อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15/5 วันที่ 19 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15/5 วันที่ 19 ก.พ. 59

“ญาติชั้นก็เหมือนญาติพี่ปรุง”
“แล้วทำไมเอ็งไม่ไปด้วย”
“ชั้นไม่สบาย เดินทางไกลไม่ไหว” ริ้วทองหลอกถาม “ทำไม...พี่ปรุงไปก่อเรื่องอะไรไว้”
“ไม่ใช่ธุระกงการของเอ็ง...อย่าแส่” เจิมหมุนตัวกลับไป ขณะที่ริ้วทองมองตามอย่างครุ่นคิด

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาประคองหม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามาในวังเพื่อจะไปพบกับเสด็จฯ บัวเดินตามมาข้างหลัง
แต่ขณะที่กำลังจะเข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงเจิมทูลกับเสด็จฯ
“อะไรนะนังเจิม ไอ้ปรุงน่ะเรอะไปแล้ว”

“มังคะ...มันไปนครสวรรค์ นังริ้วทองบอกหม่อมชั้นเช่นนั้น”
“ดี งั้นก็ส่งข่าวไปบอกมันว่าไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก”


“เพคะ...”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีอึ้ง น้ำตาไหลพราก แล้วหันหลังเดินออกไป

หม่อมเจ้าหญิงภรณีเข้ามายืนพิงเสาน้ำตาไหลพรากๆ ไม่โวยวาย ไม่ฟูมฟาย “ปรุงไปแล้ว...”
“พี่หญิงฟังน้องนะคะ พี่หญิงต้องทำใจให้สงบ ถ้าท่านพ่อรู้ว่าพี่หญิงเป็นเช่นนี้ จะไม่เป็นผลดีต่อทั้งพี่หญิงและปรุง ท่านพ่อจะไม่มีวันให้อภัยพี่หญิงอีกเลย”
“แต่พี่ไม่อยากให้ปรุงไป”
“พี่หญิง... ถ้าปรุงเป็นคนดี เขาจะต้องหาหนทางเพื่อกลับมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำไว้...เชื่อน้องนะคะพี่หญิง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีถึงค่อยร้องไห้โฮออกมาในอ้อมกอดของรัมภา...สักพักจึงเอ่ยทั้งน้ำตาว่า “พี่จะรอปรุง พี่เชื่อว่าปรุงจะกลับมาหาพี่”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภากอดปลอบพี่สาวด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

หม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนครุ่นคิด มองออกไปทางหน้าต่าง เจิมนั่งอยู่ที่พื้นด้วย
“ท่านหญิงมังคะ ตอนนี้ไอ้ปรุงไปแล้วก็เหลือแต่นังริ้วทอง เราจะจัดการกับมันอย่างไรดี”
“ไม่เห็นต้องทำอะไร ท่านน้าบอกกับริ้วทองไว้แล้วว่าถ้าเจ้าพี่หายดี จะมารับริ้วทองกลับไปอยู่ที่วังศุภมาศ”
“ท่านหญิงก็อย่าไปยอมสิมังคะ ถือโอกาสนี้ที่ท่านชายประชวร ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวมัน ได้ ขับไสไล่ส่งมันไปให้พ้นๆ เมื่อไม่มีนังริ้วทอง...ท่านชายดิเรกก็จะได้กลับมาเป็นของท่านหญิงดังเดิม”
“ถ้าชั้นคิดทำเช่นนั้น แล้วศักดิ์ศรีของชั้นจะอยู่ที่ไหนล่ะเจิม”
“เรื่องบางเรื่อง...ศักดิ์ศรีก็ไม่สำคัญดอกมังคะ ท่านหญิงเพิ่งช่วยให้ท่านชายดิเรกแคล้วคลาดปลอดภัยจากนังล้อมเพชร แล้วก็ยังแวะเวียนไปดูแลท่านชายทุกวี่วัน ท่านชายและวังศุภมาศไม่มีทางเห็นริ้วทองดีกว่าท่านหญิงรัมภาเป็นแน่”
“ชั้นช่วยเจ้าพี่ ชั้นไม่เคยคิดหวังสิ่งใดตอบแทน”
“คิดบ้างเถิดมังคะ ถ้าท่านหญิงไม่คิดอะไรเลย หญิงอื่นจะคว้าท่านชายไปครองแล้วท่านหญิงก็ต้องนอนน้ำตาตกในอยู่เช่นนี้ร่ำไป มันยุติธรรมแล้วหรือเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภานิ่งไปคิดตามที่เจิมพูด

วังศุภมาศ เหมยกุยเข้ามาหยุดยืนอยู่บริเวณหน้าบันได หันกลับมามองไปรอบๆ เหมยกุยยิ้ม ก่อนจะขยับเดินขึ้นบันได เสียงของคนใช้สองคนคุยกันทำให้เหมยกุยหยุดกึก แล้วทำปากขมุบขมิบท่องคาถา คนใช้สองคนเดินลงมา ชะงักนิดนึงเมื่อเป็นจังหวะที่ร่างของเหมยกุยจางหายไป
คนใช้แปลกใจ “เหมือนเห็นใครแว่บๆ”
“นั่นสิ... หรือว่าตาฝาด” อีกคนถามแล้วก็มองหา
แต่คนใช้ไม่ได้สงสัยอะไร เดินออกไป
ร่างของเหมยกุยยังยืนอยู่ที่เดิมแสยะยิ้มพอใจ

หม่อมเจ้าดิเรกนอนหลับอยู่บนเตียง ประตูห้องค่อยๆ เปิดออกเอง... หม่อมเจ้าดิเรกรู้สึกตัว “ใคร...” เขาพยายามพลิกตัวหันมอง ภาพกว้างออก...ไม่เห็นมีใคร หม่อมเจ้าดิเรกพลิกตัวกลับ ร่างของเหมยกุยค่อยๆชัดขึ้น มองชายหนุ่มแล้วยิ้มด้วยความสมเพช เหมยกุยหันไปเปิดลิ้นชักหยิบคว้าของมีค่ามาโกยใส่กระเป๋าย่ามที่สะพายไว้กับตัว กระทั่งเหมยกุยเจอสมุดบันทึกของล้อมเพชรจึงหยิบมาใส่กระเป๋าย่ามด้วย

เหมยกุยเดินสะพายกระเป๋าย่ามเข้ามาแล้วร้องเรียก“ล้อม...ล้อม...ชั้นกลับมาแล้ว”
ล้อมเพชรในสภาพมอมแมม...ผมเผ้ายุ่งเหยิง...ออกมาจากที่ซ่อนบริเวณหลังพุ่มไม้ “เหมย! เหมยกลับมาแล้ว เหมย!” ล้อมเพชรโผเข้าไปกอดเหมยกุยอย่างดีใจสุดขีด
“ชั้นแอบเข้าไปขโมยของมีค่าที่วังศุภมาศมาด้วยนะ เราจะได้ไม่ลำบาก”
“เหมยฉลาดที่สุด”
เหมยกุยยิ้มรับแล้วถาม “ทำไมถึงไม่หนีไปให้ไกลๆ มาหลบซ่อนตัวอยู่แถวนี้ เดี๋ยวพวกมันก็ตามหาตัวพบเข้า”
“ชั้นกลัวเหมยกลับมาไม่เจอชั้น”
“โถ...ล้อมของชั้น”
“ชั้นรู้ว่าเหมยช่วยเหลือชั้นได้ทุกอย่าง ชั้นอยู่ตามลำพังไม่ได้ถ้าไม่มีเหมย”
“ชั้นก็อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีล้อมเหมือนกัน”
เหมยกุยกับล้อมเพชรยิ้มให้กัน แล้วล้อมเพชรก็นึกได้ “เหมยได้คาถาเล่นงานรัมภามาหรือยัง ชั้นอยากแก้แค้นมันใจแทบขาด”
“ได้แล้ว รับรองว่าคราวนี้มันไม่รอดแน่”
“ดี แล้วจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่”
“คืนพรุ่งนี้”
ล้อมเพชรยิ้มร้ายพอใจ

สวิตาเปิดกางสมุดบันทึก...สีหน้ายังไม่หายหงุดหงิดเรื่องริ้วทอง

บ้านอินทวงศ์ อินทนิลนอนหลับอยู่บนเตียง แล้วค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา อินทวงศ์ เกล้ามาศ พริมเฝ้าอยู่ พริมหันไปเห็นว่าอินทนิลรู้สึกตัส “น้านิลรู้สึกตัวแล้ว”
เกล้ามาศกับอินทวงศ์ปราดเข้าไปหา “คุณแม่...คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”
“นี่แม่หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ค่ะ คุณแม่คงจะอ่อนเพลียก็เลยนอนหลับยาว”
“แม่คงจะนอนมากไป ถึงปวดหัวมากขนาดนี้”
“ถ้าคุณแม่ปวดหัวก็นอนพักต่อเถอะนะคะ”
“หรือว่าหิวไหมครับ ผมจะให้เด็กเตรียมข้าวให้ทาน” อินทวงศ์ถาม
“ไม่เป็นไรค่ะ น้าไม่หิว อยากนอนมากกว่า มาศ...เอามือถือของแม่มาสิ เผื่อใครโทรมาเรื่องวัง”
เกล้ามาศ พริม อินทวงศ์มองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ “มาศดูมือถือคุณแม่ให้แล้ว ไม่มีใครโทรมาเลยค่ะ คุณแม่นอนพักต่อเถอะนะคะ ถ้ามีใครโทรมา มาศจะปลุกคุณแม่ให้เอง”
อินทนิลพยักหน้ารับแล้วล้มตัวลงนอนต่อ เกล้ามาศ อินทวงศ์ พริมโล่งใจ เกล้ามาศห่มผ้าให้แม่...สายตาของเกล้ามาศที่มองอินทนิลนั้นเปี่ยมด้วยความห่วงใย อินทวงศ์เห็นอาการของเกล้ามาศก็สงสาร

อินทวงศ์นั่งมองกำไลมาศที่อยู่ในมือ...ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปกับอินทนิลเมื่อตอนกลางวันที่ทรรศนะเอ่ยถึงสวิตา..อินทวงศ์นิ่วหน้าครุ่นคิด เริ่มปะติดปะต่อในสิ่งที่เคยเกิดขึ้น “วิ...” อินทวงศ์พยักหน้ากับตัวเองนิดๆ..ค่อนข้างจะแน่ใจว่าวิต้องเกี่ยวข้องอย่างที่เกล้ามาศเคยบอกไว้ อินทวงศ์วางกำไลลงบนโต๊ะแล้วออกไปจากห้อง
อินทวงศ์ขับรถออกจากบ้านด้วยความร้อนใจ

อินทวงศ์นั่งอยู่ที่โซฟา...มองไปที่ยันต์ที่ติดอยู่เหนือประตูบ้าน คนใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ “ทำไมต้องเอาผ้ายันต์มาติดที่บ้านด้วยล่ะ”
“อ๋อ...ก่อนหน้านี้คุณวิเธอกลัวผีอะไรก็ไม่ได้รู้ คุณไลยก็เลยเอายันต์มาติดป้องกันไม่ให้ผีเข้ามา”
อินทวงศ์พยักหน้ารับ คนใช้เดินออกไป อินทวงศ์นิ่วหน้าครุ่นคิดถึงสิ่งที่สงสัยเกี่ยวกับสวิตาและริ้วทอง
สวิตาลงมาจากชั้นสอง...ยืนมองอินทวงศ์ด้วยความหวั่นใจ...สวิตาปั้นหน้าปกติกลบเกลื่อนก่อนจะทัก “ลมอะไรพัดมาคะเนี่ย ต๊ะถึงมาหาวิตอนดึกๆ”
“คุณรู้เรื่องคุณทรรศนะเสียชีวิตแล้วใช่ไหม”
“รู้สิคะ ข่าวออกจะดัง”
“ก่อนคุณทรรศไปเกิดอุบัติเหตุ เขาไปหาคุณนิลที่บ้านผม ผมได้เจอกับเขา...เขาบอกผมว่า...คุณเป็นคนสั่งให้เขาเอากำไลทองไปใส่ให้คุณนิล”
สวิตาอึ้ง-กลบเกลื่อน “ต๊ะพูดเรื่องอะไรคะเนี่ย วิงงไปหมดแล้ว”
“อย่าโกหกผม”
“วิไม่ได้โกหก วิไม่รู้เรื่องที่ทรรศนะพูด”
“แล้วทำไมเขาต้องพูดถึงคุณ”
สวิตาแกล้งทำเป็นปรี๊ด-ร้องไห้น้อยใจ “วิไม่รู้ พวกเขาอาจจะอยากทำร้ายกันเอง คุณทรรศถึงเอากำไลผีไปใส่ให้คุณนิล แล้วเขาก็โยนความผิดมาที่วิ ต๊ะคะ...เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่คุณพูดคุณทำเหมือนคุณไม่เคยรู้จักวิ”
อินทวงศ์ยิ้มอย่างเหนือกว่า “ผมรู้จักคุณ” สวิตาแปลกใจ “ผมแค่พูดว่าคุณทรรศเอากำไลมาให้คุณนิลใส่ ทำไมคุณถึงคิดไปได้เองว่า...ผมหมายถึงกำไลผี ทำไมคุณถึงรู้ว่ากำไลวงนั้นจะทำให้เขาสองคนทำร้ายกัน” สวิตาแทบอยากจะกรี๊ดที่เสียรู้อินทวงศ์ “พูดความจริงกับผมได้แล้ววิ”
สวิตาเชิดหน้า ไม่ยอมรับ “วิไม่มีความจริงอะไรจะพูด”
“โอเค คุณจะไม่บอกผมก็ไม่เป็นไร ผมอยากขอให้คุณรู้ไว้...ไม่ว่าคุณกับริ้วทองจะทำร้ายคุณมาศเพราะอะไรก็ตาม ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ผมรัก”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด !” เสียงร้องโหยหวยของริ้วทองดังขึ้นจากหน้าบ้าน อินทวงศ์หันขวับไปมอง

ริ้วทองกรีดร้อง “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด !” พลังบางอย่างจากตัวริ้วทองทำให้ผ้ายันต์ที่ติดไว้เหนือประตูหลุดลงมากองกับพื้น ผ้ายันต์ร่วงลงพื้น ร่างของริ้วทองพุ่งหายเข้าไปภายในบ้าน ริ้วทองพุ่งเข้ามาสู่ร่างสวิตา ร่างสวิตากระตุก..หลับตา...แล้วลืมตาขึ้น ดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงวาบ
“ท่านชาย..”

“วิ”
จากสวิตาเปลี่ยนเป็น “ริ้วทอง” “ท่านชายเคยสัญญาว่าจะรักหม่อมชั้นคนเดียว ทำไมท่านชายถึงเปลี่ยนพระทัยไปรักมัน มันคือคนที่ฆ่าหม่อมชั้น ทำให้เราสองคนต้องพรากจากกันนะเพคะ”
อินทวงศ์ดึงร่างริ้วทองออก...ใจนึกหวาดๆ อยู่บ้างเพราะกำลังคุยกับผี “ริ้วทอง..ชาตินี้เวลานี้ ผม..ไม่ใช่ท่านชายดิเรก ผมคืออินทวงศ์”
“ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอีกกี่ชาติ คุณก็คือท่านชายของหม่อมชั้น หม่อมชั้นรอคอยที่จะได้ครองรักกับท่านชาย..เหมือนที่ท่านชายเคยสัญญาไว้กับหม่อมชั้นไงเพคะ ท่านชายจำคำสัญญาของเราได้ไหม”
“สัญญา...”
ริ้วทองขยับเข้าไปใกล้...เอามือของเขาวางบนแก้มตัวเอง “เพคะ ท่านชายลองคิดดูให้สิเพคะ ถ้าท่านชายจำได้...ท่านชายจะได้จำความรักความสุขที่เราสองคนเคยมีร่วมกัน แล้วท่านชายจะไม่ไล่หม่อมชั้นไปไหนอีก จำได้ไหมเพคะ” ริ้วทองจับมืออินทวงศ์มาแนบแก้ม “กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครหมาย ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล” อินทวงศ์เหม่อๆ อย่างคนที่ตกอยู่ในภวังค์ “จำได้ไหมเพคะ จำเรื่องของเราได้หรือไม่”
อินทวงศ์ตาเหม่อลอย...แล้ว “พี่ขอสาบาน...ว่าพี่จะตามไปใช้หัวใจของพี่ไว้รักน้องรัมภา”
ริ้วทองอึ้งตะลึง “ทำไมท่านชายตรัสเช่นนี้!
อินทวงศ์อยู่ในภวังค์ “และขอใช้ชีวิตของพี่ ปกป้องและดูแลน้องรัมภาแต่เพียงผู้เดียว”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด !”
คุณไลยหน้าตาตื่นตระหนกเปิดประตูออกมา “เสียงวิร้องดังไปถึงในบ้าน เกิดอะไรขึ้นคะ”
อินทวงศ์หลุดจากภวังค์ ทั้งอินทวงศ์และคุณไลยเห็นสวิตาร้องไห้โฮและกรีดร้องดังลั่น “ท่านหญิงรัมภามันเคยขัดขวางความรักของเรา ชาตินี้...หม่อมชั้นก็จะทำหน้าที่ขัดขวางความรักของมันกับท่านชายเช่นกัน ใครหน้าไหนก็จะสมหวังกับท่านชายไม่ได้ ท่านชายต้องเป็นของหม่อมชั้นแต่เพียงผู้เดียว !!!” ริ้วทองพุ่งออกจากร่างของสวิตา สวิตาทรุดล้มลงกับพื้น…สลบเป็นลมไปเลย
“วิ !”
ทั้งสองปราดเข้าไปประคองร่างสวิตา

เกล้ามาศห่มผ้าให้อินทนิลที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง อาร์มกับพริมเปิดโทรศัพท์ดูข่าวการตายของทรรศนะอยู่ที่มุมห้อง เกล้ามาศเดินเข้ามาหาทั้งสอง
“ยังไงคุณน้านิลก็ต้องรู้เรื่องทรรศนะตายเข้าสักวัน”
“นั่นสิแก...ไม่รู้ว่าคุณน้านิลจะรู้สึกยังไง อาจจะทั้งเสียใจ ทั้งดีใจก็ได้”
“ชั้นก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าคุณแม่รู้เรื่องแล้วจะเป็นยังไง แต่ก็ไม่อยากคิดมาก...ชีวิตชั้นช่วงนี้ แค่ให้ผ่านไปแต่ละคืนก็แย่แล้ว” เกล้ามาศหันมองไปทางอินทนิล สงสารแม่จับใจ

อินทวงศ์ยืนมองสวิตานอนอยู่ คุณไลยนั่งอยู่ใกล้ๆ โดยมีเด็กรับใช้คอยเอายาดมอังที่จมูกสวิตา
“โธ่...ทำไมวิจะต้องไปยุ่ง ไปวุ่นวายกับผีริ้วทองด้วยนะลูก”
“คุณน้ารู้จักริ้วทองด้วยเหรอครับ”
“รู้จักค่ะ น้าเคยถูกมันทำร้ายด้วย น้าไม่อยากให้วิไปยุ่งกับริ้วทองเลย แต่วิไม่ฟัง”
“เพราะอะไรครับ”
“น้าก็ไม่แน่ใจ ช่วงหลังมานี้ยัยวิเปลี่ยนไปมาก ไม่เหมือนวิคนเก่า มีอะไรก็ไม่พูดไม่บอกน้า ทำเหมือนน้าไม่ใช่แม่ยังงั้นแหละ คุณต๊ะคิดดูสิคะ...ขนาดสมุดของคุณทวดเล่มเดียว ยัยวิยังหวงไม่ให้น้าอ่านเลย”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนที่ 15/5 วันที่ 19 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ