อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/2 วันที่ 14 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/2 วันที่ 14 ก.พ. 59

“ริ้วทอง หยุดเดี๋ยวนี้นะริ้วทอง!” ริ้วทองนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้กำลังทำท่าเชิดหุ่นกระบอกอย่างมีความสุข “ท่านทวดตายไปแล้ว อย่ายุ่งกับท่านทวดได้ไหม” เกล้ามาศขอร้อง
ริ้วทองไม่สนใจเกล้ามาศเลย...ทำท่าเชิดแขนหุ่นกระบอกไปข้างหน้า แขนหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ขยับไปข้างหน้าเช่นกัน ริ้วทองเชิดแขนอีกข้างไปข้างหน้า แขนอีกข้างของหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ไปข้างหน้า ศพของหม่อมเจ้าหญิงภรณีคลานเข้าไปหาอินทนิล

“กรี๊ดดด!” อินทนิลจะลุกขึ้นหนี แต่ศพของหม่อมเจ้าหญิงภรณีคว้าข้อเท้าของอินทนิลไว้ นิลล้มลงร่างของหม่อมเจ้าหญิงภรณีก็คลานเข้าไปนั่งทับร่างของอินทนิล ใบหน้าเละเทะของหม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มโน้มไปชิดหน้าอินทนิล อิทนนิลยิ่งกลัวมาก ร้องกรี๊ดและตะโกนลั่นสุดเสียง “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย! มาศช่วยแม่ด้วย!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีบีบคออินทนิล อินทนิลดิ้นทุรนทุรายหายใจไม่ออก


“ริ้วทองอย่า! เธอจะให้ชั้นทำอะไรก็ได้ ชั้นยอมหมดแล้ว อย่าฆ่าคุณแม่!”
ริ้วทองไม่ฟังเอาแต่รำหุ่นกระบอกอย่างมีความสุข

อินทวงศ์ขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถวัด เปิดลิ้นชักหน้ารถหยิบกำไล แล้ววิ่งออกไป

ริ้วทองเกิดแสงสว่างสีทองขึ้นที่แขน ริ้วทองชะงัก “โอ๊ย !!!!” เธอแหงนหน้ามองไปในอากาศ “พี่ปรุง ทำไมพระไม่อยู่ส่วนพระ จะมายุ่งวุ่นวายทำไม !” แสงสีทองลามเลียไปทั่วร่างของริ้วทอง
ในกุฎิพระปราบ พระปราบสวดมนต์ มือจับเทียนวนเหนือบาตรพระตรงหน้า อินทวงศ์นั่งพนมมืออยู่ข้างหลังพระปราบ กำไลมาศวางอยู่ก้นบาตร น้ำตาเทียนจากมือพระปราบหยดลงบนกำไล

ริ้วทองปวดแสบปวดร้อนมาก “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!” แสงสีทองนั้นก็ทำท่าจะลามไปทั่วร่างของริ้วทอง ริ้วทองรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะถูกดึงไป จึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายชี้หน้าพูดอาฆาตเกล้ามาศ สิ้นคำร่างริ้วทองหายไป ร่างของหม่อมเจ้าหญิงภรณีร่วงลงกับพื้น

วิญญาณริ้วทองปรากฏตัวขึ้นในที่มืด ริ้วทองยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง จึงลุกขึ้นแหงนหน้ามอง “พี่ปรุง ! ปล่อยชั้นออกไปเดี๋ยวนี้ ปล่อย!!”

พระปราบก้มต่ำมองบาตรพระ “จงใช้ความเงียบทำจิตใจให้นิ่ง แล้วใช้สติสัมปชัญญะระลึกถึงในสิ่งที่ตัวเองทำ ว่ามันถูกต้องแล้วหรือไม่ ถ้าโยมสำนึกได้เมื่อใด อาตมาจะปล่อยโยม”
“ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหมครับหลวงพี่”
พระปราบพยักหน้ารับแล้วบอก “โยมรีบกลับไปเถิด โยมมาศต้องการความช่วยเหลือจากโยม”
อินทวงศ์แปลกใจ

ที่โรงพยาบาล เกล้ามาศที่มีสีหน้าเศร้าหมอง..ตาบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก..ยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล “พรุ่งนี้ชั้นจะมารับศพท่านทวดนะคะ” เจ้าหน้าที่รับคำแล้วเดินออกไป
อินทวงศ์เดินเร็วๆ เข้ามา..ชะเง้อมองหาเกล้ามาศ..จนเจอเกล้ามาศยืนอยู่ “คุณมาศ”
“คุณต๊ะ” เกล้ามาศปล่อยร้องไห้โฮ
อินทวงศ์โผเข้าไปกอดเกล้ามาศ “ผมแวะไปที่วังติณชาติ คนที่วังบอกผมแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านทวด”

เกล้ามาศกับอินทวงศ์เดินจับมือกันมาตามทาง
“ชั้นขอร้องคุณแม่ไว้แล้วว่าอย่าพูดให้ใครฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ท่านทวดจะเสีย”
อินทวงศ์เศร้า “ถ้าผมไปหาพระปราบเร็วกว่านี้ ท่านทวดอาจจะไม่ต้องเสีย”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ คงถึงเวลาของท่านทวดแล้วจริงๆ” เธอมองอินทวงศ์อย่างซาบซึ้งใจ “ถ้าไม่มีคุณช่วยเหลือ ริ้วทองคงทำให้ชั้นสูญเสียมากไปกว่านี้ ขอบคุณนะคะคุณต๊ะ”
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นรอยยิ้มได้ไหม คนช่วยอยากเห็นให้ชื่นใจ”
เกล้ามาศยิ้มจางๆ เธอหันไปเห็นทรรศนะเดินเร็วๆ มาตามทาง...มองหาเลขห้อง...แล้วเข้าไปข้างใน เกล้ามาศตกใจ “ทรรศ !” เกล้ามาศวิ่งไปที่หน้าห้อง อินทวงศ์ตาม
เกล้ามาศเปิดประตูเข้ามาในห้อง อินทวงศ์ตามเข้ามา
อินทนิลใส่ชุดโรงพยาบาลนั่งอยู่บนเตียงกำลังกอดทรรศนะ อินทนิลร้องไห้ “ ทรรศ...พี่กลัว ผีมันจะฆ่าพี่”
เกล้ามาศยังไม่รู้ว่าอินทนิลกับทรรศนะคืนดีกันแล้ว “คุณแม่คะ นี่มันอะไรกัน คุณแม่กับเขาคืนดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
อินทนิลพูดไม่ออก
“พักใหญ่แล้วครับ”
“ทำไมคุณแม่ทำแบบนี้! คุณแม่จะปล่อยให้เขามาหลอกอีกเหรอคะ”
“แม่รักทรรศ แม่ขาดเขาไม่ได้! ถ้ามาศอยากจะว่าแม่ด่าแม่หาว่าแม่โง่ก็เอาเลย ทำให้แม่เครียดจนเป็นบ้าไปเลยจริงๆ ก็ดีเหมือนกัน แม่จะได้ลืมเรื่องผีที่มันจะฆ่าแม่สักที”
“ออกไปข้างนอกก่อนเถอะครับคุณมาศ” อินทวงศ์ดึงแขนเกล้ามาศออกมาจากในห้อง เกล้ามาศยอมออกไปแต่ก็มองทรรศนะอย่างไม่พอใจ
ทรรศนะมองตามอินทวงศ์และเกล้ามาศพร้อมกับยิ้มกระหยิ่มใจ แล้วดึงตัวอินทนิลออกจากอ้อมกอด ปาดน้ำตาบนแก้มให้อินทนิลอย่างอ่อนโยน “พี่นิลเล่าให้ผมฟังสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่นิลถึงบอกว่าจะโดนผีตามฆ่า”

อินทวงศ์ดึงแขนเกล้ามาศออกมาจากในห้อง“คุณแม่คุณเพิ่งผ่านเรื่องร้ายมา ท่านกำลังเสียขวัญ และคนที่ให้กำลังใจคุณนิลได้ดีที่สุดก็คือเขา”
“แต่ชั้นไม่อยากให้คุณแม่ถูกหลอกอีก”
“ครับผมรู้ แต่เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนดีกว่า ตอนนี้อย่าให้มีเรื่องรบกวนจิตใจมากไปกว่านี้ เพราะคุณต้องทำเพื่อท่านทวดเป็นครั้งสุดท้าย”
เกล้ามาศยอมอ่อนลง

ทองแถมละเมอฝันร้ายกระเด้งลุกขึ้นจากที่นอน ที่คอมีมือบีบแน่น “ช่วยด้วย!! เอามือผีออกไป มันบีบคอชั้น ! หายใจไม่ออก” ทีมงานหันมามองทองแถมเป็นตาเดียว
แทมมี่วิ่งเข้ามาเห็นภาพทองแถมนอนบนเก้าอี้พักและบีบคอตัวเองก็ตกใจ “แม่ !” เธอหันไปบอกกับทีมงาน “ ไม่มีอะไรค่ะ คุณแม่มาถ่ายหนังผีเป็นเพื่อนแทมมี่ ก็เลยเก็บเอามาฝันร้ายน่ะค่ะ” ทีมงานพยักหน้าและแยกย้ายกันไป แทมมี่รีบเข้าไปปลุกแม่ “แม่ ตื่นได้แล้วแม่”
“แทมมี่ เมื่อกี้แม่ฝันเห็นมือผี มันบีบคอแม่ มันจะฆ่าแม่!” ทองแถมร้องไห้หวาดกลัว
“โอ๊ย! เลิกเพ้อได้แล้ว มือผงมือผีไม่มีทั้งนั้น มือแต่มือแม่ที่บีบคอตัวเอง”
“อ้าวเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ชั้นบอกแม่แล้วใช่ไหมว่าให้นอนอยู่บ้าน อย่าตามชั้นมากอง”
“อยู่คนเดียวมันกลัวนี่หว่า ไอ้มือผีจากกำไลยังติดตาไม่หาย”
แทมมี่เสียงเบา “ แม่ แม่อย่าพูดได้ไหม ชั้นบอกแล้วไงว่าแม่ตาฝาดไปเอง มือผงมือผีอะไรไม่มีหรอก ชั้นไปถ่ายต่อล่ะ แล้วอย่าพูดถึงมือผีอีก ใครได้ยินเข้า...ชั้นจะโดนเม้าว่ามีแม่เป็นบ้า” เธอเดินออกไป
“อ้าว...นังนี่ มาด่าแม่เป็นบ้า ชีวิตคงจะเจริญหรอก โอ๊ย! เวียนหัว”
ทองแถมยกมือขึ้นแตะหน้าผาก แล้วเห็นมือตัวเองก็ร้องกรี๊ดตกใจ “มือผี !” พอมองเต็มตา “อ้าว...มือกูเองนี่หว่า”

เรือลำหนึ่งลอยอยู่ในเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ ภายในเรือ เกล้ามาศ อินทวงศ์ อินทนิล พริม อาร์ม มาลอยอังคารหม่อมเจ้าหญิงภรณี เหตุการณ์สุดท้ายของชีวิตหม่อมเจ้าหญิงภรณียังติดตาตรึงใจของทั้งเกล้ามาศและอินทนิล
“ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้มาศได้เกิดเป็นหลานคุณทวดทุกชาติไปนะคะ”
เมื่อเกล้ามาศลอยอังคารลงสู่ผิวน้ำแล้ว ทุกคนก็โรยดอกกุหลาบ ธูปเทียน และสิ่งของสำหรับไหว้บูชาที่เหลือทั้งหมดตามลงไป

เกล้ามาศยืนมองรูปรูปสมัยวัยสาวของหม่อมเจ้าหญิงภรณีที่ผนังห้องด้านหนึ่งของห้องรับแขกอยู่อย่างเศร้าสร้อยมีอาร์มกับพริมยืนอยู่ห่างออกมานิดหน่อย อาร์มหันมามองอินทนิลที่นั่งอยู่ทางด้านหนึ่งสีหน้าเหม่อลอย...มีอาการเหมือนคนเป็นโรคประสาท
“ท่าทางน้านิลจะเสียใจเรื่องท่านทวดมากนะ” อาร์มบอก
“เป็นใคร ใครก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา แกก็...” พริมเอ่ยกับเกล้ามาศ “ฉันว่าแกพาน้านิลไปพักผ่อนเถอะมาศ”
เกล้ามาศพยักหน้ารับ แล้วเดินไปประคองอินทนิลออกไปจากห้อง อาร์มมองตามเกล้ามาศไปอย่างเห็นใจ
พริมนึกขึ้นมาได้ “เออ...ไอ้อาร์ม ฉันได้ยินคนที่มางานศพเขาเม้าธ์กันว่า น้านิลถูกผีที่วังนี่หลอก และที่ท่านหญิงเสีย ก็ไม่ใช่เพราะแค่ถูกงูฉกธรรมดา แต่...แต่เป็นงูจากผี น่าจะเป็นผีเจ้าของโครงกระดูกที่ขุดพบจากสระน้ำด้วย
“อืมม์...น่ากลัวนะ...”
“ใช่...ผีวังเก่านี่มันน่ากลัวจริงๆ” พริมผวาเข้าไปเกาะอาร์ม “บรื๋อออออออ !!!”
“ไม่ใช่ผีหรอกที่น่ากลัว แต่เป็นปากคนต่างหากที่น่ากลัวกว่าผี ไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จก็เอามาใส่สีตีไข่พูดกันไปเรื่อย”
พริมผละออกมา “แกอ่ะ...!!!ชอบขัดคอฉันอยู่เรื่อย”

พระปราบลืมตาขึ้นรับรู้ถึงการมาของหม่อมเจ้าหญิงภรณี “มาแล้วหรือ...”

พระปราบเดินเข้ามาหยุดยืนบริเวณหน้าถ้ำ วิญญาณของหม่อมเจ้าหญิงภรณียืนคอยเขาอยู่
หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งพับเพียบลงกับพื้นและก้มกราบเท้าพระปราบ “ฝากบอกริ้วทองว่าอโหสิกรรมให้ชั้นด้วย” พระปราบพยักหน้ารับนิดๆ “แล้วเราจะได้พบกันอีกไหม”
“สุดแท้แต่บุญกรรม”
“เช่นนั้นก็คงไม่ได้พบ เพราะชั้นสร้างกรรมไว้หนา แต่ปรุงบุญสูงเหลือเกิน แต่อย่างน้อย ชั้นก็ยังดีใจที่ชาตินี้ได้ใช้หัวใจรักปรุงคนเดียว” เธอตัดสินใจถาม “ชั้นขอถามปรุงเป็นครั้งสุดท้าย...ปรุงเคยรักชั้นบ้างไหม”
พระปราบส่ายหน้าช้าๆ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มหน้าเศร้า
“แต่เขาเคยเอ่ยวาจาสัตย์ว่าจะขอดูแลโยมไปชั่วชีวิต ความหวังดีต่อกันมันมีค่ายิ่งกว่าความรักอีกนะโยม” หม่อมเจ้าหญิงภรณีปล่อยร้องไห้โฮด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต “ปล่อยทุกอย่างวางไว้ตรงนี้ ทั้งความรัก ความเกลียด ความโกรธ ความห่วงใย แล้วจงไปสู่สุคติเสียเถิดนะโยมภรณี”
ดวงตาของหม่อมเจ้าหญิงภรณีมองพระปราบด้วยความสุขใจ พระปราบยิ้มละมุน หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มกราบลาพระปราบเป็นครั้งสุดท้าย

ริ้วทองนั่งอยู่ในที่มืด เสียงพระปราบอ่านธรรมะจากหนังสือดังอยู่ไกลๆ "ชนใดเข้าไปผูกความโกรธไว้ว่า..ผู้โน้นได้ด่าเรา ผู้โน้นได้ชนะเรา ผู้โน้นได้ลักของเรา..เวรของชนเหล่านั้น ย่อมไม่สงบระงับได้ "
ริ้วทองไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว เอาแต่จมอยู่กับความแค้น “นังภรณีสมควรตาย ชั้นกำลังจะทำให้พ่อแม่สุขสบาย แต่พ่อแม่กลับต้องมาตายเพราะมัน !”
“การละเว้นจากความโกรธ...”
ริ้วทองตะโกน “พี่ปรุงหยุดพล่ามได้แล้ว! ชั้นหนวกหู !”

พระปราบเงยหน้าจากหนังสือธรรมะ มองไปยังบาตรพระใส่กำไลที่วางอยู่หน้าหิ้งพระ
“พี่ปรุงไม่ต้องพยายามทำให้ชั้นเลิกจองเวรพวกติณชาติ เพราะมันไม่มีวันทำสำเร็จ”
“อาตมาต้องทำอย่างไร จึงจะทำให้จิตใจของโยมสว่างผ่องใสได้”
“ปล่อยชั้นออกไปจัดการพวกมัน! พวกมันกำลังเสียใจที่นังหญิงณีตาย ถ้านังรัมภาเสียแม่มันไปอีกคนในตอนนี้ นังรัมภาก็จะได้รู้รสที่พวกมันเคยทำไว้กับเราสองคนหลังจากที่พ่อแม่ตาย”
“มันเป็นเพียงอดีต ลืมและให้อภัยเสียเถอะ”
“พี่ปรุงจะลืมก็ลืมไป แต่สำหรับชั้น ชั้นจะไม่มีวันลืม !” ริ้วทองโกรธแค้นเมื่อนึกถึงอดีต

ริ้วทองกับปรุงในชุดดำงานศพถือผ้าขาวห่อเถ้ากระดูกของพ่อแม่มาคนละห่อ ริ้วทองหน้าตาบอบช้ำเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนัก เมื่อถึงหน้าเรือนปรุงยื่นมือไปรับห่อผ้าจากริ้วทอง หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามา
“ท่านหญิง”
“ไม่ต้องนั่งลงหรอกริ้ว ชั้นแวะมาแสดงความเสียใจ นายรวยกับแม่รื่นไม่น่าต้องมาอายุสั้นเลย” หม่อมเจ้าหญิงภรณีน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ...เพราะเธอเป็นต้นเหตุทำให้พ่อแม่ริ้วทองตาย
“โถ..ท่านหญิง เป็นบุญของพ่อกับแม่แล้วเพคะ ที่คนสูงศักดิ์อย่างท่านหญิงร้องไห้ให้กับพ่อแม่”
“เราเห็นหน้าค่าตากันมานาน ถึงจะไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ แล้วนี่จะทำอย่างไรกันต่อไป”
“หม่อมชั้นจะพาพี่ปรุงไปอยู่ที่วังศุภมาศด้วยเพคะ แต่ต้องรอให้ท่านชายเสด็จฯกลับมาจากสงขลาเสียก่อน หม่อมชั้นถึงจะพาพี่ปรุงย้ายไปเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองหน้าปรุงอย่างไม่สบายใจ แต่ปรุงไม่สบตา..เขามองไปทางอื่น

บ้านล้อมเพชร ล้อมเพชรนั่งจดเขียนบันทึกประจำวันบนสมุดเล่มหนา “คืนนี้เป็นคืนสิบห้าค่ำ พระจันทร์เต็มดวง เหมยกุยบอกว่าเหมาะกับการทำเสน่ห์ให้ท่านชายดิเรกรักหลงชั้น ชั้นจะได้หนีจากนรกขุมนี้ย้ายไปอยู่สวรรค์อย่างวังศุภมาศ” ล้อมเพชรแหงนหน้ามองบ้านด้วยสีหน้าเกลียดชังแล้วก้มเขียนต่อ “ของที่เอามาจากวังศุภมาศก็เตรียมไว้เสร็จแล้ว”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/2 วันที่ 14 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ