อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15 วันที่ 18 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15 วันที่ 18 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าอรรถรัตน์เลือดไหลออกเต็มหัว เต็มตัว ตาปรือสะลึมสะลือทำท่าเหมือนจะตาย
ปรุงเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปห้ามริ้วทอง “พอแล้วริ้ว !”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับบัววิ่งเข้ามาเห็นริ้วทองและหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ก็ตกใจ “ริ้วทอง พี่อรรถ !”
ปรุงมองหม่อมเจ้าหญิงภรณีด้วยสายตาโกรธที่ภรณีโกหกเรื่องหม่อมเจ้าอรรถรัตน์กับริ้วทอง หญิงสาวอึ้งเศร้า...กลัวปรุงจะโกรธมากๆ

วังติณชาติ เสด็จฯ นั่งอ่านหนังสือ บัวเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลงบอกเสด็จฯ “ปรุงกับริ้วทองมาขอเข้าเฝ้ามังคะ”
“ให้เข้ามา”


บัวลุกออกไป ขณะที่เจิมเดินผ่านมา สังเกตเห็นแล้วจึงหลบดูอยู่ตรงมุมหนึ่งตามประสาคนสอดรู้สอดเห็น สักพักปรุงก็ประคองริ้วทองที่แต่งตัวมอมแมมและร่างกายอ่อนล้าจากการถูกทำของและถูกหม่อมเจ้าอรรถรัตน์ทำร้ายร่างกายเข้ามาคุกเข่าลงบนพื้น
“มาพบชั้นมีเรื่องอะไร”
“กระหม่อมกับริ้วทองมาขอพระเมตตาจากเสด็จฯ ให้ช่วยห้ามท่านชายอรรถรัตน์ไม่ให้มาทำร้ายริ้วทองอีกกระหม่อม”
“อะไรนะ ลูกชายชายชั้นนะหรือ ทำร้ายริ้วทอง”
“กระหม่อม”
เสด็จฯ นิ่วหน้าเครียด เจิมที่แอบดูเหตุการณ์อยู่นึกถึงหม่อมเจ้าหญิงรัมภาขึ้นมาทันที

หม่อมเจ้าหญิงรัมภารับฟังข่าวคราวจากเจิม “ฉันนึกอยู่แล้วเชียวว่าคนที่ทำร้ายริ้วทองต้องเป็นฝีมือของพี่ชายอรรถ แล้วตอนนี้ริ้วทองอยู่ไหน”
“มันกับไอ้ปรุงเพิ่งกลับไปที่เรือนของพวกมันเมื่อสักประเดี๋ยวนี่เองมังคะ”
“แล้วท่านพ่อว่ายังไงบ้าง”
เจิมยังไม่ตอบ

เสด็จฯตบหน้าหม่อมเจ้าอรรถรัตน์เต็มแรง หม่อมเจ้าอรรถรัตน์มีผ้าพันแผลที่หัว
“ทำตัวไม่ต่างจากพวกโจรใจบาป แกไม่สมควรเกิดมาเป็นติณชาติเลย !”
“ท่านพ่อจะดุด่าลูกแทนพวกมันทำไม” เขาชี้ผ้าพันแผลบนหัว “ท่านพ่อไม่เห็นหรือว่าพวกมันทำอะไรกับลูก”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเข้ามาในห้อง
“เขาทำแกแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าพ่อเป็นพวกเขา แกได้ตายไปแล้ว พ่อขอสั่งแกอย่างเด็ดขาด ต่อไปนี้แกห้ามไปยุ่งกับริ้วทองกับปรุงอีก แล้วแกก็เตรียมเก็บข้าวของ พ่อจะให้แกไปทำงานที่เชียงใหม่ แกจะได้เลิกทำตัวสำมะเรเทเมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเค้าสักที” หม่อมเจ้าอรรถรัตน์มองพ่ออย่างไม่พอใจ เสด็จฯ ตะคอกเสียงดังลั่น“ไป !!!!!!!”
อรรถรัตน์ยอมออกไป เสด็จฯสีหน้าเครียดมาก หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเข้าไปหาพ่อ “ท่านพ่อเพคะ”
เสด็จฯยกมือห้าม “อย่าเพิ่งถามอะไรพ่อตอนนี้เลยรัมภา ลูกช่วยไปเอาเงินมาให้พ่อทีเถิด พ่อจะเอาไปให้ไอ้ปรุงกับแม่ริ้วทองเป็นค่าทำขวัญ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่งไป มองพ่ออย่างห่วงใย

หม่อมเจ้าอรรถรัตน์ที่ใบหน้าเขียวช้ำ เดินหงุดหงิด มองผ่านหน้าต่างไปที่เรือนพักนายรวย “ไอ้ปรุง อีริ้วทอง มึงทำให้ท่านพ่อโกรธกู! มึงได้เห็นดีกับกูแน่ !” หม่อมเจ้าอรรถรัตน์โกรธแค้น !

เรือนพักนายรวย ริ้วทองนอนอยู่บนเตียง ปรุงนั่งเฝ้าอยู่ ริ้วทองรู้สึกตัวปรุงรีบเข้ามาดู
“เป็นไงบ้างริ้ว”
“พี่ปรุง...เรากลับนครสวรรค์กันเถิด ท่านชายไม่รักชั้นแล้ว ชั้นไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
“เอาไว้อีกสักสองสามวัน รอให้เอ็งหายดีเสียก่อน เราค่อยเดินทางกลับกัน”
“พี่ปรุง...ชั้นอยากรู้ใครมันเล่นของใส่ชั้น”
“พี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกัน เอ็งมีศัตรูอยู่คนเดียวก็คือท่านหญิงรัมภา แต่ท่านหญิงไม่น่าทำเช่นนั้นดอก”
“ไม่แน่ดอกพี่ปรุง อีท่านหญิงมันทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งแย่งผัวของชั้น”
ปรุงมองริ้วทองแล้วส่ายหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วลุกเดินไปเปิดลิ้นชักของตู้หยิบกำไลมาศมาให้ริ้วทอง “กำไลของเอ็ง มันตกอยู่ในรถของชายอรรถ เมื่อเช้าท่านหญิงณีเอามาคืนก่อนที่พี่จะไปช่วยเอ็ง”
ริ้วทองจับกำไลมาศมาด้วยมือที่สั่นเทา ร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทม “พี่ปรุง...ชาติที่แล้วชั้นทำกรรมอะไรมา ชั้นถึงต้องมาเจอแต่เรื่องทุกข์ใจ ท่านชายที่เคยทูลว่ารักชั้นนักหนา แต่ทำไมถึงเปลี่ยนพระทัย ชั้นใจมันจะขาดอยู่แล้วพี่ปรุง”
ปรุงปาดน้ำตาให้ริ้วทอง “เอ็งต้องเข้มแข็งนะริ้ว พี่เชื่อว่าวิญญาณพ่อรวยกับแม่รื่นยังไม่ไปไหน เขายังอยู่ช่วยเหลือเรา ถ้าพ่อกับแม่เห็นเอ็งอ่อนแอ เขาจะนอนตายตาไม่หลับ” ปรุงลูบหัวริ้วทองด้วยความสงสาร

ปรุงเดินออกมาในเรือน เจอหม่อมเจ้าหญิงภรณียืนคอยอยู่ ปรุงโกรธหม่อมเจ้าหญิงภรณีจึงเดินออกไปอีกทาง หญิงสาวร้องไห้รีบตามไปดึงแขนปรุง “ปรุง! ปรุงจ๋า...ปรุงอย่าโกรธชั้นเลยนะ ที่ชั้นต้องโกหกปรุงว่าไม่เห็นพี่อรรถกับริ้วทอง เพราะชั้นตั้งใจจะช่วยริ้วทอง”
“ช่วยริ้วทอง หรือว่าจะช่วยท่านชายอรรถลักพาตัวริ้วทองไปได้สำเร็จ”
“โถ...ทำไมปรุงถึงมองชั้นในแง่ร้ายนัก”
“เพราะกระหม่อมไม่แน่ใจแล้วว่าคนที่วังติณชาติมีใครที่จะไว้วางใจได้อีก”
ปรุงจะเดินไป หม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้าไปสวมกอดปรุงจากด้านหลัง “ชั้นนี่ไง...ปรุงไว้วางใจชั้นเถิดว่าชั้นรักปรุง รักหมดหัวใจ ไม่เช่นนั้นชั้นคงไม่ยอมเป็นของปรุง”
“ท่านหญิงอย่าตรัสเช่นนี้เลยกระหม่อม ถ้าใครมาได้ยินเข้า ท่านหญิงจะเสียหาย”
“ถ้าปรุงไม่อยากให้ชั้นพูด ปรุงก็ต้องไม่โกรธชั้น แล้วก็ฟังชั้นพูด”
“ท่านหญิงไม่ต้องตรัสสิ่งใดแล้วกระหม่อม แค่ริ้วทองปลอดภัยแล้ว เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป กระหม่อมขอตัว”
“ปรุง! ปรุง!” หม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้ขณะมองตามปรุง
เสด็จฯ ยืนมองภาพบาดตาของปรุงกับหม่อมเจ้าหญิงภรณีอยู่ด้านหนึ่ง เสด็จฯ กับเจิมอึ้งช็อคกับภาพที่เห็น หม่อมเจ้าหญิงรัมภารู้เรื่องปรุงกับพี่สาวอยู่แล้ว แต่ก็ร้อนใจที่พ่อมารู้ความลับเข้า “ท่านพ่อเพคะ ท่านพ่อต้องทำพระทัยให้เย็น...”
เสด็จฯ ขัดขึ้น “เรียกมันให้เข้าไปพบพ่อบนตึกใหญ่ ระวังอย่าให้เอิกเกริก พ่อไม่อยากอับอายบ่าวไพร่ที่มีลูกใฝ่ต่ำ !” เสด็จฯ มองไปที่หม่อมเจ้าหญิงภรณีกับปรุงอย่างเกลียดชัง
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากับเจิมไม่สบายใจ

เสด็จฯ ยืนเดือดดาลอยู่ มือกำแน่นด้วยความโกรธ ขณะที่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสีหน้าเป็นกังวล เจิมเดินนำหม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้ามาในห้องอย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง เจิมตามเข้ามาด้วยและทำหน้าที่ปิดประตู เสด็จฯ ยืนหันหลังมองออกไปที่นอกหน้าต่าง
หม่อมเจ้าหญิงภรณีมองอาการของหม่อมเจ้าหญิงรัมภาแล้วก็ชักจะใจไม่ดี “ท่านพ่อเพคะ ลูกมาแล้ว ท่านพ่อมีสิ่งใด...”
หม่อมเจ้าหญิงภรณียังถามไม่ทันจบ เสด็จฯ หันมาตบหน้าอย่างแรง เธอล้มลงกับพื้น เลือดกบปาก ทุกคนในห้องตกใจ !
“พี่หญิง !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะเข้าไปหา
“หญิงรัมภา หยุดเดี๋ยวนี้ !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาชะงัก..ไม่กล้าขัดคำสั่งของพ่อ
หม่อมเจ้าหญิงภรณีหันหน้ากลับมา...ร้องไห้ถามพ่อ “ทำไมท่านพ่อต้องตบตีลูก ลูกทำสิ่งใดผิด”
“ยังมีหน้ามาถาม ! แสดงว่าการที่แกยอมลดตัวลงไปให้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างไอ้ปรุงเชยชม ใจของแกไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดบาปเลยใช่ไหม”
“สิ่งที่ลูกทำมันไม่ใช่ความเลว แต่เป็นความรัก ลูกรักปรุง รักหมดหัวใจ ต่อให้ท่านพ่อตบตีลูกให้ตาย ท่านพ่อก็ไม่มีวันลบล้างความรักของลูกที่มีต่อปรุงไปได้ ปรุงเป็นชายคนเดียวในชีวิตที่ลูกรัก ท่านพ่อปล่อยให้ลูกดักดานอยู่แต่ในวังมาทั้งชีวิต ลูกต้องทนให้ท่านพ่อทำเหมือนลูกไม่มีหัวจิตหัวใจ”
“ก็เพราะว่าพ่อรู้ว่าแกมันดื้อ คิดอะไรไม่เป็นเช่นนี้ไงเล่า พ่อถึงไม่อยากให้แกออกไปเจอใคร !”
“ไม่จริง ! เป็นเพราะท่านพ่อเกลียดลูกต่างหากเล่า เพราะท่านพ่อคิดอยู่ตลอดเวลาว่าลูกทำให้ท่านแม่จากไป ที่ผ่านมาลูกพยายามทำทุกอย่างเพื่อท่านพ่อ เพื่อลบล้างความผิดที่ลูกทำ แต่ลูกไม่เคยทำสำเร็จเลย”
“พ่อไม่เคยเกลียดแก”
“หากเป็นเช่นที่ท่านพ่อพูดจริง ท่านพ่อก็ต้องยอมให้ลูกได้สมหวังกับปรุงสิเพคะ ลูกถึงจะเชื่อว่าท่านพ่อรักลูกอย่างที่ท่านพ่อบอก”
เสด็จฯ นิ่งไป...ไม่คาดคิดว่าหม่อมเจ้าหญิงภรณีจะหลงปรุงมากเช่นนี้
“พี่หญิงณีคะ น้องว่าพี่หญิงอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยค่ะ พี่หญิงควรจะกราบขอขมาท่านพ่อที่ได้ประพฤติตัวให้เสื่อมเสียเกียรติ” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเกาะแขนพี่สาว
หม่อมเจ้าหญิงภรณีสะบัดออกอย่างโมโห “น้องหญิงอย่ายุ่ง! แล้วก็รู้ไว้เสียด้วยนะ ว่าพี่ไม่ใช่น้องหญิงที่ยึดถือเกียรติบ้าบอ เจ้าพี่ถึงได้หนีไปมีริ้วทอง สำหรับพี่ระหว่างเกียรติกับความรักของปรุง พี่เลือกปรุง”
เสด็จฯ หมดความอดทนอีกต่อไป “แกมันเกินเยียวยาด้วยความคำว่าเมตตาแล้วหญิงณี...เจิม บัว เอาตัวหญิงณีไปขังไว้ อย่าให้มันเห็นเดือนเห็นตะวันอีก ! อย่าให้มันออกไปทำตัวต่ำให้เสียเกียรติของติณชาติ ถ้าใครขัดคำสั่งของชั้น ได้เห็นดีแน่ !” เสด็จฯ เดินออกไป
“ท่านพ่อ !!!! ได้โปรดเมตตาลูกเถิด อย่าทำกับลูกเช่นนี้เลย”
เจิมกับบัวเข้าไปล็อคแขนของหม่อมเจ้าหญิงภรณี ตามคำสั่งของเสด็จฯ แต่ใจไม่ได้อยากทำเลย
“ปล่อย! น้องหญิงปล่อยพี่ !”
“พี่หญิงคะ พี่หญิงทำตามรับสั่งของท่านพ่อไปก่อนเถิด เวลานี้ท่านพ่อกำลังกริ้ว เอาไว้ท่านพ่อพระทัยเย็นลงกว่านี้ หญิงจะทูลกับท่านพ่อให้เอง” หม่อมเจ้าหญิงรัมภากอดหม่อมเจ้าหญิงภรณีปลอบใจ หญิงสาวไม่สบายใจมากๆ

ประตูห้องขังเปิดออก หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้าวเข้าไปภายในอย่างไม่สะทกสะท้าน กลั้นสะอื้น หน้าห้องขัง หม่อมเจ้าหญิงรัมภา เจิม บัว มองหม่อมเจ้าหญิงภรณีอย่างทั้งสงสารและเห็นใจ
“พี่หญิงณี...”
“พี่ไม่เป็นอะไรหรอกน้องหญิง...พี่ทนได้...น้องหญิงกลับไปเสียเถิด”

เสด็จฯ ยืนหน้าเศร้าอยู่บริเวณทางเดินห่างออกมาจากห้องขังหม่อมเจ้าหญิงภรณี
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง “ท่านพ่อ...”
เสด็จฯพูดด้วยความเศร้าหมอง “พ่อคงจะเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมหญิงรัมภา ทั้งเจ้าอรรถกับหญิงณีถึงไม่รักตัวเอง สร้างเรื่องให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสียเช่นนี้”
“สำหรับเราสามคนพี่น้อง ท่านพ่อเป็นท่านพ่อที่ประเสริฐที่สุดแล้วเพคะ อาจจะมีบ้างบางเวลาที่ลุ่มหลงไปในทางที่ผิดไปบ้าง แต่ท้ายที่สุดหญิงว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปเองค่ะท่านพ่อ” เสด็จฯ พยักหน้ารับ สีหน้าผ่อนคลายขึ้น “อืม...แล้วเรื่องปรุง ท่านพ่อจะทำเช่นไรเพคะ”
“ใจพ่ออยากไปเอาเรื่องมันให้หนัก แต่นึกไปแล้วก็เห็นใจ เท่าที่พ่อเห็น...ปรุงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร คนของเราต่างหากที่ลุ่มหลงเขาเหลือเกิน อีกอย่าง...อรรถก็ไปทำร้ายริ้วทองเสียเกือบตาย พ่อคงจะไม่มีหน้าไปเอาเรื่องพวกเขา”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสงสัย “ท่านพ่อจะยอมให้พี่หญิงณีกับปรุงรักกันหรือเพคะ”
“พ่อไม่เอาเรื่องปรุง แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะยอมให้ลูกสาวตัวเองตบแต่งกับคนไม่มีหัวนอนปลายตีน หญิงรัมภาไปบอกให้ชายเรกมารับริ้วทองกลับไปที่วังศุภมาศสิ ให้เอาปรุงไปด้วย แล้วก็อย่าให้พวกเขามาเหยียบที่นี่อีก”
“เวลานี้เจ้าพี่ยังไม่มีแก่ใจมารับริ้วทองดอกเพคะ”
“ทำไม ?”
“เจ้าพี่ถูกผู้หญิงทำเสน่ห์ใส่”
“ห๊ะ ! ใครทำเสน่ห์ดิเรก”
“ชื่อล้อมเพชรค่ะ เป็นลูกสาวร้านขายทองในเมือง ตอนแรกลูกก็ไม่เชื่อ แต่ลูกเห็นกับตาว่าเขาทำเสน่ห์ใส่เจ้าพี่จริงๆ เวลานี้เจ้าพี่ก็เปลี่ยนไปจนกลายเป็นคนละคน ลูกพยายามหาทางช่วยเหลือเจ้าพี่อยู่ แต่ยังไม่สำเร็จ” เสด็จฯ นั่งฟังอย่างใช้ความคิด หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเห็นสีหน้าของพ่อจึงถาม “ท่านพ่อไม่ได้คิดว่าลูกเพ้อเจ้อ คิดไปเองใช่ไหมเพคะ”
“พ่อรู้จักนิสัยลูกดี ลูกไม่ใช่คนจะมาเชื่อเรื่องงมงายได้ง่ายๆ ถ้าหญิงรัมภาเชื่อแล้วว่าชายเรกถูกทำเสน่ห์ยาแฝด พ่อก็พร้อมจะเชื่อด้วย ถ้าลูกมีสิ่งใดให้พ่อช่วยก็บอกได้เลยนะ พ่อยินดีจะช่วย”
“จริงหรือเพคะ”
“จริงสิ พ่อช่วยชายเรกให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ก็เท่ากับว่าพ่อจะได้ช่วยปรุงออกไปจากชีวิตของหญิงณีด้วย”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้มดีใจ

วังศุภมาศ ล้อมเพชรชะเง้อมองออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าแปลกใจ เห็นคนขับรถอยู่แถวนั้นและมีคนใช้เดินผ่านมาเพื่อจะไปห้องหม่อมเจ้าหญิงถมยา ล้อมเพชรเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน ใครมา”
“เสด็จฯ รับสั่งให้คนรถที่วังติณชาติมารับท่านถมยาไปที่วังโน้น”
ล้อมเพชรแปลกใจ “เสด็จฯ มีธุระอะไรกับท่านแม่”
“ไม่ทราบค่ะ ไม่ได้ถาม เพราะว่าเป็นเรื่องของเจ้านาย” คนใช้เริ่มจิกกัดล้อมเพชร “ขี้ครอกอย่างชั้นไม่เกี่ยว” ว่าแล้วก็เดินออกไปเลย
ล้อมเพชรมองค้อน “วอนตายนะมึง !” พูดแล้วหันออกไปนอกวังอย่างไม่สบายใจ “เสด็จฯเรียกท่านแม่ไปวังติณชาติทำไม”

ล้อมเพชรเปิดประตูเข้ามาในห้อง หม่อมเจ้าดิเรกยันตัวลุกขึ้น “ล้อมไปไหนมา” ล้อมเพชรไม่ตอบ ทำท่าทีไม่สบายใจ “มีสิ่งใดไม่สบายใจหรือเปล่าล้อม”
“เอ่อ...อืม...”
“บอกฉันมาเถิดล้อม อย่าได้เกรงใจฉันเลย”
“เพคะ เสด็จฯรับสั่งให้คนมารับท่านแม่ของท่านชายไปที่วังติณชาติกะทันหัน หม่อมชั้นหวั่นใจเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าคนที่วังติณชาติจะใส่ร้ายอะไรหม่อมชั้นอีกเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกนิ่วหน้าไม่พอใจ !

หม่อมเจ้าหญิงถมยาแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอกกำลังเดินไปขึ้นรถ คนใช้เดินตามหลังมา
หม่อมเจ้าดิเรกเดินเร็วๆ ตามมา“ท่านแม่คะ” หม่อมเจ้าหญิงถมยาหยุดเดินแล้วหันไปมอง “ท่านแม่จะเสด็จไปที่วังติณชาติแล้วหรือคะ”
“จ้ะ มีอะไรหรือเปล่าชาย”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15 วันที่ 18 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ