อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/3 วันที่ 13 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/3 วันที่ 13 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่นวิ่งเข้ามา
“ว้าย ! ท่านหญิง ท่านหญิงเสด็จไหนมามังคะ หม่อมชั้นตามหาเสียให้ทั่ว”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาผวากอดหม่อมเจ้าหญิงภรณี ร้องไห้ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นสภาพของน้องสาวก็ตกใจ “น้องหญิง ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ใครทำร้ายน้องหญิง”
“หญิงไม่รู้ มันเข้ามาจับตัวหญิงไปที่ป่าท้ายวัง แล้วมันก็จะข่มเหงหญิง” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาร้องไห้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีดึงร่างน้องสาวมากอด

ที่ห้องนอนหม่อมเจ้าหญิงรัมภา หญิงสาวยังอยู่ในภาพยับเยินนั่งน้ำตาไหลด้วยความเสียใจและหวาดกลัว หม่อมเจ้าหญิงภรณีคิดหนัก
ขณะที่เจิมบีบนวดให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภาและร้องไห้ทุกข์เสียยิ่งกว่า “ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้”


“หญิงไม่รู้ มันปิดหน้าปิดตาหมดเลย ดีที่น้องเอาไม้แทงแขนมันเสียก่อน หญิงถึงรอดมาได้”
“โถ...น้องหญิง พี่ว่าน้องหญิงรีบไปทูลท่านพ่อดีกว่า ท่านจะได้สั่งให้คนออกตามล่าตัวมันมาลงโทษ”
“หญิงไม่อยากบอกใครให้เรื่องใหญ่โต ถึงหญิงจะปลอดภัย แต่เรื่องฉาวโฉ่พรรค์นี้เป็นที่สนุกปากของคนนัก หญิงต้องถูกตีตราบาปด้วยคำนินทาของคนว่าถูกคนใจทรามข่มเหงรังแก แล้วหญิงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
เจิมโกรธแค้น “นึกแล้วอยากให้ไม้ที่ท่านหญิงปักแขนมันเปลี่ยนเป็นมีดคมนะมังคะ จะได้แทงมันให้ตายๆไปเสียเลย มันจะได้ไม่ต้องไปทำชั่วกับใครอีก”
คำพูดของเจิมสะดุดหูหม่อมเจ้าหญิงภรณี “ไม้ปักที่แขน...” เธอคิดไปถึงภาพที่เจอปรุงก่อนหน้านี้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีอึ้งตกใจ
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสังเกตเห็นสีหน้าของพี่สาว “มีอะไรหรือเปล่าคะพี่หญิง” หม่อมเจ้าหญิงภรณีลังเลหนักใจอยู่ว่าจะบอกเรื่องปรุงหรือไม่บอก อาการลังเลนั้นทำให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ่งสงสัย “พี่หญิงรู้อะไรหรือเปล่าคะ”
“มะ...ไม่มีจ้ะ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง “น้องหญิงไปเปลี่ยนผ้าเถิด พี่ขอตัวไปดูแลพี่อรรถก่อน”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาพยักหน้ารับ หม่อมเจ้าหญิงภรณีออกไป หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองตามอย่างสงสัย แล้วลุกเดินมาที่หน้าต่าง ครุ่นคิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เปลี่ยนผ้าเถอะมังคะท่านหญิง” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเงียบ เจิมคลานเข้าไปหา “ท่านหญิงทรงคิดอะไรอยู่มังคะ”
“ชั้นกำลังคิดว่า มันเป็นใครถึงหาญกล้าถึงเพียงนี้”
“ทำพระทัยให้สบายเถอะมังคะ หม่อมชั้นเชื่อว่า เราจะได้ตัวมันอย่างแน่นอน”
พลันสายตาหม่อมเจ้าหญิงรัมภามองลงมาจากหน้าต่าง หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินออกไปจากวังมุ่งหน้าไปทางเรือนพักคณะนายรวย
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันมาพูดกับเจิม “เจิม ช่วยอะไรหญิงหน่อย” เจิมแปลกใจ

ที่ด้านหลังเรือนพักคณะนายรวย ปรุงดึงไม้ออกจากแขน...เลือดสดๆ ไหลติดไม้มา...ปรุงโยนไม้ทิ้งแล้วถอดเสื้อออก ริ้วทองเดินถือกระบุงใบเล็กๆ ใส่ของเข้ามาหาปรุง
“ทำไมมาช้านัก”
ริ้วทองมีสีหน้าบึ้งตึง พูดเสียงห้วน ไม่มองหน้าปรุง “ชั้นโขลกใบฝรั่งกับน้ำปูนใสมาให้ทาแผล แล้วก็มีเสื้อผ้ากับถุงเงิน พี่ไปหาที่หลบซ่อนตัวก่อนแล้วกัน รอให้แผลหายแล้วค่อยกลับมา ชั้นจะบอกพ่อกับแม่ว่าพี่ออกไปหางานทำ ชั้นไปนะ ออกมานานเดี๋ยวพ่อแม่จะสงสัย”
“เอ็งโกรธพี่เรื่องอะไรริ้ว”
“ยังจะต้องให้บอกอีกหรือ” ริ้วทองจะเดินไป
ปรุงลุกขึ้นใช้แขนข้างที่เป็นแผลคว้าแขนริ้วทอง “เดี๋ยว !”
ริ้วทองสะบัดมือปรุงออกอย่างแรง “ปล่อยชั้น !”
ปรุงเจ็บแผล “โอ๊ย !!!”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกำลังเดินไปที่เรือนพักคณะนายรวย ได้ยินเสียงปรุงร้องดังแว่วๆ มาจากด้านหนึ่ง เธอหันขวับไปมอง “เสียงปรุง !?” หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินไปทางเสียง
เจิมมองตาม “ท่านหญิงจะไปไหน”

ปรุงเจ็บแผล ริ้วทองเข้าไปดูปรุง “เจ็บมากไหมพี่ปรุง !”
ปรุงจับมือริ้วทอง “เจ็บกายเท่านี้พี่ทนได้ แต่ถ้าเอ็งโกรธพี่ พี่ทนไม่ได้ดอกนะริ้ว” ปรุงมองริ้วทองด้วยแววตารัก

อีกด้าน หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามาเห็นปรุงกับริ้วทองยืนคุยกันอยู่ “ปรุงมีแผลที่แขนจริงด้วย !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีแอบเดินเข้าไปฟังใกล้ๆ
ริ้วทองใจอ่อน “ชั้นไม่ได้โกรธพี่มากนัก แต่ชั้นเสียดายที่พี่จัดการนังท่านหญิงไม่สำเร็จ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ แล้วเสียงของเจิมที่พูดอย่างเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธจัดก็ดังขึ้นจากข้างหลัง “อีริ้วทอง มึงทำร้ายท่านหญิงของกู !”
เจิมจะพุ่งเดินไปหาริ้วทอง แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณีคว้าร่างเจิมแล้วปิดปากแตะนิ้วที่ริมฝีปากตัวเอง “ชู่ว์...” เธอพยักหน้าไปทางปรุงกับริ้วทอง ส่งสัญญาณให้เจิมฟังริ้วทองต่อ เจิมพยักหน้ารับยอม ทั้งสองแอบฟังริ้วทองกับปรุงคุยกัน
“พี่ผิดที่ทำพลาด แต่เท่านี้ท่านหญิงรัมภาก็อับอายไปจนวันตายแล้ว”
“แต่มันยังไม่สาแก่ใจของชั้น! ถ้าให้ดีพี่ควรจับท่านหญิงรัมภาเป็นเมียให้รู้แล้วรู้รอด ลูกนายรวยจะได้เป็นทั้งเขยติณชาติและสะใภ้ศุภมาศ”
ปรุงห่วงใย “ระวังความแค้นจะเผาตัวเอ็งเองนะริ้ว”
“แต่นังหญิงรัมภามันทำชั้นก่อน และชั้นก็เชื่อว่านังหญิงรัมภามันไม่ยอมจบกับชั้นง่ายๆ แน่ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่สั่งคนให้ไปปลุกปล้ำชั้น แต่ชั้นไม่กลัวดอก ชั้นจะจองล้างจองผลาญกับมันจนกว่าจะตายกันไปข้าง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับเจิมยืนแอบมองปรุงกับริ้วทองด้วยความโกรธ !

เจิมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “อีริ้วทอง! อีงูพิษ! อีชาติชั่ว! เรารีบไปทูลบอกท่านหญิงรัมภาให้รู้ จะได้หาทางจัดการทั้งนังริ้วทองกับไอ้ปรุง !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจเมื่อได้ยินชื่อปรุง เจิมจะวิ่งออกไป หม่อมเจ้าหญิงภรณีรีบคว้าตัวไว้ “เจิมอย่า!”
“ท่านหญิงห้ามหม่อมชั้นทำไมมังคะ”
“เจิมก็ได้ยินที่ริ้วทองพูดไม่ใช่หรือ ถ้าน้องหญิงรู้เรื่องแล้วมาจัดการริ้วทอง ริ้วทองก็จะต้องย้อนกลับมาแก้แค้นน้องหญิงอีก แล้วคนใจชั่วอย่างริ้วทองกล้าทำได้ทุกอย่าง คนที่จะเดือดร้อนก็น้องหญิงหัวแก้วหัวแหวนของเจิม”
“จริงด้วย แล้วเราจะจัดการพวกมันอย่างไรดี”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีแอบยิ้มโล่งใจที่เจิมยอมเชื่อ แล้วกล่อมเจิม “หญิงไม่รู้ หญิงรู้แค่เพียงว่าริ้วทองเป็นต้นเหตุทั้งหมด ถ้าไม่มีริ้วทอง เราทุกคนจะมีความสุขกันมากขึ้น”
“ใช่แล้ว ถ้าไม่มีนังริ้วทอง ท่านหญิงรัมภาของหม่อมชั้นก็จะมีความสุข เช่นนั้นก็อย่าปล่อยให้งูพิษอย่างมันมีชีวิตอยู่ให้รกหูรกตาอีกต่อไป!” เจิมจิกหน้าร้าย
หม่อมเจ้าหญิงภรณีลอบยิ้มสมใจ

คืนนั้น ที่ห้องพักในโรงแรมต่างจังหวัด หม่อมเจ้าดิเรกในชุดสูทใส่ไปทำงานถือม้วนกระดาษวาดแบบเข้ามาในห้อง สร้อยพระที่คอหม่อมเจ้าดิเรกหลุดลงพื้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมามอง...ใจไม่ดีกลัวว่าจะเป็นลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง “ริ้วทอง !!”

วันต่อมา ที่วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินงุ่นง่านไปมาอย่างร้อนใจกำลังรอคอยใครสักคน เจิมเดินนำชายฉกรรจ์แต่งตัวชาวบ้านสะพายข้องใส่ปลามีฝาปิดเข้ามาหา
“ได้มากี่ตัว”
“สามมังคะ งูตัวเมียเพิ่งออกไข่ จะดุร้ายมากมังคะ”
“ดี ให้สมกับความชั่วร้ายของริ้วทอง !”

ที่เรือนพักนายรวย ในห้องหุ่นกระบอกนางยี่สุ่นของริ้วทองวางอยู่บนโต๊ะหน้ากระจก ริ้วทองนุ่งกระโจมอกเตรียมไปอาบน้ำ..ม้วนผมด้วยหนังยาง...แล้วถือขันเงินเดินออกไปนอกห้อง

ริ้วทองเปิดประตูออกมา ปิดประตู แล้วเดินออกไป ชายใส่ผ้าดำปิดบังหน้าตาปีนขึ้นมาพร้อมสะพายข้องใส่งูเห่ามาจากทางหน้าต่าง มองตามร่างริ้วทองไป แล้วย่องเข้าไปในห้องนอนริ้วทอง ...ชายฉกรรจ์ถือข้องเปิดประตูเข้ามาในห้อง เปิดฝาข้องเทงูเห่าลงพื้น แล้วย่องออกไปจากห้อง ปิดประตูให้สนิท กองงูเห่าตัวดำมะเมื่อมหลายตัวเลื้อยยั้วเยี้ยอยู่บนพื้น !

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินงุ่นง่านไปมาอยู่ในห้อง เจิมเปิดประตูเข้ามา หม่อมเจ้าหญิงภรณีรีบวิ่งไปถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
“ไม่นานเกินรอ...นังริ้วทองจะไม่อยู่เป็นมารทำลายความสุขของเราอีกต่อไปแล้วมังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มร้าย

ริ้วทองเพิ่งอาบน้ำเสร็จ...ใส่ผ้าถุงกับเสื้อใหม่เรียบร้อยแล้ว...เดินถือขันน้ำมาที่หน้าเรือน นายรวยกับนางรื่นนั่งบนแคร่ นายรวยใช้แปรงปัดทำความสะอาดหัวหุ่นกระบอกอย่างเบามือ นางรื่นเอาผ้าสะอาดปัดๆ ฝุ่นตามเสื้อผ้าของหุ่น
“พ่อแม่ยังไม่ขึ้นเรือนกันอีกหรือจ๊ะ ยุงเยอะแล้วนะ”
“พ่อเอ็งน่ะสิ ดื้อจะทำให้ความสะอาดหุ่นกระบอกให้ครบทุกตัวก่อน”
“ไหนๆ ทำแล้วก็ทำให้มันครบทุกตัว เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำแล้ว” นายรวยบอก
“ทำไมจ๊ะพ่อ”
“เอ็งไปแย่งผัวลูกสาวเขา เขาไม่ให้เราอยู่นานดอก แล้วหุ่นกระบอกพวกนี้เป็นสมบัติของวังติณชาติไม่ใช่ของเรา เรามาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว”
“ประเดี๋ยวชั้นเอาของเข้าไปเก็บ แล้วออกมาช่วยพ่อนะจ๊ะ ในห้องชั้นก็มีหุ่นนางยี่สุ่นอีกตัว เอามาทำความสะอาดด้วยเลย” ริ้วทองเดินเข้าไปในบ้าน

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินงุ่นง่านไปมาอย่างลุ้นระทึก

ริ้วทองเดินเข้ามาในเรือน ในห้อง งูเห่าเลื้อยคลานอยู่ตามมุมต่างๆ ริ้วทองเดินมาถึงหน้าห้องนอน กำลังจะผลักประตูกำลังจะผลักเข้าไปแล้ว !!!!
“ริ้วทอง ! ริ้วทอง!” เสียงบัวตะโกนดังขึ้นมาจากหน้าบ้าน มือริ้วทองที่ดันประตูชะงัก ริ้วทองหันขวับไปทางหน้าบ้าน

ริ้วทองถือขันน้ำเดินออกมาจากในบ้าน เห็นบัวยืนหอบแฮ่กๆ เพราะวิ่งมาจากวัง นายรวยกับนางรื่นอยู่ที่แคร่ด้วย
“มีอะไรหรือจ๊ะ”
“คนที่วังศุภมาศเอาโทรเลขของท่านชายมาให้ รีบไปตึกใหญ่เร็ว”
“จ้ะๆ” ริ้วทองวางขันน้ำไว้บนแคร่แล้ววิ่งออกไปกับบัว
นางรื่นตะโกนตาม “ริ้ว อย่าลืมส่งโทรเลขกลับไปบอกให้ท่านชายซื้อของฝากมาให้ด้วยนะ”
นายรวยปรามเมีย “แม่รื่นนี่นะ อย่าให้ลูกไปรบกวนท่านเลย เกรงใจท่าน”
“สงขลามันไกล ชาตินี้ชั้นคงไม่ได้มีบุญได้ไปเอง”
“ขอโทษนะ ที่เคยสัญญาว่าจะพาไปเที่ยว แต่ไม่เคยได้พาไปไหนเลย”
สายตาของนายรวยเศร้าหมอง จนนางรื่นรู้สึกผิด นางรื่นจับแขนนายรวย น้ำเสียงอ่อนโยน “ชั้นพูดเล่นน่ะพี่ ชั้นไม่อยากไปไหนดอก ได้อยู่กับพี่ชั้นก็มีความสุขแล้ว ชั้นไปเอาหุ่นกระบอกของนังริ้วมาดีกว่า พี่จะได้ทำให้มันเสร็จๆ จะได้เข้าบ้านกันสักที”
นายรวยยิ้มรับ นางรื่นเดินเข้าไปในบ้าน นายรวยมองตามด้วยความรัก
นางรื่นเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินไปที่หน้าโต๊ะกระจกจะหยิบหุ่นกระบอกนางยี่สุ่น แต่ทันใดนั้นสายตาของนางรื่นก็หันไปเห็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยอยู่ในห้อง นางรื่นร้องกรี๊ดตกใจสุดขีด แล้วผงะล้มลงไปบนพื้น จึงเจอว่ามีงูเห่าอีกตัวอยู่ตรงนั้น นางรื่นตาโตตกใจสุดขีด แต่ไม่ทันแล้ว เกิดเสียงดังฉึก นางรื่นสะดุ้งสุดตัว..อ้าปากค้าง...ตาเบิกโพลง แต่ยังไม่ตาย
นายรวยวิ่งเข้ามาที่ห้อง “แม่รื่นร้องทำไม !”
ฉึก! เสียงงูเห่าฉกดังขึ้น ร่างนายรวยสะดุ้งเพราะถูกงูเห่าฉกที่ขา นายรวยล้มลงกับพื้น ใกล้ร่างของนางรื่นที่ใกล้จะขาดใจตาย งูเห่าเลื้อยออกไปจากห้อง นายรวยรู้ว่าตัวเองมีเวลาเหลือไม่กี่วินาที...จึงใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาเมียรัก

คนใช้อ่านในกระดาษโทรเลขแล้วบอกริ้วทอง “ท่านชายทรงเขียนมาว่า...เป็นห่วง ขอให้คุณดูแลรักษาตัวให้ดี คิดถึงมาก”
ริ้วทองยิ้มสุขใจ “ท่านชายของริ้ว” เธอบอกกับคนใช้ “ขอบคุณมากนะ ที่อ่านให้ชั้นฟัง”
“ชั้นหมดธุระแล้ว ขอตัวกลับก่อน” คนใช้ส่งกระดาษให้ริ้วทองแล้วเดินออกไป
ริ้วทองพับกระดาษเหน็บกับผ้าถุง หันหลังจะกลับ ระหว่างนั้นหางตาของริ้วทองเหลือบไปเห็นพ่อแม่ยืนอยู่ข้างหลังเธอ ริ้วทองหันขวับไปมอง แต่ปรากฏว่าไม่มีใคร ริ้วทองแปลกใจ “ทำไมตาฝาดเห็นพ่อแม่” ริ้วทองนึกสังหรณ์ใจว่าจะเกิดลางร้ายกับพ่อแม่จึงรีบวิ่งกลับไป

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจอยู่ในห้อง ทันใดนั้นสายตาของเธอก็มองลงไปเห็นริ้วทองวิ่งจากตึกใหญ่ไปที่ทางเรือนคณะนายรวย หญิงสาวแปลกใจ “ริ้วทอง !? ทำไมริ้วทองไม่อยู่ในห้อง !”

ริ้วทองวิ่งเข้ามาที่เรือนพัก แต่ไม่เห็นใคร มีเพียงชิ้นส่วนหุ่นกระบอกวางอยู่บนแคร่ ริ้วทองร้องเรียกและมองหาไปรอบๆ “พ่อ! แม่ อยู่ไหนกันจ๊ะ” ริ้วทองวิ่งเข้าไปในบ้าน

ริ้วทองวิ่งเข้ามา...สายตาหันไปปะทะกับอะไรบางอย่างที่ห้องนอนของเธอ...หน้าริ้วทองชะงักงัน ริ้วทองเดินไปที่ห้องนอน พบศพของนายรวยและนางรื่นนอนกอดกันอยู่ในห้อง ริ้วทองตะโกนสุดเสียง เสียใจที่สุดในชีวิต “พ่อ! แม่!” เธอวิ่งเข้าไปกอดศพพ่อแม่ “ ฮือๆๆ พ่อ แม่เป็นอะไร! ใครทำพ่อแม่! ฮือๆๆ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งตามเข้ามา เห็นภาพริ้วทองกอดศพพ่อแม่ร้องไห้อยู่ในห้องนอนก็ช็อค น้ำตาไหลพรากๆ เพราะไม่ได้อยากจะฆ่าคนอื่นนอกจากริ้วทอง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีดิ้นละเมอร้องไห้อย่างคลุ้มคลั่ง “ขอโทษ! ขอโทษ! ชั้นไม่ได้ตั้งใจ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ!”
เกล้ามาศจับร่างหม่อมเจ้าหญิงภรณีไว้ “ท่านทวดขา ! ท่านทวด !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็หยุดคลุ้มคลั่ง...หันมามองหน้าเกล้ามาศ “มาศ”
“ค่ะ มาศเอง วันนี้ท่านทวดตื่นสายกว่าทุกวัน มาศก็เลยเข้ามาดู พอดีเห็นท่านทวดละเมอฝันร้าย ท่านทวดฝันว่าอะไรเล่าให้มาศฟังได้ไหมคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีโกหก “ทวดก็ฝันไปเรื่อย ไม่มีอะไรหรอก” เกล้ามาศยิ้มรับแต่รู้ว่าหม่อมเจ้าหญิงภรณีโกหก “มาศ...ทวดอยากไปทำบุญ”
“มาศก็อยากทำบุญให้ริ้วทองเหมือนกันค่ะ”

ริ้วทองโกรธตะโกนก้อง “ไม่ต้องทำบุญให้กู ! กูไม่เอา !”

ที่กุฎิพระปราบ อินทวงศ์ เกล้ามาศแตะแขนหม่อมเจ้าหญิงภรณีที่กำลังเทน้ำลงจากที่กรวดน้ำ พระปราบถือตาลปัตรบังหน้าสวดนำการกรวดน้ำจนพระปราบสวดจบ
“ผมเอาน้ำไปเทใต้ต้นไม้ให้ครับ” อินทวงศ์ยกถ้วยกรวดน้ำออกไป
หม่อมเจ้าหญิงภรณีชำเลืองมองพระปราบนิดนึงเพราะอยากจะคุยกับพระปราบตามลำพัง เกล้ามาศเห็นท่าทางของหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็รู้เท่าทันความคิดของทวด

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/3 วันที่ 13 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ