อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 1 วันที่ 1 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 1 วันที่ 1 มี.ค.59

“พี่ยุทธ เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะ ถ้ารดากับมินนี่พร้อม จะไปออก ‘เรื่องเล่าบ่ายนี้’ เมื่อไหร่จะรีบติดต่อไปค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” พีรดารีบวางสาย หันมาถามมินนี่ว่า “อะไรลูก ร้องซะแม่ตกใจ”

“เพื่อนมินนี่ส่งมาให้ดู มีนักข่าวมารอทำข่าวเต็มหน้าโรงเรียนหมดเลย” พลางหันมือถือให้แม่ดู

พีรดาบอกว่าไม่ใช่แค่ที่โรงเรียน ที่คอนโดนักข่าวก็มารอทำข่าวเต็มไปหมด มินนี่เดินไปดูที่หน้าต่าง โวยกับแม่ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ภาพนี้หลุดไปได้ยังไง ก็ถูกพีรดาตำหนิซ้ำว่า

“แม่เตือนแล้วใช่ไหม ไม่ต้องอัพรูปบ่อยนัก โดยเฉพาะไอ้พวกโซเชียล ติดจริงๆกินข้าว เข้าห้องน้ำ ฝนตก หมาเห่าก็ต้องบอกให้โลกรู้ ไม่ต้องบอกให้โลกรู้ ไม่ต้องรายงานชาวโลกตลอดทุกนาทีก็ได้มั้งลูก”



มินนี่โต้ว่ารูปนี้ตนไม่ได้ถ่ายและตนก็ไม่ได้เล่นยา แค่เอามาถือทำท่าขำๆ เพื่อนแอบมาถ่ายตอนไหนก็ไม่รู้ รูปนี้ก็เก่าแล้วด้วย ส่วนเรื่องโซเชียลมินนี่โต้ว่า

“คุณแม่ไม่ต้องว่ามินเลย คุณแม่อัพไอจีบ่อยกว่ามินตั้งไม่รู้กี่เท่า ถ้ามินอัพทุกนาที คุณแม่ก็อัพทุกวินาที!”

พีรดาอ้างว่าถ้าตนไม่ขยันอัพรูปของลูกลงให้ ลูกจะดังเป็นเน็ตไอดอลตั้งแต่อายุ 12 ไหม จะมีแฟนคลับ มีคนโหวตให้เป็นมิสไฮสคูลแบบนี้ไหม แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกทั้งนั้น มินนี่ฟังแล้วเงียบไป พีรดาทั้งบ่นทั้งตำหนิอีกว่า

“ดูสิ กว่าจะดันให้ดังขึ้นมาได้ มีทั้งงานถ่ายแบบ งานละครรออยู่ตั้งมากมาย แต่ตอนนี้ทุกคนบอกเลิกหมดแล้ว เพราะไอ้รูปบ้าๆรูปนี้รูปเดียว!”
มินนี่ร้องไห้ออกมาเหมือนเด็กๆเธอขอโทษแม่ แล้วดูรูปตัวเองในหนังสือพิมพ์อย่างแค้นใจ

ooooooo

ที่ห้องประชุมโรงเรียน บรรยากาศตึงเครียด เมื่อการพิจารณาปัญหาของมินนี่ด้วยท่าทีที่ต่างกัน อำนาจเห็นว่าต้องลงโทษให้คนอื่นๆเห็นและไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างด้วยการเชิญให้ออก!

“แต่ผมคิดว่า มันเป็นการโยนปัญหาออกไปสู่สังคม ถ้าเด็กสร้างปัญหาแล้วโรงเรียนไล่ออกโดยไม่พยายามแก้ปัญหา เราจะมีโรงเรียนเอาไว้ทำไม”

กรท้วงติงอย่างเห็นต่างโดยสิ้นเชิง อำนาจโต้ว่าที่นี่คือโรงเรียนไม่ใช่สถานพินิจที่มีไว้สำหรับเด็กทำความผิด “แต่เรายังไม่ได้ถามเด็กว่าเขาเสพยาจริงหรือเปล่า ผมไม่อยากให้เราตัดสินเร็วเกินไป”

“คุณกรเพิ่งกลับจากเมืองนอก อาจจะยังไม่คุ้นกับสังคมไทย ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ได้ใจเย็นใจกว้างพอที่จะมารอฟังคำอธิบาย ถ้าเราปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร ผลเสียจะต้องตีกลับมาที่โรงเรียนแน่นอน”

“แต่ถ้าเรา‘รีบ’ ทำเกินไป ผลเสียอาจจะตกอยู่ที่เด็ก!” กรแย้ง อำนาจโต้ว่าถึงเราไม่รีบตอนนี้ผลเสียก็ตกอยู่กับเด็กแล้ว กรสวนทันควันว่าแต่โรงเรียนก็ไม่ควรจะซ้ำเติม!! อำนาจโต้ว่าโรงเรียนก็ไม่ควรจะนิ่งเฉยเหมือนกัน

นพลักษณ์ยกมือห้ามทั้งสองคน ขอให้พอได้แล้วตนเข้าใจว่าทุกคนหวังดีกับเด็กและโรงเรียน แล้วไกล่เกลี่ยว่า

“เอาเป็นว่า...ขอให้ทุกคนช่วยกันทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ยืนยันว่าไม่มีสารเสพติดในโรงเรียนเราแน่นอน นักข่าวกันไว้รอบนอกไม่อนุญาตให้เข้ามาฝากครูประจำชั้นกำชับเด็กในห้องโดยเฉพาะคนที่เป็นเพื่อนสนิท ไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น ส่วนเรื่องการลงโทษ เราต้องคิดอย่างรอบคอบ เพราะมันส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็ก”

กรพยักหน้าพอใจ แต่อำนาจชักสีหน้า นพลักษณ์สรุปว่า

“แต่ไม่ลงโทษเลยไม่ได้ เพราะเด็กต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง ถ้าเด็กเสพยาจริงๆเราก็ต้องให้พักการเรียน หรือถ้าผิดร้ายแรงกว่านั้น ก็อาจจะต้องถึงขั้นเชิญออกตามที่ครูใหญ่เสนอ”

อำนาจยิ้มออกทันที แต่กรกลับชะงักไม่เห็นด้วยอย่างมาก

ooooooo

ประชุมเสร็จ นพลักษณ์เดินกลับห้องทำงาน กรเดินตามมาติดๆ พูดแทบไม่หายใจจนนพลักษณ์ไม่มีโอกาสพูด

“คุณแม่ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการไล่เด็กออก จากสถิติปีที่แล้ว โรงเรียนเราไล่เด็กออกมากที่สุด แต่ละปีมีเด็กที่ต้องถูกเชิญออกหลายสิบคน ผมรู้ว่าเป็นนโยบายของครูใหญ่ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย โรงเรียนไม่ควรสอนแค่วิชาการ แต่ควรจะสอนให้เขารู้จักชีวิตและใช้ชีวิตให้เป็น”

“ทุกครั้งที่ลูกต้องการจะทำอะไรสักอย่างที่รู้ว่าแม่จะไม่เห็นด้วย ลูกจะเริ่มด้วยการอธิบายเหตุผลยาวๆ แบบเนี้ย...ตกลงกรอยากจะทำอะไรบอกมา”

นพลักษณ์เข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานรอคำตอบ ฟังเหตุผลและแผนงานของกรแล้วถามว่า

“มันจะเวิร์กเหรอลูก เรื่องปัญหาในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าเราไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง แทนที่จะแก้ปัญหาจะยิ่งเพิ่มปัญหานะ”

“ผมทราบ แต่ถ้าผู้ใหญ่เอาแต่ ‘หันหน้าหนีปัญหา’ ไม่กล้าเข้าไปแตะต้องมัน เด็กๆคงไม่รู้จะคุยกับใครสุดท้ายปัญหาที่สะสมก็แสดงออกมาทางพฤติกรรมจนทำให้ตัวเองและสังคมเดือดร้อน” กรโน้มน้าวอย่างอดทน

“ตอนนี้ครูเราก็งานเต็มมือ ทั้งฝ่ายแนะแนว ฝ่ายปกครอง โครงการละเอียดอ่อนแบบนี้กรจะให้ใครมาดูแล”

“นักจิตวิทยาครับ!”

ooooooo

หลังจากนั้น กรคุยกับปาล์มและครูน้อยที่ห้องแนะแนว ปาล์มฟังอย่างตั้งใจแล้วถามอย่างแปลกใจว่า

“คุณกรจะทำโครงการพิเศษสำหรับเด็กที่พ่อแม่แยกทางกันเหรอคะ”

“ใช่ ผมดูประวัตินักเรียนที่โดนไล่ออกในช่วง 2-3 ปี เกือบทุกคนมีพื้นฐานครอบครัวแตกแยก พ่อแม่หย่าร้าง ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก โครงการของเราจะดูแลเด็กพวกนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ให้เขาสร้างปัญหาให้กับตัวเองจนต้องโดนไล่ออก”

“เด็กที่พ่อแม่แยกทางกันไม่ได้มีปัญหาทุกคน” ครูน้อยติง

“ใช่ครับ ผมเห็นด้วย ครูน้อยเองก็ทราบว่าผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าเด็กคนไหนไม่ได้สร้างปัญหา เขาก็ไม่ต้องเข้าโครงการ แต่ถ้าเขาเริ่มจะมีปัญหา โครงการของเราจะช่วยไม่ให้ปัญหานั้นทำให้เขาโดนไล่ออก”

“แต่ถ้ามาก็เท่ากับประกาศให้โลกรู้ว่า พ่อแม่เราเลิกกันนะ เด็กจะอายเปล่าๆไม่มีใครร่วมมือแน่นอนแล้วเอ้อ...ครูใหญ่รู้เรื่องนี้หรือยังครับ” ครูน้อยท้วงติงหลายแง่มุม หมายให้กรหยุดคิด แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อกรตอบอย่างมั่นใจว่า

“ครูใหญ่ไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะผมเสนอโครงการนี้กับผู้อำนวยการโดยตรง และท่านก็อนุมัติเรียบร้อยแล้ว”

ครูน้อยแย้งว่านักเรียนเราไม่ได้บ้าถึงต้องใช้นักจิตวิทยา ถูกปาล์มแย้งว่า

“ครูน้อยคะ นักจิตวิทยาไม่ได้มีไว้รักษาคนบ้านะคะ เขามีไว้ทำให้คนเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

“นักจิตฯจะมาทำงานประสานกับครูฝ่ายปกครอง และครูฝ่ายแนะแนว เพื่อทำการปรับพฤติกรรมของเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะโดนไล่ออก เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ” กรอธิบายเพิ่มเติม แล้วส่งแฟ้มให้ปาล์ม หน้าแฟ้มมีรูปของหวายและมินนี่ บอกว่า “เรื่องเด็กที่เข้าร่วมโครงการ ผมเลือกมาสองคน”

“ถวายชัยกับมงกุฎแก้ว” ปาล์มอ่านชื่อ แล้วพยักหน้า

กรชี้ว่าเด็กสองคนนี้มีคุณสมบัติครบ อยู่ในกลุ่มเสียงที่จะถูกไล่ออก ครูน้อยติงอีกว่าถึงจะมีหนูทดลอง มีนักเรียนในโครงการ แต่เราจะหานักจิตวิทยามาจากไหน

“ปาล์มรู้ค่ะ!” ปาล์มมองหน้ากรและครูน้อยตาเป็นประกาย

ooooooo

ทรายโทรศัพท์ไปตามโรงเรียนต่างๆเกือบยี่สิบแห่ง แต่ทุกแห่งปฏิเสธด้วยเหตุผลต่างกัน ทรายเริ่มรู้สึกหมดหวัง

เธอหมกหมุ่นคร่ำเคร่ง จนสักทองผู้เป็นพ่อถามว่าทำเรื่องยากไปหรือเปล่า ทรายบอกว่าถ้าเปลี่ยนตอนนี้ตนต้องจบปีหน้าแน่เลย ตนอยากจบเร็วๆ นี่ก็เลือกหัวข้อที่คิดว่าง่ายแล้ว

“ปัญหาเด็กๆไม่ใช่เรื่องเล็กๆพยายามต่อไปเรื่อยๆ อาจจะได้เจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” สักทองให้กำลังใจ

น้ำทิพย์ผู้เป็นแม่ส่งเสียงมาว่าอาหารเย็นเสร็จแล้ว วันนี้มีไข่ตุ๋นของโปรดของทรายด้วย เธอให้พ่อกับแม่ทานก่อน ตนกำลังหาข้อมูลติดพัน น้ำทิพย์ตามใจ แต่จะเก็บไข่ตุ๋นไว้ให้ จะกินเมื่อไหร่ให้บอก แม่จะอุ่นให้ ทรายไหว้ขอบคุณแล้วทำงานต่ออย่างขะมักเขม้น

ที่โต๊ะอาหารจึงมีเพียงสักทองกับน้ำทิพย์ ทั้งที่เวลาอาหารเย็นเป็นเวลาที่พ่อแม่ลูกจะได้พบปะกันอย่างอบอุ่น

ทรายโทร.ไปอีกหลายโรงเรียน จนคิดท้อว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่พ่อบอกจะมีไหมนะ?

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 1 วันที่ 1 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ