อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 1 วันที่ 20 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 1 วันที่ 20 ก.พ. 59

เรือนไม้โบราณหลังเล็กถูกเปิดออก แสงจากภายนอกพุ่งผ่านหน้าจั่วลายฉลุเข้ามาภายใน สมพรแม่ของนลินถือกุญแจบ้านเชื้อเชิญให้แพรขาว หญิงสาวสวยเรียบร้อยบุคลิกคล่องแคล่ว มารยาทงามเข้ามาดูในบ้าน นลินเดินนำหน้าเข้าไปเปิดหน้าต่างทุกบานจนลมโชยพัดดูรื่นรมย์

“มีสองห้องค่ะพี่แพร ห้องน้ำนี่ก็เพิ่งทำใหม่”

แพรขาวเดินดูแต่ละห้องแล้วถามไม่มีแอร์หรือ สมพรบอกไม่ต้องมีเพราะลมจากคลองพัดเข้ามาเย็นทั้งวัน หน้าเรือนก็หันเข้าหาคลองรับลมพอดี แพรขาวมองไปนอกหน้าต่างลมโชยปะทะเข้ามาไม่ขาดสาย เธออ้อมแอ้มถามว่าไม่มีเหล็กดัดหรือ นลินหัวเราะ



“ไม่ต้องใช้ค่ะ ที่นี่ไม่ติดกรงเหล็กกันค่ะ ที่เรือนใหญ่ก็ไม่มีติดสักบาน ตั้งแต่หนูเกิดจนป่านนี้ก็ไม่มี...” นลินชะงักเล็กน้อย “พี่แพรไม่ต้องกลัวเลยเรื่องจะมีขโมยเข้ามา สบายใจได้”

แพรขาวมองเฟอร์นิเจอร์แบบของเก่าดั้งเดิมอย่างพอใจ...จากมุมหนึ่งมีสายตาใครบางคนมองใบหน้าละมุนของหญิงสาว แพรขาวเดินออกมาลานหญ้าหน้าเรือนริมคลอง สมพรเอ่ยถามว่ามาอยู่คนเดียวหรือ นลินตอบแทนว่า “พี่แพรจะมาอยู่กับหนูชมพู ลูกสาวแก้มยุ้ยของพี่แพรจ้ะแม่...แม่กับยายของหนูอยู่บ้านกันทั้งวันทั้งปีไม่ไปไหน ที่สำคัญรักเด็กมากๆ วันไหนพี่ไปธุระหรือออกไปทำงานก็ฝากหนูชมพูให้ดูแลได้สบายเลย”

แพรขาวเดินผ่านประตูท่าน้ำเห็นว่าล็อกด้วยกุญแจเก่าๆ มองเลยไปถึงตรงข้ามฝั่งคลองเห็นต้นไม้มืดทึบ จึงเอ่ยถามประตูนี้ปกติใช้หรือเปล่า สมพรเล่าว่าสมัยก่อนใช้เรือเดินทางไปมา แต่พอมีถนนซอยเข้ามาก็ไม่มีใครใช้อีกเลย

“พี่ห่วงเรื่องหนูชมพูจะออกไปเล่นใช่ไหมคะ รับรองว่าประตูนี้ปิดตายเลยค่ะ...พี่ชอบไหมคะ แต่หนูว่าตอนนี้พี่ชอบที่นี่แล้วล่ะ ใช่ไหมคะ”

แพรขาวสะดุดตาเข้าที่ศาลไม้คล้ายบ้านตุ๊กตาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พึมพำว่าสวยจริง แล้วมองเลยไปที่เรือนใหญ่บนชั้นสองของบ้าน หน้าต่างริมสุดซึ่งเป็นห้องเก็บของเปิดอ้าอยู่ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่...

คืนนั้นแพรขาวก็พาชมพู ลูกสาววัย 5 ขวบมาอยู่ในเรือนไม้หลังเล็กแห่งนี้ เสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยลอยไปตามลมที่พัดต้นไม้ไหว ใบไม้ร่วงพรูลงมาสู่ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน “กระต่ายขาวมีหูยาวเรียว หางสั้นนิดเดียว ตาแดงแวววาว กระโดดเล่นชมจันทร์สกาวอยู่ตามราวป่า ช่างน่ารักเอย...”

ที่หน้าต่างริมสุดชั้นสองของเรือนใหญ่ซึ่งขณะนี้ปิดอยู่ สั่นสะเทือนแล้วแง้มออกพร้อมเสียงฝืดๆดังแอ๊ด... เสียงร้องเพลงของเด็กน้อยยังดังเจื้อยแจ้ว ตามด้วยเสียงแพรขาวบอกให้ลูกเข้านอน แต่เธอกลับขอร้องอีกหนึ่งรอบ พวงอุบะที่แขวนตรงระเบียงแกว่งไกวไปตามแรงลม...

ชมพูบอกแม่ว่าตนร้องจบแล้ว แพรขาวยังอยู่ในชุดข้าราชการรัฐวิสาหกิจกำลังผูกมุ้งกับเสาเตียงหันมาตบมือชมว่าเก่งมาก เด็กน้อยถามพรุ่งนี้ตนจะได้ดูพาวเวอร์พัฟเกิร์ลหรือไม่ แพรขาวหน้าเสียก่อนจะบอกว่าที่นี่ไม่มีทีวีแล้วนึกได้ชวนลูกเล่นหนังสี่จอ ชมพูทำหน้างงๆ หญิงสาวเอาหน้าแนบกับมุ้งแล้วทำเสียงเล็กๆ

“ฮาโหล ฉันคือบัตเตอร์คัพ” จากนั้นแพรขาวก็ขยับมาอีกด้านของมุ้ง เอาหน้าแนบมุ้งพร้อมบอกว่า “ฉันคือบั๊บเบิ้ล”

ชมพูหัวเราะชอบใจรีบมาดักแม่อีกด้าน แพรขาวขยับมาทำเหมือนเดิมแล้วพูดพร้อมกันว่า “ฉันคือบลอสซั่ม” ชมพูล้มตัวลงนอนแต่อดบ่นไม่ได้ว่าอยากดูทีวีจอใหญ่ห้องคุณย่า แพรขาวสงสารลูกจับใจ ชมพูเอ่ยถามอีกว่า “คุณแม่ แล้วคุณพ่อจะมาอยู่กะเราด้วยหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ...ไม่หรอกจ้ะ คุณพ่อต้องทำงานอยู่กับคุณย่า หนูกับแม่มาอยู่กันสองคน”

“ป้าไพก็ไม่มาหรือคะ” ชมพูหมายถึงแม่นมที่เลี้ยงพ่อมาและคอยดูแลตนด้วย

แพรขาวบอกลูกว่าไม่มา ชมพูถามอีกว่าเรามาอยู่นานไหม หญิงสาวถอนใจก่อนจะให้ลูกรู้ว่าเราจะอยู่ที่นี่นานหลายวัน แล้วตัดบทชวนลูกนอน เพื่อพรุ่งนี้จะได้ตื่นไปหาซื้อของมาจัดห้องให้สวย เด็กน้อยกอดคอบอกรักแม่ แพรขาวน้ำตาคลอเบ้า

หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน มีร่างชายคนหนึ่ง หล่อเนี้ยบสวมสูทขาวก้าวออกมายืนมองไปยังเรือนเล็ก ใบหน้ายิ้มละไมมองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่เด็กน้อยกำลังสวดมนต์ตามคำสอนของแม่

แพรขาวจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ ชมพูสวดมนต์เสร็จเห็นชุดขาวของผู้ชายพับวางที่ปลายเตียง ก็บอกแม่ว่ามีเสื้ออยู่ตรงนี้อีก แพรขาวหันมองไม่มีอะไร ชมพูมองอีกทีก็แปลกใจที่มันหายไป แพรขาวหัวเราะคิดว่าลูกล้อเล่น แต่ชมพูยืนยันว่าเมื่อกี้มีเสื้ออยู่จริง แล้วเธอก็เห็นเหมือนมีคนเดินผ่านหน้าต่าง ทันใดเสียงเคาะประตูดังขึ้น สองแม่ลูกสะดุ้ง แพรขาวตั้งสติได้ร้องถามว่าใคร

สักพักก็มีเสียงตอบว่า “ใครเอ่ย ไม่บอกค่ะ”

นลินเปิดประตูเข้ามาพร้อมผ้าห่มในมือ บอกว่าแม่กับยายให้เอามาเพิ่มเพราะกลางคืนที่นี่อากาศเย็น ชมพูแอบถามที่นี่มีทีวีไหม นลินยิ้มอย่างเอ็นดูตอบว่าพรุ่งนี้ไปดูที่เรือนใหญ่ ชมพูถามอีกพรุ่งนี้ตนเล่นที่แม่น้ำได้ไหม นลินรีบบอกว่านั่นเป็นคลอง ดูได้ตอนกลางวัน

“แต่แม่ห้ามไม่ให้หนูไปคนเดียวเด็ดขาด ถ้าหนูจะไปดูต้องบอกแม่หรือบอกผู้ใหญ่ก่อน ให้ผู้ใหญ่พาไปรู้ไหม”

ชมพูรับคำเสียงอ่อย แล้วตาโพลงมองไปยังศาล นลินมองตามถามชอบบ้านตุ๊กตานั่นหรือ แพรขาวตัดบทบอกดึกแล้วให้สวัสดีลานลินเข้านอน...นลินเดินผ่านสนามกลับไปที่เรือนใหญ่ หน้าต่างชั้นสองเปิดออก ร่างหญิงสาวในเงามืดมองมายังเรือนเล็กของแพรขาวน่าสะพรึง

ooooooo

แพรขาวเตรียมตัวจะอาบน้ำ มือถือเธอดังขึ้น เห็นชื่อ “พี่กร” ที่หน้าจอ เธอรีบกดปิดเครื่องทันทีด้วยความไม่สบายใจ หันมาเห็นชมพูกอดตุ๊กตายืนมองออกไปยังศาลไม้ จึงเตือนลูกให้เข้านอน พอแพรขาวเข้าห้องน้ำไปแล้ว ชมพูก็ได้ยินเสียงเด็กสามสี่คนคุยกันสนุกสนาน

ชมพูรีบลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นเด็กๆเล่นกันที่ศาลาท่าน้ำ กวักมือเรียกให้เธอไปเล่นด้วย ชมพูส่ายหน้าบอกแม่ห้าม แล้วเธอก็ชะงักแววตาลังเล

แพรขาวแอบร้องไห้อยู่ในห้องน้ำกับเรื่องราวชีวิต... เหตุการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจมาอยู่กับลูกตามลำพัง วันนั้นพัสกรพาดิวสาวนั่งดริ๊งก์อุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์โอฬาร โดยยอมรับว่าเป็นเมียน้อย จะมาอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ท่าทางคุณนายแถบทิพย์ซึ่งรักลูกชายมากจะเข้าข้างลูก ให้ฟังพัสกรอย่าเอะอะโวยวาย เมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็ให้ยอมรับมันไป แพรขาวอื้ออึงรู้สึกเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ พัสกรแทรก

“แพรเห็นกับเด็กตาดำๆนะจ๊ะ ถ้าว่าพี่ผิดพี่ก็ยอมรับ แต่เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อย่าให้มารับบาปที่พี่ทำขึ้นเลย”

“งั้นถ้าแพรไม่ยอม แพรก็กลายเป็นคนบาป! ว่างั้น!”

“ฉันจะไม่ให้ไอ้ดิวมันเกะกะขวางหูขวางตาเธอหรอก ฉันจะจัดห้องให้อยู่ชั้นเดียวกับฉันนี่ล่ะ วันๆจะได้ไม่เจอกัน เธอก็ไปทำงานแต่เช้า...” แถบทิพย์ตัดบท

แพรขาวน้ำตาพรั่งพรูอยู่ในห้องน้ำ ทันใดรู้สึกเหมือนเรือนโดนเขย่า ก็ตกใจรีบวิ่งออกมา ประตูถูกเคาะอย่างแรง มองไปที่เตียงลูกมีผ้าคลุมโปง เธอรีบเลยไปเปิดประตู แปลกใจที่ประตูไม่ได้ลงกลอนทั้งที่เธอใส่กลอนเองกับมือ พอเปิดประตูถึงกับผงะเห็นชายชุดขาวสีหน้าตื่นตระหนกบอกว่า “ลูกสาวเธอ ลูกสาวเธออยู่ไหน!”

แพรขาวถามเขาเป็นใครแต่ไรวินท์กลับถามสวนว่าลูกสาวอยู่ไหน แพรขาวรีบกลับไปดูที่เตียงนอน ปรากฏว่าภายใต้ผ้าห่มมีเพียงหมอนและตุ๊กตา รีบวิ่งมาที่ประตูเห็นไรวินท์ยืนกลางสนามบอกให้เธอไปดูที่ท่าน้ำโดยเร็ว เธอตกใจมากรีบวิ่งออกไป

ชมพูยืนมองเด็กๆเล่นกันอยู่ในเรือลำหนึ่ง กวักมือให้ลงไปเล่นด้วยกัน กุญแจประตูรั้วเปิดออก ชมพูยืนลังเล...เสียงแพรขาวร้องเรียกชมพูอยู่ไหน ร่างชมพูลงไปผลุบๆโผล่ๆในคลอง

“ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย...แม่ขาแม่...”

แพรขาววิ่งมาถึงท่าน้ำ หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นประตูท่าน้ำเปิดอยู่ เธอร้องเรียกลูกเสียงหลง ประหลาดใจที่เห็นไรวินท์มายืนอยู่ตรงบันไดท่าน้ำ ไม่มีเวลาคิดสงสัย มองลงไปในคลองเห็นชมพูตะเกียกตะกายทวนกระแสน้ำอยู่...ไรวินท์ยืนตั้งสติรวบรวมพลังอย่างมากจนเกิดเป็นแสงสีนวลบางๆขึ้นวาบรอบตัว ก่อนจะคว้าเชือกเก่าๆที่พันหัวเสาเหวี่ยงลงไปในน้ำ ร้องบอกชมพูให้จับเชือกไว้ แพรขาวย้ำให้ลูกจับเชือก ชมพูร้องไห้เรียกหาแม่

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 1 วันที่ 20 ก.พ. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ