อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10 วันที่ 13 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10 วันที่ 13 ก.พ. 59

“เจิม..พาพี่อรรถกลับไปที่ตึกใหญ่” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาบอก
หม่อมเจ้าอรรถรัตน์อาฆาตกับปรุง “ฝากไว้ก่อนเถิดมึง”
เจิมรับคำแล้วเข้าไปประคองหม่อมเจ้าอรรถรัตน์
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้าไปดูแลแผลที่หน้าปรุง เอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาซับเลือดบนหน้าให้ปรุงด้วยความห่วงใยโดยไม่ถือตัวเลยสักนิด “โถ...ปรุง เจ็บมากไหมจ๊ะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองภาพหม่อมเจ้าหญิงภรณีกับปรุง...แน่ใจว่าทั้งสองต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกัน

หม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนอยู่ เจิมเดินนำปรุงเข้ามา ปรุงยังมีรอยฟกช้ำบนใบหน้าอยู่บ้าง
“ปรุงมาแล้วมังคะ”


ปรุงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นตรงหน้ารัมภา “ท่านหญิงมีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือกระหม่อม”
“ปรุงรู้สึกอย่างไรกับพี่หญิงณี”
ปรุงตกใจกับคำถามนั้น
“นี่! ปากอมอะไรไว้ ท่านหญิงถามทำไมไม่ตอบ !” เจิมย้ำ
“ท่านหญิงณีเป็นคนดี มีน้ำพระทัยงดงาม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น”
“ใช่ ปรุงพูดถูกต้องหมดทุกอย่าง พี่หญิงณีของชั้นเป็นคนดีมาก ต่อไปพี่หญิงก็ควรจะได้แต่งงานกับชายที่คู่ควร ให้สมพระเกียรติของเสด็จพ่อ ปรุงเห็นด้วยกับชั้นหรือไม่”
ปรุงก้มหน้า...รู้แล้วว่าหม่อมเจ้าหญิงรัมภาเรียกตนมาเตือนเรื่องความสัมพันธ์กับหม่อมเจ้าหญิงภรณี “เห็นด้วยกระหม่อม”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้ม “ดีล่ะ เช่นนั้นถ้าปรุงเห็นชายที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเข้ามาใกล้ชิดพี่หญิง ปรุงต้องรีบบอกชั้นนะ ชั้นจะเตือนสติพี่หญิงเอง เพราะบางครั้ง...จิตใจที่งดงามเกินไปของพี่หญิง ทำให้พี่หญิงหลงลืมไปว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรทำ”
ปรุงก้มหน้าด้วยความอึดอัด มีความไม่พอใจแฝงอยู่ที่ถูกหม่อมเจ้าหญิงรัมภาดูถูกเหยียดหยาม
ปรุงเดินปึงปังด้วยความหงุดหงิดกลับมาที่เรือน
หม่อมเจ้าหญิงภรณีถือถ้วยใส่ลูกประคบคอยปรุงอยู่ พอเห็นปรุงเดินกลับมาก็รีบเข้ามาหา “ปรุง ปรุงไปไหนมา ชั้นทำลูกประคบมาให้ ประเดี๋ยวชั้นช่วยประคบแผลบนหน้าให้ปรุงนะจ๊ะ”
“ไม่ต้องดอกท่านหญิง กระหม่อมทำเองได้”
“ชั้นทำให้ปรุงดีกว่า ปรุงก็รู้ว่าชั้นมือเบาแค่ไหน ปรุงมานั่งตรงนี้เถิด” หม่อมเจ้าหญิงภรณีดึงมือปรุงไปให้นั่งลง
ปรุงโมโหจึงสะบัดแขนออก “กระหม่อมบอกว่าไม่ต้องไงเล่า !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีกระเด็นไปล้มกองลงกับพื้น “ท่านหญิงเลิกยุ่งวุ่นวายกับกระหม่อมเสียทีเถิด อย่างไรเสียกระหม่อมก็ไม่มีวันรักท่านหญิง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้ “ แต่ปรุงเคยบอกว่าปรุงรักชั้น”
“กระหม่อมไม่เคยพูด ท่านหญิงคิดไปเอง”
“ไม่จริง! ปรุงเคยพูด ปรุงเคยบอกชั้น !”
“กระหม่อมจะพูดได้อย่างไร ในเมื่อกระหม่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหัวใจของกระหม่อมรักใครคนหนึ่งไปหมดแล้ว” ปรุงพูดจบแล้วเดินออกไป
“ปรุงรักใคร! ปรุงบอกชั้นมาเดี๋ยวนี้ว่าปรุงรักใคร !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งร้องไห้คร่ำครวญเหมือนคนบ้าอยู่อย่างงั้น

ปรุงเดินเข้ามายืนพิงต้นไม้อย่างหมดแรง “ท่านหญิง...กระหม่อมขอโทษ...ถ้ากระหม่อมไม่ทำเช่นนี้ ท่านหญิงก็จะไม่เลิกรักกระหม่อมเสียที”

ที่วังศุภมาศ คนใช้เดินนำล้อมเพชรกับเหมยกุยเข้ามาภายใน “รอสักประเดี๋ยว ท่านชายกับคุณริ้วทองกำลังลงมา”
คนใช้เดินออกไป ล้อมเพชรกับเหมยกุยมองไปรอบๆ ตัววังตื่นตาตื่นใจไปกับความยิ่งใหญ่หรูหราของวังศุภมาศ
“เหมยกุย..ชั้นอยากอยู่ที่นี่ ชั้นอยากเป็นสะใภ้ของวังศุภมาศ”
“ไม่ยากดอก รอให้ถึงเวลาเท่านั้น”
“เวลาอะไร”
เหมยกุยไม่ตอบแต่จิกตาร้าย ริ้วทองกับหม่อมเจ้าดิเรกเดินเกาะแขนกันลงมา เหมยกุยหันไปเห็นก็พยักพเยิดให้ล้อมเพชรมอง ล้อมเพชรกับเหมยกุยไปยกมือไหว้หม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทอง ทั้งสองรับไหว้
ล้อมเพชรตอแหล “คุณริ้วทองงดงามมีราศีสมกับเป็นสะใภ้ของวังศุภมาศ”
ริ้วทองยิ้มกว้างชอบใจ “ขอบคุณค่ะ คุณล้อมเพชร เหมยกุยคะ ท่านชายมีของมอบให้ตอบแทนที่พวกคุณช่วยชั้นไว้ในคืนนั้น”
หม่อมเจ้าดิเรกหยิบถุงกำมะหยี่สีแดงใส่ทองจากเสื้อด้านในมาส่งให้ล้อมเพชร
ล้อมเพชรทำเป็นไม่รับ “ไม่เป็นไรเพคะ ที่หม่อมชั้นกับเหมยกุยช่วยคุณริ้วทองเพราะอยากจะช่วยเท่านั้น ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน”
“เช่นนั้นก็ถือเสียว่าเงินนี้เป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจอันดีงามของพวกเธอทั้งสองแล้วกัน เพราะถ้าพวกเธอไม่ช่วยริ้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้เมียรักของชั้นจะเป็นเช่นไร” หม่อมเจ้าดิเรกหันไปมองริ้วทองตาหวาน
ล้อมเพชรได้แต่มองด้วยสายตาอิจฉาริษยา แต่พอหม่อมเจ้าดิเรกหันมา ล้อมเพชรก็ปั้นหน้าเป็นปกติ

เวลาต่อมา ที่สวนวังศุภมาศ ล้อมเพชรถาม “คุณริ้วไม่ได้บอกใครใช่ไหมว่า...คืนนั้นชั้นกับเหมยกุยเห็นว่าท่านหญิงรัมภาเป็นคนจ้างผู้ชายคนนั้นให้มาทำร้ายคุณ”
“ไม่ได้บอกค่ะ แม้แต่ท่านชาย...ชั้นก็ไม่ได้บอก ชั้นรับปากกับคุณสองคนแล้วว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อน ชั้นไม่ผิดคำพูดดอกค่ะ”
“แล้วคุณริ้วจะจัดการกับท่านหญิงรัมภาอย่างไรไง หวังว่าคุณจะไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปง่ายๆ”
“ไม่มีวันค่ะ ที่ผ่านมาชั้นคอยยอมให้ท่านหญิงทำร้ายร่างกายกดขี่ข่มเหงมาตลอด แต่เรื่องนี้ชั้นยอมไม่ได้ เพราะท่านหญิงทำกับชั้นมากเกินไป ชั้นต้องแก้แค้นคืนให้สาสม !”
ล้อมเพชรกับเหมยกุยมองหน้ากันอย่างสาแก่ใจ แล้วล้อมเพชรก็ถามริ้วทอง “คุณจะทำอย่างไรคะ”
ริ้วทองไม่ตอบ แต่จิกหน้าร้ายอย่างมีแผน

เรือนพักคณะนายรวย หม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทองนั่งอยู่ตรงหน้านายรวยกับนางรื่น ใกล้กันนั้นมีถุงกระดาษใส่ของฝากถุง และมีหีบกระเป๋าเสื้อผ้าของริ้วทอง
“ชั้นซื้อพวกผ้ากับของแห้งมาฝากพ่อรวยกับแม่รื่น ชั้นต้องไปทำงานที่สงขลาหลายวัน ริ้วก็เลยขอกลับมาอยู่ที่นี่กับพ่อรวยแม่รื่นชั่วคราว ยังไงชั้นฝากริ้วด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงเพคะ หม่อมชั้นจะดูแลนัง..เอ้ย..ริ้วทองให้ดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยเพคะ”
“กลับมาจากสงขลาคราวนี้ ชั้นจะจัดการเรื่องแต่งงานของชั้นกับริ้วเสียที ใครจะได้ดูถูกริ้วไม่ได้อีก”
ริ้วทอง นายรวย นางรื่นยิ้มสุขใจ

หม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทองเดินจับมือกันมาจากทางเรือนพักคณะนายรวย ริ้วทองใส่กำไลมาศอยู่ด้วย “ชั้นไม่อยากจากริ้วไปเลย”
ริ้วทองจับมือหม่อมเจ้าดิเรกมาแล้ววางสร้อยเงินพระเครื่องล้อมกรอบเหล็กลงบนมือ “อำนาจพระพุทธคุณจะคุ้มครองท่านชายให้เดินทางปลอดภัย แล้วเราจะได้กลับมาพบกันอีกเพคะ” ริ้วทองจับมือหม่อมเจ้าดิเรกกำสร้อยพระ แล้วเธอก็โน้มหน้าก้มจูบลงบนมือของท่านชาย
“พระของใครกัน”
“ของพ่อ พ่อฝากให้ท่านชายเพคะ”
“ฝากขอบใจพ่อรวยด้วยนะ ริ้วอยู่ที่นี่ก็ต้องระวังรักษาตัวให้ดี จำเอาไว้ว่าถึงเราจะห่างกัน แต่ชั้นจะคิดถึงริ้วทุกลมหายใจ” หม่อมเจ้าดิเรกโน้มหน้าไปจูบแก้มริ้วทอง ริ้วทองยิ้มสุขใจเหลือเกิน

ริ้วทองเข้ามาในเรือน นายรวยกับนางรื่นกำลังดูข้าวของในถุงที่หม่อมเจ้าดิเรกเอามาฝาก ริ้วทองวิ่งเข้านอกออกในห้อง มองออกไปนอกหน้าต่างชะเง้อมองหาปรุง
“ท่านชายกลับไปแล้วเหรอ”
“จ้ะ”
“ผัวไม่อยู่ เอ็งก็น่าจะอยู่ที่วังเขา คอยดูแลรับใช้แม่ผัว ท่านจะได้เมตตาเอ็ง”
“ไม่เอาหรอก คนที่ศุภมาศเกลียดขี้หน้าชั้น ชั้นไม่อยากอยู่ พ่อจ๊ะ...พี่ปรุงไปไหน”
“ออกไปตัดกล้วย มันว่าจะเอามาให้แม่รื่นทำขนมไปขายที่ตลาด มันไปนานแล้วเดี๋ยวมันก็กลับมา”
ริ้วทองยิ้มร้าย

ริ้วทองนั่งอยู่หน้ากระจก ดวงตานิ่งร้าย “นังรัมภา...แกให้คนมาทำร้ายชั้น ชั้นจะเอาคืนแกอย่างสาสม!” ริ้วทองทั้งทุบทั้งหยิกร่างกายตัวเอง

ริ้วทองยืนชะเง้อคอยมองไปที่ทางเดิน ปรุงเดินเข้ามา “พี่ปรุง !” ริ้วทองรีบแกล้งไปนั่งลงบนแคร่ ควักยาในตลับมาทาที่รอยฟกช้ำบนแขนตัวเอง
ปรุงเดินผ่านมาเห็นริ้วทองเข้า “เอ็งมานั่งทำอะไรตรงนี้ แล้วนั่นแขนไปโดนอะไรมา” ปรุงถามพร้อมกับกระชากแขนของริ้วทองมาดูใกล้ๆ จึงเห็นว่ามีรอยฟกช้ำอยู่ที่ต้นแขน “ริ้ว เอ็งไปโดนอะไรมา”
ริ้วทองแกล้งตอแหลอึกอัก...สร้างความสนใจให้ปรุง “เอ่อ...ไม่มีอะไรดอกจ้ะพี่ปรุง”
ได้ผล ปรุงไม่เชื่อที่ริ้วทองพูดจึงกระชากแขนเสื้อของริ้วทองอีกข้างเปิดดู เห็นรอยฟกช้ำ ปรุงเปิดเสื้อด้านหลังของริ้วทองดูด้วยก็มีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำๆ “ริ้ว เอ็งบอกพี่มาเดี๋ยวนี้ ! ใครทำร้ายเอ็ง !”
ริ้วทองแกล้งบีบน้ำตาร้องไห้ “ถ้าชั้นบอกพี่แล้ว พี่อย่าบอกพ่อกับแม่นะจ๊ะ ชั้นไม่อยากให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจ”ปรุงพยักหน้ารับ “ท่านหญิงรัมภาสั่งคนมาข่มเหงชั้น”
ปรุงอึ้งไปเลย !

หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตานองหน้าเดินถือมีดสั้นไปไปที่เรือนคณะนายรวย “ถ้าปรุงไม่รักชั้น ชั้นขอตายต่อหน้าปรุงเสียเลยดีกว่า”

ปรุงจะไปที่ตึกใหญ่ให้ได้ ริ้วทองดึงตัวปรุงเอาไว้ “พี่ปรุงอย่าไป! ชั้นขอร้องนะพี่ ช่างเขาเถิด!”
“ช่างไม่ได้ดอกริ้ว พี่ต้องไปถามว่าทำไมถึงต้องทำกับเอ็งถึงเพียงนี้ด้วย เอ็งปล่อยพี่ !”
ปรุงผลักริ้วทองออก ริ้วทองกระเด็นและแกล้งทำว่าเจ็บแขนมากๆ “โอ๊ย !”
“ริ้ว !” ปรุงวิ่งเข้าไปดูริ้วทอง “เอ็งเจ็บมากไหม”
“ไม่จ้ะ ชั้นไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ปรุงเชื่อชั้นเถิดนะ อย่าไปถามท่านหญิงเลย เพราะท่านหญิงจะไม่มีวันยอมรับ ดีไม่ดี..ท่านจะหาว่าชั้นใส่ร้าย คราวนี้พ่อแม่ก็จะลำบากไปด้วย”
“แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ท่านหญิงก็จะยิ่งได้ใจ”
“ถ้างั้นพี่ปรุงต้องช่วยแก้แค้นท่านหญิงคืนให้ชั้นสิจ๊ะ”
“แก้แค้น?! แก้แค้นยังไง”
“ทำเหมือนที่ท่านหญิงทำกับชั้น”
“จะให้พี่ไปข่มเหงท่านหญิงเหรอ! พี่ทำไม่ได้”
“ไม่ต้องถึงเพียงนั้นดอกจ้ะ แค่ทำให้ท่านหญิงกลัวเหมือนอย่างที่ชั้นกลัว ท่านหญิงจะได้รู้บ้างว่าชั้นรู้สึกอย่างไร แม่เล่าให้ฟังว่าตอนชั้นไม่อยู่ชายอรรถมารังแกพวกเรา พี่ปรุงไม่อยากเอาคืนบ้างหรือจ๊ะ นะจ๊ะพี่ปรุง ถือว่าช่วยแก้แค้นให้ชั้น ให้พ่อ แม่” ปรุงหนักใจ ริ้วทองจับมือปรุงขึ้นมาวางแนบที่แก้มตัวเอง...ใช้มารยาหญิงออดอ้อนออเซาะ “พี่ปรุงจ๋า...ถ้าพี่ปรุงไม่ช่วยชั้น ก็เท่ากับว่าพี่ลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับชั้น พี่ปรุงลืมมันแล้วหรือจ๊ะ”
ปรุงมองริ้วทองด้วยความรักล้นหัวใจ

ปรุงมองริ้วทองด้วยความรักและผิดหวัง ริ้วทองยิ้มทั้งน้ำตาออเซาะปรุง “พี่ปรุงบอกกับชั้นซีจ๊ะ ว่าพี่ปรุงลืมคำสัญญาแล้วหรือยัง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตานองหน้าเดินถือมีดสั้นหมายจะไปฆ่าตัวตายให้ปรุงดูเดินผ่านมาเห็นภาพหวานของริ้วทองกับปรุงเข้าก็หยุดยืนมอง
ปรุงเอ่ยกับริ้วทองเสียงหวาน “พี่ไม่เคยลืม พี่เคยสัญญาว่าจะรักและดูแลเอ็งตลอดไป ต่อให้เอ็งเป็นของใครไปแล้วพี่ก็ยังจะรักเอ็ง..ริ้วทอง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ “ปรุงรักริ้วทอง !”
ริ้วทองแกล้งทำเป็นยิ้มซึ้งใจ ทำให้ริ้วทองยิ่งดูสวยน่ารัก ด้วยความรักที่ล้นหัวใจกับความผิดหวังที่ปรุงมีมาตลอดตั้งแต่รู้เรื่องหม่อมเจ้าดิเรกกับริ้วทอง ทำให้ปรุงขาดสติยับยั้งชั่งใจ เขายกมืออีกข้างประคองหน้าริ้วทองแล้วโน้มหน้าลงจะจูบริมฝีปากของริ้วทอง
มือที่กำมีดของหม่อมเจ้าหญิงภรณีปล่อยลงพื้น เธออึ้งไปกับภาพบาดตา ขณะที่ริ้วทองก็มีอาการชะงักงันไปนิด แต่ก็จำใจหลับตายอมให้ปรุงจูบเพราะหวังสิ่งตอบแทนจากปรุง ปรุงบรรจงจูบริ้วทองอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวลด้วยความรักล้นหัวใจเหลือเกิน หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองภาพบาดตานั้นแล้วกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น !

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินฉับๆ มาตามทาง...ใบหน้าของเธอนิ่งเฉยแต่น้ำตาไหลพราก..ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ในหัวคิดถึงแต่ภาพบาดตาของริ้วทองกับผัวของเธอ! หญิงสาวโกรธจนสติแตก...ความเก็บกดที่อยู่ภายในถูกแสดงออกมา...หม่อมเจ้าหญิงภรณีดึงทึ้งต้นไม้ไม่ยั้งมือ ไม่สนใจว่ากิ่งไม้จะบาดมือจนเลือดไหล แล้วกัดหลังมือตัวเองก่อนจะกรี๊ดในลำคอเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไป หญิงสาวกัดมือตัวเองจนเลือดซิบ เมื่อสาแก่ใจแล้วเธอก็ปล่อยมือออกแล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้นร้องไห้โฮ

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเพิ่งกลับจากทำงานกำลังเดินเข้าไปในตึกใหญ่ เจิมถือหนังสือและกระเป๋าเอกสารของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา สายตาของเจิมมองไปที่ถนนหน้าวัง เจิมแปลกใจ “รถท่านชายดิเรก !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันมองตาม “ท่านชายมาส่งนังริ้วทองที่นี่ เพราะว่าท่านจะเสด็จไปทำงานที่สงขลา แล้วก็เพิ่งจะเสด็จกลับไปเมื่อสักครู่ใหญ่นี้เอง เสด็จกลับมาทำไมอีก”
หม่อมเจ้าดิเรกเดินรีบร้อนเข้ามาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ใบขนาดกลาง หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกมือไหว้
หม่อมเจ้าดิเรกรับไหว้ “ริ้วทองลืมกระเป๋าอีกใบไว้ในรถ เจิมให้ใครไปตามริ้วทองมาหาชั้น” เขามองนาฬิกาข้อมือแล้วเปลี่ยนใจ “ชั้นไปหาเองเลยดีกว่า ประเดี๋ยวจะไม่ทันเวลารถไฟ”
หม่อมเจ้าดิเรกกำลังจะเดินออกไปทางเรือนพักนายรวย แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาห้ามไว้ด้วยความห่วงใยต่อหม่อมเจ้าดิเรกอย่างแท้จริง “เจ้าพี่คะ...น้องให้ใครเอากระเป๋าไปให้ริ้วทองเองค่ะ เจ้าพี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” หม่อมเจ้าดิเรกมีสีหน้าอึดอัด “น้องไม่ทำลายกระเป๋าของริ้วทองดอกค่ะ มันไร้แก่นสาร”
“พี่รบกวนน้องรัมภาด้วย แล้วพี่จะซื้อขนมบูตูที่น้องชอบมาฝาก”
“ขอให้เจ้าพี่เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอค่ะ” แววตาของหม่อมเจ้าหญิงรัมภามีความห่วงใยระคนเศร้า
หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มนิดๆ ให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภา

หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตานองหน้าวิ่งไปที่ตึกใหญ่ “เจ้าพี่ดิเรก!” แต่เธอชนเข้าไปกับบัวถือชามใส่แกงเดินผ่านมา ทั้งสองล้มระเนระนาด น้ำแกงราดใส่ตัวหม่อมเจ้าหญิงภรณี
“ขอประทานอภัยมังคะท่านหญิง หม่อมชั้นเช็ดให้นะมังคะ” บัวกุลีกุจอใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่เหน็บเอวไว้เช็ดเสื้อให้
หม่อมเจ้าหญิงภรณีผลักบัวออกและตะคอกบัวอย่างเกรี้ยวกราด “ไปให้พ้น!” เธอรีบลุกวิ่งออกไป “เจ้าพี่ดิเรก !”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10 วันที่ 13 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ