อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 ก.พ. 59

“นี่น้องหญิงก็รู้เรื่องเหมือนกันรึ”
“หญิงรู้ แต่หญิงไม่เห็นกับตา อย่าถามสิ่งใดจากหญิงเลย” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาบอกปัด
“ท่านชายอย่าไปเชื่อพวกมัน พวกมันรวมหัวกันใส่ร้ายหม่อมชั้น เพราะท่านหญิงโกรธที่หม่อมชั้นแย่งท่านชายมาจากท่านหญิง !”
“ริ้วทอง เธอต่างหากที่กำลังใส่ร้ายชั้นอยู่”
“แล้วที่หม่อมชั้น มันพูดถูกไหมเพคะ”
“หือ...มันน่าตบล้างน้ำนัก !” เจิมจะพุ่งเข้าไปตบริ้วทอง ริ้วทองเงยหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว ปรุงจับตัวริ้วทองไว้

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาห้ามเจิม “เจิม อย่า!” เจิมชะงักหยุด หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าริ้วทอง “ใช่ ชั้นยอมรับความจริงว่าชั้นโกรธที่เธอแย่งคู่หมั้นของชั้นไป ทำให้ชั้นกลายเป็นหญิงหม้ายขันหมาก แต่ชั้นไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอ เพราะชั้นไม่นิยมแย่งสามีใคร แล้วเธอล่ะริ้วทอง...กล้ายอมรับความจริงเรื่องที่เธอจูบกับปรุงหรือไม่”


ริ้วทองอึ้ง “หวังว่าเธอจะไม่โกหกให้เป็นบาปติดตัว”
เจิมคาดคั้น “ยอมรับออกมาสิ !”
ริ้วทองตัดสินใจจะโกหก “ไม่!”
ปรุงแทรกขึ้น “กระหม่อมกับริ้วทองเคยกอดจูบกันจริงอย่างที่เจิมพูด”
“พี่ปรุง !”
“เราต้องยอมรับความจริงริ้ว” ปรุงบอกกับหม่อมเจ้าดิเรก “แต่กระหม่อมสาบานว่าริ้วทองรักท่านชาย ริ้วทองไม่เคย...”
หม่อมเจ้าดิเรกชกหน้าปรุงซ้ำอีกครั้ง
“ปรุง !” หม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้าไปประคองปรุง
หม่อมเจ้าดิเรกมองริ้วทองด้วยสายตาโกรธ “ชั้นมองคนผิดไปจริงๆ” หม่อมเจ้าดิเรกหันหลังจะเดินไป
“ท่านชายได้โปรดฟังหม่อมชั้นอธิบาย”
“พอได้แล้วริ้วทอง อย่าพยายามแก้ตัวให้ชั้นเกลียดเธอมากไปกว่านี้เลย” หม่อมเจ้าดิเรกเดินออกไป
ริ้วทองจะวิ่งตาม “ท่านชาย ! ท่านชายฟังหม่อมชั้นก่อนเพคะ !”
“ไม่ต้องไป !” เจิมดึงตัวริ้วทองไว้
“ปล่อยกู !” ริ้วทองหันไปตบเจิมเต็มแรง เจิมกระเด็นล้มลง ริ้วทองวิ่งตามหม่อมเจ้าดิเรกไป
“อีริ้วทอง! มึงกล้าตบกู!”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองตามริ้วทองไปด้วยแววตาสงสัยอะไรบางอย่าง

ริ้วทองวิ่งมาจากทางเรือนพักนายรวย วิ่งตามรถของหม่อมเจ้าดิเรกที่เคลื่อนออกไป“ท่านชายรอหม่อมชั้นด้วย ! ท่านชาย !” แต่ไม่ทันแล้ว ริ้วทองทรุดตัวนั่งลงกับพื้นและร้องไห้ “ท่านชายกลับมาหาริ้ว ทำไมท่านชายถึงไม่เชื่อใจริ้ว ริ้วรักท่านชาย”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนอยู่ด้านหนึ่ง...เธอมองสภาพของริ้วทอง..และมองไปตามทางที่รถดิเรกขับไปอย่างสงสัย

เจิมหัวเราะสะใจ หม่อมเจ้าหญิงภรณีก็ยิ้มมีความสุขไปด้วย
“โบราณเขาว่า...ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด สุดท้ายมันก็ต้องแพ้ความร่านของตัวเอง” พูดแล้วเจิมก็เจ็บที่มุมปากจากการถูกตบ “โอ๊ย..เจ็บ แล้วเอายังไงต่อดีมังคะ ให้หม่อมชั้นไล่พวกมันออกไปจากวังเลยดีไหม”
“อย่าเพิ่งเลย ริ้วทองไม่สบายปวดท้องหนัก ให้พวกเขาอยู่ที่นี่กันไปก่อนเถิด”
“ท่านหญิงณีล่ะก็ จะมัวไปห่วงใยพวกมันอีกทำไม ว่าอย่างไรมังคะท่านหญิงรัมภา”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามีอาการเหม่อลอย...กำลังใช้ความคิดกับตัวเอง
“น้องรัมภา น้องรัมภาจ๊ะ”
“คะพี่หญิง”
“น้องคิดสิ่งใดอยู่รึ”
“หญิงนึกถึงเจ้าพี่ค่ะ หญิงไม่เคยเห็นเจ้าพี่จะเคยโมโหร้าย หรือพูดจาด้วยถ้อยคำหยาบคายเช่นนี้มาก่อน”
“คนที่เพิ่งรู้ว่าเมียตัวเองมีชู้ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา”
“แต่มันไม่ธรรมดาสำหรับเจ้าพี่ของหญิง หญิงรู้จักเจ้าพี่มานาน หญิงรู้ว่าเจ้าพี่เป็นคนเช่นไร หญิงมั่นใจว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้าพี่ ถึงทำให้เจ้าพี่ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่สบายใจ

ที่วังศุภมาศ หม่อมเจ้าดิเรกเดินหงุดหงิดเข้ามา บ่าวใช้ยืนอยู่
“ท่านแม่ท่านพ่อล่ะ”
“ไม่อยู่มังคะ ท่านชาย..มีแขกมารอพบมังคะ”
“ให้กลับไปก่อน ชั้นเหนื่อย ยังไม่พร้อมจะพบใคร”
“หม่อมชั้นจะไปบอกคุณล้อมเพชรให้มังคะ”
ชื่อล้อมเพชร ทำให้หม่อมเจ้าดิเรกชะงักกึก คลี่ยิ้มออกมาทันที “ล้อมเพชรมา !” เขาดุ “แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก !” เขาวิ่งเข้าไปภายในทันที
บ่าวใช้มองตามงงๆ

หม่อมเจ้าดิเรกเข้ามาจึงเห็นล้อมเพชรใส่ชุดดำหน้าตาหมองเศร้ายืนอยู่ หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มมาทันที “ล้อมเพชร” หม่อมเจ้าดิเรกปราดเข้าไปจับมือล้อมเพชร ล้อมเพชรยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่เสน่ห์ของเธอสำเร็จ “ชั้นดีใจเหลือเกินที่ได้พบเธอ เชื่อหรือไม่..ชั้นอยู่ที่สงขลา...ชั้นคิดถึงเธอทุกลมหายใจ”
“ท่านชายตรัสเช่นนี้ ถ้าริ้วทองมาได้ยินเข้าจะเสียใจ”
หม่อมเจ้าดิเรกโกรธ “อย่าเอ่ยถึงนังผู้หญิงแพศยาคนนั้นให้ชั้นได้ยินอีกเลย” ล้อมเพชรลอบยิ้มสมใจ แต่แกล้งทำไม่รู้เรื่อง “ว่าแต่ล้อมมาหาชั้นด้วยธุระอะไร”
ล้อมเพชรแกล้งสตรอร้องไห้กระซิกๆ“เตี่ยของหม่อมชั้นตายแล้วเพคะ”
“เกิดอะไรขึ้น”
“เตี่ยถูกโจรใจโหดฆ่าตาย หม่อมชั้นกับเหมยกุยเพิ่งจะจัดงานศพให้เตี่ยเสร็จ ข้าวของในร้านก็ต้องขายทิ้งใช้หนี้ที่เตี่ยสร้างไว้ หม่อมชั้นไร้ที่พึ่ง ไม่มีที่ไปแล้วมังคะ”
“โถ..เรื่องแค่นี้เอง ล้อมก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่เสียสิ”
“จริงหรือเพคะ เป็นโชคดีของหม่อมชั้นเหลือเกิน ที่ท่านชายมีพระเมตตา” ล้อมเพชรจับมือดิเรกเอามาวางแนบแก้มตัวเอง...จงใช้ให้มือของเขาสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของตัวเอง พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนเต็มที่ “แล้วท่านชายจะให้หม่อมชั้นอยู่ในฐานะอะไรหรือมังคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกมองล้อมเพชรไม่วางตา และกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ล้อมเพชรโน้มหน้าซบกับหน้าอกของหม่อมเจ้าดิเรก ยกมือลูบคลึงที่แก้มหม่อมเจ้าดิเรกแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาถึงหน้าอก “ตอบหม่อมชั้นสิเพคะ ท่านชายจะให้หม่อมชั้นอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”
ความอดทนของหม่อมเจ้าดิเรกขาดสะบั้นลง เขาจับล้อมเพชรให้หน้ามาจ้องตา...เชยคางล้อมเพชรขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่าว่า... “อยู่ที่นี่ในฐานะเมียของชั้น” หม่อมเจ้าดิเรกช้อนร่างล้อมเพชรอุ้มขึ้นแล้วพาเดินขึ้นไปบนชั้นสอง

ริ้วทองนั่งร้องไห้กระซิกๆ อยู่ที่เรือนพักนายรวย “ท่านชายของริ้ว”

หม่อมเจ้าดิเรกถอดเสื้อออกแล้วก้าวเข้ามานั่งลงบนเตียง ล้อมเพชรมองหม่อมเจ้าดิเรกด้วยหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ หม่อมเจ้าดิเรกก้มไซ้จูบกับล้อมเพชรอย่างเร่าร้อน
หม่อมเจ้าดิเรกเปลือยท่อนบนนอนหลับอยู่บนเตียง ล้อมเพชรนอนเปลือยกายอยู่ข้างกาย เธอใช้ปลายนิ้วลูบไล้ใบหน้าของเขา แววตาของเธอที่มองเขาเป็นประกายวิบวับอันเกิดจากความลุ่มหลงสุดหัวใจ

ที่วังติณชาติ ริ้วทองใบหน้าซีดเซียวเพราะปวดท้องจนจับไข้กำลังนอนหลับ...หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน...เพราะกำลังฝันร้าย เธอฝันถึงตุ๊กตาดินปั้นมีเข็มแทงที่ท้อง มือริ้วทองกุมที่ท้องตัวเอง นอนบิดตัวร้องครางเจ็บปวด
ปรุงนั่งเฝ้าริ้วทองอยู่ในห้องพอเห็นอาการของริ้วทองก็รีบปราดเข้าไปแตะตัวริ้วทองอย่างห่วงใย “ริ้ว...ริ้ว...เอ็งเป็นอย่างไรบ้าง”
ริ้วทองรู้สึกตัว ตื่นขึ้น “พี่ปรุง”
ปรุงโล่งใจ “รู้สึกตัวเสียที เอ็งนอนร้องครวญครางปวดท้องอยู่ทั้งคืน ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น พี่ใจไม่ดีเลย นี่ก็ตั้งใจว่าอีกสักพักถ้าเอ็งยังไม่ดีขึ้น พี่จะพาเอ็งไปหาหมอ”
ริ้วทองไม่สนใจสิ่งที่ปรุงพูดเลย...เธอลุกขึ้นแล้วมองหาไปรอบๆ “พี่ปรุง...ท่านชายกลับมารับชั้นแล้วหรือยัง” ปรุงส่ายหน้า ริ้วทองร้องไห้เสียใจ “ท่านชายโกรธชั้นแล้วจริงๆ” เธอโกรธแค้น “คงจะสาแก่ใจอีท่านหญิงรัมภา”
“เอ็งอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย รักษาตัวให้หายดีเสียก่อนเถิด เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยว่ากันคราวหลัง ถ้าเอ็งลุกไหวก็ไปล้างหน้าล้างตาเสีย พี่ต้มข้าวไว้แล้ว จะไปตักมาให้กิน” ปรุงลุกเดินออกไปจากห้อง
“อีรัมภา...มึง !!!!” ริ้วทองตาขวาง มือจิกกำผ้าห่มแน่น

ปรุงถือชามข้ามต้มเข้ามา “ข้าวต้มมาแล้วริ้ว” แต่ในห้องไม่มีริ้วทอง “ริ้วหายไปไหน ?!”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาในชุดสวยงามดูดีกำลังจะออกไปทำงาน เจิมเดินถือกระเป๋าเอกสารตามหลัง ทันใดนั้นริ้วทองก็วิ่งเข้ามาผลักหม่อมเจ้าหญิงรัมภาอย่างแรง เธอกระเด็นล้มไปบนพื้น
เจิมตกใจ “ว้าย ! ท่านหญิง !” เจิมชี้หน้าใส่ริ้วทอง “อีริ้วทอง ! ผีบ้าเข้าสิงมึงหรือไง มึงถึงอาจหาญกล้าทำร้ายท่านหญิงของกู ! มึงกราบขอขมาท่านหญิงของกูเดี๋ยวนี้ !!!” เจิมจะเข้าไปจับริ้วทอง แต่ริ้วทองยกเท้าถีบกลางท้องเจิม เจิมกระเด็นลอยไปไกล “กรี๊ด !!!!!” ริ้วทองยิ้มสาแก่ใจ
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาพยายามลุกขึ้น แต่ริ้วทองถลกผ้าถุงนั่งคร่อมแล้วกระหน่ำตบระบายอารมณ์คลั่งแค้นให้สาแก่ใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสู้ไม่ได้ ขณะที่บ่าวใช้ 2 คนวิ่งเข้ามา
เจิมสั่ง “จับตัวอีริ้วทองเอาไว้ !”
บ่าวใช้เข้าไปจับแขนสองข้างของริ้วทอง ริ้วทองดิ้นสุดชีวิตและสบถออกมาอย่างไม่ไว้หน้า “ปล่อยกู !”
เจิมประคองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาขึ้นจากพื้น หม่อมเจ้าหญิงรัมภาผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเลือดกบปาก “โถ...เจ็บมากมั้ยมังคะท่านหญิง”
“สาแก่ใจกูดีเหลือเกิน คนต่ำๆ อย่างกูได้ตบหน้าของหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่ร่านอยากแย่งผัวคนอื่นจนตัวสั่น”
“อีริ้วทอง !!!” เจิมปราดเข้าไปตบริ้วทองเต็มแรง แล้วจิกหัวริ้วทองกดลงต่ำที่เท้าของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “มึงกราบขอขมาท่านหญิงของกูเดี๋ยวนี้ !!!”
ริ้วทองถุยน้ำลายใส่เท้าของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “ถุย !!!”
“อีริ้วทอง !!!!” เจิมเงื้อมือจะตบริ้วทอง
“เจิม...ไม่ต้อง”
เจิมชะงักมือ “ทำไมล่ะมังคะ”
“ไปสั่งคนเอารถออก ชั้นจะไปหาเจ้าพี่ที่วังศุภมาศ แผลบนหน้าของชั้นจะเป็นพยานว่าผู้หญิงที่เจ้าพี่เลือก สันดานของมันระยำตำบอนเพียงใด!!”
ริ้วทองอึ้ง !

ในบาตรพระ ริ้วทองแค้นเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต “มันไปฟ้องท่านชาย จนคนที่วังศุภมาศเกลียดชั้น และไม่ยอมให้ชั้นเข้าใกล้ท่านชายอีก นับจากนั้นมา...ชั้นไม่เคยได้กอดผัวชั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วพี่ยังจะบอกให้ชั้นอภัยมันอีกรึพี่ปรุง”

พระปราบนั่งอยู่หน้าบาตรพระใส่กำไลมาศ แต่มีผ้ายันต์สีขาวปิดปากบาตรไว้ “โทษผู้อื่นแลเห็นเป็นภูเขา โทษของเราแลไม่เห็นเท่าเส้นผม”
ริ้วทองไม่พอใจ “ที่ชั้นเลวก็เพราะมันทำชั้นก่อน !!”
“ใครทำก่อน ไม่สำคัญเท่ากับใครจะหยุดได้ก่อน ถ้าสักวันโยมยังมีบุญมากพอที่จะทำให้โยมคิดได้ วันนั้นโยมจะเสียดายวันเวลาที่โยมเสียไปให้กับกิเลสตัณหา จนมันบดบังสติปัญญาให้โยมได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”
“ถ้าพี่ปรุงเป็นชั้นพี่ปรุงจะเข้าใจ ว่าทำไมความหายนะของพวกติณชาติถึงจะเป็นสิ่งเดียวที่จะหยุดชั้นได้”
พระปราบถอนหายใจอย่างปลงตก...เสียงหัวเราะของริ้วทองยังดังกึกก้อง...

วังติณชาติ มีฟ้าแล่บ ฟ้าร้อง ฝนจะตั้งเค้า บรรยากาศน่ากลัว พล ประยงค์ นุชเดินกันมา ทุกคนต่างนุ่งกระโจมอก ถือขันอุปกรณ์อาบน้ำใส่ชุดพร้อมจะไปอาบน้ำ
“เดี๋ยวชั้นอาบก่อน แล้วป้ากับนุชยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำไว้นะ ร้องเพลงตลอดเวลาด้วย จะได้อุ่นใจ” พลบอก
เมื่อทั้งสองถึงบริเวณที่มีหน้าต่าง
ทันใดนั้น ไฟดับพรึ่บลงอย่างกะทันหัน ทั้งสามชะงักกึก !
“อย่าเพิ่งมโน อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด” ประยงค์ทำใจสู้
เสียงหมาหอนดังขึ้นแว่วๆ
“กูว่า...ใช่แล้วล่ะ” พลผวา
นุชหันไปทางหน้าต่าง แล้วตาโตเห็นอะไรบางอย่าง “นะ...นั่น...ใครอ่ะ ??”
พลกับประยงค์มองตาม ทั้งสามคน เห็นร่างผู้หญิงผมยาวยืนหันหลังให้ก่อนจะหันมา หน้าขาวซีดราวกระดาษ
เสียงกรี๊ดดดดดดดังขึ้น พล ประยงค์ นุช ต่างพากันกรี๊ดดดดดลั่นไปสามบ้านแปดบ้าน แล้วกอดกันกลม

อินทนิลนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของทรรศนะ ภายในห้องที่ปิดไฟมืด เสียงกรีดร้องดังแว่วมา ทรรศนะลืมตาตื่น
เสียงร้องนั้นทำให้อินทนิลรู้สึกตัว “นั่นมัน...เสียงเอะอะอะไรกัน ทรรศได้ยินมั้ย”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 11/4 วันที่ 14 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ