อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 ก.พ. 59

“เพื่อนคุณจะทำได้ยังไง ผมเป็นแฟนพี่นิล ผมยังทำไม่สำเร็จเลย”
“เพื่อนชั้นเขารู้ความลับของวังติณชาติ เพราะว่าเขาเคยอยู่ที่นั่น”
“แล้วทำไมเขาไม่ไปเอาจากพระคืนเอง เป็นผีกลัวพระหรือไง”
“ชั้นไม่รู้เหตุผลหรอก เพื่อนชั้นเขาไม่ได้บอก ว่าแต่คุณเถอะ...จะรับข้อเสนอของชั้นไหม”
“ไปขโมยของจากพระ ถ้าผมถูกจับขึ้นมา ผมก็ซวยสิคุณ”

“เชื่อชั้นเถอะ เพื่อนชั้นจะช่วยคุณได้ “ทุกอย่าง” แต่ก็ตามใจคุณนะ ชั้นแค่เห็นว่าคุณดูเดือดร้อนที่คุณนิลไม่ยอมขายวัง...ก็เลยอยากช่วยเหลือ ถึงได้กล้าเอาชื่อเสียงของชั้นมาเสี่ยงยื่นข้อเสนอนี้กับคุณ แต่ถ้าคุณจะไม่รับก็ตามใจ” สวิตาลุกเดินออกไป
ทรรศนะลังเล แล้วนึกถึงที่อนรรฆขู่ไว้ เขาจึงยอมลุกขึ้นเรียกสวิตาไว้ “เดี๋ยวคุณวิ !”
สวิตาหยุดเดินแล้วยิ้มสมใจออกมา



พระปราบนั่งสมาธิหน้าพระประธาน บาตรพระของริ้วทองวางอยู่แถวนั้น ท่านกำลังเห็นภาพนิมิตว่าตัวเองกำลังจะตาย เทียนหน้าพระประธานดับพรึ่บลงเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...เป็นสัญญาณเตือนลางร้าย พระปราบลืมตาขึ้น...มองไปที่เทียนเล่มที่ดับ แม้รู้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับตัวเอง แต่สีหน้าและแววตาก็นิ่งสงบ

วังติณชาติ อินทวงศ์นั่งอยู่ที่ชุดโซฟารับแขก อินทวงศ์คุยโทรฯ “ครับคุณอา ไม่ต้องห่วงนะครับ เสร็จธุระแล้วผมก็จะกลับทันที สวัสดีครับ” ประยงค์เดินลงมาจากชั้นสองพอดี “คุณมาศเป็นไงบ้างครับ”
“คุณมาศตื่นแล้วค่ะ คุณต๊ะขึ้นไปเยี่ยมคุณมาศสิคะ”
“ในห้องนอนเหรอครับ ผมเกรงว่าจะดูไม่ดี”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นุชก็อยู่ในห้องด้วย คุณต๊ะขึ้นไปเถอะค่ะ คุณมาศจะได้หายเร็วๆ”
อินทวงศ์ยิ้มรับแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง

เกล้ามาศนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง...รับยาและแก้วน้ำมาจากนุช“คุณแม่ไปไหนคะ”
“ออกไปข้างนอกค่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าไปไหน สงสัยจะออกไปหาหมอผีมาปราบผีริ้วทอง”
“โถ...คุณแม่ ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”
มีเสียงเคาะประตู นุชไปเปิดให้ เห็นว่าเป็นอินทวงศ์ยืนอยู่ “ผมมาเยี่ยมคุณมาศครับ” อินทวงศ์เดินไปนั่งลงข้างเตียงของเกล้ามาศ...จับมือเกล้ามาศมาถามอย่างห่วงใย โดยมีนุชอยู่เป็นเพื่อน “คุณเป็นยังไงบ้าง หายปวดหูหรือยัง”
“หายแล้วค่ะ”
“คุณพริมเล่าให้ผมฟังแล้วว่าคุณกับคุณนิลไปขอโทษริ้วทอง แต่ท่าทางริ้วทองจะไม่ยอม เขาถึงทำร้ายคุณ คุณกลัวไหม”
“ชั้นกลัวคุณแม่จะไม่ปลอดภัยมากกว่าค่ะ เพราะที่ชั้นได้ยินริ้วทองพูด...ริ้วทองบอกว่ายังไงเธอก็จะไม่อภัยพวกเรา ติณชาติต้องชดใช้ให้ริ้วทอง”
“คุณอย่าเพิ่งใจเสียไปนะ ตราบใดที่ริ้วทองยังอยู่กับพระปราบ ริ้วทองก็จะทำร้ายคุณไม่ได้”
“แล้วถ้าริ้วทองหลุดออกมาได้ล่ะคะ”
“ริ้วทองไม่มีทางออกมาได้ เว้นแต่ว่าจะมีใครไปช่วยเปิดผ้ายันต์ที่ปิดฝาบาตรออก”
“ช่วย?!” เธอนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงยิ่งไม่สบายใจ “คุณต๊ะคะ แต่ชั้นได้ยินริ้วทองพูดว่า “คุณล้อมจะมาช่วย”
“คุณล้อม? คุณล้อมไหน”
“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ริ้วทองพูดแบบนั้นจริงๆ นะคะ”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศครุ่นคิด มือถือของอินทวงศ์มีสายเข้า อินทวงศ์เดินเลี่ยงออกมาจากเกล้ามาศ แล้วมองหน้าจอมือถือ...แปลกใจเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เซฟ “ใคร? .. สวัสดีครับ”
ลุงมรรคนายกคุยโทรศัพท์จากมือถือของแกเอง...ในมือถือเศษกระดาษที่พระปราบเขียนเบอร์โทรของอินทวงศ์ให้“นั่นคุณต๊ะใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ ผมต๊ะ”
“หลวงพี่ปราบให้ผมโทรมาตามคุณว่าให้มาหาท่านด่วนครับ”
อินทวงศ์ตกใจ “ครับๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
เกล้ามาศได้ยินอินทวงศ์พูดจึงลุกขึ้นมาถาม “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“พระปราบให้คนที่วัดโทรมาตามผมไปพบด่วน แต่ท่านไม่ได้ไว้ว่ามีเรื่องอะไร”
เกล้ามาศไม่สบายใจไปด้วย

วัดของพระปราบ สวิตาขับรถเข้ามาจอดในมุมมืด สวิตากับทรรศนะนั่งอยู่ในรถ ทรรศนะมีใบหน้าบอบช้ำและผ้าแผลติดที่หัวคิ้วด้วย
“พระปราบอยู่ในถ้ำข้างหลังวัด กำไลอยู่ในบาตรพระที่มีผ้ายันต์สีขาวปิดฝา ถ้าคุณเข้าไปก็จะรู้เองว่าเป็นอันไหน คุณรีบไปเอากำไลออกมา ชั้นจะรออยู่ตรงนี้”
ทรรศนะลงจากรถไป สวิตามองตามด้วยแววตาร้ายกาจ

ทรรศนะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าถ้ำ มองเข้าไปภายใน ก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำ ด้านในไม่มีใคร “กำไลอยู่ในบาตรพระ แล้วบาตรพระอยู่ไหนวะ” ทรรศนะมองหาไปรอบๆ แต่ไม่เจอ

สวิตานั่งคอยทรรศนะอยู่ในรถอย่างร้อนใจ แล้วมองไปเห็นรถอินทวงศ์ขับเข้ามาจอด สวิตาเห็นอินทวงศ์กับเกล้ามาศลงจากรถของอินทวงศ์แล้วเข้าไปข้างใน สวิตาอึ้ง “ต๊ะ ! นังมาศ !”

อินทวงศ์กับเกล้ามาศ พากันเดินเข้ามาด้วยกำลังร้อนใจอยากรู้ว่าทำไมพระปราบถึงต้องโทรเรียกพวกเขามาเช่นนี้
ลุงมรรคนายกที่เดินมาอีกทางก็เจออินทวงศ์กับเกล้ามาศพอดี “คุณต๊ะใช่ไหมครับ”
“ครับ”
สวิตาเดินย่องตามอินทวงศ์กับเกล้ามาศเข้ามา แล้วหยุดแอบฟัง
“ผมคือคนที่หลวงพี่ให้โทรไปตามคุณต๊ะครับ”
“อ๋อ ครับลุง แล้วตอนนี้หลวงพี่ปราบอยู่ที่ไหนครับ”
“อยู่ที่ถ้ำครับ”
สวิตาฟังแล้วร้อนใจ

ทรรศนะค้นหาบาตรพระใส่กำไลไปรอบๆ บริเวณ...กระทั่งถึงแถวหน้าพระประธาน...ที่ตั้งแจกันดอกไม้ไหว้พระ
“ต้องการสิ่งใดหรือโยม” เสียงพระปราบดังขึ้นจากด้านหลัง ทรรศนะสะดุ้งตกใจ จนมือปัดไปโดนแจกันดอกไม้ตกลงมาที่พื้นแตกเป็นสองท่อน พระปราบยืนอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง...แม้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวท่านเอง
“เอ่อ...คือ..ผม...ผมรถเสียอยู่ข้างนอก ก็เลยแวะเข้ามาดูเผื่อว่าจะมีใครช่วยเหลือได้บ้าง”
“ที่นี่ไม่มีใครช่วยเหลือโยมได้หรอก” ทรรศนะแกล้งเนียนทำหน้าผิดหวัง จนกระทั่งพระปราบเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องเวรกรรมก็เช่นกัน ไม่มีใครช่วยโยมสร้าง หรือช่วยโยมล้างมันได้ นอกจากตัวของโยมเอง”
ทรรศนะชะงักแล้วแกล้งทำเป็นเนียน “หลวงพี่จะมาเทศนาสอนธรรมะผมตอนนี้เห็นทีว่าจะไม่สะดวกนะครับ”
“อาตมามีเวลาเหลือน้อยเต็มที ไม่มีใครฝืนลิขิตของกรรมไปได้ อาตมาก็เลยอยากใช้ลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง...ให้ธรรมะแก่โยม จำเอาไว้...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ โยมต้องรู้จักพอ อย่าใช้ชีวิตไปตามยถากรรม อย่าปล่อยให้กิเลสและ “เขา” ครอบงำ”
ทรรศนะงง ไม่เข้าใจ “หลวงพี่พูดอะไร” มือถือของทรรศนะที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงมีสายเข้า ทรรศนะล้วงหยิบขึ้นมากดรับสาย “ฮัลโหล....”
สวิตาคุยโทรศัพท์เสียงกระซิบกระซาบขณะเดินย่องตามอินทวงศ์กับเกล้ามาศอยู่ห่างๆ “รีบออกมา ต๊ะกับคุณมาศกำลังจะไปที่นั่น!”
ทรรศนะคุยโทรศัพท์แล้วตกใจ “ห๊ะ !”
อินทวงศ์ เกล้ามาศ มรรคนายกกำลังเดินมุ่งหน้ามาที่ถ้ำ
ทรรศนะจะเดินไป แต่พระปราบจับแขนทรรศนะไว้ “อาตมาขอบิณฑบาต อย่าปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม จงกลับเนื้อกลับตัวซะ”
ทรรศนะหงุดหงิด “หลวงพี่เป็นอะไรมากปะ ปล่อย!”
“อาตมาอโหสิกรรมให้”
ทรรศนะไม่ยอมฟังที่พระปราบพูดเลย...เขากระวนกระวายกลัวอินทวงศ์กับเกล้ามาศจะมาถึง “ปล่อยสิวะ!” ทรรศนะผลักร่างของพระปราบอย่างแรง ร่างพระปราบกระเด็นล้มไปบนกองแจกันแตก แจกันซีกหนึ่งแทงท้องพระปราบ! ทรรศนะตกใจ! ทรรศนะแทบจะสติแตก ละล้าละลังทำอะไรไม่ถูก ทรรศนะหันไปมองแล้วรีบวิ่งไปหาที่หลบหลังโขดหินแถวทางออก อินทวงศ์ เกล้ามาศ มรรคนายกเข้ามา เห็นร่างพระปราบนอนนิ่งอยู่บนพื้น ทุกคนตกใจมาก
“หลวงพี่ !” ทั้งสามวิ่งเข้าไปหาร่างพระปราบ อินทวงศ์ประคองร่างพระปราบขึ้นมา เกล้ามาศยืนดูอยู่ใกล้ๆ
อินทวงศ์จับที่เส้นชีพจรตรงข้อมือของพระปราบ แล้วบอกน้ำเสียงเศร้าว่า..“หลวงพี่มรณภาพแล้ว”
เกล้ามาศกับมรรคนายกอึ้ง ทรรศนะอาศัยช่วงที่พวกอินทวงศ์วุ่นวายอยู่กับพระปราบ ย่องหลบออกไปจากถ้ำ

ริ้วทองอยู่ในบาตรพระ...แล้วหันขวับไปด้านหนึ่ง รับรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระปราบ “พี่ปรุง !” ริ้วทองมองออกไปด้านนอก โกรธมาก “มึงเป็นใคร! มึงทำร้ายพี่ปรุงทำไม!”

ทรรศนะวิ่งสีหน้าตื่นตระหนกเพราะเพิ่งฆ่าพระปราบมาเจอสวิตายืนคอยอยู่ สวิตาสังเกตเห็นอาการของทรรศนะ “เกิดอะไรขึ้น” ทรรศนะอึกอัก..หน้าซีดเผือด..เหงื่อแตกพลั่ก สวิตายิ่งอยากรู้ คาดคั้นถามทรรศนะ “บอกมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“ผม...ผมฆ่าพระตาย” สวิตาอึ้ง ทรรศนะสติแตก “แต่ผมไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ”
สวิตาเสียงเบา “ตั้งสติให้ดีๆ ก่อนได้ไหม จะโวยวายไปให้คนอื่นมาได้ยินทำไม”
“ผมไม่อยากถูกจับติดคุกนี่ ไม่รู้แหละ...ยังไงคุณต้องช่วยผม ผมจะไม่ยอมซวยคนเดียวแน่”
“ไม่ต้องห่วง ชั้นบอกแล้วไงว่าเพื่อนชั้นช่วยคุณได้ทุกเรื่อง แต่ตอนนี้คุณต้องรีบไปเอากำไลเถอะ”
“จะบ้าหรือไง พวกมันอยู่กันเต็มถ้ำ จะให้ผมกลับไปเอาได้ยังไง!”
“ไม่ใช่ที่ถ้ำนั่น แต่เป็นที่อื่น”
ทรรศนะแปลกใจ
สวิตาแอบฟังอินทวงศ์ เกล้ามาศ มรรคนายกคุยกัน
“อ๋อ ครับลุง แล้วตอนนี้หลวงพี่ปราบอยู่ที่ไหนครับ”
“อยู่ที่ถ้ำครับ หลังจากโทรหาคุณเสร็จ ท่านก็ให้ผมนำบาตรพระของท่านไปไว้ในโบสถ์ ท่านบอกไว้ว่าฝากไว้ให้คุณ”
สวิตาฟังอยู่พยักหน้านิดๆ รับรู้แล้วว่าบาตรพระอยู่ไหน
“งั้นเรารีบไปหาพระปราบกันก่อนเถอะค่ะ ท่านตามเรามา คงจะมีเรื่องด่วนจริงๆ”
เกล้ามาศ อินทวงศ์ ลุงมรรคนายกพากันเดินไปทางถ้ำ

ทรรศนะโวยวาย “ไม่เอา ผมไม่ทำแล้ว”
“ทรรศ เรื่องมันบานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว นายต้องทำต่อให้จบ ไม่อย่างงั้นเราจะยิ่งซวย เชื่อชั้น...เพื่อนชั้นที่เป็นเจ้าของกำไล เขาช่วยเราได้ทุกเรื่อง”สวิตามองหน้าทรรศนะด้วยสีหน้าจริงจังเด็ดเดี่ยว จนทรรศนะมีท่าทางอ่อนลง สวิตามองไปรอบๆ เพื่อหาอาวุธ แล้วหันไปเห็นท่อนเหล็กเก่าๆ วางทิ้งอยู่ที่พื้น สวิตาไปหยิบมาให้ทรรศนะ “รีบไปจัดการซะ ชั้นจะดูต้นทางให้เอง”
ทรรศนะพยักหน้ายินยอม

ประตูโบสถ์คล้องกุญแจ ทรรศนะเอาท่อนเหล็กฟาดลงไปที่กุญแจ เมื่อเปิดออกแล้วจึงรีบเข้าไปข้างใน ...ทรรศนะเข้ามาข้างในแล้วรีบไปที่พระประธาน มองหาของ...จนกระทั่งหันไปเจอบาตรพระมีผ้ายันต์ขาวปิดฝาวางอยู่หน้าพระประธาน ทรรศนะเห็นแล้วยิ้มออกมา ทรรศนะดึงผ้ายันต์ที่ปิดฝาออก ล้วงเอากำไลมาศออกมา แล้ววิ่งออกมาจากในโบสถ์ ปิดประตูโบสถ์ มองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครผ่านแล้ว ก็วิ่งออกไป ทันทีที่เท้าของทรรศนะก้าวออกจากเขตรั้วของโบสถ์ บนท้องฟ้าเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลมพัดกรรโชกแรงเป็นลมอาเพศ...ลมพัดแรงมากจนทรรศนะประคองตัวเองไว้แทบไม่อยู่ ยกมือขึ้นป้องหน้า แล้วพาตัวเองเดินฝ่าลมออกไปจากแถวนั้น โดยที่เขายังไม่รู้ว่าลมที่เกิดขึ้นมันคืออะไร

สวิตายืนคอยทรรศนะแล้วเกิดลมพัดกระโชกแรงไปทั่วทั้งบริเวณ สวิตายกมือขึ้นปิดหน้า...แต่มีสีหน้าไม่สบายใจ...นึกรู้ได้ว่าต้องเกี่ยวกับริ้วทอง “ริ้วทอง...”

ทรรศนะยกมือข้างที่ไม่ได้ถือกำไลป้องหน้าจากลมที่พัดแรงมาก“ลมอะไรวะเนี่ย” ทรรศนะจะยกมืออีกข้างขึ้นบังหน้า แต่สิ่งที่ทรรศนะเห็นว่ามันอยู่ในมือเขาแทนที่จะเป็นกำไล มันกลายเป็นมือผี !!!! “เฮ้ย!” ทรรศนะปามือผีทิ้ง แล้วผงะตกใจจนล้มลงกับพื้น ถอยไปชนกับร่างของใครบางคน ทรรศนะหันหลังไปมอง ร่างของริ้วทองสยายปล่อยผม ปากดำ ตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด จ้องมาที่ทรรศนะ
“แก...แกเป็นใคร !”
“มึงฆ่าพี่ปรุง!” ริ้วทองสะบัดหน้าไปที่มือผีที่อยู่บนพื้น มือหันปลายนิ้วมาทางทรรศนะ ทรรศนะตาโตตกใจ มือผีพุ่งเข้าไปมาบีบคอทรรศนะ
ทรรศนะดิ้นทุรนทุราย “ยะ...ยะ..อย่า !”
ริ้วทองเพ่งมองทรรศนะตาถมึงทึง ทรรศนะถูกยกลอยขึ้นจากพื้น ทรรศนะพยายามดิ้นและดึงมือผีออก แต่ก็ไม่สำเร็จ ทรรศนะถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก ตาเหลือกกำลังจะตายแล้ว
สวิตาวิ่งเข้ามาเห็นภาพริ้วทองกำลังจะฆ่าทรรศนะ “ริ้วทองอย่าทำเขา เขาเป็นคนช่วยเธอออกมา”
“มันฆ่าพี่ปรุง!”
“พี่ปรุง...พระปราบน่ะเหรอ ที่จริงท่านมรณภาพไปก็ดี”
ริ้วทองฟาดมือใส่สวิตา สวิตาหน้าหงายเหมือนคนโดนตบ สวิตาล้มหน้าหันลงไปกับพื้น “โอ๊ย !” สวิตาปาดเลือดที่มุมปาก...แววตาโกรธ...แต่ริ้วทองไม่เห็น แล้วพอหันหน้ากลับมาหาริ้วทอง สวิตาก็แกล้งทำเป็นคนดี “ชั้นพูดความจริง พระปราบขัดขวางเธอไม่ให้ได้แก้แค้นนังเกล้ามาศไม่ใช่เหรอ ปล่อยทรรศเถอะ เชื่อชั้น...เขาจะช่วยเราจัดการกับพวกติณชาติ ตอนเธอถูกขังอยู่ นังเกล้ามาศมันให้ท่าต๊ะต่างๆ นานา ต๊ะกำลังหลงเสน่ห์มัน พวกเราจะร่วมมือจัดการกับมัน พวกมันจะไม่เหลืออะไรเลยเหมือนที่มันทำไว้กับเธอไงล่ะริ้วทอง”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/2 วันที่ 16 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ