อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 2 วันที่ 25 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 2 วันที่ 25 ก.พ. 59

ด้านคฤหาสน์โอฬาร พัสกรย่องจะออกไปข้างนอก แถบทิพย์มาดักหน้าถามติดต่อแพรขาวบ้างหรือเปล่า เขาอ้างว่าเธอไม่รับสาย คุณนายต่อว่าถ้าเขา ไม่รู้จักง้อเมียแล้วตนกับเขมินีก็เหนื่อยตายปากเปียก ปากแฉะขอให้กลับมา แต่สามีไม่แสดงความรู้สึกบ้างเลย

ดิวแต่งตัวเปิ๊ดสะก๊าดอุ้มลูกออกมา แถบทิพย์หันมาหยอกล้อหลานอย่างเอ็นดู ดิวได้ทีฝากเลี้ยงสักครึ่งวันอ้างจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัว ว่าแล้วก็ดึงพัสกรออกไป คุณนายอ้าปากท้วงไม่ทัน ประไพนั่งมองอย่างเวทนาสงสารเด็กที่พ่อแม่ทิ้งไปแทบทุกวัน ไม่เหมือนชมพูที่แพรขาวคอยดูแลไม่คลาดสายตา ไม่ทันไรท๊อปอ๊อกออกมาเปรอะแถบทิพย์ เธอร้องลั่นด้วยความเซ็ง



เขมินีทำงานอยู่ แถบทิพย์โทร.มาบ่นสารพัด จึงประชดให้ปล่อยแพรขาวไปผุดไปเกิดเถิด ตนรู้ว่าแม่ห่วงหลาน ไม่ทันพูดจบเสียงท๊อปร้องโยเย แถบทิพย์จึงตัดสายไปดื้อๆ เขมินีถอนใจด้วยความเซ็งระคนน้อยใจ สาโรจน์เข้ามาจะคุยเรื่องงานแต่พอเห็นสีหน้าเจ้านายก็รู้ว่ามีปัญหา จึงเปลี่ยนมารายงานเรื่องหลานชมพูว่าตนรู้แล้วว่าไปเรียนต่อที่ไหน เขมินีตื่นเต้นแต่ก็สะเทือนใจที่หลานต้องย้ายโรงเรียนจากหลักสูตรนานาชาติไปเป็นโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาๆ

บ่ายวันนั้นสาโรจน์ขับรถพาเขมินีไปดักดูหน้าโรงเรียน เขมินีมองโรงเรียนอย่างสมเพชหลาน สักพักก็เห็นสมพรและเนยจูงชมพูเดินร้องเพลงออกมาขึ้นรถสามล้อเครื่อง ถึงกับอุทาน

“หลานฉันต้องขึ้นรถตุ๊กๆพ่นควันพิษแบบนี้เหรอโธ่ชมพู ขับตามเร็ว ฉันจะเอาหลานคืน”

สาโรจน์ท้วงให้ใจเย็น ควรจะเจรจากันดีๆเพราะตามกฎหมายแม่มีสิทธิ์ในตัวลูกมากกว่า เขมินีอึ้งสงบลง... จากนั้นเขมินีบุกมาที่ทำงานของแพรขาว เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับชมพู เขมินีเข้ามาต่อว่าว่าเอาหลานไปอยู่ที่สลัม แพรขาวค่อยๆแก้ต่างว่าโรงเรียนนั้นดีที่สุดในเขตนี้ ตนเองก็เรียนโรงเรียนวัดยังจบปริญญาได้ เขมินีเถียงว่าไม่เหมือนกันเพราะเธอเป็นลูกชาวนา

แพรขาวหน้าตึง “ชมพูชอบโรงเรียนนี้ค่ะ แล้วอีกอย่างก็ใกล้บ้านพัก ใกล้ที่ทำงานแพร”

“เธอพักที่ไหน ย่านสลัมแถวนั้นเหมือนกันใช่ไหม ย้ายออกไปเถอะ ไปหาที่อยู่ใหม่ เอาที่สภาพแวดล้อมดีๆ เหมาะกับหลานฉัน เดี๋ยวฉันจัดการให้” เห็นน้องสะใภ้นิ่ง เขมินีจึงหยิบสมุดเช็คออกมาเซ็นชื่อส่งให้ “เธอจัดการเองก็ได้ ไปใส่ตัวเลขเอาตามใจ โอเคไหม”

“แพรรับเช็คจากพี่เขมไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าแพรรับมา แพรรู้ว่าจะมีเงื่อนไขอีกมากมายตามมา ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพี่เขมที่เมตตาแพรกับลูกนะคะ แต่แพรไม่มีวันยอมเสียลูกไปเป็นอันขาด” แพรขาวไหว้แล้วสบตาไม่หวั่นเกรง

“เธอมันคนเห็นแก่ตัว จองหองที่สุด ลำบากคนเดียวไม่พอ นี่ยังเอาลูกมาลำบากด้วย”

แพรขาวยืนยันว่าชมพูไม่ลำบากอะไรและสบายดี... แพรขาวเดินออกมาส่งเขมินีหน้าตึก สาโรจน์รออยู่ในรถ จับตามองว่าการเจรจาสำเร็จหรือไม่ แต่พอเห็นท่าเดินเชิดๆของเจ้านายสาวก็รู้ว่าไม่สำเร็จ จึงรู้สึกกังวลขึ้นมา

หลังจากนั้นแพรขาวรีบกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงลูก ชมพูเดินเล่นอยู่กับสมพรที่สนามโดยมีสายตาของสีนวลมองอยู่บนชั้นสองเรือนใหญ่...แพรขาววิ่งมากอดลูก สมพรแปลกใจ

ช่วงทานอาหารเย็น ชมพูคุยจ้อเรื่องที่โรงเรียนใหม่ เกสร สมพร นลินและเนยหัวเราะขำความน่าเอ็นดูของเด็ก มีเพียงแพรขาวที่หน้าเครียด แล้วเธอก็ทนไม่ไหวเลียบเคียงถามสมพรว่ามีใครมาถามหาตนกับลูกบ้างไหม สมพรบอกไม่มี เกสรเล่าว่ามีคนมาบอกว่าฝั่งตรงข้ามมีคนมาซื้อใหม่จะเปิดเป็นสปา นลินเห็นว่าดีกว่าร้านอาหาร ไม่หนวกหู

ooooooo

บรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำ สาโรจน์พาเขมินีมานั่งพักให้สบายใจ คุยให้ฟังว่าเวลาตนคิดอะไรไม่ออกจะมานั่งเล่นที่นี่ เห็นแม่น้ำกว้างใหญ่ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ใหญ่กว่าเรามากจริงๆ

เขมินีเปรยตนทำหน้าที่พี่สาวและป้าของหลานดีแล้วใช่ไหม สาโรจน์ปลอบเรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กฎหมายเข้าข้างคนเป็นแม่ เราเสียเปรียบทำอะไรต้องรอบคอบ ตนคิดว่าอีกไม่นาน

แม่เด็กลำบากก็ต้องติดต่อกลับมา เราค่อยช่วยค่าเลี้ยงดูและอาจมีทางต่อรอง

เขมินีสบายใจขึ้นเตือน “สาโรจน์...ถ้าคุณมีครอบครัว แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ไหมก็อย่ามีลูกนะ”

“ฮึๆ ผมไม่เคยคิดจะมีครอบครัวด้วยซ้ำไปครับ”

เขมินีบอกเหมือนตน คนอย่างตนเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะสามารถให้ใครอีกคนเข้ามาแทรกในชีวิตได้ สาโรจน์แอบมองอย่างชื่นชมความชัดเจนของเธอ
คืนเดียวกัน นลินเลียบเคียงถามแพรขาวว่ายังรักพัสกรอยู่หรือเปล่า น่าจะลองคุยกัน แพรขาวถอนใจบอกผัวเมียคู่อื่นๆ ความรักอาจจืดจางแต่ยังมีความผูกพันทำให้อยู่ร่วมกันได้ แต่ตนกับพัสกรไม่มีเรื่องดีๆต่อกันมาหลายปี ตนเจ็บมานานจนไม่อาจรักหรือผูกพันกับเขาได้อีก นลินท้วงที่พัสกรให้ใครๆมาตามแสดงว่าเขายังแคร์อยู่ แพรขาวไม่เชื่อว่าพัสกรให้มา เผอิญมือถือดังขึ้น ชมพูวิ่งถือมายื่นให้ แพรขาวเห็นชื่อพัสกรก็ขอตัวไปคุยนอกบ้าน

พัสกรพยายามพูดดีเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดด้วยกันเพื่อไม่ให้ลูกต้องลำบาก แพรขาวย้อนถามสามคนผัวเมียหรือ พัสกรเสียงขุ่นว่าอย่าหาเรื่องทะเลาะ ดิวก็อยู่ส่วนของดิว แพรขาวบอกตนไม่ได้หาเรื่องเพราะทุกวันนี้ก็อยู่กันสามคน

“ดิวเขาไม่เกี่ยวเลยนะ พี่พยายามแฟร์กับทุกฝ่ายแล้วนะ นี่ถ้าแพรเป็นดิว แพรจะรู้สึกว่าพี่ให้เขาน้อยไปด้วยซ้ำ”

“งั้นพี่กรก็ให้เขาเยอะขึ้นไปอีกสิคะ เอาส่วนของแพรไปด้วย แพรไม่ต้องการแล้ว”

พัสกรหงุดหงิดแต่ระงับไว้เปลี่ยนมาถามถึงลูกเป็นอย่างไรบ้าง แพรขาวบอกลูกสบายดี ตนยืนยันจะอยู่กับลูกโดยไม่มีเขาสบายใจกว่า พัสกรโกรธสบถยาว แพรขาวชิงตัดสาย เธอยืนสงบสติอารมณ์ ปาดน้ำตาเรียกความเข้มแข็งกลับเข้าเรือน ไรวินท์ยืนมองด้วยความสงสาร อยากปลอบใจจึงบันดาลให้เกิดเสียงเปียโนเพลงไพเราะขึ้น แพรขาวชะงักหันมองด้วยความแปลกใจ

พอกล่อมชมพูหลับแล้ว แพรขาวตั้งใจจะทำงานต่อ แต่ด้วยความใจลอยทำกาแฟหกใส่เอกสาร รีบเข้าไปล้าง เห็นกระจกในห้องน้ำเปรอะก็เช็ดถู ทำโน่นนี่จนเหนื่อยแล้วมาฟุบหลับที่ข้างเตียงลูก...เสียงเปียโนดังแว่วมา แพรขาวค่อยๆรู้สึกตัวตื่นเดินออกมาที่สนาม

เห็นไรวินท์เล่นเปียโนดูสง่างามอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาหันมาถามว่าทำให้เธอตื่นหรือ เธอพยักหน้าช้าๆและถามกลับ ตนอยู่ในความฝันใช่ไหม ชมว่าเขาเล่นเก่งมากแต่เพลงดูเศร้า คนเล่นไม่เศร้าเหงาเข้าไปอีกหรือ

ไรวินท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะแนะนำ “แม่หนู...ถ้ายังรักเขาก็ลดทิฐิลงบ้าง”

“คุณจะทราบอะไร แล้วเรียกฉันว่าแม่หนู แล้วคุณน่ะรุ่นใหญ่ขนาดไหนกัน”

“อ้าว...ผู้หลักผู้ใหญ่เตือนดีๆก็โกรธ”

แพรขาวนิ่งสักพักก่อนจะก้มหัวขอโทษแล้วขอตัวอ้างเกรงลูกจะตื่น ไรวินท์บอกชมพูกำลังหลับสบาย แพรขาวชะงักหันกลับมาถาม ตนยังไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน เรือนคุณยายหรือบ้านข้างๆ ไรวินท์ตอบยิ้มๆว่าเปล่า ชี้มือไปที่ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวมองตามมือแล้วขำ หันกลับมาเห็นไรวินท์พร้อมเปียโนมีแสงสีขาวเรืองรองห่อหุ้มแล้วจางหายไป เธอตะลึงงัน

รุ่งเช้าแพรขาวสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ชมพูยังหลับอยู่ เธอทบทวนเรื่องราวคิดว่าเป็นความฝันที่เหมือนจริง เดินออกมาที่ระเบียงมองไปยังศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ลมพัดวูบให้รู้สึกขนลุกจนต้องถอยกลับเข้าเรือน ใจเต้นแรงแปลกๆ

ooooooo

พัสกรเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้าน ดิวออกเที่ยวทิ้งลูกบ่อยๆ อาหารในบ้านก็ไม่อร่อยไม่เหมือนที่แพรขาวทำ อดคิดถึงความสุขพ่อแม่ลูกไม่ได้ จึงโทร.ไปถามเขมินีว่าโรงเรียนใหม่ของชมพูอยู่ที่ไหน จากนั้นก็ขับรถไปดักรอตอนเย็น

พอเห็นแพรขาวขับรถมารับชมพู สองแม่ลูกหัวเราะท่าทางมีความสุขต่อกัน ก็แอบขับรถตามจนถึงบ้าน แพรขาวเห็นตอนจอดรถหน้าบ้าน พยายามทำใจเย็นพาลูกเข้าบ้าน ชมพูเห็นพ่อก็ดีใจวิ่งเข้าไปหา พัสกรกอดลูกด้วยความคิดถึง แพรขาวกังวลใจกลัวเขาเอาลูกไป ชมพูคุยกับพ่อจ้อโดยไม่รู้ว่าผู้ใหญ่มีปัญหากันอยู่ แต่พอพัสกรถามลูกลำบากไหม หนูน้อยก็บอกว่า

“ไม่ลำบากเลยค่า ชมพูมีเพื่อนเล่นเยอะแยะ อยู่โรงเรียนก็สนุก มาที่บ้านนี้ก็สนุกค่า ในบ้านคุณทวด คุณยาย น้าลิน น้าเนยแล้วก็คุณยุง มาเล่นกับชมพูตลอดเลย คุณพ่อขาชมพูเล่นชิงช้าทุกวันเลยนะคะ”

พัสกรกลับเวทนาที่ลูกต้องไปเล่นชิงช้าสวน สาธารณะ บ่นว่าลูกผอมลง แพรขาวแย้งว่าลูกน้ำหนักขึ้นมาสองกิโล แต่ตัวยืดเร็วจึงดูเหมือนผอม ชมพูดึงพ่อเข้าเรือนใหญ่ แพรขาวกระอักกระอ่วนใจ...พัสกรเข้ามาในบ้านมองไปรอบๆด้วยสายตาดูถูก เกสร สมพรและเนยนั่งทำงานอยู่ จู่ๆมีลมพัดแรงเข้ามา ใบไม้แห้งปลิวว่อนกลางสนาม ปลิวผ่านหน้าต่างเข้าไปตกในห้องชั้นสอง สีนวลก้มเก็บหันขวับมองออกไป เกสรเองก็รู้สึกว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามา

“คงมีอะไรแปลกๆอีกแล้วล่ะ...ท่านเตือนมา” สมพรรำพึงเบาๆ

เนยไม่รู้อะไรคว้าไม้กวาดออกไปกวาด พัสกรอุ้มชมพูเดินมาหยุด มีแพรขาวเดินตามหน้านิ่ง สมพรกับเกสรรู้ทันทีว่าใครจึงเชื้อเชิญให้นั่ง ท่าทางพัสกรเชิดๆ ไม่ไหว้ไม่ทักทาย แล้วถามห้องแพรขาวที่แบ่งเช่าอยู่ไหน ตนอยากคุยกับเธอ เกสรจึงบอกให้พาไปที่เรือนเล็ก แพรขาวหน้าเสียยกมือไหว้แทนคำขอโทษ...

สีนวลซึ่งอยู่ชั้นบน ใบหน้ากลายเป็นดุร้ายไม่พอใจ

“จะมาเอาเด็กไปหรือ...คุณจะยอมหรือ...ไม่ได้ ยอมไม่ได้...”

ไรวินท์ปรากฏตัวที่หน้าศาล มองมายังพัสกรที่อุ้มชมพูเดินผ่านไปเรือนเล็ก สีหน้าเป็นกังวล ชมพูเห็นพอพ่อวางตนลงก็วิ่งปร๋อไปหาไรวินท์ พัสกรมองเรือนเล็กแล้วบ่นว่าแพรขาวอยู่เข้าไปได้อย่างไรกระจอกแบบนี้ แพรขาวข่มใจอธิบาย

“ที่นี่เจ้าของบ้านใจดีมากเหมือนเป็นญาติ แพรกับลูกอยู่แล้วเหมือนอยู่บ้านตัวเอง”

พัสกรหาว่าแพรขาวหลอกตัวเอง เสนอไปหาบ้านหลังใหม่อยู่ด้วยกัน หญิงสาวไม่ไป เขาโวยว่าเธอเห็นแก่ตัวเอาลูกมาลำบาก โรงเรียนลูกก็แย่มาก เป็นหลานคุณนายแถบทิพย์คนนับหน้าถือตามากมาย แต่กลับมาทำให้หลานโตเป็นชาวบ้านธรรมดาอย่างตัวเอง...แพรขาวโกรธบอกให้เขากลับไป พัสกรโมโหที่บังอาจไล่ น้ำเสียงแพรขาวเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่กลับไปแน่ ไม่ว่าจะได้บ้านใหม่กี่ร้อยล้านก็ไม่พ้นอยู่นรกอีก ชายหนุ่มลำเลิก

“เธอเคยขึ้นรถเมล์ไปเรียนกระเซอะกระเซิง จนฉันไปจีบ ขับรถรับส่งเธอเข้าซอยแคบๆแทบชนหมาตาย พาเธอมาชุบตัวจนกลายเป็นคุณนาย ชี้นิ้วสั่งคนใช้ในบ้านหลังเบ้อเริ่ม ยังจะหาว่าเป็นนรกอีกเหรอ”

แพรขาวย้อนว่านั่นคงเป็นสวรรค์สำหรับเขาชีวิตสามคนผัวเมีย พัสกรโวยว่าดิวใสซื่อน่าสงสารและว่าเธอใจดำ ที่ตนลดตัวมาง้อเพราะเห็นแก่ลูก ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆไปยังชมพู หนูน้อยกำลังกระโดดตั้งเต

อยู่ข้างไรวินท์แต่ไม่มีใครเห็นนอกจากชมพู...พัสกรมาถึงอุ้มลูกจะพาไปด้วย แพรขาวร้องลั่นเอาลูกคืนมา แล้วเข้าไปยื้อแย่ง โดนเขาสะบัดล้ม ชมพูร้องไห้จ้าจะหาแม่

พวกเรือนใหญ่ได้ยินเสียงตกใจรีบออกมาหน้าเรือน แพรขาวไม่ลดละคว้าขาพัสกรดึงไว้ บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ สีนวลยืนลุ้น “ไม่นะ ไม่ อย่าเอาเด็กไป ไม่...ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”

พัสกรทั้งสะบัดและถีบแพรขาวออก อุ้มชมพูตรงไปจะออกประตูบ้าน เนยรี่เข้าประคองแพรขาวลุกตาม เสียงสีนวลร้องลั่น...เอาลูกฉันคืนมา เอาลูกมา อย่าเอาลูกฉันไป...ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตู พัสกรวิ่งมาถึงจะออก ประตูปิดแคบลงๆ ชมพูร้องไห้ให้ช่วยด้วย ไรวินท์บอกให้พัสกรเอาตัวออกไปก่อน เขามองไรวินท์อึ้งๆ ก่อนจะวางชมพูลง แต่ยังจูงมือไว้ พอแทรกตัวออกประตู ไรวินท์ก็ดึงชมพูไว้ผลักพัสกรล้มลงประตูปิดปัง พัสกรโวยวายลั่น แพรขาววิ่งมากับเนยกอดชมพูแน่น ปลอบให้หยุดร้องไห้...

สีนวลที่อยู่ชั้นบนดีใจรำพึงว่า ไม่ต้องกลัวแม่อยู่นี่

พัสกรทุบประตูโวยลั่นจนชาวบ้านออกมามอง ก็หันไปเอ็ดเขาจึงเกือบโดนชายฉกรรจ์สองคนเอาเรื่องต้องวิ่งโร่ขึ้นรถขับหนีออกไป...ทุกคนกลับเข้าบ้าน เกสรเอายามาทารอยฟกช้ำให้แพรขาวและชมพู แพรขาวกราบขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย ชมพูเล่าให้สมพรฟังว่าตนร้องให้คุณยุงช่วย ตนไม่อยากไปกับพ่อ สมพรถามยิ้มๆว่าคุณยุงช่วยไหม เด็กน้อยพยักหน้าว่าช่วย

“แสดงว่าหนูเป็นเด็กดี คุณลุงเลยช่วยหนูน่ะสิ” ทวดเกสรบอกชมพู

แพรขาวได้ยินแล้วนึกแปลกใจเหมือนกันที่พัสกรวางชมพูลงแล้วเหมือนโดนผลักถลาล้ม ประตูบ้านปิดได้เอง...ชมพูลงจากตักสมพรวิ่งเข้ามาหา

แพรขาวบอกแม่ไม่ต้องกลัว แพรขาวอมยิ้มหัวเราะทั้งน้ำตากับความไร้เดียงสาของลูก

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 2 วันที่ 25 ก.พ. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ