อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 ก.พ. 59

อินทวงศ์วิ่งถือสมุดเข้ามาสมทบกับคนอื่น “ท่านหญิงรัมภาไม่ได้ฆ่าเธอนะริ้วทอง”
“ท่านชาย...”
“ชั้นขอยืนยันว่าท่านหญิงรัมภาไม่ได้ฆ่าเธอ ความจริงที่เธอไม่รู้ มันอยู่ในบันทึกเล่มนี้” อินทวงศ์ยกสมุดบันทึกจะส่งให้
“ท่านชายปกป้องมัน ริ้วไม่เชื่อ” ริ้วทองตวัดมือ สมุดบันทึกกระเด็นออกไปจากมืออินทวงศ์ตกไปอยู่ที่พื้นใต้ต้นไม้

พระปราบตัดสินใจยื่นข้อเสนอ “โยมริ้วทอง ถ้าโยมอยากรู้ความจริง โยมจะพิสูจน์ไหมล่ะ ความจริงจะเป็นเช่นไร อาตมาไม่อาจรู้ได้ แต่อาตมาสามารถช่วยทำให้โยมกับโยมมาศจะกลับเข้าไปในอดีตได้ โดยใช้ลมหายใจของคนเป็นนำทางวิญญาณคนตาย และใช้สิ่งที่มีความผูกพันจากอดีตสู่ปัจจุบันช่วยเปิดทางให้โยมทั้งสองกลับเข้าไป”


“สิ่งที่ผูกพันจากอดีต...กำไลมาศวงนี้หรือคะ”
พระปราบพยักหน้า “แต่ว่ามีความเสี่ยง เพราะถ้าโยมกลับมาไม่ทันเวลา ดวงจิตของโยมจะกลับเข้าสู่ร่างเดิมไม่ได้ โยมจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตลอดกาล”
อินทวงศ์ พริม อาร์ม อึ้ง
“อย่าเสี่ยงเลยมาศ”
“ชั้นต้องเสี่ยง เพื่อเราทุกคน มาศพร้อมค่ะ”
“ดี” ริ้วทองมองเกล้ามาศ “มึงไปเห็นกับตา มึงจะได้รู้ว่ามึงสมควรชดใช้กรรมให้กู”
ริ้วทองกับเกล้ามาศมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง

พระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า ริ้วทองกับเกล้ามาศนั่งสมาธิกันหันหน้าไปทางสระบัว พระปราบนั่งตรงกลาง อินทวงศ์ พริม อาร์ม นั่งข้างเกล้ามาศ
อินทวงศ์เป็นห่วง “ คุณมาศ คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะ”
“ค่ะ มาศอยากให้ทุกอย่างจบสิ้นสักที” เธอพูดพลางจะร้องไห้ “คุณต๊ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น...มาศฝากดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ”
อินทวงศ์จับมือเกล้ามาศ “ มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น สัญญากับผมสิว่าคุณจะกลับมา”
“ชั้นจะกลับมาค่ะ”
อินทวงศ์จูบมือเกล้ามาศอย่างห่วงใย ริ้วทองมองภาพความรักของอินทวงศ์ที่มีให้เกล้ามาศอย่างเจ็บช้ำ..น้ำตารื้น

สวิตากดโทรศัพท์หาอินทวงศ์ด้วยความกระวนกระวายใจ แต่อินทวงศ์ไม่รับสาย “ต๊ะทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รับสาย”
สวิตากดโทรใหม่อีกครั้ง แต่อินทวงศ์ก็ยังไม่รับ สวิตากระแทกมือถือและกระแทกตัวนั่งลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด

พระปราบสวดคาถาเสร็จ นำธูปปักลงบนกระถางที่อยู่ตรงหน้าตน แสงสีทองจากกำไลในข้อมือของเกล้ามาศเกิดแสงสะท้อนไปข้างหน้า...แสงอาบทั่วรอบสระบัว แสงสีทองนั้นปะทะเข้าหน้าริ้วทองและเกล้ามาศ...ทั้งสองนิ่วหน้าเพราะรับรู้ได้ถึงแสงนั้น แต่อินทวงศ์ อาร์ม พริมไม่เห็นแสง
แสงสีทองหายไป...ผืนน้ำข้างหน้าสั่นไหวเป็นคลื่นน้ำ แล้วปรากฏเป็นภาพ ริ้วทองยืนคอยอยู่กลางห้องโถงภายในวังติณชาติ เกล้ามาศและริ้วทองยิ่งขมวดคิ้วเพราะเห็นภาพบนผืนน้ำ
เกล้ามาศครางออกมาว่า “ริ้วทอง....”

ริ้วทองยืนคอยหม่อมเจ้าหญิงภรณีอยู่กลางห้องโถง...สีหน้าของเธอไม่สบายใจเพราะเรื่องปรุงหนีไป...หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินนำบัวเข้ามา...ตอนนี้เธอกำลังเศร้าเสียใจเรื่องปรุงจากไป
ริ้วทองไหว้ หม่อมเจ้าหญิงภรณีรับไหว้ “บัวบอกว่าเธอต้องการพบชั้น มีเรื่องอะไร”
“หม่อมชั้นมีเรื่องพี่ปรุงจะทูลกับท่านหญิงเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีตื่นเต้น “ปรุง !” เธอร้องแล้วรีบเก็บอาการแล้วหันไปบอกกับบัว “บัว...ออกไปได้แล้ว”
“เพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีรอให้บัวเดินออกไปจากห้องให้เรียบร้อยแล้วเอ่ยถาม “เธอมีเรื่องอะไรจะบอกชั้น”
“พี่ปรุงฝากทูลกับท่านหญิงว่า...สักวันพี่ปรุงจะกลับมารับใช้ตอบแทนน้ำพระทัยและพระเมตตาของท่านหญิงเพคะ”
“ทำไมต้องฝาก ปรุงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วหรือ”
“เพคะ” ริ้วทองโกหก “พี่ปรุงกลับไปเยี่ยมญาติที่นครสวรรค์ แล้วมีคนชวนไปอยู่คณะหุ่นกระบอกใหม่ด้วยกัน ก็เลยส่งข่าวมาบอกหม่อมชั้นว่าจะไม่กลับมาแล้ว”
“คณะหุ่นกระบอกที่ปรุงไปอยู่ชื่ออะไร”
“ท่านหญิงถามทำไมเพคะ”
“ก็เผื่อว่าวังไหนจัดงาน ชั้นจะได้แนะนำให้ไงเล่า ว่าอย่างไร...หุ่นกระบอกที่ปรุงไปอยู่ชื่อคณะว่าอะไร เป็นของใคร”
“หม่อมชั้นไม่ทราบเพคะ พี่ปรุงไม่ได้บอก แต่ถ้ามีโอกาสได้คุยกับพี่ปรุงอีก หม่อมชั้นจะถามพี่ให้นะเพคะ หม่อมชั้นหมดธุระเพียงเท่านี้ หม่อมชั้นขอทูลลา” ริ้วทองเดินออกไป
หม่อมเจ้าหญิงภรณีปล่อยร้องไห้ออกมา “ปรุง...เธอต้องกลับมาหาชั้น ชั้นรอเธออยู่นะปรุง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินลงมาจากชั้นสอง เจิมเดินตามมาด้วย พอเห็นหม่อมเจ้าหญิงภรณีร้องไห้ก็เป็นห่วง รีบถาม “พี่หญิงณี ! พี่หญิงร้องไห้ทำไมคะ มีเรื่องอะไร”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไรดอกจ้ะ” เธอเปลี่ยนเรื่องคุย “น้องหญิงแต่งตัวงามเหลือเกิน จะไปไหน”
“หญิงจะไปงานเลี้ยงที่กรมค่ะ เสร็จแล้วก็จะแวะไปเยี่ยมเจ้าพี่ดิเรก”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีนึกได้ “แล้วอาการของเจ้าพี่เป็นอย่างไรบ้าง”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามีสีหน้าไม่สบายใจ

หม่อมเจ้าดิเรกนอนจับท้องงอตัว ร้องโอดโอยครวญครางอย่างคนที่ใกล้จะตาย หม่อมเจ้าหญิงรัมภาพยายามจะป้อนยาให้ แต่ทุลักทุเล เพราะหม่อมเจ้าดิเรกส่ายหน้าไปมา
“กินยาก่อนนะคะ เจ้าพี่...น้องเองนะคะ เจ้าพี่อดทนกินยาสักนิดเถิดนะคะ จะได้ดีขึ้น”
หม่อมเจ้าดิเรกสงบขึ้น หม่อมเจ้าหญิงรัมภาป้อนยาให้ หม่อมเจ้าดิเรกดื่มไปได้นิดหน่อยก็ขย้อนจะอ้วก คนใช้คว้ากระโถนมารองอ้วกให้ทัน
หม่อมเจ้าหญิงถมยาเปิดประตูเข้ามาเห็นอาการของลูกชายก็ตกใจ “ดิเรก !” หม่อมเจ้าหญิงถมยาตัดสินใจ “ใครไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้”
หม่อมเจ้าดิเรกอาเจียนออกมาเป็นเลือดสดๆ

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินเข้ามาในห้อง หยุดยืนมองสภาพของหม่อมเจ้าดิเรกที่ใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตน้ำตาซึม หญิงสาวสะเทือนใจจนต้องเบือนหน้าหนี กลั้นสะอื้น
หม่อมเจ้าดิเรกนอนหลับแล้วรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา หันมองหม่อมเจ้าหญิงรัมภาช้าๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา “น้องหญิง...”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันมองแล้วปรี่เข้าไปหา “เจ้าพี่...นอนพักเถิด อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยค่ะ”
“พี่อยากคุยกับน้อง...”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาปาดน้ำตาที่ไหลริน “ค่ะ...”
“ท่านแม่เล่าให้ฟังว่าน้องหญิงช่วยชีวิตพี่และคอยดูแลพี่ไม่ห่าง พี่ขอบใจน้องหญิง มากนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เจ้าพี่เคยช่วยชีวิตหญิง ทำไมเรื่องแค่นี้หญิงจะช่วยเจ้าพี่บ้างไม่ได้”
“พี่เคยช่วยน้องหญิงตอนไหน”
“ตอนเด็กที่ท่านแม่ของหญิงจากไปไงคะ ตอนนั้นท่านพ่อและทุกคนกำลังเสียใจ ไม่มีใครสนใจหญิง มีแต่เจ้าพี่ที่คอยปลอบใจหญิง ชวนหญิงเล่นเพื่อให้หญิงลืมความทุกข์”
หม่อมเจ้าดิเรกยิ้มบางๆ “เรื่องผ่านมานานแล้ว น้องหญิงยังจำได้หรือ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้ม “หญิงจะลืมได้อย่างไรคะ เพราะถ้าหญิงไม่ได้กำลังใจจากเจ้าพี่ในวันนั้น จิตใจของหญิงก็จะไม่เข้มแข็งเท่าวันนี้”
“พี่ภูมิใจในตัวน้องหญิงเสมอ”
“แต่เจ้าพี่รู้ใช่ไหมคะ...ว่าหญิงเคยอยากได้รับจากเจ้าพี่มากกว่าคำว่าภูมิใจ”
“น้องหญิงรู้ใช่ไหม ว่าพี่เคยอยากให้น้องหญิงมากกว่านั้น”
“ค่ะ...หญิงรู้”
“พี่อยากคิดกับน้องหญิง...ให้มากกว่าคำว่า...น้องสาว”
“แต่เจ้าพี่ก็ทำไม่ได้...เพราะเจ้าพี่รักริ้วทอง”
“น้องหญิง...พี่ขอโทษ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภายิ้มเศร้า “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องรักเรื่องใคร่มันห้ามกันได้เสียที่ไหน เพราะถ้าห้ามได้...หญิงก็คงจะห้ามใจไม่ให้รักเจ้าพี่อีก” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาทำเป็นยิ้มเข้มแข็ง ทั้งที่ใจอยากจะร้องไห้เหลือเกิน “แต่เจ้าพี่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ หญิงมั่นใจว่าต่อไป หญิงจะลืมรักที่มีให้เจ้าพี่เอง เพราะหญิงต้องรักตัวเอง หญิงจะไม่ปล่อยให้ตัวเองทนเจ็บ ทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีก”
หม่อมเจ้าดิเรกจับมือหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “น้องหญิง...ชาตินี้พี่ไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว แต่พี่ขอสาบานว่า...หากชาติหน้ามีจริง พี่จะขอมอบหัวใจรักของพี่ให้น้องรัมภา...และจะขอใช้ชีวิตของพี่ ปกป้องและดูแลน้องรัมภา...แต่เพียงผู้เดียว”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเอามือหม่อมเจ้าดิเรกมาแนบแก้ม น้ำตาซึม รักหม่อมเจ้าดิเรกสุดหัวใจ

เสด็จฯ ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามา...ทั้งสองต่างมีท่าทางบึ้งตึงใส่กัน...เพราะเรื่องปรุง
“ท่านพ่อรับสั่งให้ไปตามลูก ท่านพ่อมีธุระอะไรกับลูกหรือเพคะ”
“ลูกชายของกรมพระยาเดโชเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก หญิงเอาของขวัญต้อนรับที่พ่อเตรียมไว้ให้ไปมอบให้เขาแทนพ่อที”
“ตอนนี้เลยเหรอค่ะ”
“ใช่”
“รอให้น้องหญิงรัมภาเอาไปให้แทนดีกว่า น้องหญิงเข้าสังคมเก่งกว่าลูก ลูกไปอาจจะไปสร้างเรื่องทำให้ท่านพ่ออับอายขายขี้หน้าได้”
“พ่อสั่งให้แกไป แกก็ต้องไป และถ้ากลัวพ่ออับอายขายขี้หน้านักล่ะก็ ก็หัดรู้จักวางตัวสำรวมกาย วาจา ใจให้เป็น”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มหน้า น้ำตาตกใน รู้ว่าพ่อด่าเหน็บเรื่องปรุง “เพคะ”
“แล้วก็หัดทำความรู้จักมักคุ้นพวกเขาไว้ด้วยนะ เพราะพ่อจะจับแกใส่ตะกร้าล้างน้ำยกให้แกไปเป็นสะใภ้ของพวกเขา”
“แต่...”
“ถ้าแกไม่อยากเห็นพ่อตรอมใจตาย แกต้องทำตามที่พ่อสั่ง”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีก้มหน้ายอมจำนน

หม่อมเจ้าหญิงถมยาวางโทรศัพท์ลงบนเครื่อง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินหน้าเศร้าลงมาจากชั้นสองพอดี
“จะกลับแล้วหรือ”
“เพคะ”
“เมื่อสักครู่น้าโทรศัพท์ไปที่วังติณชาติ ให้คนไปบอกริ้วทองว่าพรุ่งนี้น้าจะส่งคนไปรับกลับมา น้าไม่ได้วานหญิงไปบอก เพราะเกรงใจหญิง”
“หญิงกราบขอบคุณเพคะที่ท่านน้าเป็นห่วงความรู้สึกของหญิง แต่เรื่องของริ้วทองกับเจ้าพี่...หญิงทำใจได้แล้ว ว่าแต่ท่านน้าคิดอย่างไรเพคะถึงจะให้ริ้วทองกลับมา”
“ดิเรกละเมอเพ้อถึงริ้วทองตลอดเวลา น้ารู้แล้วว่าดิเรกรักริ้วทองมากจริงๆ หาใช่เป็นแค่เพียงความเสน่หาชั่วครั้งชั่วคราว น้าจึงคิดว่าถ้าดิเรกหายดี น้าจะจัดงานแต่งให้เขาสองคนเป็นเรื่องเป็นราว ริ้วทองจะได้เป็นสะใภ้ศุภมาศอย่างสมเกียรติ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาฟังนิ่ง

ริ้วทองเก็บข้าวของในเรือนใส่ลงหีบ หุ่นกระบอกนางยี่สุ่นและพระลักษณวงศ์ตั้งอยู่บนตู้ ริ้วทองหยิบหุ่นกระบอกพระลักษณวงศ์มาดู “ป่านนี้พี่ปรุงจะเป็นยังไงบ้าง”
บัวเปิดประตูเข้ามา ริ้วทองหันไปมอง “ริ้วทอง...ท่านถมยาทรงโทรศัพท์มาจากวังศุภมาศ ท่านรับสั่งให้มาบอกเธอว่าให้เก็บข้าวของไว้ พรุ่งนี้เช้าจะให้คนที่วังศุภมาศมารับกลับ”
ริ้วทองยิ้มกว้างดีใจ
ธูปในกระถางเหลือประมาณ 1 เซนติเมตร อินทวงศ์ พริม อาร์มเริ่มร้อนใจ
“ธูปจะหมดแล้ว ทำไมมาศยังไม่กลับมาอีกคะหลวงพี่”
“พวกเขายังไม่ยอมกลับมา จนกว่าจะได้เห็นเหตุการณ์ในคืนนั้น”
“เหตุการณ์คืนนั้น ?”
“คืนที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผูกแค้นผูกพยาบาทของโยมริ้วทอง คืนที่นำพาทุกคนให้กลับมาพบกันในชาตินี้อีกครั้ง” พระปราบมองไปที่เกล้ามาศและริ้วทองที่ต่างหลับตาและมีสีหน้าเคร่งเครียด

หม่อมเจ้าดิเรกนอนหายใจหอบถี่ ตาค้าง มีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา หม่อมเจ้าหญิงถมยาเข้ามาในห้อง คนใช้ที่เฝ้าอยู่ร้องไห้กันระงม “ดิเรก!” หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปถามคนใช้ “มีใครไปตามหมอหรือยัง !”
“กำลังไปแล้วเพคะ”

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[2] วันที่ 20 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ