อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 ม.ค. 59

“ให้รานีไปด้วยนะคะ รานีคิดถึงคุณจะแย่ รานีอยู่ไม่ได้ค่ะถ้าไม่มีคุณ”
“บริษัทคู่ค้าเค้าเร่งเอาข้าวจากผม ถ้าผมส่งข้าวให้เขาไม่ได้ ผมจะโดนปรับสองเท่า ผมจะหมดตัวคุณต้องช่วยผม”
“ช่วยคุณหรือคะ”
“คุณปลัดเค้ารักเมียมาก คุณต้องพูดกับริน เอาลายเซ็นคุณปลัดมาให้ได้” พณิชเย็นชา ดุ เข้ม ไม่มีความรักแล้ว
“คุณปลัดบอกแล้วว่าเขาไม่ทำ อีกอย่าง มันเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงนะคะ”
“งั้นผมก็กลับมาอยู่กับคุณไม่ได้ ผมไม่มีข้าวส่งให้เขา ผมก็อยู่เมืองไทยไม่ได้เพราะคู่ค้าของผมก็จะมาตามมาทวงเงินคืน นี่เอกสารให้ปลัดเซ็นซะ” พณิชวางเอกสารบนโต๊ะแล้วแกะมือบรานี เดินออกไป
บรานีตามเข้าไปกอด “ไม่ ไม่ พาฉันไปด้วย ฉันเป็นเมียคุณนะคะ”

“เพราะคุณเป็นเมียผมน่ะสิ คุณถึงต้องทำเพื่อผม คุณยึดอุดมการณ์เพื่อชาติบ้านเมือง แล้วอุดมการณ์ของเมียล่ะ คุณทนเห็นผัวหมดตัว หนีหนี้สินต้องหนีหัวซุกหัวซุนได้หรือ ... คุณไม่รัก ไม่สงสารผมบ้างหรือ” พณิชสะบัดตัวออกไป
บรานีช็อก พณิชเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณพณิช คุณต่างหากที่ไม่รักรานีแล้ว คุณพณิช กลับมานะ กลับมา”



โถงบ้านปลัด บรานีร้องไห้เล่าให้รินฟัง
รินอึ้ง “ทำไมเขากลายเป็นคนเย็นชาแบบนี้ไปได้ ไม่น่าเชื่อเลย”
“คุณพณิชถามฉัน หน้าที่ของพลเมืองดี รักษาได้ แล้วหน้าที่ของเมียล่ะรักษาได้หรือเปล่า เขาผอมลง สภาพทรุดโทรม เขาคงกลุ้มใจเรื่องข้าวนี้จริงๆ”
ศรัณย์เข็นรถออกมาแอบฟังที่มุมหนึ่ง
“ทิ้งบ้านหนีหนี้ รินพอจะเข้าใจ แต่ทำไมต้องทิ้งรานีด้วย ทำไมไม่พารานีหนีไปปีนังด้วยกัน หน้าที่สามีก็ต้องดูแลภรรยาเหมือนกัน นี่เป็นอาทิตย์แล้วนะที่เขาทิ้งรานีให้อยู่กับคนงาน”
“เขาอาจจะมีความจำเป็นก็ได้ รินช่วยพูดกับคุณศรัณย์หน่อยสิ บอกเขานะให้เขาเซ็นชื่อในนี้” บรานียื่นเอกสารให้
“จะขอความเห็นใจแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ครั้งต่อไป รานีจะไม่มายุ่งกับคุณศรัณย์อีกเลย”
“คุณศรัณย์ ไม่มีทางยอมแน่ เขาใจแข็งจะตาย”
บรานีแทบจะเขย่าตัวริน “เขารักตัว ถ้าตัวพูดหรือตัวขอร้องเขาจะเกรงใจ เราเป็นพี่น้องเป็นครอบครัวนะ ไม่รักเราแล้วหรือ ไม่ช่วยเราจริงหรือริน”
รินเห็นสภาพรานีแล้วสงสารมาก ลังเลสุดๆ “รานีและทุกๆคนที่บ้านบำรุงประชากิจ เป็นแก้วตา ดวงใจของริน รินจะไม่รักได้ยังไงกันคะ”
“ถ้ารักตัวก็ต้องช่วยสิ ช่วยกันถึงจะเรียกว่าครอบครัว รินต้องช่วยเรานะนะ พูดกับคุณศรัณย์ให้ทีนะ”
รินเครียด ศรัณย์คิดหนัก

ในสวน รินซ้อมชกนวม เสนอดูแลสอนให้ ศรัณย์นั่งบนรถเข็นมองห่างไป
“โกรธ เกลียดครับ แรงหน่อยครับคุณนาย แรงหน่อย.....ดูครับ ดูนี่”
เสนอต่อยไป แล้วร่างร่วงแพร่ด “แหะ.... มัวแต่เล็ง เลยเสียหลัก”
รินเอาผ้ามาเช็ดหน้า “ขอพักดื่มน้ำหน่อยแล้วกันนะ”
“เดี๋ยวผมไปเอาให้ครับ” เสนอลุกขึ้น ก็ล้มแพร่ด “อันนี้ไม่ได้ เล็งไม่ได้อะไรเลยครับ ลุกเฉยๆ ยังเสียหลักเลยครับ อนาถแท้” เสนอบ่นเรื่องตัวเอง แล้วเดินไป
ศรัณย์มองหน้าริน รินไม่ยอมพูด ไม่ยอมขอร้องเขาตามคำขอร้องของบรานี ศรัณย์เลยเริ่มเองเพื่อลองใจ “คุณบรานีมาหาหลายครั้งแล้ว มีปัญหาอะไรกัน”
“ก็ ... ปัญหาในครอบครัวน่ะค่ะ” รินเลี่ยงไม่พูดไม่ขอ
ศรัณย์ชี้ให้ดูหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง “โชคดี คราวที่แล้วผมไม่ได้ช่วยเขา ตอนนี้ทางการปราบปรามพวกลักลอบส่งข้าวเถื่อนอย่างหนัก มีข่าวลงด้วย”
“จริงหรือคะ” รินรีบเข้ามาดู
“ถ้าวันนั้นส่งข้าวออกไป ด่านตรวจอาจจะไม่ยอม ผมคงเข้าปิ้งหมด อนาคตทางราชการ เผลอๆติดคุกไปกับคุณพณิชซะแล้วก็ไม่รู้”
รินเปิดอ่านดูรายละเอียด “จับจริงๆด้วย”
“คุณบรานีรักคุณพณิชมาก เขาคงขอให้หล่อนพูดกับฉันใช่ไหม”
“เอ้อ....”
“หล่อนจะขอร้องฉันไหม ระหว่างฉันกับคุณบรานี หล่อนคงรักคุณบรานีมากกว่า ดวงตะวันของหล่อนคือครอบครัวทางโน้น ไม่ใช่ฉัน ฉันจะติดคุกอย่างไรหล่อนก็คงไม่ได้สนใจหรอก”
“ฉันยังไม่ได้ขอคุณเลย อีกอย่างถ้าฉันอยากให้คุณลำบาก ฉันคงไปตั้งนานแล้ว ไม่มาอยู่ตรงนี้หรอก”
“หน้าที่ของคนดีกับหน้าที่ของเมีย บรานีต้องเลือก เหมือนหล่อน หล่อนก็ต้องเลือก ระหว่างฉันกับครอบครัวของหล่อน”
“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ”
“ฉันดูออก หล่อนและครอบครัวมีเรื่องปิดบังฉัน หล่อนรักครอบครัวของหล่อนมาก และเห็นฉันเป็นคนนอก หล่อนจึงไม่บอกความลับนั้นกับฉัน”
“ความลับ...เอ้อ”
“ฉันเข้าใจหล่อนนะ เพราะฉันเองก็มีปัญหามากมาย เมื่อไหร่ที่เราสองคนเห็นกันและกันเป็นครอบครัว เป็นสามีและภรรยามีหัวใจดวงเดียวกันได้จริงๆ ฉันจะพาหล่อนไปจดทะเบียนสมรส” รินมองหน้าศรัณย์ พูดไม่ออก “เอาเอกสารมาสิ ถ้าหล่อนขอ ฉันก็จะเซ็นให้”
“คุณจะเซ็นให้ฉันจริงหรือคะ”
“ลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น”
“ทำไมล่ะคะ”
“หล่อนทำเพื่อฉันมามาก เรื่องดวงสวาทรังแกหล่อน ฉันก็เกรงใจอยู่ คิดหาทางตอบแทนอยู่ทุกเมื่อ ถ้าหล่อนสัญญาว่าจะให้ทำครั้งนี้ครั้งเดียว ฉันก็จะทำให้” ศรัณย์จริงจังจนรินคิดหนัก
ห้องนอนศรัณย์ ศรัณย์ นั่งเขียนจดหมาย
“ชรัตน์เพื่อนรัก อ่านเรื่องของนายด้วยความตื่นเต้น ขอให้นายเจอน้องต่างมารดาในเร็ววัน สำหรับฉันทางนี้ ... ฉันกำลังลองใจเมียแต่งของฉัน”
ห้องนอนริน รินนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ข่าวเดิมและดูซองเอกสารของพณิช แล้วครุ่นคิดว่าจะให้ศรัณย์เซ็นดีไหม
“ถ้ารินเลือกครอบครัว ขอให้ฉันช่วยเรื่องคุณพณิช ฉันก็จะเซ็นให้เขา จากนั้นฉันก็จะปล่อยรินไปและเลือกอยู่คนเดียวอย่างที่เราเคยคุยกัน หากรักกันไม่มากพอก็อย่าสร้างครอบครัวด้วยกันเลย”

ห้องในโรงแรม ชรัตน์อ่านจดหมายแล้วยิ้มๆ ปิดจดหมาย
“นายน่ะรักเขามาก นายไม่มีวันปล่อยเขาไปหรอก ไอ้ศรัณย์เอ๊ย”
ชรัตน์เตรียมข้าวของ หิ้วกระเป๋าเดินออกไปจากห้อง ไปสืบหาภารกิจของเขาต่อ

ชรัตน์กำลังเอารูปให้ชาวบ้านชรากลุ่มหนึ่ง วันนี้ชรัตน์มีรูปหมู่ของคนที่ทำปางไม้มาให้ดู พร้อมกับรูปของพระพิจารณ์ “ถ้าไม่รู้จักเจ้าของปางไม้นี้ รู้จักคนในรูปนี้ไหมครับ นี่เป็นรูปหมู่ของคนงานที่ปางไม้ คนพวกนี้น่าจะเป็นชาวบ้านแถวนี้นะครับ”
“นี่น่าจะเป็น .... อ้ายสิง นี่ไง”
“หรือครับ บ้านเขาอยู่ไหน”
“ตายไปแล้ว”
“นี่ก็ใช่นะ อ้ายอิน ตายแล้วเหมือนกัน”
“ตายหมดเลยหรือครับ” คนแก่พยักหน้า ชรัตน์เซ็ง ห่อเหี่ยวเลย คนงานชายตายหมดแล้ว

ทางในหมู่บ้าน ชรัตน์เดินไปตามทางหันมา รื่นหลบ รื่นมีสภาพค่อนข้างลำบาก ยากจน ทรุดโทรม ชรัตน์เดินไปอีกจนเลี้ยวไปมุมหนึ่ง รื่นเลี้ยวตามแต่ไม่พบชรัตน์ ยืนงงมองซ้ายขวา
ชรัตน์ที่อ้อมมาข้างหลัง ถามขึ้นเสียงดุ “คุณเป็นใคร มาสะกดรอยตามผมทำไม”
รื่นจะหนี ชรัตน์รีบเข้าไปจับมือ “โอ๊ยเจ็บนะเจ็บ ปล่อย ฉันไม่ได้ตามคุณซะหน่อย ฉันมาขุดหน่อไม้แถวนี้ต่างหาก”
“คุณน้าตามผมตั้งแต่วันก่อนที่สำนักงานแล้ว ผมเห็นรอยเท้า ถ้าไม่บอกผมดีๆ ผมจะจับส่งโปลิศนะ”
“ก็ได้ๆ ฉันแค่อยากรู้ คุณเป็นใคร มาตามหาคนที่ปางไม้ทำไม”
“คุณน้าก็ทำปางไม้ด้วยหรือ”
“เปล่า ฉันแค่เคยเป็นแม่ค้าส่งปิ่นโตให้สำนักงานคุณพ่อคุณเท่านั้นแหล่ะ”
ชรัตน์แววตามีความหวัง “รู้จักคุณพ่อผม”
“ก็ ก็ รู้จักเผินๆ ฉันไม่มีอะไรจะบอกคุณหรอก ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ฉันไปล่ะ” รื่นรีบไป
ชรัตน์มองตามสนใจมาก สีหน้ามีหวัง
ห้องศรัณย์ รินเอาเอกสารของพณิชวางให้บนโต๊ะทำงานแล้วดึงกลับแล้ววางอีก แล้วดึงกลับอีก
“หล่อนทำอะไรอยู่”
รินสะดุ้ง รีบเอาเอกสารซ่อนไว้ในตะกร้าเสื้อผ้าของศรัณย์ สรุปว่าไม่วาง “มาเก็บผ้าค่ะ” รินหิ้วตะกร้าผ้าที่มีเอกสารเดินออกไป “อย่าลืมทานยาก่อนอาหารนะคะ เดี๋ยวฉันไปดูสำรับเย็นให้”
ศรัณย์พยักหน้า ศรัณย์เห็นเอกสารซ่อนอยู่ในตะกร้าแล้ว ศรัณย์ยิ้มออกมา พอใจที่รินไม่วาง

รินนอนกลุ้มไม่หลับ มีหมอนข้างคั่นกลาง ศรัณย์หลับตา แต่จริงๆยังไม่หลับ รินบิดตัวไปซ้ายขวา ประสาคนคิดอะไรไปเรื่อย
ศรัณย์พูดขึ้น “ฉันไม่เคยนอนเตียงเดียวกันกับใคร เพิ่งรู้ว่านอนสองคนนี่ไม่ดีเลย เวลาคนหนึ่งขยับ อีกคนก็ต้องตื่นไปด้วย”
“เอ้อ ขอโทษค่ะ ฉันนอนไม่หลับ”
ศรัณย์หันข้างมาประจันหน้า เอาหมอนที่บังหน้า เลื่อนลงไปให้เห็นหน้ากัน “คิดเรื่องอะไรล่ะ”
รินเห็นสายตาศรัณย์ที่อยู่ใกล้บนเตียงเดียวกัน ทำให้รินเก้อเขิน รีบหลบสายตา มือของรินเลื่อนหมอนข้างขึ้นมาช้าๆ เพื่อบังหน้า รินแพ้สายตาพิฆาตนารีจริงจัง ไม่ค่อยอยากสบตา พอกั้นหมอนเสร็จแล้วค่อยพูด “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ห่วงรานีน่ะค่ะ นอนเถอะนะคะ ฉันจะไม่ขยับตัวให้คุณรำคาญอีกแล้ว”
“ภาษาไทยนี่ดีมากนะ ไว้วางใจคือเอาหัวใจไปวางไว้ในมือเขา มั่นใจว่าเขาจะไม่ทำลายเพราะเราไว้ใจเขาไง” รินเห็นด้วย “เข้าใจ คือ เอาใจของเราไปใส่ไว้ในใจของเขาจนรู้จัก รู้ใจเขาว่าเขาเป็นคนอย่างไร เมื่อเข้าใจเขา เราก็จะไว้ใจ เชื่อใจเขาได้” ศรัณย์ยิ้ม เลื่อนหมอนออกให้เห็นหน้าริน หมอนใบเดียวเลื่อนขึ้นเลื่อนลงอยู่นั่น ขยับเข้ามาใกล้อีก สายตาเปี่ยมไปด้วยรักมากขึ้น “ขอบใจที่เข้าใจ .... ขอบใจนะ”
รินหันมามองหน้าเคลิ้มไปสองสามวิ พราะสายตาที่มากมายไปด้วยความรู้สึก ศรัณย์ได้ใจ เลื่อนตัวขึ้นมาช้าๆ ตายังสบตา หน้าใกล้เข้ามา ดูเหมือนว่าศรัณย์กำลังจะจูบในขณะที่ทั้งสองยังนอนบนเตียง ก่อนทุกอย่างจะหยุดลงกะทันหันเพราะ รินใช้ฝ่ามือ สับไปตามลำดับ
“ดั้งจมูก! คาง! ลูกกระเดือก”
“โอ๊ย.... เป็นชุดเลย” ศรัณย์ถอยกลับไป นอนครวญคราง ฝั่งของตนทันที
“จุดอ่อนของร่างกาย....คุณเป็นคนสอน”
“ใจร้าย”
“เห็นว่าป่วยหรอกนะ ถึงยอมอยู่ตรงนี้ เดินได้เมื่อไหร่ ฉันจะกลับห้องแล้ว เชอะ” รินเอาหมอนข้างและหมอนต่างๆ รวมแล้วสามสี่ใบ มาวางกองจนสูง กั้นทั้งสองคนไว้
ศรัณย์เซ็งและเสียดายมาก กัดฟันบ่น “ฮึ่ย ใจแข็ง! ใจแข็งเกินไปแล้ว” รินขำ
วันใหม่ เพิงคนจรจัด รื่นหุงข้าวอยู่ตัวคนเดียว ชรัตน์แอบอยู่มุมหนึ่ง เอากล้องมาถ่ายรูปรื่นเอาไว้หลายรูปโดยที่รื่นไม่รู้ ถ่ายเสร็จก็เก็บกล้อง เดินเข้าไปหา
“คุณมาได้ยังไง”
“แอบตามมาตั้งแต่เมื่อวาน.... อยู่คนเดียวหรือครับ” รื่นพยักหน้า “ชื่ออะไรครับ”
“รื่น”
“สาวๆท่าทางคุณน้าจะสวย คุณพ่อผม คนงานคนเดียวที่ปางไม้ คงหลงเสน่ห์คุณน้าได้ไม่ยาก”
รื่นมองหน้าชรัตน์ นิ่งไปครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พูดออกมา “เอาล่ะๆ ฉันเป็นเมียพ่อคุณ! เป็นเมียคุณหลวง! นี่ใช่ไหมที่อยากได้ยิน”
ชรัตน์ยิ้ม ดีใจมาก “จริงหรือครับ”
“พอบอกตรงๆก็ไม่เชื่อ ไม่เชื่อก็กลับไปเลย ไป๊ ฉันอยู่มาได้ถึงป่านนี้ ฉันไม่เคยไปเรียกร้องอะไรจากพ่อคุณที่พระนคร คุณคิดว่าฉันอยากได้อะไรงั้นรึ”
ชรัตน์ยิ้ม มั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ารื่นน่าจะใช่คนที่พ่อเค้าตามหา “เป็นคุณน้าจริงๆด้วย คุณน้าอยู่คนเดียวหรือครับ”
“ฉันมีลูก! ลูกกับพ่อคุณนั่นแหล่ะ”
ชรัตน์ลุกขึ้นยืนทันที ยังไงก็ใช่แน่ๆ “ผู้ชายหรือผู้หญิงครับ”
“ผู้หญิง”
“แล้วอยู่ไหนครับ”
“อยากเจอหรือเจอไปทำไม แล้วคุณหลวงท่านเป็นยังไงบ้าง”
“บอกมาก่อนสิครับว่าลูกของคุณน้าอยู่ไหน”
“ไม่ได้อยู่กับฉัน”
“แล้วถ้าผมอยากเจอ”
“ก็ต้องใช้เวลา ฉันจะไปตามให้”

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ