อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าหญิงภรณีชำเลืองมองพระปราบนิดนึงเพราะอยากจะคุยกับพระปราบตามลำพัง เกล้ามาศเห็นท่าทางของหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็รู้เท่าทันความคิดของทวด
“มาศไปเป็นเพื่อนคุณต๊ะนะคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มรับ เกล้ามาศตามอินทวงศ์เดินออกไป

อินทวงศ์เทน้ำจากถ้วยกรวดลงใต้ต้นไม้ โดยไม่รู้ตัวว่าเกล้ามาศเดินตามลงมา “มารับบุญไปนะริ้วทอง คุณมาศตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณจริงๆ”
เกล้ามาศยิ้ม “ขอบคุณนะคะที่พยายามไกล่เกลี่ยให้ชั้นกับริ้วทอง”
“แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า ว่าแต่คุณลงมาทำไมครับ”

“ท่าทางท่านทวดอยากจะคุยกับพระปราบตามลำพังน่ะค่ะ ดีเหมือนกันเผื่อว่าพระปราบจะช่วยทำให้ท่านทวดสบายใจขึ้นได้”
“ผมก็เห็นเหมือนกัน ตั้งแต่ผมไปรับคุณกับท่านทวด ท่านทวดดูไม่ผ่อนคลายเลย ท่านไม่สบายหรือเปล่าครับ”



“ไม่รู้จริงๆ ค่ะ เพราะถามท่านเท่าไหร่ ท่านก็ไม่ยอมบอก”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์ไม่สบายใจ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองพระปราบด้วยความอึดอัด..เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ไม่กล้าพูด
พระปราบยิ้มละมุน “อาตมาไม่มีอำนาจหยั่งรู้ความคิดของโยมได้หรอกนะ ถ้ามีสิ่งใดติดค้างคาใจก็พูดออกมาเถอะ”
“ชั้นเคยสงสัยว่าทำไมชั้นถึงต้องมีอายุยืนยาวนัก ทั้งที่ชีวิตที่เป็นอยู่ไม่ได้มีความสุขเอาเสียเลย ไหนจะต้องทนเห็นคนรักล้มหายตายจากไปทีละคน ต้องเห็นลูกหลานผิดหวังเรื่องความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องทนกับสภาพร่างกายตัวเอง บางครั้งเคยคิด...ถ้าตายแบบน้องรัมภาก็ยังดีกว่า ไม่ต้องรับรู้สิ่งใด แต่ตอนนี้ชั้นเข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะเวรกรรมที่ชั้นเคยทำไว้” เธอร้องไห้
“โยมเคยทำกรรมใดไว้”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้ พูดไม่ออก “ชั้น...ชั้น..เคยฆ่าพ่อแม่ของริ้วทองค่ะ” แววตาพระปราบชะงักงัน...เพราะเขารู้ว่ามีใครบางคนยืนฟังอยู่ใกล้ๆ หม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้ “ชั้นทำให้ริ้วทองสูญเสียพ่อแม่ ชีวิตชั้นถึงต้องสูญเสียคนที่ชั้นรักไปทุกคน ต่อไปไม่รู้ว่าชั้นจะต้องใจสลายเรื่องใดอีก ชั้นอยากหลุดพ้นจากกรรมของตัวเองเหลือเกินค่ะหลวงพี่”
“ไม่มีใครหลุดพ้นจากกรรมของตัวเองไปได้ ต่อให้หนีกันไปไกลแสนไกล แต่อำนาจของกรรมที่ทำไว้จะชักนำให้โยมต้องกลับมาพบกับเจ้ากรรมนายเวร..เหมือนเช่นตอนนี้”
พระปราบเคลื่อนสายตาไปมุมหนึ่ง พระปราบเห็นริ้วทองยืนจ้องหม่อมเจ้าหญิงภรณีอย่างคาดไม่ถึง แล้วก็เปลี่ยนเป็นโกรธสุดขีด “มึงต้องชดใช้ให้กู อีภรณี!” ดวงตาของริ้วทองเปลี่ยนเป็นสีแดงชาด !

อินทวงศ์ช่วยเกล้ามาศประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณีออกจากถ้ำ
พระปราบที่เดินตามมาจ้องที่หม่อมเจ้าหญิงภรณีอย่างเป็นกังวล “โยม...”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์มองตามสายตาของพระปราบ แล้วอินทวงศ์ก็ถาม “หลวงพี่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ดูแลโยมณีให้ดี”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
“มีอะไรหรือคะ”
“โยมณีเคยสร้างกรรมไว้กับพ่อแม่ของโยมริ้วทอง โยมริ้วทองกำลังจะทวงคืน”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์ตกใจ !

อินทวงศ์ขับรถ เกล้ามาศนั่งหน้า หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งหลัง อินทวงศ์กับเกล้ามาศมีสีหน้าไม่สบายใจเพราะรู้เรื่องกรรมกำลังจะคืนสนองหม่อมเจ้าหญิงภรณีจากพระปราบ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีทอดสายตาออกไปนอกรถ เห็นไกลๆ ว่ามีผู้หญิงชุดดำ"ไม่มีหน้า" ยืนชี้นิ้วมาทางนี้ หญิงชราสะดุ้งตกใจ!...เหลียวหน้าไปมองตาม แต่ไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นแล้ว หม่อมเจ้าหญิงภรณีนิ่วหน้าแปลกใจ แล้วหันหน้ากลับมา เห็นริ้วทองมานั่งข้างๆตนในรถ เธอร้องตกใจ “ห่ะ !?”
“มีอะไรหรือคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียังไม่ตอบ..มองกลับไปทางถนน..แต่ไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นแล้ว “เมื่อกี้ทวดเห็นผู้หญิงใส่ชุดดำ...เหมือนว่าจะไม่มีหน้า...แต่ไม่มีอะไรหรอก ทวดคงตาฝาดไปเอง”
เกล้ามาศหันหน้ากลับไปสบตากับอินทวงศ์อย่างไม่สบายใจ

ที่วังติณชาติ เกล้ามาศยืนคุยกับหม่อมเจ้าหญิงภรณี ขณะที่พวกนุช พลช่วยกันหอบกระเป๋าเสื้อผ้า กล่องใส่ของใช้ส่วนตัวของหม่อมเจ้าหญิงภรณีผ่านขึ้นไปชั้นบน
“ของท่านทวดเอาไปไว้ในห้องใหญ่ติดกับห้องนอนคุณแม่ เอาเฉพาะของใช้ที่จำเป็นไปไว้ที่ห้องมาศ มาศจะให้ท่านทวดนอนกับมาศไปก่อน” พวกคนใช้รับคำ “มาศดีใจจังเลยค่ะที่ท่านทวดยอมย้ายขึ้นมาอยู่ที่ตึกใหญ่กับมาศ”
“ทวดขึ้นมาอยู่บนนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้เห็นหน้านิลกับมาศมากขึ้น เพราะไม่รู้ว่าทวดจะได้อยู่เห็นหน้าพวกเราไปอีกนานแค่ไหน”
“ท่านทวดอย่าพูดแบบนี้นะคะ ท่านทวดต้องอยู่กับมาศไปอีกนาน”
“ถ้าอยากให้ทวดอยู่ มาศก็แต่งงานซะสิ ทวดจะได้มีกำลังใจอยากอยู่เห็นหน้าเหลน” เธอพูดกับอินทวงศ์ “ถ้าพร้อมก็มาขอเลยนะคุณต๊ะ”
“ครับท่านทวด”
“คุณต๊ะ !” เกล้ามาศเขินมากจึงมองอินทวงศ์ดุๆ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหัวเราะชอบใจ
ประยงค์เดินเข้ามาพร้อมกับส่งสร้อยพระให้เกล้ามาศ “สร้อยพระได้แล้วค่ะคุณมาศ”
เกล้ามาศรับสร้อยมา “ท่านทวดใส่พระไว้นะคะ มาศอยากให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองท่านทวด”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นสายตาของทั้งสอง “มาศอยากให้ทวดใส่ ทวดก็จะใส่”
เกล้ามาศเข้าไปใส่สร้อยพระให้หม่อมเจ้าหญิงภรณี ที่มุมสะท้อนผ่านกระจก ผีริ้วทองยืนมองอยู่ด้วยสายตาไม่พอใจ !

คุณไลยเป็นคนถือกล่องไม้ใส่กำไลมาศด้วยเนื้อตัวมอมแมมและมีดินเปื้อนตัว เธอปิดฝากล่องไม้ แล้วนำกล่องวางลงไปในหลุมดินที่ขุดไว้แล้ว ก่อนที่คุณไลยจะโกยดินจากปากหลุมทับกล่อง
“คุณล้อมเพชร คุณล้อมเพชร !” ริ้วทองเรียกหา

คุณไลยเนื้อตัวมอมแมมจากดินเพิ่งเปิดประตูเข้ามาในบ้าน เจอสวิตาในชุดนอน หน้าซีดเซียวเพราะเป็นไข้อย่างหนักค่อยๆ เดินลงมาจากบันได แล้วสวิตาก็เซจะเป็นลม
“วิ !” คุณไลยปราดเข้าไปประคองลูกสาว “วิไม่สบายอยู่ วิจะลงมาทำไม อยากได้อะไรทำไมไม่เรียกเด็ก”
“ริ้วทองเรียกวิค่ะแม่ เรียกซะจนวิไม่เป็นอันนอน วิออกไปหาเขาก่อนนะคะ จะได้รู้ว่าเขาจะเอาอะไรจากวิอีก”
“แต่แม่ว่าอย่าออกไปเลยดีไหม เพราะถ้าเขาเข้าสิงวิ วิก็จะยิ่งเป็นไข้หนักมากกว่าเดิม วิจะแย่นะลูก”
“แต่ถ้าวิไม่ออกไป เขาก็จะเรียกวิอยู่แบบนี้”
“ล้อมเพชร! ล้อมเพชร! ออกมา!”
สวิตามีสีหน้าเบื่อหน่าย แต่คุณไลยไม่ได้ยิน “แม่มีวิธี” คุณไลยเดินไปหยิบผ้ายันต์สีแดงที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พระอาจารย์ที่แม่นับถือให้แม่มา เป็นไง ยังได้ยินเสียงอยู่มั้ย”
สวิตาเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินเสียงริ้วทองแล้ว “เงียบไปแล้วค่ะ”
“คราวนี้วิก็กลับขึ้นไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”
สวิตายิ้ม
หน้าบ้านล้อมเพชร เสียงริ้วทองตะโกนดังกึกก้อง “ทำไมไม่ออกมาหากู !!! กูจะฆ่าอีภรณี !”

ห้องนอนอินทนิล ที่วังติณชาติ ทรรศนะใส่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวดูมือถืออยู่บนเตียงนอน ข่าวบนหน้าจอมือถือของทรรศนะ "ช็อค ! พบโครงกระดูกที่สระน้ำในวังเก่ากลางกรุง"
ทรรศนะเหลือบตามองนิลที่กำลังทาครีมตัวอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจก แววตาทรรศนะมีแผนอะไรบางอย่างแล้วแกล้งตกใจ “เจอโครงกระดูกในสระน้ำที่ติณชาติ! พี่นิลเห็นข่าวนี่แล้วใช่ไหมครับ”
“เห็นแล้ว ก่อนมาหาทรรศ พี่ก็เพิ่งไปให้ปากคำกับตำรวจ ต่อไปก็รอผลตรวจอายุของโครงกระดูก ว่าตายมาแล้วกี่ปี ถ้ามากกว่า 20 ปีคดีก็จบ เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะรู้”
“คุณพี่คิดว่ากระดูกน่าจะของใคร”
“ก็น่าจะเป็นของคนเก่าคนแก่ที่เคยอยู่ในวัง เพราะท่านย่าณีบอกว่าเคยเห็นท่านย่ารัมภาน้องสาวของท่านย่าณีฆ่าตัดมือผู้หญิงชื่อริ้วทอง เพราะเรื่องหึงหวง”
“โหดจัง”
อินทนิลขู่ “ รู้แล้วก็จำใส่หัวไว้ซะ ว่าพี่มีพันธุกรรมหึงโหดอยู่ในสายเลือด ทรรศจะได้ไม่กล้าไปยุ่งกับใครอีก”
“ถ้าผมไม่ไปยุ่งกับคนอื่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะรักต่างหาก” ทรรศนะสวมกอดอินทนิลจากด้านหลัง
“ขอให้จริง”
ทรรศนะยิ้มหวานแล้วเริ่มแผนตะล่อมให้อินทนิลขายวัง “ พี่นิลครับ ผมว่านะ..ถ้าเรื่องเจอโครงกระดูกคนแพร่ออกไป อีกไม่นานวังติณชาติจะต้องถูกลือว่ามีผีสิงผีดุ ราคาที่ดินของวังจะต้องตกฮวบลงแน่ๆ”
“ก็จริง” อินทนิลคิดตามที่ทรรศนะพูด
ทรรศนะคิดว่าอินทนิลหลงกลตัวเองจึงรีบยุอีก“งั้นพี่นิลรีบขายวังซะตั้งแต่ตอนนี้เถอะครับ แล้วก็เอาเงินไปสร้างคฤหาสน์ใหม่ ผมไม่อยากเห็นพี่นิลต้องมานั่งเสียดายทีหลัง”
“ขอบใจจ้ะที่หวังดีกับพี่ แต่ราคามันจะขึ้นมันจะตกก็ช่างมันประไร พี่ไม่สนใจ เพราะพี่ไม่เคยคิดจะขายวังติณชาติ พี่เคยบอกแล้วไง...คฤหาสน์แค่มีเงินก็สร้างได้ แต่วังสร้างใหม่กันไม่ได้”
ทรรศนะเซ็ง

ทรรศนะหงุดหงิด “กูจะทำยังไงให้อีนิลยอมขายวังวะเนี่ย”

วันต่อมา เกล้ามาศ อินทวงศ์ พริมคุยอยู่กับพระปราบที่วัด
“ที่เรามาหาหลวงพี่วันนี้ เพราะอยากให้หลวงพี่ช่วยท่านทวดค่ะ เมื่อวานริ้วทองทำร้ายท่านทวดเสียเกือบแย่ มาศไม่อยากให้ท่านทวดเป็นอะไรไป หลวงพี่พอจะมีวิธีช่วยท่านทวดของมาศไหมคะ”
“ไม่มีใครช่วยได้หรอกโยม กรรมที่โยมณีเคยก่อไว้แล้ว อย่างไรเสียโยมณีก็ต้องชดใช้ไม่ช้าก็เร็ว”
“แต่ถ้าท่านทวดเป็นอะไรไป ทั้งที่มาศรู้ดีแก่ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับท่านทวด มาศก็จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
“เราหยุดกรรมของโยมณีไม่ได้ แต่เราช่วยหยุดโยมริ้วทองไม่ให้สร้างกรรมใหม่ได้ เพราะถ้าโยมณีเป็นอะไรไปเพราะโยมริ้วทอง เวรกรรมก็จะต้องตกอยู่ที่โยมริ้วทอง ต้องตามไปชดใช้ให้กันไม่รู้จักจบจักสิ้น”
พริมเห็นด้วย “จริงด้วยค่ะ เพราะถ้าหยุดริ้วทองได้ ท่านทวดณีก็จะปลอดภัย”
เกล้ามาศอยากรู้ “เราจะหยุดริ้วทองได้ยังไงคะ”
พระปราบหลับตาลงทำสมาธิ พวกเกล้ามาศมองอย่างใจจดใจจ่อ

พระปราบ...เห็นภาพกำไลมาศปรากฏขึ้นแว่บๆ

พระปราบลืมตา “กำไล ดวงจิตของโยมริ้วทองผูกพันอยู่ที่กำไลวงนั้น ถ้าได้กำไลก็เท่ากับว่าได้ดวงวิญญาณของริ้วทองเช่นกัน”
“แต่ผมไม่รู้ว่าตอนนี้กำไลอยู่ที่ไหน”
พริมเอ่ยอย่างเกรงใจ “ หลวงพี่ช่วยหาให้ได้หน่อยได้ไหมคะ”
“อาตมาทำไม่ได้หรอกโยม เพราะมันขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาของพวกโยมกับโยมริ้วทองว่าจะมีบุญต่อกันมากพอที่จะให้ช่วยขัดขวางไม่ให้โยมริ้วทองทำกรรมได้หรือไม่”
พริมใจเสีย “หมายความว่าพวกเราต้องหากำไลกันเอง”
พระปราบพยักหน้า “ ถ้าคิดจะทำอะไรกันก็อย่ารอช้า เพราะเวลาของโยมณีเหลือไม่มากแล้ว”
อินทวงศ์ เกล้ามาศ พริมอึ้ง !

ทั้งสามเดินคุยออกมาจากทางกุฏิของพระปราบ ทุกคนมีสีหน้าร้อนใจ
อินทวงศ์บอกกับสาวๆ “ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นกำไลก็คือที่บ้านผม แต่พอเกิดเรื่องสร้อยดาว ผมก็ไม่เคยเจอกำไลอีกเลย ผมเคยค้นที่บ้านแล้วแต่ก็ไม่เจอ”
พริมเสนอ “คุณต๊ะน่าจะขอน้ำมนต์ที่วัดไปพรมให้ทั่วบ้าน เผื่อว่าที่คุณหากำไลไม่เจอ เป็นเพราะผีบังตาให้คุณมองไม่เห็นกำไล”
“เอาอย่างงั้นจริงๆ เหรอครับ”
“ลองก็ไม่เสียหายนี่คะ”
“ก็ได้ครับ ผมจะใช้ดู แล้วก็จะขอแรงลูกน้องมาช่วยหาด้วย”
คุณไลยกำลังจะไปข้างนอกเดินมาขึ้นรถตัวเอง แล้วสตาร์ทรถ เธอเห็นเลือดไหลลงจากรถกระจกหลังคาลงมาที่กระจกหน้ารถ คุณไลยตกใจ ! “อะไร !” คุณไลยจะเปิดประตูลงไป แต่เปิดไม่ออก “ทำไมประตูเปิดไม่ออก” คุณไลยหันไปมองที่กระจกข้างก็มีเลือดไหลลงมา และมีปริมาณที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนดูน่าสยอง คุณไลยทุบกระจกรถ เปิดประตู แต่เปิดไม่ออก ตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย !!! วิช่วยแม่ด้วย!” ด้านหลังคุณไลย มีมือขาวซีดของริ้วทองโผล่มาจิกผมคณไลยแล้วดึงไปข้างหลัง “โอ๊ย !” มือนั้นจับกระแทกหน้าคุณไลยลงกับพวงมาลัย เสียงแตรดังปี๊น! คุณไลยถูกพลังงานจิกผมแล้วกระแทกๆๆๆ หน้ากับพวงมาลัย เกิดเสียงแตรดังซ้ำๆๆๆ

เสียงแตรจากรถคุณไลยดังซ้ำๆๆๆๆ สวิตาในชุดนอน...ใบหน้าซีดเซียวจากพิษไข้..วิ่งออกมาจากในบ้าน คนใช้มาอีกทาง
“ใครมาบีบแตร”
“ไม่ทราบค่ะ”
สวิตาและคนใช้มองไปที่รถของคุณไลย ทั้งสองเห็นคุณไลยกระแทกหน้ากับพวงมาลัยรถ
“คุณแม่ ! / คุณผู้หญิง !”
คนใช้วิ่งนำสวิตาออกไป สวิตากำลังจะวิ่งตาม แต่ถูกพลังงานบางอย่างตบหน้าอย่างแรง “โอ๊ย !” สวิตาล้มลงกับพื้น หันหน้ากลับมาเลือดกลบปาก แต่ไม่เห็นใคร “ริ้วทอง..เธอทำชั้นกับแม่ทำไม” สิ้นคำสวิตาถูกพลังงานบางอย่างดึงขาขึ้นแล้วลากออกไป
คนใช้เปิดประตูรถแล้วพาคุณไลยออกมาจากรถได้สำเร็จ คุณไลยหน้าแดง มึนไปหมด

ลูกน้องอินทวงศ์ช่วยกันหากำไลไปรอบบ้าน เฟอร์นิเจอร์ในบ้านถูกขยับออกมาเพื่อให้ง่ายต่อการหา ทรัพย์มณี อัญมณีแต่งตัวสวยเพิ่งกลับจากไปงานเดินเข้ามาในบ้าน แปลกใจกับภาพที่เห็น
“พวกคุณเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในบ้านของชั้น” ทรัพย์มณีถาม
ลูกน้องบอก“เรามาช่วยคุณต๊ะตามหากำ...”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ