อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 ก.พ. 59

ทรรศนะเดินไปเปิดลิ้นชักตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าพันคอผืนใหญ่ๆ มาชูใส่อินทนิลและยิ้มทะเล้นตามสไตล์เวลาจะเอาใจ อินทนิลมองด้วยความอยากรู้ว่าทรรศนะจะให้อะไร มากกว่าจะตื่นเต้น ทรรศนะใช้ผ้าผูกตาอินทนิลเสร็จ
“ทรรศนี่นะ จะให้ของพี่ทำไมต้องลีลาเยอะแบบนี้ด้วย”
“ก็เพราะว่าลีลาของผมไม่ใช่เหรอครับ พี่นิลถึงติดใจ”
“ทรรศนี่!” อินทนิลตีทรรศนะเขินๆ ทั้งที่ผ้ายังปิดตา
ทรรศนะแอบเบะปากจะอ้วก แล้วทรรศนะก็เอามือล้วงกระเป๋า

ที่วัด อินทวงศ์เดินเข้ามา เจอลุงมรรคนายกเดินรีบร้อนเข้ามาหาอินทวงศ์ อินทวงศ์ยกมือไหว้ลุง “ผมมารับบาตรที่พระปราบฝากไว้”
“ผมกำลังจะโทรไปหาอยู่พอดีเลยครับ”


“มีอะไรเหรอครับ”
“มีใครก็ไม่รู้ไปเปิดบาตรพระที่พระปราบใช้ให้ลุงเอาไปไว้ในโบสถ์ ของที่อยู่ข้างในหายไป”
อินทวงศ์อึ้ง

ทรรศนะหยิบกำไลมาศออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง จับมืออินทนิล “ข้างซ้าย” ขึ้นมา
“อะไรน่ะ ?”
“ของขวัญพิเศษจากผมครับ พี่นิลจะได้รู้ว่าผมรักพี่นิลมากแค่ไหน” มือทรรศนะค่อยๆ สวมกำไลมาศเข้าไปที่มือของอินทนิล
อินทนิลรู้ได้จากการสัมผัส “กำไล? ต๊ะซื้อกำไลอะไรมาให้พี่จ๊ะ”
ทรรศนะไม่ตอบแต่สวมกำไลให้นิลจนเสร็จ

เกล้ามาศคุยโทรศัพท์ “อะไรนะค่ะ กำไลหายไป !”
อินทวงศ์คุยโทรศัพท์กับเกล้ามาศ “ใช่ครับที่ประตูโบสถ์มีร่องรอยถูกงัด ตอนนี้ทางวัดกำลังเรียกตำรวจมาตรวจสอบ ผมโทรมาเตือนคุณมาศ ถ้ากำไลหลุดออกจากบาตรพระได้แล้ว นั่นหมายความว่า...”
เกล้ามาศนึกได้ “ ริ้วทอง !” เธอแตะที่หน้าอกของตัวเองแล้วนึกถึงความฝัน
“กูจะเอาคืนพวกมึง !”
เกล้ามาศแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ฝัน“ชั้นไม่ได้ฝัน !” พอนึกได้เธอก็ร้อง “คุณแม่ !”
เมื่อทรรศนะปล่อยมือออก ตัวเรือนสีทองของกำไลก็ส่องแสงวาบ ร่างของอินทนิลกระตุกอย่างแรง ผ้าที่ผูกปิดตาร่วงลงพื้น อินทนิลที่ถูกริ้วทองสิงแล้วลืมตาขึ้น...ดวงตาเป็นสีแดงเหมือนริ้วทอง
ทรรศนะยังมีความกลัวผีอยู่ “ ริ้วทอง...” อินทนิลแสยะยิ้มออกมา

เกล้ามาศวิ่งเข้ามาสวนกับนุช “คุณแม่อยู่ไหน”
“ขึ้นไปบนห้องกับคุณทรรศแล้วค่ะ”
เกล้ามาศนิ่วหน้าไม่สบายใจ...เป็นห่วงความปลอดภัยของแม่...จึงวิ่งขึ้นไปข้างบน

เกล้ามาศวิ่งมายังห้องนอนของนิล เกล้ามาศมองเข้าไปในห้อง เห็นอินทนิลนอนหันหลังหลับอยู่บนเตียง เกล้ามาศเดินเข้าห้องไปหา มองใบหน้าของอินทนิลที่หลับสนิท แล้วจับมือแม่พูดเสียงเบาแต่หนักแน่น “มาศรักคุณแม่ มาศจะปกป้องคนที่มาศรักไม่ให้ใครมาทำร้ายได้เด็ดขาด”
เกล้ามาศแววตาเด็ดเดี่ยวมั่นคง.....

ที่วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงภรณีตกใจ “เจ้าพี่ดิเรกถูกทำเสน่ห์ยาแฝด !?”
“ไม่ใช่แค่ท่านชายดิเรกนะมังคะ แต่ท่านถมยาก็โดนไปด้วย เหมือนที่หม่อมชั้นคิดเอาไว้ทุกประการ ไม่มีทางที่ท่านชายดิเรกจะลุ่มหลงนังผู้หญิงหยำฉ่าคนนั้นมากมายเพียงนี้ นังริ้วทองที่ว่าร้ายกาจ...นังล้อมเพชรร้ายกว่าหลายเท่านัก” \
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าพี่จะต้องมาพบเจอกับเรื่องไม่เป็นมงคลเช่นนี้”
“ถ้าหญิงไม่เห็นด้วยตาตัวเอง หญิงก็ไม่เชื่อเหมือนกันค่ะ” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหวนรำลึกถึงสิ่งที่พบเจอมา ตอนที่เธอเห็นล้อมเพชรทำของใส่หม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่พอใจ “หมอคำบอกว่าเสน่ห์คุณไสยที่อยู่ในตัวเจ้าพี่จะค่อยๆทำลายเจ้าพี่ไปทีละน้อย อีกไม่นานเจ้าพี่ก็จะ...สิ้น”
“หนักหนาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันหน้าไปทางอื่น...มีแววตาเศร้าหมองลงเพราะนึกถึงเรื่องของตัวเอง “แล้วหมอคำ บอกว่าสิ่งใดจะช่วยล้างเสน่ห์ให้เจ้าพี่ได้บ้าง”
“หมอคำบอกมาแต่ว่าเป็นของรักของหวง...ที่เจ้าพี่มีจิตผูกพัน จิตถวิลหา เพราะล้อมเพชรก็ใช้ของรักของหวงของเจ้าพี่มาทำพิธีเช่นกัน”
เจิมเสริมขึ้น “พูดก็พูดเถิดมังคะ หม่อมชั้นไม่เคยเห็นท่านชายดิเรกจะมีพระทัยถวิลหาสิ่งใดนอกจากนังริ้วทองสองใจ”
“เจิม!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีดุเจิมและมองไปทางรัมภา...เป็นเชิงว่าพูดจาให้ระวังจิตใจหม่อมเจ้าหญิงรัมภาบ้าง
เจิมถึงเพิ่งรู้ตัว รีบปิดปากตัวเอง “อุ้ย !”
“หญิงเห็นด้วยกับเจิม ริ้วทองเท่านั้นที่เจ้าพี่ปรารถนา เราอาจจะต้องใช้ของจากริ้วทอง รู้ตัวหรือยังว่าถูกล้อมเพชรแย่งเจ้าพี่ดิเรกไป” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาคิดถึงริ้วทอง

ปรุงร้องด้วยความดีใจ “ริ้วทองมาที่นี่”
“ใช่ มาเมื่อคืน แต่คุณริ้วทองอาละวาดคลุ้มคลั่ง ก็เลยถูก...ถูก..”
“ถูกอะไร ?”
“ถูกท่านผู้หญิงกับท่านชายดิเรกไล่ตะเพิดกลับไป”
ปรุงอึ้ง ไม่พอใจ “ทำไมถึงพระทัยดำกันนัก ไหนเคยรับสั่งว่ารักริ้วทองนักหนา ท่านชายอยู่หรือไม่ ชั้นจะเข้าเฝ้าท่านชาย”
“ท่านชายประชวร ท่านรับสั่งไว้ว่าไม่ให้ใครเข้าเฝ้า”
“แต่ชั้นจะพบท่านชายเดี๋ยวนี้ !”
“เข้าไปไม่ได้” ปรุงจะเดินเข้าไปข้างใน “ถ้าเอ็งขัดคำสั่งท่านชาย ท่านชายกริ้วขึ้นมา ชั้นกับเอ็งจะเดือดร้อนกันหมด เชื่อเถิดเอ็งกลับไปก่อน”

ปรุงถูกคนใช้ชายโยนลงพื้น
คนใช้หญิงตามมาบอกปรุง “แล้วชั้นจะทูลท่านชายให้ว่าเอ็งมา”
“ริ้ว...เอ็งหายไปไหน! เอ็งอยู่ที่ไหน !”

ริ้วทองนอนซมอยู่บนแคร่ไม้...กระสับกระส่ายเพราะฝันร้าย
.ริ้วทองเห็นหม่อมเจ้าดิเรกยืนคู่กับหม่อมเจ้าหญิงรัมภา
“เอาตัวมันออกไป แล้วอย่าให้มันมาเหยียบที่นี่อีก”
ริ้วทองละเมอกระเด้งลุกขึ้นจากแคร่และกรีดร้อง แต่ยังไม่รู้สึกตัว “ไม่ !!!!!!!!!!! กูไม่ไป กูจะอยู่กับท่านชาย พวกมึงอย่าจับกู !” ลุงผินกับเมียวิ่งเข้ามาข้างใน แล้วเข้าไปจับร่างริ้วทอง แต่ริ้วทองดิ้นพล่าน “ปล่อยกู! อย่าจับกู!”
“อีหนู เอ็งเป็นอะไรไป ! อีหนู !”
“ปล่อย !!!!” ริ้วทองสะบัดตัวออกจากลุงผินและเมีย ลุงผินกับเมียกระเด็นไป จู่ๆ ริ้วทองก็กระตุกหนึ่งครั้ง ก่อนจะหน้าคว่ำลงมาที่พื้นแล้วขย้อนออกมาเป็นเลือด ที่กองเลือดมีกระจุกผมปะปนอยู่ด้วย
เมียตกใจ “พี่ผิน นี่มันกระจุกผมนี่พี่”
“อีหนูมันโดนของนี่หว่า”
“วันนี้วันพระ เขาว่ากันว่าพวกของคุณไสยจะแรงดีนัก”
“ท่าไม่ดีแล้วว่ะ เอ็งดูแลอีหนูไว้นะ ข้าจะไปขอน้ำมนต์ที่วัดมาให้มันกิน”
เมียประคองริ้วทองให้นอนดีๆ ริ้วทองไม่รู้สึกตัว...เลือดเปอะเปื้อนปาก...ดูน่าสงสาร

ปรุงนั่งไหว้พระประธาน “คุณพระคุณเจ้า ช่วยปกป้องคุ้มครองริ้วทองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด” เขาก้มกราบพระแล้วปล่อยร้องไห้ทั้งที่ยังกรา

วังติณชาติ นายชดกำลังเช็ดทำความสะอาดรถของหม่อมเจ้าอรรถรัตน์อยู่อย่างขะมักเขม้น นายชดเปิดประตูเข้าไปก้มเช็ดข้างในเบาะ แล้วเห็นขวดเหล้านอนอยู่ด้านในของเบาะ “รถของท่านชายอรรถ มีขวดเหล้าอีกตามเคย” นายชดเข้าไปในรถ...ยื่นมือไปจะหยิบขวดเหล้า...พลันสายตาของนายชดก็ก้มลงไปเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นรถ “อะไรวะ ?”

ปรุงเดินเศร้าหมองเป็นห่วงริ้วทองมาจากทางหน้าตึกใหญ่...เขาเพิ่งกลับจากไปหาริ้วทองที่วังศุภมาศ เขารู้ว่าริ้วทองไปที่นั้นแต่ไม่พบตัว ยิ่งทำให้เขาทุกข์ใจมาก
นายชดวิ่งมาหาปรุง “ปรุงๆ อยู่นี่เอง ข้าไปหาเอ็งที่เรือนแต่ไม่พบ”
“น้ามีธุระอะไรกับชั้น”
นายชดหันซ้ายหันขวามองว่ามีใครอยู่แถวนั้นไหม แล้วเอากำไลในกระเป๋ากางเกงส่งให้ปรุง “กำไลวงนี้ของริ้วทองใช่ไหม”
นายชดส่งกำไลมาให้ปรุง ปรุงรับไปดูด้วยใจระทึก “ใช่ กำไลของริ้วทอง น้าเอามาจากไหน !”
“เมื่อเช้าข้าไปส่งท่านชายที่วังสหายของท่าน เห็นว่าจะเสด็จประพาสหัวหินกัน กลับมาข้าก็เช็ดทำความสะอาดรถ แล้วเจอมันตกอยู่ในรถของท่านชายอรรถ ข้าเห็นเอ็งตามหาริ้วทอง ข้าสงสารก็เลยเอามาบอก เผื่อจะช่วยให้เอ็งตามหาริ้วทองเจอ”
ปรุงกำกำไลในมือแน่น “ชายอรรถ !”
“แต่เอ็งอย่ากะโตกกะตากไปนะโว้ย ประเดี๋ยวข้าจะเดือดร้อน”
ปรุงพยักหน้ารับและมองกำไลในมือด้วยแววตามุ่งมั่น

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิดเรื่องหาทางช่วยเหลือหม่อมเจ้าดิเรก หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามา เจิมถือชุดน้ำชาและของว่างมาด้วย...นำไปวางไว้บนโต๊ะ
“ของว่างจ้ะน้องหญิง”
“หญิงยังไม่อยากทานอะไร”
“แต่น้องหญิงต้องทานอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปคิดหาทางช่วยเหลือเจ้าพี่”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่งคิดไปสักพักแล้วพยักหน้ายอม “ค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีพาหม่อมเจ้าหญิงรัมภามานั่งที่โต๊ะ เจิมจัดแจงชุดของว่างให้
สักพักคนใช้เดินเข้ามานั่งพับเพียบลงบนพื้น “ท่านหญิงณีมังคะ ปรุงมาขอเข้าเฝ้ามังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเผลอตัวยิ้มดีใจ “ปรุง...”
ทั้งหม่อมเจ้าหญิงรัมภาและเจิมมองท่าทางของหม่อมเจ้าหญิงภรณี เจิมประหลาดใจ แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่สบายใจเพราะพี่หญิงออกนอกหน้าเกิน แต่หม่อมเจ้าหญิงภรณียังไม่รู้ตัว“ไปบอกปรุงว่าประเดี๋ยวชั้นจะออกไป”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแทรกขึ้น “ไปบอกปรุงให้เข้ามาพบพี่หญิงที่นี่”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันไปถามอย่างแปลกใจ “ ทำไมต้องให้...”
“เชื่อหญิงเถิดค่ะ ให้ปรุงเข้ามาคุยในนี้ พี่หญิงออกไปพบกับปรุง จะดูไม่งาม”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีจำใจยอม “ไปตามปรุงมา”
คนใช้รับคำแล้วเดินออกไป หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งลงคอยที่เดิม หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันไปมองเจิม “เจิมจะไปทำอะไรก็ไปทำเถิด”
“หม่อมชั้นไม่มีอะไรทำดอกมังคะ”
“เจิม...” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจิกตาเขียวใส่เจิม
“ไปแล้วมังคะ” เจิมลุกออกไป
คนใช้เดินนำปรุงเข้ามา ปรุงคุกเข่านั่งลงกับพื้นและยกมือไหว้ท่านหญิงทั้งสอง คนใช้เดินออกไป
“ปรุงมีธุระอะไรกับพี่หญิงก็พูดมาเถิด”
“เอ่อะ..คือ...”
“พูดมาเถิด ชั้นกับพี่หญิงณีไม่มีความลับต่อกัน” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาบอก
“ริ้วทองหายตัวไป น้าชดเจอกำไลของริ้วทองตกอยู่ในรถของท่านชายอรรถกระหม่อม กระหม่อมก็เลยอยากจะมาทูลขอความเมตตาจากท่านหญิงณีให้ถามเรื่องนี้จากท่านชายอรรถแทนกระหม่อม เพราะกระหม่อมไม่อยากให้น้าชดเดือดร้อน”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/4 วันที่ 16 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ