อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 12/5 วันที่ 16 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 12/5 วันที่ 16 ก.พ. 59

“เอ่อะ...หม่อมชั้นมาดูแลท่านชายแทนริ้วทองมังคะ”
“ริ้วอยู่ที่ไหน ชั้นจะหาริ้วทอง” เขาตะโกนและลุกขึ้นไปที่ประตู “ริ้ว! ริ้วอยู่ไหน !”
“ท่านชาย!”
หม่อมเจ้าดิเรกลุกไปที่ประตู...มือจับประตูเปิดออกได้แล้ว แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกไป ล้อมเพชรตามมากระชากตัวของหม่อมเจ้าดิเรกมาอย่างแรง แรงกระชากทำให้ทั้งสองล้มลงไปบนพื้น

หน้าห้อง...หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินเร็วๆ ไปที่ห้องของหม่อมเจ้าดิเรกเพราะเป็นห่วงอาการไม่สบายของเขา แล้วได้ยินเสียงดังโครมครามเข้า หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหยุดชะงักก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ประตู หญิงสาวเห็นภาพเหตุการณ์ในห้องผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเอาไว้



ล้อมเพชรคร่อมร่างของหม่อมเจ้าดิเรก แล้วเอาปากประกบกับปากของหม่อมเจ้าดิเรก หลับตาท่องคาถาในใจ “โอม...สิทธิฟ้าฟื้นจำเริญศรี ศรีเจ้างามคือฟ้าหน้ากูงาม ให้แขนกูดั่งนางบุษบา ดวงตาสุกใสดั่งจันทร์ฉาย... ชายเห็นก็ทนอยู่มิได้ ไปแห่งใดใจรำพึงถึงเพียงกู กินข้าวอยู่ในคอก็ลืมกลืน ให้สะอื้นถึงเจ้าอยู่ทุกเวลาและราตรี”
ฤทธิ์ของคาถาได้ผลและยิ่งเข้าสู่ร่างกายของหม่อมเจ้าดิเรกหนักขึ้น ทำให้ร่างของเขากระตุกอย่างแรงพร้อมกับที่ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำ ก่อนที่หม่อมเจ้าดิเรกจะหมดสติ
ล้อมเพชรถอนริมฝีปากออกจากหม่อมเจ้าดิเรก แล้วหลับตาพนมมือ...ท่องคาถาขมุบขมิบ...ก่อนจะเป่าลมลงบนใบหน้าของหม่อมเจ้าดิเรก
ที่หน้าประตูห้อง....หม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนมองภาพหม่อมเจ้าดิเรกกับล้อมเพชรผ่านช่องแง้มของประตู หญิงสาวรีบหลบหลังประตู...สีหน้าตื่นตระหนกตกใจกับภาพที่เห็น “ล้อมเพชรทำเสน่ห์ใส่เจ้าพี่”

หมอคำนั่งสมาธิอยู่หน้าหิ้งพระที่มีพวกของขมังเวทย์ต่างๆ ตั้งอยู่ แต่หมอคำแต่งตัวคล้ายกับฤาษีเน้นชุดสีขาว..หน้าตาดูมีเมตตามากว่าจะน่ากลัวอย่างหมอผีทั่วไป
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากระซิบกับเจิม “แน่ใจได้ยังไงว่า “ท่าน” ของเจิมจะช่วยเราได้”
““ท่านหมอคำ” คนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักมังคะ เขาร่ำลือกันว่าท่านผู้ถึงจะมีวิชาอาคมแก่กล้าแต่ก็ปฏิบัติตัวในทางไสยขาว ถ้าเราเดือดร้อนเพราะพวกไสยดำ ท่านก็น่าจะช่วยเรา”
หมอคำลืมตาขึ้น ถอนหายใจอย่างเครียด
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะ เห็นอะไรหรือเปล่า”
“ที่วังศุภมาศถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำจนข้าเข้าไปดูไม่ได้ แต่ที่ข้ารับรู้ก็คือคนในนั้นถูกทำเสน่ห์จากวิชาศักดิ์สิทธิ์โบราณ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
“แล้วจะมีทางช่วยไหมจ๊ะ”
“มันใช้ของรักของหวงที่เขาคนนั้นมีจิตผูกพันเอามาทำพิธีมหาเสน่ห์ ถ้าจะทำลาย พวกเจ้าก็ต้องใช้ของรักของหวงที่เขามีจิตผูกพันเช่นกัน แล้วนำสิ่งนั้นแช่ลงในน้ำมนต์ สวดมนต์ใต้แสงจันทร์ติดต่อกันสามวันสามคืน ถึงจะนำน้ำที่แช่สิ่งของไปให้เขาดื่ม”
“ของรักของหวงที่เจ้าพี่มีจิตผูกพัน? คืออะไรค่ะ”
“ข้าไม่รู้ พวกเจ้าต้องไปหาเอาเอง แต่อย่าช้าล่ะ วิชามนต์ดำที่อยู่ในตัวของเขาค่อยๆ ทำลายตัวเขา อีกไม่นาน...เขาก็จะตายเพราะมัน”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่สบายใจ

เกล้ามาศดีดกีต้าร์และร้องเพลงจังหวะสนุกสนานให้สร้อยดาวฟัง พริมนั่งตบมือสร้างความครื้นเครงไปด้วย สร้อยดาวนั่งมองตาแข็งๆ อย่างคนที่สติเลื่อนลอย เกล้ามาศกับพริมมองหน้ากันอย่างผิดหวัง

อีกวันหนึ่ง เกล้ามาศมาดีดกีต้าร์อีก แต่ครั้งนี้สร้อยดาวเคลื่อนหน้ามามองที่กีต้าร์ของเกล้ามาศ ยื่นมือมาจับที่กีต้าร์อย่างสนใจ เกล้ามาศกับพริมยิ้มกันอย่างมีความหวัง
อีกวันหนึ่ง เกล้ามาศดีดกีต้าร์และร้องเพลงจังหวะสนุกสนานมากขึ้น พริมจับมือสร้อยดาวให้ลุกขึ้นเต้นรำโยกเบาๆ สร้อยดาวค่อยๆ โยกตัวตาม เกล้ามาศกับพริมยิ้มและมองหน้ากันอย่างดีใจที่สร้อยดาวตอบสนองดีขึ้น

หมอคุยกับเกล้ามาศและพริม สร้อยดาวนอนหลับอยู่บนเตียง “คนไข้อาการดีขึ้นมากครับ อารมณ์ผ่อนคลายขึ้น ไม่โมโหร้าย เชื่อฟังคำสั่งมากขึ้น แล้วก็มีการตอบสนองด้านสมองที่ดี ถ้าอาการยังดีขึ้นต่อเนื่องแบบนี้ อีกไม่นานก็จะกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ครับ”
เกล้ามาศกับพริมยิ้มดีใจ

เกล้ามาศกับพริมเดินมาด้วยกัน
“มาศ...แวะไปไหว้ศาลพระภูมิหน้าโรงพยาบาลกันไหม ไปอธิษฐานขอให้ท่านช่วยให้สร้อยดาวหายเร็วๆ”
“จะไหว้ทำไม คุณหมอก็บอกอยู่แล้วว่าอาการสร้อยดาวดีขึ้น”
“ชั้นอยากให้สร้อยดาวดีขึ้นแบบเร็วเว่อร์ๆ ประมาณว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้ามา พูดและจำทุกอย่างได้เลย ชั้นอยากรู้ความจริงเรื่องยัยคุณสวิตา”
“ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนไปได้ ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ ความลับไม่มีในโลก ถ้าคุณวิทำสิ่งไม่ดีไว้ ยังไงสักวันเราก็ต้องรู้ความจริง”

วังติณชาติ นุชกับประยงค์กำลังปัดกวาดทำความสะอาดห้องนอนเกล้า เสร็จแล้ว นุชเดินมาเก็บกองหนังสือซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือภาษาอังกฤษบนโต๊ะให้เข้าที่เข้าทาง ระหว่างนั้นมือของนุชปัดไปโดนหนังสือเล่มหนึ่งตกพื้น...กระดาษวาดรูปที่สอดไว้ข้างในหนังสือกระเด็นออกมา...คว่ำหน้าลงบนพื้น
นุชก้มลงเก็บหนังสือ เก็บกระดาษ แต่พอพลิกหงายกระดาษขึ้น นุชเห็นสิ่งที่อยู่บนกระดาษก็ถึงกับตาโต !

เกล้ามาศกลับจากไปบำบัดสร้อยดาว ก็เจอพลกำลังเก็บแก้วน้ำรับแขกที่ดื่มไปแล้ว “พล ใครมา?”
“ท่านหมอที่คุณนิลจะให้มาช่วยปราบผีครับ แกมาเดินสำรวจรอบวังตั้งแต่เช้า เพิ่งจะกลับไปพร้อมคุณทรรศเมื่อกี้นี้เอง”
เกล้ามาศนิ่วหน้าไม่สบายใจกับสิ่งที่แม่ทำ “แล้วตอนนี้คุณแม่อยู่ที่ไหน”
“ในห้องครับ”
ทันใดนั้นเสียงนุชกรีดร้องดังมาจากชั้นสอง “กรี๊ดดดดดดดดดดดด !”
เกล้ามาศกับพลตกใจ หันมองไปทางเสียง
“เสียงนังนุช ?!” พลบอกอย่างกลัว “เจออะไรอีกแล้ว !!!”
นุชกับประยงค์กรีดร้องและกอดกันกลมอยู่มุมหนึ่งของห้อง
อินทนิลเปิดประตูเข้ามาก่อนเพราะอินทนิลอยู่ชั้นสองของวังอยู่แล้ว “นุช ประยงค์เกิดอะไรขึ้น !”
ทั้งนุชและประยงค์วิ่งไปเกาะอินทนิล ระหว่างนั้นเกล้ามาศกับพลวิ่งเข้ามาในห้องนอน...ได้ยินที่ประยงค์พูดพอดี
“ผีผู้หญิงคนนั้นมาอีกแล้วค่ะ มันโผล่หน้าบนกระดาษแผ่นนั้นค่ะ”
“ห่ะ !” พลกระโดดไปหลบหลังเกล้ามาศแล้วล้วงสร้อยพระในคอออกมาพนมไหว้ปะหลกๆ
เกล้ามาศเดินไปเก็บกระดาษวาดรูปริ้วทองขึ้นมาจากพื้น “ไม่ใช่ผีหรอกค่ะ เป็นรูปวาดจริงๆ ทุกคนดูให้ดีๆสิคะ”
พล ประยงค์ นุชเปิดตาดูรูปวาดในมือเกล้ามาศแล้วค่อยเชื่อ
“รูปจริงๆ ด้วย แกนี่นะนังนุช จะกลัวอะไรหัดดูให้ดีๆ ก่อนสิว่ามันผีหรือจริง ชั้นก็พลอยตกใจไปด้วย”
อินทนิลก้าวเข้าไปคว้ารูปจากมือมาศมาดู “นี่น่ะเหรอ...หน้าผีริ้วทอง”
“ใช่ครับคุณนิล หน้าแบบนี้ เป๊ะ”
“มาศไปเอารูปมาจากไหน”
“มาศให้พริมวาดให้ค่ะ”
“แสดงว่ามาศเคยเจอมันมาบ่อยแล้ว มันทำร้ายมาศด้วยใช่ไหม” เกล้ามาศเงียบ หนักใจ “แม่จะไม่ยอมให้มันเล่นงานพวกเราอยู่แบบนี้ แม่จะจัดการมัน แม่ขอรูปนี้ไปนะมาศ ท่านอาจารย์ได้เห็นหน้ามันเต็มๆ ท่านจะได้คิดจัดการมันง่ายขึ้น” อินทนิลถือรูปแล้ววิ่งออกไป
“คุณแม่ !” เกล้ามาศวิ่งตามไป

เกล้ามาศตามออกมาดึงแขนอินทนิล “คุณแม่คะ! มาศไม่อยากให้คุณแม่ทำร้ายริ้วทอง”
“แล้วมาศจะปล่อยให้มันทำร้ายเราอยู่แบบนี้เหรอ แม่ไม่เอาด้วยหรอกนะ แม่กลัวตาย”
“มาศบอกแล้วไงคะว่าตอนนี้ริ้วทองอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เขาออกมาทำร้ายเราไม่ได้ ผีที่คืนก่อนคุณแม่กับพวกป้าประยงค์เจอก็ไม่ใช่ผีริ้วทอง แต่เป็นใครไม่รู้” เธอจับมือแม่ “คุณแม่คะ..มาศรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันน่ากลัว แต่เราต้องมีสติ อย่าให้ความกลัวของเราเป็นช่องทางให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายเรา”
“มาศว่าใคร? ว่าทรรศเหรอ”
“มาศไม่ได้ว่าใครค่ะ มาศแค่อยากพูดให้คุณแม่ได้คิด”
“แม่คิดไม่ได้หรอก ยังไงแม่ก็จะต้องจัดการมัน ท่านอาจารย์บอกว่า..ถ้าแม่ไม่อยากตายโหงก็ต้องรีบย้ายออกไปจากที่นี่ แต่แม่ตัดสินใจแล้ว แม่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น แม่จะสู้กับมัน”
“แต่ถ้าจองเวรกันไปมา ปัญหามันก็จะไม่จบสิ้นสักที”
“มาศหมายความว่ายังไง”
เกล้ามาศตัดสินใจบอกอินทนิล “ติณชาติเคยทำร้ายริ้วทองค่ะ ทำร้ายจนตาย ริ้วทองเขาถึงได้โกรธได้เกลียดพวกเรามาก เขาอยากให้เรา...โดยเฉพาะมาศ..ที่ริ้วทองคิดว่าเป็นท่านทวดรัมภากลับชาติมาเกิดชดใช้ให้เขา”
“งั้นก็ยิ่งต้องจัดการมัน”
“ไม่ค่ะคุณแม่ เราจะไม่จัดการกันด้วยวิธีรุนแรง เราจะต้องทำให้ริ้วทองยอมให้อภัยพวกเรา แล้วไปสู่สุคติ เวรกรรมจะได้จบสิ้นกันสักที ถ้าคุณแม่อยากให้ริ้วทองไป เราไปไหว้ขอขมาริ้วทองด้วยกันไหมคะ เผื่อว่าเขาจะให้อภัยเรา”
อินทนิลนิ่งคิดไป

มะลิใส่ชุดนอนนั่งอยู่ อาร์มกลับมาจากข้างนอกเดินผ่านมา หยุดดูอาการ ก่อนเดินเข้าไปหา“เป็นอะไรไป พี่กลับมาไม่ทักไม่ทาย แล้วนี่ยังไม่หลับไม่นอนอีกเหรอป่านนี้”
“มะลิรอพี่อาร์มนะค่ะ”
“รอพี่...จะรอทำไม เป็นเด็กเป็นเล็กต้องนอนแต่หัวค่ำ รู้มั้ย” อาร์มสังเกตเห็นว่ามะลิหงอยไป ไม่รื่นเริงอย่างที่เคยเป็น “มะลิ...มีอะไรหรือเปล่า หือ...”
มะลิมองอาร์มตาแดงๆ “มะลิจะกลับเมืองนอกพรุ่งนี้”
“อ้าว ทำไมปุบปับยังงี้ล่ะ”
“นั่นสิ มะลิยังเที่ยวเมืองไทยไม่อิ่มเลย พอดีทางโมเดลลิ่งทางโน้นเค้าตามตัวมะลิน่ะค่ะ เค้าบอกว่างานที่มะลิไปแคสไว้ก่อนที่จะมาเมืองไทยเค้าเลือกมะลิค่ะ”
“ก็ดีสิ ได้ทำงานที่ตัวเองชอบ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยนะ เห็นไหม...มะลิเด็กกว่าพี่ด้วยซ้ำ แต่กำลังจะได้ทำงานตามที่ตัวเองฝันไว้ ส่วนพี่ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย สงสัยว่าพี่จะต้องเริ่มคิดให้มันจริงจังเสียแล้ว ไม่งั้นแพ้เด็กแน่ๆ” มะลิมีอาการผ่อนคลายขึ้น “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปส่งนะ ไป...ขึ้นนอนได้แล้ว”
“งั้นกู๊ดไนท์ค่ะ”
“กู๊ดไนท์จ้ะ” อาร์มมองตามมะลิที่ว่าง่าย แล้วอมยิ้ม

พริมนั่งคอยอาร์มและคุยโทรศัพท์ไปด้วย
“เอาสิ วันนี้ชั้นว่าง เดี๋ยวชั้นไปหาพระปราบเป็นเพื่อนแกกับคุณน้าเอง” อาร์มเดินเข้ามานั่งตรงข้ามพริม ฟังที่พริมคุยโทรศัพท์กับเกล้ามาศอย่างสนใจ “แค่นี้ก่อนนะมาศ อาร์มกลับมาแล้ว” เธอวางสาย “ส่งน้องมะลิขึ้นเครื่องเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืมม์ เรียบร้อยแหละ ว่าแต่เมื่อกี้เธอคุยอะไรกับมาศ นัดกันจะไปไหน”
“แหม...หูผึ่งเชียวนะ มาศจะพาคุณน้านิลหาพระปราบที่วัด มาศก็เลยโทรมาชวนชั้นไปด้วย”
“ชั้นไปด้วยสิ ชั้นว่าง นะๆ ให้ชั้นไปด้วย เดี๋ยวชั้นพาไปเลี้ยงข้าว แล้วขากลับก็จะขับรถกลับไปส่งเธอที่บ้านเอง”
“ก็ได้ แต่อย่าไปทำตัวให้มาศรำคาญล่ะ”
“รู้น่า...”

บ้านอนรรรฆ อนรรฆนั่งไขว่ห้าง ถือแก้วเครื่องเท่ๆ ดูทรงอำนาจคอยอยู่ ทรรศนะเดินเข้ามายกมือไหว้...สีหน้าไม่สบายใจ...พอจะรู้ว่าอนรรฆจะพูดกับเขาเรื่องอะไร “คุณอนรรฆมีธุระอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”
“เมื่อไหร่คุณนิลจะยอมขายวังติณชาติให้ผมสักที”
“ใกล้แล้วครับ”
“คำว่าใกล้ของคุณ มันคือเมื่อไหร่ เย็นนี้..พรุ่งนี้..มะรืนนี้?”
ทรรศนะเงียบ ตอบไม่ได้ก็ร้อนรน “ผมกำลังพยายามอยู่ แต่พี่นิลใจแข็งเหลือเกิน”
“แต่คุณเคยคุยว่าคุณนิลหลงคุณนักหนาไงล่ะ”
“พี่นิลใจแข็งกว่าที่ผมคิด คุณอนรรฆให้เวลาผมอีกนิดเถอะครับ ผมสัญญาผมจะทำให้พี่นิลยอมขายวังให้คุณให้ได้”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 12/5 วันที่ 16 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ