อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 ม.ค. 59

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 ม.ค. 59

“ไม่ได้อยู่กับฉัน”
“แล้วถ้าผมอยากเจอ”
“ก็ต้องใช้เวลา ฉันจะไปตามให้”
“พ่อไม่สบายมาก พูดไม่ได้ พ่ออยากเจอคุณน้าแล้วก็ลูก”
“ฉันลำบากมาก ไม่ค่อยสบาย ขุดหน่อไม้ เก็บผักไปวันๆ ก็เลยไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก ต้องฝากไว้กับคนอื่นเค้าเลี้ยง ถ้าจะให้ไปตามก็เอาเงินมา”
ชรัตน์รีบหยิบเงินปึกหนึ่งให้ “นี่ครับ พอไหม”

รื่นพยักหน้า ไม่มีวี่แววโลภใดๆ “ถ้าไม่ป่วย ไม่ลำบาก ฉันไม่อยากขออะไรหรอก ไม่งั้นคงไปหาพ่อคุณที่พระนครนานแล้ว ช่วงนี้มันไม่ไหวจริงๆ”


“ครับ ผมเข้าใจ ผมจะมาหาคุณน้า มารอพบน้อง วันไหนดีครับ”
“ขอเวลาสักอาทิตย์หนึ่งนะ”
“ได้ครับได้ ผมชักตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยมีพี่มีน้อง น้องเป็นน้องสาวด้วย”
รื่นพยักหน้ายอมยิ้มออกมา ดูไม่ออกว่า เป็นคนดีหรือเลว
รินเอาเอกสารมาคืนบรานี “ตกลงรินไม่ได้ให้คุณปลัดเซ็นหรือ”
“รินทำไม่ลง ถ้าคุณศรัณย์เซ็นชื่อในเอกสาร เกิดข้าวไปถึงด่านชายแดน แล้วเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเอาเรื่องคุณศรัณย์ คุณศรัณย์ก็ต้องมีความผิด ข้าวก็ถูกยึด คุณพณิชเองก็จะเข้าซังเต มันเสี่ยงเกินไปมั้ยคะ”
“คุณพณิชรู้เข้า คงโกรธเรา เขาอาจจะไม่กลับบ้านอีกเลย”
“ถ้าไม่กลับ รินจะพารานีกลับบ้านพระนคร ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่ต้องกลัวเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”
บรานีตกใจมาก “เลิกกันน่ะหรือ แต่รานีเป็นเมียเขาแล้วนะ ไม่ ไม่ เลิกไม่ได้ ตัวพูดอะไรออกมา”
“เป็นเมียคนทำผิด รินเคยเห็นมาแล้ว แม่นิ่มเมียเสือบาง เป็นโจรตามผัวเพราะจงรักภักดี สุดท้ายก็ตายตามผัวไป”
“หล่อนพูดอะไร นั่นมันโจร แต่คุณพณิชไม่ใช่”
“ฉ้อราษฎร์บังหลวงคิดว่าไม่เป็นไรหรือคะ สมมติว่าคุณโดนโจรปล้น คุณโดนปล้นเพราะกำลังตำรวจมีไม่พอ ตำรวจมีไม่พอก็เพราะเงินภาษีมีน้อย แล้วยังบอกอีกหรือคะว่าโกงประเทศน่ะไม่เกี่ยวกับเรา ประเทศที่ผุกร่อนทุกวันนี้ ก็เริ่มมาจากโกงกินทั้งนั้นแหล่ะค่ะ”
บรานีลุกขึ้นยืน โวยวายดังขึ้นเรื่อยๆ “ไม่ได้ลายเซ็น คุณพณิชเลิกกับเราแน่ เลิกแน่ๆ เราไม่ยอม เราไม่ยอมเลิก ไม่มีทาง”
“แสดงว่าที่เขาแต่งงานกับรานี เพราะผลประโยชน์ ไม่ได้แต่งงานกันเพื่อดูแลกันและกัน นี่สามอาทิตย์แล้วนะที่เขาทิ้งไป คนใจดำแบบนี้ อย่าไปรักเขาอีกเลยนะ”
“ฮือ… ไม่ ตัวอย่าพูดแบบนี้” บรานีร้องไห้ “ตัวต้องช่วยสิ ต้องช่วยเราให้คุณศรัณย์เซ็นเอกสารให้ได้ นะรินนะ ไปจัดการมาให้ได้นะ นะๆ” บรานีร้องไห้ไปคาดคั้นไปจนรินกลุ้ม บรานีพูดไม่รู้ฟังเอาเสียเลย รินคิดหนัก ศรัณย์แอบฟังอีกแล้ว

บ้านดวงสวาทในกรุงเทพ นริศพามิสเตอร์จิมมาให้ทุกคนรู้จัก
“มิสเตอร์จิม นี่คุณพ่อของผม คุณมหินท์ คุณนิจ และภรรยาผม คุณดวงสวาท”
ทั้งสามคนจับมือกับจิม “How do you do”
ทุกคนตอบเหมือนกัน “How do you do”
“มิสเตอร์จิมมีประสบการณ์ทำห้างที่ลอนดอน ผมเลยเชิญมาเป็นที่ปรึกษา วันนี้มิสเตอร์จิมมีแบบร่างของห้างมาให้ดูด้วยครับ”
มหินท์ดีใจ “ดีเลย ผมไม่มีประสบการณ์เลย ขอบคุณมากครับ”
นิจชวน “นั่งก่อนค่ะ นั่งคุยกัน”
จิมนั่งลงคุย ดวงสวาทไม่มีความสุขไม่ค่อยสนใจนักไม่สนุกกับโปรเจ็กเลย
ดวงสวาทเดินกลุ้มๆ เครียดๆ ออกมา
นริศเดินตามมา “ดูคุณเหนื่อยๆ ไม่ชอบประชุมหรือครับ”
“ก็มันน่าเบื่อ เรื่องตัวเลข เงินๆทอง น่าสนุกที่ไหนล่ะคะ”
“งั้นเย็นนี้ ผมจะหยุดงาน พาคุณไปเต้นรำ”
“คุณว่างหรือคะ ฉันเห็นคุณทำงานถึงดึกดื่นทุกวันเลย”
“ผมวางแผนชีวิตเอาไว้ จะหาเงินให้ได้สักก้อน จะซื้อวังเขียวคืนมาให้คุณ”
“ซื้อวังคืน ?”
“คุณโกรธที่ผมขายวังประจำตระกูล โกรธที่ผมมีแต่ตัวไม่ใช่หรือครับ ผมสาบานกับตัวเอง ผมจะต้องทำให้คุณมีความสุข เหมือนที่คุณเคยฝันเอาไว้ให้ได้”
ดวงสวาทซาบซึ้ง “ขอบคุณนะคะ คุณชาย”
“คุณไม่เหมือนดวงสวาทคนเก่า ดูคุณไม่มีความสุขเลย ขออนุญาตถามตรงๆ คู่รักเก่า ของคุณมีอะไรดีกว่าผมหรือครับ ทำไมถึงไม่เลิกคิดถึงเขาเสียที”
“คิดถึงคู่รักเก่าหรือคะ” ดวงสวาทคิดไปถึงอดีต ตอนที่ดวงสวาทปะทะกับริน
“ยังไงเธอก็ต้องแย่งผัวฉันให้ได้ใช่ไหม จะถือโอกาสนี้แย่งศรัณย์ไปจากฉันใช่ไหม”
“ฉันไม่ได้แย่ง เขาเคยเป็นของคุณ แค่เคยเป็น...!” แววตารินสู้
“วันนี้กล้าเถียง คงสมน้ำหน้าฉันอยู่ล่ะสิ เรื่องเสือขาว”
“ไม่เคยแม้แต่จะคิด ความคิดร้ายของคุณทำร้ายตัวคุณเอง ถ้าคุณคิดดีกับฉันคุณจะไม่มีทางพูดประโยคนั้นออกมา นอนเจ็บปวดมากี่คืนแล้วล่ะเรื่องฉันสมน้ำหน้าคุณ กี่คืนแล้ว”
ดวงสวาทสะดุ้งกับความคิดตัวเอง “บ้าจริง ฉันไม่ได้คิดถึงคู่รักเก่า ฉันคิดถึงผู้หญิงคนนั้น ที่อยู่ในหัวฉันคือผู้หญิงคนนั้น”
“ผู้หญิงคนไหนครับ”
“เฮ้อ ฉันคงทำใจไม่ได้ ที่จะต้องพ่ายแพ้”
“ตกลงคุณพูดถึงใครครับ”
ดวงสวาทไม่ตอบ นริศยืนงงต่อไป

วันใหม่ ศรัณย์ตื่นนอนขึ้นมา มองไปเห็นซองเอกสารที่หัวเตียง ก็ตกใจหน้าบูดขึ้นมา
รินเดินมาหา “ได้เวลาลุกเดินแล้วค่ะ ลงไปในสวนแล้วกันนะคะ มาค่ะฉันช่วย”
ศรัณย์ โมโหสะบัดมือรินออกจนรินตกใจ “ไม่ต้องมาจับฉัน”
“คุณเป็นอะไรไป”
“ถ้าหล่อนอยากให้ฉันติดคุกมาก ฉันจะทำให้ตามสัญญา ฉันจะเซ็นให้หล่อนเดี๋ยวนี้เลย” ศรัณย์หันไปหยิบซองเอกสาร เปิดออกมา “เอ๊ะนี่”
เสนอยกเครื่องดื่มเป็นกาแฟเข้ามาให้ “ใบลาป่วย ตามระเบียบทางราชการน่ะครับ เซ็นแล้ววางไว้ครับ ผมจะเอาไปให้คุณสมรพรุ่งนี้”
“ไม่ใช่เอกสารของคุณพณิชหรือ”
“เอกสารอันนั้น ดิฉันคงไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ ฉันทำไม่ได้จริงๆ”
ศรัณย์ใจอ่อน เสนอวางของเสร็จเดินออกไปแล้ว “ทั้งๆที่บรานีลำบากขนาดนั้น ปกติหล่อนเลือกครอบครัวของหล่อนก่อนเสมอทำไมคราวนี้...”
“คุณเหมือนคุณพ่อ ที่บ้านของเรา ไม่มีของฟุ่มเฟือย โทรศัพท์ก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติของคนซื่อสัตย์ไม่ใช่เงิน แต่เป็นชีวิตที่สงบสุข ปลอดภัย ฉันเข้าใจค่ะคนอย่างคุณซื้อด้วยเงินไม่ได้ ถ้าฉันให้คุณเซ็นคงฝืนใจคุณมาก”
ศรัณย์ถอนใจโล่ง ในที่สุดรินก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง “เข้าใจ ...เอาใจเข้ามาในใจ จึงเข้าใจ” ศรัณย์ยิ้มให้ขอบคุณ ทั้งสองมองกันสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

รินเข็นศรัณย์เข้ามาในสวน เจ้าหมาหน้าหวานเดินเล่นอยู่แถวนั้น ศรัณย์มองหน้าริน สายตาจับจ้องมองตามรินที่ชมนกชมสวนอยู่ ศรัณย์เขียนเล่าให้ชรัตน์ บอกความในใจของศรัณย์ในเวลานี้
“ชรัตน์เพื่อนรัก วันนี้ ฉันรู้สึกหัวใจเต็มตื้นไปด้วยความสุข โลกนี้ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนักสำหรับคนอาภัพอย่างฉัน โอกาสครั้งที่สองสำหรับความรักคงมาถึงแล้วจริงๆ”
รินนั่งลงข้างๆรถเข็น เก็บใบเหลืองๆตามต้นไม้ทิ้ง ตามประสามือไม่ว่าง ศรัณย์เอียงตัวเข้าไปหอมแก้มริน
“อุ๊ย” รินหันมามองโกรธๆ
“แค่ชะโงกไปดูต้นทานตะวัน กลัวนังหน้าหวานมันไปคุ้ย แก้มของหล่อนนั่นแหล่ะที่มาขวางทาง”
“บ้าสิ....”
ศรัณย์จับมือรินด้วยวิธีสอดประสานเข้ามา เพราะรินหันมามองด้วยความแปลกใจ วันนี้ จู่ๆ ศรัณย์ก็รู้วิธีจับมือกันถูกต้อง รินยิ้มกว้างออกมาในที่สุดเขาก็รู้วิธี รินนับนิ้วให้ดู “หนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ดแปดเก้าสิบ วันนี้นับได้สิบ ไม่ใช่ห้าเหมือนเมื่อก่อน”
ศรัณย์คิดตามแล้วยิ้มออกมา พยักหน้าเข้าใจแล้วที่รินพูดบ่อยๆ ทั้งสองมองกันด้วยความรัก

บ้านพระพิจารณ์ธุรกิจ ช้องนางเอารูปมาปึกหนึ่งที่ส่งมาทางไปรษณีย์ ถือเข้ามาหาพระพิจารณ์ธุรกิจสีหน้าเคร่งเครียด เร่งรีบ “คุณพี่คะ ชรัตน์อยู่ที่ลานเขาพยุง เขากำลังตามหาลูกกับเมียของคุณพี่นะคะ” พระพิจารณ์ธุรกิจไม่ได้ยิ้มเพราะยิ้มไม่ได้ น้ำตาไหลลงมา “เขามีรูปมาให้ดู คุณพี่ดูหน่อยนะคะว่าใช่หรือไม่ใช่ ดูนี่ค่ะ ผู้หญิงคนนี้ใช่เมียของคุณพี่ไหมคะ”
พระพิจารณ์ธุรกิจส่งเสียงอ้อแอ้ยาวเหยียด จะส่ายหน้าก็ไม่ได้ เลยฟังไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่

ชรัตน์เดินมาดูเพิงที่รื่นเคยอยู่ วันนี้ไม่อยู่ สภาพเหมือนย้ายออกไปแล้ว “อาทิตย์หนึ่งแล้ว ไม่เห็นมาเลย เก็บเสื้อผ้าไปด้วย” ชรัตน์คิดสงสัย

ล็อบบี้ โรงแรมที่ชรัตน์พัก รีเชฟชั่นกำลังรับโทรศัพท์ พอดีชรัตน์กลับเข้ามาพอดี “มาพอดีครับ ... คุณครับ โทรศัพท์ทางไกลจากกรุงเทพครับ”
ช้องนางโทรบอกชรัตน์ “ได้เรื่องแล้วชรัตน์”
“เป็นไงบ้างครับ คุณพ่อตอบว่ายังไง”
“ฟังยากมาก แต่ในที่สุด ท่านก็บอกได้”

เมื่อเช้า ช้องนางคุยกับพระพิจารณ์ธุรกิจ “ถ้าเอาแต่ร้องไห้ น้องฟังไม่รู้เรื่องค่ะ หายใจเข้าลึกๆ พยายามพูดออกมานะคะ ถ้าใช่เมียของพี่ บอกว่าใช่ ถ้าไม่ใช่บอกว่าไม่ พยายามนะคะคุณพี่ เริ่มเลยค่ะ”
พระพิจารณ์ธุรกิจกว่าจะเปิดปาก จะเปล่งเสียง พูดแต่ละคำอย่างลำบาก “มะ ไม่ .... มะ....ไม่ ..... ไม่ ไม่ไม่ !”
ช้องนางตกใจมาก ผิดคาด

“ไม่ใช่หรือครับ พวก 18 มงกุฎ! ผมถูกหลอกเอาเงินเสียแล้ว คุณอา”
“ยังดีนะที่เฉลียวใจถ่ายรูปมา ถ้าไปยกมรดกให้ผู้หญิงคนนี้ล่ะก็ ยุ่งกันใหญ่เชียวล่ะ”
“แต่ผู้หญิงคนนี้เขารู้ว่าคุณพ่อมีลูก ทั้งที่ผมยังไม่บอกใครสักคน ตอนนั้นเขาพูดขึ้นมาเองน่ะครับ ท่าทางมั่นใจด้วย ผมก็เลยเชื่อ....แล้วนี่เขาเป็นกันใครกัน”
“คราวที่แล้วเราคงใจร้อนน่ะ เลยเปิดทางให้คนเจ้าเล่ห์ คราวนี้ใจเย็นลงหน่อยนะ อย่าให้ใครเขาหลอกเอาอีก”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้ายังตามน้องไม่เจอ ผมยังไม่กลับ ผมต้องเจอน้องของผมให้ได้” สีหน้าชรัตน์มุ่งมั่น
บ้านดวงสวาท ดวงสวาทเดินกลับมาบ้าน
นิจนั่งพัด ฟังละครวิทยุอยู่ “เอ้าฉันนึกว่าแกอยู่ข้างบน ออกไปไหนมาล่ะ”
“ออกไปโทรเลขไปปักษ์ใต้”
“นี่แกยังติดต่อศรัณย์อีกหรือ หนอย ...” นิจลุกยืนจะด่า
“เปล่า หนูไปโทรเลขหายายเมียแต่งนั่นต่างหาก” นิจงง ดวงสวาทยิ้มร้าย มีแผนการ

ที่โรงแรม ชรัตน์นั่งดื่มกาแฟ ทานอาหารเช้าอยู่มองไปทางหน้าโรงแรม รื่นเดินเมาอยู่ริมถนน ชรัตน์วางแก้วออกวิ่งทันที

ริมถนน รื่นเดินเมาในลักษณะคนจรจัด ชรัตน์วิ่งตามไป จับแขนรื่น “ยายสิบแปดมงกุฎ หยุดนะ”
“ปล่อยๆฉัน”
“หลอกเอาเงินฉันไปกินเหล้าหรือ มานี่เลย ฉันจะจับหล่อนส่งตำรวจ ไอ้พวกหลอกลวง”
“อย่าค่ะอย่า อย่าจับอิฉันเข้าซังเตเลยนะคะ ฉันขอโทษๆ นี่ค่ะเงินคุณฉันคืนให้แล้ว นี่ค่ะ นี่” รื่นเอาเศษเงินคืนให้
“เหลือแค่นี้เนี่ยนะ หล่อนต้องไปสถานีตำรวจกับฉัน มานี่”
“ฉันไม่ได้หลอกคุณทั้งหมดหรอกนะ ฉันรู้เรื่องเมียน้อยของคุณหลวง ฉันรู้จริงๆ”
“นี่ยังจะกล้าแต่งเรื่องอีกหรือ ไม่เข็ดใช่ไหม”
“ไม่ ....จริงๆ ฉันจะเอาให้ดู นี่ นี่ นี่ไง”
รื่นค้นสมบัติในกระเป๋าใบเก่า เอาของเทออกมา ลงพื้นจนได้รูปใบหนึ่งที่เป็นพระพิจารณ์ธุรกิจตอนหนุ่ม ยืนกับเรียงแม่ของรินตอนสาว ถ่ายรูปในร้านถ่าย มือจับกันไว้

อ่านละครเรื่อง ปดิวรัดา ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 ม.ค. 59

ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทประพันธ์โดย สราญจิตต์
ละครเรื่อง ปดิวรัดา บทโทรทัศน์โดย คิง สมจิต
ละครเรื่อง ปดิวรัดา กำกับการแสดงโดย สมจิต ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟีลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง ปดิวรัดา ออกอากาศ ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.20-22.50 น.
ละครเรื่อง ปดิวรัดา เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 13 มกราคม 2559 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ