อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 2 วันที่ 2 มี.ค.59

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 2 วันที่ 2 มี.ค.59

ทรายโทร.ไปอีกหลายโรงเรียน จนคิดท้อว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่พ่อบอกจะมีไหมนะ?

เช้าวันต่อมา ทรายวิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้า พลางคุยโทรศัพท์กับปาล์ม ทรายสีหน้าตื่นเต้นมาก ถามย้ำแล้ว ย้ำอีกจนปาล์มยืนยันว่า

“จริงสิแก รอง ผอ.โรงเรียนฉัน เขาอยากได้นักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญทางด้านปัญหาเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน ฉันเลยขายแกเป็นชุดเลย เขาสนใจอยากให้แกเข้ามาคุยรายละเอียด ถ้าแกคุยกับเขาลงตัว แกก็จะได้หาข้อมูลไปทำวิทยานิพนธ์ของแกด้วย ฉันนัดไว้แปดโมง เจ้านายฉันไม่ชอบคนมาสาย แกรีบมาเลยนะ”

ทรายไปถึงหน้าโรงเรียนเจ็ดโมงครึ่งพอดี แต่บังเอิญชนกับตังเมเข้าเต็มแรงจนกระเป๋าหล่น ทรายขอโทษแล้วช่วยเก็บของ ขณะตังเมก้มเก็บของ วงเวียนในกระเป๋ากระโปรงหล่น ทรายเก็บของเสร็จส่งให้ ตังเมยื่นมือมารับกระเป๋า ทรายจึงเห็นรอยขีดที่แขน บ้างเป็นแผลตกสะเก็ด บ้างเป็นรอยใหม่ๆ ถามว่าเป็นอะไร ตังเมบอกว่าโดนแก้วบาดแล้วรีบเดินหนีไป ทรายจึงเก็บวงเวียนไว้แล้วรีบเดินไปเพราะใกล้เวลานัดแล้ว



กรในชุดพละเพิ่งเลิกเล่นบอลกับนักเรียนเพราะได้เวลาเรียนแล้ว นัดพรุ่งนี้พบกันใหม่

ทรายมาเจอกอบัวเด็กอนุบาลที่ร้องไห้ไม่ยอมเรียนร้องหาแต่แม่ ร้องไห้จนอาเจียนเลอะครูแอม ทรายเข้าไปปลอบกอบัวและเอาผ้าพันคอให้ครูแอมเช็ดอาเจียน ครูแอมเกรงใจบอกว่านี่เป็นผ้าพันคอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ใช้ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ คือทรายเป็นเพื่อนกับครูปาล์มฝ่ายแนะแนว มาสมัครงานน่ะค่ะ ถือว่าคนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจนะคะ” ทรายยิ้มอย่างเป็นมิตร แล้วหันไปปะเหลาะกอบัวพาไปล้างหน้าให้สดชื่น

กรผ่านมา เขายืนมองทรายด้วยความรู้สึกดี

ooooooo

ทรายรีบขึ้นไปที่ห้องรองผู้อำนวยการ แปมเลขาของกรบอกว่าคุณกรยังไม่มา ทรายจึงขอนั่งรอที่เก้าอี้แถวนั้น พอหายตึงเครียด ท้องก็ร้องเตือน เธอหยิบสแน็กบาร์จากกระเป๋ามาแกะกินอย่างหิว

กรเดินมาเห็นแต่ไกล จำได้ว่าเป็นคนเมื่อกี๊ที่ปลอบเด็กหญิงกอบัว นึกอยากทดสอบอะไรบางอย่าง เดินเข้าไปหาพูดเสียงเข้ม “ห้ามนำอาหารขึ้นมาบนตึกนะครับ” พลางชี้ให้ดูป้าย

ทรายเคี้ยวค้าง ดูป้ายแล้วเอ่ย “ขอโทษค่ะครู” บอกว่าตนไม่ทันเห็น เธอเรียกเขาว่า “ครู” เพราะเมื่อครู่เห็นเขาใส่ชุดพละอยู่กับนักเรียน พลางหยิบขวดน้ำออกมาจะดื่ม กรแกล้งอีก บอกว่าน้ำก็ห้าม แล้วชี้ให้ดูป้ายอีก

ทรายขอโทษอีกครั้ง บ่นอุบอิบว่าตนไม่ใช่นักเรียนแต่เป็นแขกของรองผู้อำนวยการ กรนึกรู้ว่าเธอไม่รู้จักตน ความคิดบางอย่างผุดขึ้นอีก ถามว่าเป็นแขกของรองผู้อำนวยการแล้วกินอาหารหรือเครื่องดื่มบนตึกได้หรือ บอกว่าไม่เพียงห้ามกินหากห้ามนำขึ้นมาด้วย

ทรายและกรเถียงเล่นแง่กัน จนปาล์มมา ทรายจึงรู้ว่าที่แท้คนที่เธอคิดว่าเป็นครูพละและเถียงฉอดๆ คือรองผู้อำนวยการ! เธอช็อกทำหน้าไม่ถูก
เมื่อเข้าไปในห้อง เอาประวัติของตนให้กรดู เขาถามว่ากำลังเรียนโท ไม่เคยทำงานจริงใช่ไหม ทรายพยายามชี้แจงว่าตนเก็บเคสมาเยอะ ทั้งตอนเรียน ป.ตรี ป.โท รวมแล้วเกือบร้อยเคส

“ทำไมคุณสนใจเกี่ยวกับปัญหาของเด็กที่พ่อแม่หย่าร้าง?”

“เพราะเขาต้องการคนสนใจ ความต้องการพื้นฐานของคนเราคือความรัก ความสนใจ โดยเฉพาะจากคนที่เรารัก สำหรับเด็กๆรักแรกคือพ่อแม่ เมื่อเขาไม่ได้รับความรักก็เหมือนคนอกหัก และแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมบิดเบี้ยวเพราะต้องการเรียกร้องให้คนสนใจ ถ้าเราให้ความสนใจกับเขา ปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดก็คงไม่เกิดขึ้น”

“คุณไม่เคยทำงานจริงมาก่อน ทำไมถึงคิดว่าจะทำงานนี้ได้”

“เพราะดิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ พ่อดิฉันสอนไว้ ถ้าเราคิดจะทำเรื่องยากเราต้องยอมลำบาก พยายามต่อไปเรื่อยๆ สักวันเราจะได้เจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะฉะนั้น ถ้ามุ่งมั่น ตั้งใจ เราทำทุกอย่างได้แน่นอนค่ะ”

กรสะดุดใจคำตอบของทราย เขาปิดแฟ้มประวัติของเธอ ทรายและปาล์มมองลุ้นระทึก

กรตกลงรับทรายเป็นนักจิตวิทยาดูแลโครงการพิเศษของโรงเรียน ปาล์มดีใจถามว่ามอบแฟ้มประวัติเด็กสองคนที่อยู่ในโครงการให้ทรายเลยได้ไหม กรพยักหน้า ทรายไหว้ขอบคุณเขาด้วยความดีใจ กรสรุปว่า

“ผมต้องการให้คุณเริ่มงานพรุ่งนี้ และโครงการนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์ให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อนปิดเทอม”

“ได้ค่ะ” ทรายรับคำ แล้วชะงักถามว่า “แล้ว... โรงเรียนปิดเทอมเมื่อไรคะ”

เมื่อคุยกับปาล์มทรายบ่นว่าอีกเดือนกว่าก็ปิดเทอมแล้ว เขาต้องบ้าแน่ๆเลย จะให้แก้ปัญหาเด็กให้ได้ภายในเดือนกว่า มันเป็นไปไม่ได้ ปาล์มถามว่าแล้วทำไมไม่ถามเขาไปตรงๆ ทรายเสียงอ่อยว่า

“ฉันกลัวเขาจะไม่ให้ฉันทำงานน่ะสิ ฉันจะบอกเขาเรื่องขอข้อมูลไปใช้ในธีซิสฉันยังไม่กล้าเลย เอาไว้ให้สนิทกว่านี้แล้วค่อยบอกก็แล้วกัน เออนี่...เจ้านายแกก็หล่อดีนะ แต่ดุชะมัด นั่งคุยกันเป็นชั่วโมงฉันยังไม่เห็นเขายิ้มเลย”

“อย่าว่าแต่แกเลย ฉันทำงานกับเขามาเกือบปีก็ยังไม่เคยเห็น คุณกรคงเครียด เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เริ่มงานได้ไม่นานก็โดนแอนตี้จากครูๆ โดยเฉพาะครูใหญ่” ทรายถามว่าทำไม “ก็คุณกรแกเป็นคนตรงๆ ขรึมๆเข้าถึงยาก แล้วก็ยังเด็ก ครูเก่าๆรับไม่ค่อยได้ เลยต้องพิสูจน์หลายอย่าง ที่แกเห็นเขาแต่งชุดพละน่ะ เขาไปเล่นบอลกับเด็กๆก่อนเคารพธงชาติ ครูคนอื่นก็ไม่เห็นด้วย คิดว่าผู้บริหารไม่ควรลงไปคลุกคลีกับเด็กมาก”

ทรายฟังแล้วอดเห็นใจนิดๆไม่ได้ ถามปาล์มว่าเขามีแฟนหรือยัง ปาล์มบอกว่าเท่าที่รู้ไม่มี

“ไม่แปลกใจ นี่ฉันว่านะ ท่านรองนี่ต้องมีปมอะไรแน่ๆ ดูๆไปเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น” ทรายวิเคราะห์ประสาคนคนร้อนวิชา ปาล์มมองหน้างงๆ ทรายถามว่า “ฉันพูดถูกใช่ไหม”

ooooooo

คืนนี้กรขับรถไปบนถนนที่เงียบเหงา เขาคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อน เวลานั้นเขาอายุ 13-14 ปี นั่งที่โซฟามีแม่นั่งตรงกันข้ามและพ่อนั่งข้างๆ

พ่อเอาแผ่นพับโรงเรียนที่ต่างประเทศให้ดูถามว่าจะส่งเขาไปเรียนที่นี่ ชอบไหม กรตอบเซ็งๆว่า

ไม่ชอบก็ต้องไปอยู่ดี พ่อโน้มน้าวใจว่าที่นี่ดีมาก ลูกเพื่อน

พ่อไปเรียนชอบทุกคน กรมองหน้าพ่อเศร้าๆถามว่า

“พ่อกับแม่ อยากส่งผมไปเมืองนอก เพราะพ่อกับแม่จะหย่ากันใช่ไหมครับ” สมภพกับนพลักษณ์สะอึกที่ลูกรู้ทัน กรถามตาแดงๆว่า “ผมได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกัน พ่อกับแม่ ไม่รักกันแล้วเหรอครับ”

นพลักษณ์กับสมภพฟังแล้วจุก นพลักษณ์กะพริบตาถี่ๆกลืนน้ำตาเข้าไป สมภพดึงกรเข้าไปกอด พูดน้ำตาซึม

“ไม่ว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงต่อกัน แต่เราสองคน ยังรักลูกเหมือนเดิม”

กรร้องไห้ด้วยความเสียใจและสับสน

แต่วันนี้ เขาคิดถึงเด็กที่ประสบปัญหาครอบครัวหย่าร้างในโรงเรียน คิดหาทางป้องกันและแก้ปัญหาของเด็กเหล่านั้นคิดถึงทรายนักจิตวิทยาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้แล้ว เขาพึมพำอย่างมีความหวังว่า

“หวังว่าเธอจะทำได้ตามที่พูดไว้”

เมื่ออำนาจรู้จากครูน้อยว่ากรจะจ้างนักจิตวิทยามาแก้ปัญหาเด็กก็หัวเราะเยาะว่าบ้ากันใหญ่แล้ว ปรามาสว่าเด็กโตเมืองนอกไม่เข้าใจสังคมไทย แค่เริ่มต้นคิดก็ผิดแล้ว พวกหัวนอกเพ้อฝันไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ถามครูน้อยว่า

“แล้วนักจิตวิทยาที่เขาหามาเป็นใคร?”

ooooooo

กรจัดให้ทรายไปทำงานในห้องเดียวกับปาล์ม เธอไม่เห็นด้วยเพราะการจะพูดคุยกับเด็กต้องใช้พื้นที่ส่วนตัว เด็กจึงจะรู้สึกปลอดภัย ปาล์มเห็นด้วย กรเข้าใจบอกว่าจะหาห้องส่วนตัวให้แต่มันอาจจะไม่ใหญ่โตและสะดวกสบายแบบห้องนี้

“ได้เลยค่ะ ห้องจะแย่แค่ไหน ฉันก็รับได้!!” ทรายตอบรับหนักแน่น

แต่พอกรจัดให้ไปอยู่ในห้องเก็บของ ทรายชะงักนึกรู้ทันทีว่าโดนเขาลองของ ควบคุมอารมณ์ตัวเองตอบไปอย่างเยือกเย็นว่า “ได้ค่ะ ดิฉันรับได้ มันก็แค่รกนิดหน่อย ฝุ่นบางๆแค่นี้เอง” แล้วเธอก็เป่าฝุ่นจนฟุ้งกระจายไปทางกร

ปาล์มบอกว่าตนจะไปเคลียร์กับกรให้ แล้วจะไปตามแม่บ้านมาทำความสะอาดให้ด้วย เมื่อปาล์มไปคุย กรบอกว่า

“ที่ผมต้องทำแบบนี้กับเพื่อนคุณ เพราะเขาจะได้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น ไม่ใช่กรณีศึกษาที่เขาเคยเจอตอนเรียน แต่มันคือโลกความจริง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมดูออกว่าเพื่อนคุณเป็นคนมีความตั้งใจ แต่ขาดประสบการณ์ ผมไม่ชอบดูแลลูกน้องด้วยวิธีตามใจ ถ้าเขารับมือกับผมได้ เขาก็พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาอีกมากมายที่รอเขาอยู่ข้างหน้า แต่ถ้าเขารับไม่ได้ จะได้รีบถอนตัว ผมไม่ชอบเสียเวลากับคนใจไม่สู้!”

แต่หารู้ไม่ว่าคนอย่างทรายทิพย์เมื่อทำก็ปักใจสู้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะถูกกดดันแค่ไหนก็จะไม่เลิกเด็ดขาด บอกปาล์มว่า

“ฉันต้องอยู่เก็บข้อมูลทำธีซิสให้จบ และอยู่ช่วยเด็กๆในโครงการไม่ให้โดนไล่ออก ฉันจะทำทั้งสองหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฉันจะต้องทำให้ได้!!” แล้วทรายก็ลงมือทันที

หลังจากแม่บ้านทำความสะอาดแล้ว เธอไปหาซื้ออุปกรณ์การทำงานที่จำเป็นมากมาย กลับมาถึงก็ลงมือตบแต่งทันที ระหว่างนั้นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งกลิ้งไปที่เท้าอำนาจที่เดินมาดู อำนาจหยิบขึ้นมา ทรายไปขอคืน เขาถามว่าพวกนี้เอามาทำอะไร ทรายตอบรีบๆว่าใช้ในห้องให้คำปรึกษา แล้วขอตัว

“เดี๋ยว คุณไม่รู้หรอกเหรอว่าผมเป็นใคร”

“พอดีเพิ่งมาทำงาน เลยยังไม่ค่อยรู้จักใคร ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ เอ่อ...ขอตัวก่อนนะคะ” ทรายยิ้มแห้งๆแล้วรีบไป อำนาจนึกไม่พอใจประสาคนอัตตาค้ำคอว่า

“ไม่รู้จักฉันได้ยังไง???”

ooooooo

เพียงเย็นวันนี้ ทรายก็จัดห้องทำงานเสร็จ ห้องไม่ใหญ่ แต่ดูโล่ง สะอาด มีอุปกรณ์เป็นของเล่นวางอยู่บนโต๊ะสองสามอย่าง ปาล์มเข้ามาดูอย่างตื่นตา กรยืนมองนิ่งๆ ทรายยืนปาดเหงื่อมองทั้งสองเชิงรอความเห็น

ปาล์มถามทึ่งว่าเวลาแค่วันเดียวทำได้ไงเนี่ย ส่วนกรถามว่าทำไมจัดห้องแบบนี้ ทำไมไม่ใช้เก้าอี้ที่โรงเรียนมี ไปซื้อใหม่ทำไม แล้วขนม ลูกอม โคมไฟ ของเล่น เอามาทำไม”

“ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้ถูกนำมาใช้เพื่อให้เด็กรู้สึกไม่เครียดและสบายใจที่สุด” ทรายตอบ แล้วอธิบายทีละอย่างเป็นชุด

ปาล์มฟังแล้วปลื้มเพื่อนมาก กรฟังแล้วมีแววพอใจในดวงตา แต่ไม่แสดงออกมาก ชมและท้าทายว่า

“วิชาการแน่นเป๊ะ อย่าเก่งแต่ในตำราก็พอ ตอนนี้ห้องก็พร้อมแล้ว เมื่อไหร่จะเริ่มเรียกเด็กมา”

“ดิฉันส่งรายชื่อให้ครูน้อยฝ่ายปกครองช่วยประกาศเรียกเด็กมาเจอหลังเลิกเรียนค่ะ ถ้าเด็กมาเมื่อไหร่ก็เริ่มงานได้ทันที” ทรายระงับความขุ่นใจที่ถูกปรามาส ตอบอย่างมั่นใจ

เมื่อครูน้อยเอากระดาษที่จดชื่อ ถวายชัย บูรณา กับมงกุฎแก้ว บรูม ไปถามอำนาจว่าจะให้เรียกเด็กมาพบคนของคุณกรไหม อำนาจบอกไม่ต้อง เก่งนักก็หาทางเรียกเด็กกันเอง ตนอยากรู้ว่าจะมีใครยอมมารับคำปรึกษาไหม แล้วขยำกระดาษรายชื่อทิ้งถังขยะ พลันความคิดหนึ่งก็แว่บขึ้นมา บอกครูน้อยว่า

“ฉันมีความคิดดีๆ เพื่อไม่ให้คนของคุณกรว่างมากเกินไป ฉันจะส่ง ‘ตัวปัญหา’ ไปให้เขาจัดการ รับรองว่าสนุกแน่!” อำนาจจิกตาร้ายอย่างสะใจ
วันนี้ทรายรอเด็กในโครงการจนเลิกเรียนไปนานแล้วก็ยังไม่เห็นมา กำลังเอะใจ ประตูก็เปิดผลัวะ!

ดุจฤทัยหญิงในวัยสามสิบเศษแต่งตัวเนี้ยบสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนยืนจังก้าที่ประตู พูดเสียงดังเฉียบขาดว่า

“ลูกดิฉันมีปัญหาค่ะ!!” แล้วหันไปดึงแขนเด็กชายโชกุนที่ยืนหลบอยู่ข้างประตูออกมาบอกว่า “ลูกฉันชอบโกหก เมื่อก่อนก็ไม่เป็น แต่พอฉันแยกทางกับสามี เป็นหนักมาก!”

โชกุนก้มหน้าอายจนทำตัวไม่ถูกที่ถูกแม่ประจานกับครู ทรายสงสารเด็กบอกให้แม่พาน้องออกไปข้างนอกแล้วเราค่อยๆคุยกัน

“ไม่ต้องค่ะ คุยตรงนี้แหละ โรงเรียนจ้างครูมาแก้ปัญหาก็ต้องแก้ปัญหาให้ฉัน!”

“ดิฉันยินดีที่จะช่วย แต่ดิฉันไม่มีอำนาจในการรับเด็กเข้าโครงการ”

“คุณไม่มีแล้วใครกัน” ดุจฤทัยถามอย่างไม่พอใจ ในขณะที่โชกุนยิ่งก้มหน้างุด

ooooooo

ทรายพาดุจฤทัยไปพบกรที่ห้องทำงาน ขณะดุจฤทัยคุยกับกรนั้น โชกุนยืนแอบอยู่ข้างหลังแม่ ทรายยืนข้างๆคอยสังเกตพฤติกรรมระหว่างดุจฤทัยคุยกับกร

กรไม่มีปัญหาที่จะรับเด็กเพิ่มหากคุณแม่เห็นความสำคัญของโครงการ ดุจฤทัยให้รับไว้ เพราะลูกตนมีปัญหา ตนเลิกกับสามีแล้ว คุณสมบัติของลูกตนครบตามที่ครูใหญ่บอก กรถามว่าครูใหญ่เป็นคนบอกโครงการนี้หรือ

“ใช่ค่ะ แต่ครูใหญ่ก็เตือนมานะว่า เจ้าหน้าที่ที่มาใหม่ยังเด็กมากจะต้องเข้มงวดและวางใจไม่ได้ ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วย!”

ทรายสะอึกอึ้ง รู้สึกเหมือนถูกแทงข้างหลัง ดังนั้นเย็นนี้ ทรายและกรจึงไปหาอำนาจที่ห้องครูใหญ่ ทรายจึงรู้ว่าที่แท้เขาคือคนที่เธอบอกว่าไม่รู้จักเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง ทรายรับรู้ถึงความไม่พอใจของครูใหญ่ทั้งจากเมื่อกลางวันและนาทีนี้ เธอขอโทษที่ทำให้ครูใหญ่

ไม่พอใจ แต่ครูใหญ่ก็ไม่ควรพูดกับดุจฤทัยแบบนั้นเพราะตนเสียหาย

“ท่านรอง บอกคนของคุณด้วยว่าถ้าไม่เป็นอย่างที่ผมปรามาสไว้ก็ไม่ต้องร้อนตัว” อำนาจหันไปพูดกับกรแทน

ทรายหน้าร้อนผ่าวกำลังจะเถียง แต่กรชิงพูดขึ้นก่อนว่า

อ่านละครวัยแสบสาแหรกขาด ตอนที่ 2 วันที่ 2 มี.ค.59

ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทประพันธ์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล/กุศลิน เมฆวิภาต/ชญานิน/สายขิม/วาณี/กัลยาณมิตร
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด กำกับการแสดงโดย ศุภฌา ครุฑนาค
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ควบคุมการผลิตโดย ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่อง วัยแสบสาแหรกขาด เริ่มออกอากาศตอนแรกใน วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.59 ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ