อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/5 วันที่ 17 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/5 วันที่ 17 ก.พ. 59

“ริ้วทองหายตัวไป น้าชดเจอกำไลของริ้วทองตกอยู่ในรถของท่านชายอรรถกระหม่อม กระหม่อมก็เลยอยากจะมาทูลขอความเมตตาจากท่านหญิงณีให้ถามเรื่องนี้จากท่านชายอรรถแทนกระหม่อม เพราะกระหม่อมไม่อยากให้น้าชดเดือดร้อน”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่วหน้าครุ่นคิด “ริ้วทองหายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เมื่อคืนกระหม่อม”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภานึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนหม่อมเจ้าอรรถรัตน์มีรอยเลือดติดเสื้อ เธออึ้งไปเผลอตัวอุทานออกมา “พี่อรรถ...”

“พี่อรถ...ทำไมหรือจ๊ะน้องหญิง” หม่อมเจ้าหญิงภรณีถามแต่หม่อมจ้าหญิงรัมภาไม่ตอบ
ปรุงเห็นอาการของหม่อมจ้าหญิงรัมภาก็ยิ่งอยากรู้ “ท่านหญิงทรงทราบใช่ไหมกระหม่อม ท่านชายอรรถทรงพาริ้วทองไปที่ใด”


หม่อมเจ้าหญิงรัมภาตอบกลางๆ “ชั้นยังไม่รู้อะไรทั้งนั้น และเธอเองก็อย่าให้ร้ายท่านชายของชั้นโดยที่เธอยังไม่มี
หลักฐาน”
“แต่กระหม่อมมั่นใจว่าท่านชายอรรถทรงทราบ ริ้วทองเคยให้สัญญากับท่านชายดิเรกเอาไว้ว่าจะไม่มีวันถอดกำไลวงนี้ออกจากตัว เพราะกำไลวงนี้เป็นสิ่งที่ท่านชายดิเรกประทานให้ริ้วทอง เพื่อยืนยันว่าท่านโปรดริ้วทองมากเพียงใด”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามองไปที่กำไลมาศ “พี่หญิงณี กำไลวงนี้ที่จะเป็นของรักของหวงของเจ้าพี่ดิเรก”
“จริงด้วยน้องหญิง”
ปรุงงง
“ถ้าพี่ชายอรรถกลับมา ชั้นจะจัดการให้เธอ ถึงชั้นจะไม่ชอบน้ำหน้าริ้วทอง แต่ถ้าพี่ชายของชั้นทำผิด ชั้นสัญญาว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเธอ แต่ชั้นมีข้อแลกเปลี่ยน”
“ได้กระหม่อม ขอให้ตามหาริ้วทองพบ กระหม่อมยินดีแลกเปลี่ยนทุกอย่างกระหม่อม”
“เวลานี้เกิดเรื่องไม่ดีกับเจ้าพี่ดิเรก มีเพียงกำไลวงนี้จะช่วยเจ้าพี่ได้ ชั้นขอยืนกำไลวงนี้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ชั้นจะนำกำไลกลับมาคืน”
ปรุงมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่ง
ในป่า กำไลมาศอยู่ในมือของหมอคำ หมอคำนั่งหลับตา...เพ่งจิตถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับกำไลมาศ

หม่อมเจ้าดิเรกเคยมอบกำไลมาศให้ริ้วทอง “กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้องแทนบ่วงคล้องใจรักสมัครหมาย”

หมอคำลืมตาขึ้น เจิมถาม “เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ กำไลวงนี้ใช้ได้หรือไม่”
หมอคำพยักหน้ารับ หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณี และเจิมมองกันอย่างดีใจ

ภาพพระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า พิธีของหมอคำ...หมอคำนั่งอยู่หน้าตั่งไม้...บนตั่งวางขันเงินใบใหญ่ใส่น้ำ หมอคำหลับตา...ปากขมุบขมิบท่องคาถา... ถือเทียนลอยวนเหนือขันให้น้ำตาเทียนหยดลงเหนือน้ำ
หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณี เจิมนั่งพนมมือดูการทำพิธีอยู่ข้างหลัง
หมอคำหยุดท่องคาถา ลืมตา เอาเทียนจุ่มลงในขันน้ำ หมอคำนำกำไลมาศที่วางอยู่บนตั่งอยู่แล้วหย่อนลงไปในน้ำ
หมอคำหลับตาลง พนมมือ ท่องคาถาอีกครั้ง

หม่อมเจ้าดิเรกนอนหลับอยู่บนเตียง ขณะที่ล้อมเพชรนั่งเขียนบันทึกอยู่ตรงมุมห่างออกไป หม่อมเจ้าดิเรกพลิกตัวมากอด แต่ไม่มีร่างล้อมเพชรอยู่ข้างตัว
หม่อมเจ้าดิเรกลืมตาตื่น “ล้อม...ทำอะไรอยู่ ทำไมไม่มานอนกับฉัน”
“เอ่อ...หม่อมฉันกำลัง...กำลังจะไปนอนเพคะ” ล้อมเพชรพับสมุดบันทึก แล้วเอาเก็บไว้ตรงมุมหนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่เตียง ซุกตัวในอ้อมกอดหม่อมเจ้าดิเรก
“ล้อมนอนไม่หลับหรือ”
ล้อมเพชรแสร้ง “เพคะ...หม่อมฉันกลัว...”
“กลัว...ล้อมกลัวสิ่งใด”
“หม่อมฉันกลัวไปสารพัดเพคะ...กลัวว่าท่านชายจะทิ้งหม่อมฉัน...กลัวใครจะมาทำร้าย...ท่านชายกอดหม่อมชั้นให้แน่นอีกสิเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกมองล้อมเพชรอย่างรักใคร่ ก่อนจะกอดล้อมเพชรแน่นขึ้น แล้วก้มลงมาจูบหน้าผาก “ฉันรักล้อมปานแก้วตาดวงใจ ชีวิตนี้...ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งล้อม และจำไว้นะ ล้อมอยู่กับชั้น ล้อมไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ล้อมเป็นเมียชั้น ชั้นจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรล้อมอย่างเด็ดขาด”
ล้อมเพชรยิ้มสมใจอยู่ภายใต้วงแขนของหม่อมเจ้าดิเรก
คืนวันต่อมา ปรุงไหว้ที่ใส่กระดูกของนายรวยและนางรื่นที่วางอยู่บนตู้ สีหน้าของปรุงทุกข์ใจมาก “พ่อรวยแม่รื่น...ช่วยดลบันดาลให้ชั้นตามหาริ้วทองให้เจอในเร็ววันด้วยเถิด” ประตูเปิดออก ปรุงหันไปอย่างดีใจ “ริ้ว ! ริ้วกลับมาแล้ว”
แต่คนที่ก้าวเข้ามาคือหม่อมเจ้าหญิงภรณี หม่อมเจ้าหญิงภรณีมีผ้าคลุมสีมืดพาดไหล่มาด้วยเพื่ออำพรางตัว
ปรุงหุบยิ้มไปอย่างผิดหวัง “ท่านหญิง...ท่านหญิงเสด็จมาทำอะไรที่นี่”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีโผกอดปรุง “ชั้นมาปลอบใจปรุง ชั้นรักปรุง ชั้นไม่อยากเห็นปรุงเป็นทุกข์เลย คืนนี้ให้ชั้นอยู่เป็นเพื่อนปรุงนะ”
“แต่ถ้าใครมาเห็นเข้า จะไม่ดี”
“ไม่มีใครเห็นดอก น้องหญิงรัมภาก็ไม่อยู่ ออกไปทำธุระข้างนอก”
ปรุงยืนนิ่งไม่ตอบโต้อะไร...ใจเขาพะวงคิดถึงแต่ริ้วทองจนไม่มีอารมณ์จะทำอะไร

อีกคืนต่อมา หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมนั่งดูหมอคำสวดมนต์ตรงหน้าตั่งวางขันเงิน

หม่อมเจ้าดิเรกใส่สร้อยเพชรน้ำงามให้ล้อมเพชร
ล้อมเพชรแตะสร้อยด้วยแววตาเป็นประกายด้วยความดีใจ“งามเหลือเกินเพคะ”
“ชั้นจะหาเพชรน้ำงามกว่านี้มาให้ล้อม ถ้าล้อมสัญญาว่าจะรักชั้นคนเดียว”
“หม่อมชั้นจะรักท่านชายเพียงผู้เดียวตลอดไปเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกเชยคางล้อมเพชรขึ้นแล้วบรรจงจูบ

หม่อมเจ้าดิเรกนอนเปลือยกายหลับอยู่บนเตียง ล้อมเพชรเปลือยกายนอนเคียงข้างแล้วใช้มือลูบไล้ใบหน้าของดิเรก พร้อมกับท่องคาถาเสียงเซ็กซี่ “โอม...สิทธิฟ้าฟื้นจำเริญศรี ศรีเจ้างามคือฟ้าหน้ากูงาม ให้แขนกูดั่งนางบุษบา ดวงตาสุกใสดั่งจันทร์ฉาย... ชายเห็นก็ทนอยู่มิได้ ใจรำพึงถึงเพียงกู กินข้าวอยู่ในคอก็ลืมกลืน ให้สะอื้นถึงกูอยู่ทุกเวลาและราตรี”

คืนที่สาม บนท้องฟ้ายามค่ำคืน....ก้อนเมฆลอยบดบังพระจันทร์ ...หมอคำนั่งหลับตา...ท่องคาถาขมุบขมิบ หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เจิม หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งดูอยู่ด้วย ก้อนเมฆลอยออกจากพระจันทร์ ทำให้เห็นว่าพระจันทร์คืนนั้นดวงโต สว่างสุกใสเป็นสีเหลืองทองอร่าม เกิดแสงสีทองส่องประกายออกมาจากตัวเรือนของกำไล...น้ำที่แช่เป็นสีทองแวววาว เกิดภาพความรักด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ของหม่อมเจ้าดิเรกขึ้นเหนือแผ่นน้ำ
“จำไว้นะริ้วทอง...กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครสมาน ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล”
...ภาพหม่อมเจ้าดิเรกเลือนหายไป น้ำในขันกลับไปเป็นสีใสตามปกติ หมอคำลืมตา ลดมือที่พนมลง บ่งบอกว่าเสร็จพิธี

หมอคำยื่นขวดแก้วใส่น้ำมนต์สีใสให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เธอรับขวดน้ำมนต์มาแล้วส่งให้เจิมถือ “เอาน้ำมนต์นี้ไปให้เขากิน อิทธิฤทธิ์ของจิตบริสุทธิ์จากเขาที่มีต่อกำไลวงนี้จะช่วยทำลายเสน่ห์คุณไสยในตัวเขา” หมอคำส่งกำไลมาศให้หม่อมเจ้าหญิงรัมภา “รีบทำเข้าเสียล่ะ...ข้ารับรู้ได้ว่าเวลานี้เขากำลังแย่ ของเสนียดจัญไรมันกำลังเกาะกินเขา”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่สบายใจ “เจ้าพี่จะเป็นอะไรไหม”
“สุดแท้อยู่ที่บุญกรรมของใครของมัน ข้าช่วยได้เพียงเท่านี้”
“เช่นนั้นเรารีบกลับกันเถิดน้องหญิง จะได้ไปช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงต่อไป พวกเราลาล่ะ”
เจิมวางถุงแดงใส่เงินวางไว้ตรงหน้าให้หมอคำ “นี่จ้ะสินน้ำใจจากท่านหญิง”
พวกหม่อมเจ้าหญิงรัมภากำลังจะลุกขึ้นออกไป หมอคำมองที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หมอคำกลับเห็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่มีหัว !!!! “เดี๋ยว!”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณี เจิมหันมาหาหมอคำ หมอคำเพ่งมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภา...เห็นภาพที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเคยถูกทำของ
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
“ท่านหญิงกำลังมีเคราะห์หนักเพราะจะถูกคนปองร้ายเล่นของใส่ อันที่จริงพวกมันเคยทำท่านหญิงมาแล้ว แต่ท่านหญิงยังมีบุญสูง จึงรอดพ้นมาได้ แต่ถ้ามันทำอีกครั้ง...ท่านไม่รอดแน่”
“ใครกันที่ปองร้ายน้องหญิง”
“ข้าไม่รู้ ข้ามองไม่เห็น ข้าช่วยได้แค่เพียงป้องกัน” หมอคำหันไปหยิบตุ๊กตาดินปั้นที่วางอยู่บนหิ้งมาพนมมือหลับตาแล้วเป่าเพี้ยงลงไปบนตุ๊กตา “ท่านหญิงต้องนำตุ๊กตาตัวนี้ไปวางที่ทางสามแพร่ง ตุ๊กตาตัวนี้จะเป็นตัวตายตัวแทนของท่านหญิง มันจะรับเคราะห์แทนท่านหญิง แต่จำไว้ให้ดี...เมื่อวางเสร็จแล้วให้เดินกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันกลับไปมองเด็ดขาด !”

พระจันทร์บนท้องฟ้ายามค่ำคืน มีเสียงหมาหอน หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เจิม เดินมาตรงทางสามแพร่ง
เจิมพูดไปด้วย “รีบเอาไปวางแล้วรีบกลับไปที่รถกันเถิดมังคะ ประเดี๋ยวไอ้ชดมันจะสงสัยว่าท่านหญิงรับสั่งให้มันจอดรถแถวนี้ทำไม หม่อมชั้นไม่อยากให้มันเอาไปพูดนินทาใส่สีตีไข่กันในครัว ท่านหญิงจะดูไม่ดี”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาพยักหน้ารับแล้วเดินมาหยุดยืนตรงบริเวณทางสามแพร่ง “ถ้ามีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับชั้น ขอให้มาตกที่ตุ๊กตาตัวนี้แทนด้วยเถิด” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาวางตุ๊กตาลงบนใต้ต้นไม้ใหญ่ หันไปพยักหน้ากับเจิมและหม่อมเจ้าหญิงภรณี แล้วหันหลังกำลังจะเดินออกไป
ทันใดนั้นหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้อง “ช่วยด้วย....ช่วยด้วย...”เธอชะงักกึก
ขาท่อนล่างของผู้หญิงยืนอยู่ใกล้กับตุ๊กตาดินปั้น ...ขานั้นมีรอยบาดแผลเน่าเฟะ ปลายโจงกระเบนสีน้ำตาลขมุกขมัวอยู่บริเวณเลยหัวเข่าลงมา
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเห็นอาการของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาจึงถาม “มีอะไรหรือน้องหญิง”
“หญิงได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วย”
“ช่วยด้วย....ช่วยด้วย...”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากำลังจะหันหลังกลับไปมอง แต่เจิมจับตัวห้ามไว้ “ท่านหญิงอย่าหันไปมังคะ หมอคำเตือนไว้แล้วว่าถ้าท่านหญิงได้ยินเสียงใคร...แสดงว่าเป็นพวกสัมภเวสีที่มาขอส่วนบุญ ถ้าท่านหญิงหันไป...นอกจากจะไม่ช่วยสะเดาะห์เคราะห์แล้ว พวกสัมภเวสีจะมาแย่งบุญจากท่านหญิง ท่านหญิงจะยิ่งมีเคราะห์หนักนะมังคะ”
“แต่ถ้าเขาเป็นคนจริงๆ เราไม่ช่วยเขา จะไม่ใจร้ายใจดำไปหน่อยหรือ”
“แต่ถ้าเป็นคน หม่อมชั้นกับท่านหญิงณีก็ต้องได้ยินด้วยสิมังคะ รีบไปเถอะมังคะ ก่อนที่หม่อมชั้นจะหัวโกร๋น” เจิมดันหลังหม่อมเจ้าหญิงรัมภากับหม่อมเจ้าหญิงภรณีออกไป

วังติณชาติ หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เจิม หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามาจากทางประตู
“คุณพระคุณเจ้า...นี่ขนาดหม่อมชั้นไม่ได้เป็นคนได้ยินเอง แต่ยังขนลุกไม่หาย บรื๋ออออ !”
“พรุ่งนี้เช้าเราไปตักบาตรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขากันเถิด”
“มังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเอากำไลมาศที่เหน็บไว้ในขอบกระโปรงส่งให้หม่อมเจ้าหญิงภรณี “หญิงฝากคืนให้ปรุงด้วย”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีรับมาแล้วถาม “แล้วเรื่องเจ้าพี่ล่ะน้องหญิง เราได้น้ำมนต์มาแล้ว คราวนี้เราจะทำยังไงกันต่อ”
“หญิงคงจะต้องขอความช่วยเหลือจากพี่หญิงณีค่ะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียิ้มรับ...รู้อยู่แล้วว่าจะทำอะไร
วันต่อมา ที่ห้องครัว หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้ามายืนตรงหน้า หันไปรับขวดแก้วใส่น้ำมนต์มาจากเจิม หม่อมเจ้าหญิงรัมภายกขวดขึ้นพนมมือ...หลับตา...เสร็จแล้วก็เปิดฝาขวด...เทน้ำมนต์ลงไปในหม้อซุปครึ่งขวด

วังศุภมาศ ในห้องนอนหม่อมเจ้าดิเรก ล้อมเพชรนั่งเขียนสมุดบันทึกอยู่ที่โต๊ะด้วยสีหน้าสุขใจ หม่อมเจ้าดิเรกนอนหลับอยู่บนเตียง
“ชั้นอยากให้วิญญาณของเตี่ยรับรู้เสียจริง...ว่าเวลานี้ชั้นมีความสุขมากเพียงใด อีกไม่นานชั้นจะได้แต่งงานกับท่านชายดิเรก ชั้นจะเป็นสะใภ้หลวงของวังศุภมาศ เตี่ยคงจะคิดไม่ถึง...ว่าลูกที่เตี่ยเกลียดชัง กักขังทุบตีทุกวัน มันจะได้ดิบได้ดีถึงเพียงนี้”
หม่อมเจ้าดิเรกละเมอ...กระสับกระส่าย...ครั่นเนื้อครั่นตัว “ล้อม...ล้อมอยู่ไหน...ล้อม...”
ล้อมเพชรเงยหน้าขึ้นจากสมุด...มองไปที่หม่อมเจ้าดิเรกแล้วยิ้มพอใจที่หม่อมเจ้าดิเรกลุ่มหลงตนมากเหลือเกิน “หม่อมชั้นอยู่นี่เพคะ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ล้อมเพชรเก็บสมุดใส่ลิ้นชักแล้วลุกเดินไปเปิดประตู เจอคนใช้ยืนอยู่หน้าห้อง คนใช้บอกล้อมเพชรด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เพราะไม่ชอบขี้หน้าล้อมเพชร “ท่านหญิงรัมภากับท่านหญิงภรณีมาขอพบท่านชาย”
ล้อมเพชรชักสีหน้าไม่ชอบใจ

หม่อมเจ้าหญิงรัมภา หม่อมเจ้าหญิงภรณีนั่งคอยอยู่ที่โซฟา เจิมนั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆ
“ท่านชายกำลังเสด็จลงมามังคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาพยักหน้ารับแล้วถาม “ท่านน้าไม่อยู่รึ”
“เสด็จไปสมาคมมังคะ ไปตั้งแต่เช้า ประเดี๋ยวก็คงจะกลับแล้ว”
หม่อมเจ้าดิเรกควงแขนกับล้อมเพชรเดินลงมาจากชั้นสอง หม่อมเจ้าดิเรกมีสีหน้าหมองคล้ำ...ใต้ตาดำ...หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะอารมณ์ไม่ผ่องใสจากฤทธิ์ของยาเสน่ห์ที่ทำให้เขาหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 13/5 วันที่ 17 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ