนอนเถอะหล่อนสบายใจได้ ฉันไม่มีวันขืนใจผู้หญิงคนไหน เพราะมันเป็นพฤติกรรมของสัตว์ตัวผู้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
“จริงเหรอคะ”
“ฉันจะรอ”....
“รออะไรคะ”
“รอจนหัวใจหล่อนพร้อม รอเวลาที่หล่อนเต็มใจ เต็มใจจะเปิดประตูระหว่างห้องของเราด้วยมือของหล่อนเอง”
ศรัณย์ยิ้มกว้างออกมา อบอุ่นเหลือเกินคืนนี้ เพราะวันนี้รินเปิดประตูเข้ามาแล้ว

บ้านบรานี บรานีรวบช้อนหลังทานข้าวเสร็จ
“ทานนิดเดียวเอง กับข้าวเหลือเยอะแยะเลยค่ะ”
“คุณพณิชชอบต้มมะระ เก็บไว้อุ่นนะ เผื่อเธอกลับมา”
“เจ้าค่ะ” คนใช้ออกไป
พณิชเดินเข้ามาจริงๆ บรานีดีใจสุด เข้าไปกอด “คุณพณิช คุณพณิชกลับมาแล้ว รานีดีใจที่สุดเลย รานีรอคุณทุกวัน กินไม่ได้นอนไม่หลับกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไป”
“ผมแวะมาเอาเสื้อผ้าจะไปค้างสำนักงาน ที่ปีนัง”
“ให้รานีไปด้วยนะคะ รานีคิดถึงคุณจะแย่ รานีอยู่ไม่ได้ค่ะถ้าไม่มีคุณ”
“บริษัทคู่ค้าเค้าเร่งเอาข้าวจากผม ถ้าผมส่งข้าวให้เขาไม่ได้ ผมจะโดนปรับสองเท่า ผมจะหมดตัวคุณต้องช่วยผม”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ