อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 20 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 20 ก.พ. 59

“แต่มึงรู้ว่าทวดมึงเป็นคนฆ่ากู ทำไมมึงไม่พูด !”
“ชั้นกลัวเธอคิดว่าชั้นเป็นท่านทวด แล้วเธอก็จะฆ่าชั้น”
“มึงก็เลยหลอกใช้กู ความชั่วของมึงคือมึงหลอกกู มึงทำให้กูคิดแค้นพยาบาทกับท่านหญิงรัมภา มึงคือคนที่สมควรตายที่สุด !”
สวิตาทนไม่ไหววิ่งออกไปที่ประตู ริ้วทองยืนมอง แล้วตามไป

ร่างสวิตาถูกโยนลงไปในสระน้ำ แล้วสวิตาก็โผล่ตัวขึ้นมาจากน้ำ ริ้วทองยืนอยู่ริมขอบสระ จิกตาแดงวาบไปที่สวิตา สวิตาอ้าปากตกใจแล้วดำผุดดำว่ายอยู่ในสระน้ำเหมือนเวลาถูกคนกดน้ำ “ช่วยด้วย !!! ช่วยด้วย !!!!”
ริ้วทองยิ้มร้ายสะใจ มือสองข้างพยายามตะพุ้ยน้ำ...ใกล้จะขาดใจตายแล้ว !
“อโหสิกรรมให้เขาโทษโยมริ้วทอง” เสียงพระปราบดังขึ้นในอากาศ
ริ้วทองหันขวับไปด้านนึง “พี่ปรุง !”



พระปราบนั่งสมาธิ ส่งกระแสจิตคุยกับริ้วทอง

ริ้วทองฟังเสียงพระปราบ ขณะที่สวิตาใกล้จะตาย “อาตมาขอบิณฑบาต อภัยให้เขา แล้วเลิกคิดเลิกแค้นต่อกัน”
“มันฆ่าชั้น !”
“คนชั่วทำร้ายเราได้แค่ชาติเดียว แต่มิจฉาทิฐิหรือความเห็นผิด...เห็นกงจักรเป็นดอกบัว...จะอยู่ติดตัวเราไปตลอดกาล”
ริ้วทองตะโกนเสียงดังก้อง “ไม่ ! ยังไงชั้นก็จะฆ่ามัน !!!! !”
สวิตาดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ แล้วก็ค่อยๆ แน่นิ่งจมน้ำหายไป ริ้วทองหัวเราะกึกก้องด้วยความสะใจ

พระปราบลืมตาถอนหายใจอย่างปลงตก

สมุดของล้อมเพชรที่อยู่ในท้ายรถอินทวงศ์ค่อยๆสลาย กลายเป็นเถ้า
โรงพยาบาล เกล้ามาศนอนหลับอยู่บนเตียง
อินทวงศ์จับมือเกล้ามาศไว้ “คุณมาศ...คุณนอนหลับไปหลายวันแล้วนะ ทำไมคุณยังไม่กลับมาหาผมอีก”
แต่เกล้ามาศก็ยังไม่รู้สึกตัว

เกล้ามาศยืนหน้าเศร้า ริ้วทองปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังเกล้ามาศ แล้วเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “ท่านหญิงเพคะ”
เกล้ามาศหันไปเห็นริ้วทองยืนอยู่ “ริ้วทอง...”
ริ้วทองคุกเข่าลงตรงหน้าของเกล้ามาศ “เธอทำอะไร”
“หม่อมชั้นอยากกราบขอขมาที่เคยล่วงเกินท่านหญิง ที่ผ่านมา...หม่อมชั้นช่างโง่เขลาที่ปล่อยให้ความรักความแค้นบังตา หม่อมฉันจึงแยกแยะอะไรไม่ออก ถ้าหม่อมชั้นมีสติและได้คิดใคร่ครวญดูสักนิด หม่อมชั้นก็จะรู้ซึ้งถึงเนื้อแท้ของท่านหญิง ว่าท่านหญิงไม่ใช่คนจิตใจชั่วช้าถึงขั้นคิดฆ่าใครได้ ไม่เหมือนหม่อมชั้นที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อความรักของตัวเอง คิดจะครอบครองท่านชายอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ความรักของท่านหญิงเป็นความรักที่เกิดจากหัวใจที่บริสุทธิ์”
“แต่ชั้นก็ผิดที่เคยดูถูกเธอ ไม่เคยรักษาน้ำใจของเธอ ไม่แปลกหรอกที่เธอจะเกลียดชั้น ชั้นเองก็ต้องขอโทษเธอด้วยเหมือนกัน” เธอจับมือริ้วทอง “ขอให้เราจบสิ้นเวรกรรมกันเท่านี้นะริ้วทอง”
“เพคะท่านหญิง” ริ้วทองจับมือเกล้ามาศตอบ ทั้งสองมองและยิ้มให้กัน แล้วริ้วทองก็ร้องไห้เศร้าเมื่อนึกถึงท่านชายดิเรก “ท่านหญิงเพคะ ฝากทูลท่านชายด้วยว่าหม่อมชั้นขอลาก่อน หม่อมชั้นมีบุญได้รับความรักความหวังดีจากท่านชายเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นบุญของหม่อมชั้นแล้ว ถ้าชาติหน้าหม่อมชั้นยังมีบุญวาสนาหลงเหลือ คงจะได้เกิดมาพบกับท่านชายอีก”
เกล้ามาศเศร้า “ชั้นไม่มีโอกาสได้กลับไปหาเขาอีกแล้ว”
“มีสิเพคะ หม่อมชั้นจะช่วยท่านหญิงเอง”
“ช่วยชั้น ?”
“ที่ผ่านมาหม่อมชั้นก่อกรรมทำเข็ญมามากมายเหลือเกิน ตอนนี้ขอให้หม่อมชั้นได้ทำความดีเป็นครั้งสุดท้าย...หม่อมฉันจะขออุทิศบุญกุศลที่ได้เคยสร้างมาตลอดชีวิตของหม่อมฉันให้ท่านหญิง” ริ้วทองพนมมือ “ขอให้บุญช่วยเปิดทางนำทางให้ท่านหญิงกลับไปด้วยเถิด”

เกิดแสงสว่างสีทองขึ้นด้านหนึ่ง เกล้ามาศหันไปมอง “แต่ถ้าเธอให้ชั้น เธอจะไม่เหลือบุญอีกเลย”
“หม่อมชั้นทำกรรมมามาก มีบุญมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจลบล้างกรรมของหม่อมชั้นได้ สู้หม่อมชั้นมอบให้คนดีอย่างท่านหญิงดีกว่า”
“แต่ชั้นไม่อยากรับ”
“รับเถิดเพคะ ถือเสียว่าท่านหญิงทำเพื่อหม่อมชั้นเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน หม่อมชั้นอยากให้ท่านหญิงกลับไปรักและดูแลท่านชาย อย่าลืมบอกท่านชายว่าหม่อมชั้นรักท่านมาก” แสงสีทองสั่นไหว สองสาวหันไปมอง“รีบไปเถิดเพคะ ก่อนที่ท่านหญิงจะหมดโอกาส”
“ขอบคุณเธอมาก ชั้นจะทำบุญไปให้เธอนะริ้วทอง”
ริ้วทองยิ้มรับ เกล้ามาศกำลังจะเดินไป แต่ริ้วทองเรียกไว้ “ท่านหญิงเพคะ”
เกล้ามาศหันกลับมา ริ้วทองก้มลงกราบเท้าเกล้ามาศ เกล้ามาศก้มลงไปกอดริ้วทอง แล้วเกล้ามาศก็ปล่อยริ้วทองก่อนจะเดินไปที่แสงสว่างนั้น ร่างของริ้วทองค่อยๆมลายหายไปในที่สุด

เกล้ามาศนอนหลับอยู่บนเตียง อินทวงศ์นั่งจับมือเกล้ามาศเอาไว้ตลอดเวลา มือของเกล้ามาศที่อยู่ในมือของอินทวงศ์ขยับ
อินทวงศ์ดีใจ “คุณมาศ !”เกล้ามาศปรือตาขึ้น “คุณมาศ”
เกล้ามาศตื่นลืมตาแล้วเห็นหน้าอินทวงศ์“คุณต๊ะ !” เกล้ามาศโผกอดอินทวงศ์
อินทวงศ์กอดเธอแน่น บรรยากาศชื่นมื่น

วังติณชาติ อินทนิลประคองเกล้ามาศเดินเข้ามาข้างใน อินทวงศ์ถือกระเป๋าของใช้ส่วนตัวของเกล้ามาศมาด้วย พริมกับอาร์มตามหลัง
ประยงค์ออกมาจากด้านใน วิ่งเข้าไปหาเกล้ามาศ “คุณมาศกลับมาแล้ว ! ทูนหัวของป้า หมดเคราะห์หมดโศกสักทีนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ ไม่เจอกันไม่นาน ป้าประยงค์ดูผอมไปนะคะ”
“ป้ากินไม่ค่อยลงน่ะค่ะ มันเหงา กลับมาที่นี่ก็คิดถึงแต่ไอ้พลกับนังนุช”
“ไม่ต้องห่วง ชั้นให้เปิ้ลประกาศรับคนงานเพิ่มแล้ว”
“จะไม่เร็วไปหรือคะคุณแม่ เรื่องวังกับทางคุณวิน ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยเลย”
“เรียบร้อยแล้วจ้ะ วินเขายอมฉีกสัญญาเอง”
เกล้ามาศแปลกใจ
อาร์มอธิบาย “พี่วินจะกลับไปทำธุรกิจกับเพื่อนที่เมืองนอกน่ะครับ”
เกล้ามาศพยักหน้ารับ
เกล้ามาศจับหุ่นกระบอกนางยี่สุ่น บนโต๊ะมีหุ่นกระบอกวางอีก 2-3 ตัว
อินทนิลเดินเข้ามา “ทำอะไรอยู่จ๊ะ”
“มาศจะเก็บรักษาเอาไว้เองค่ะ เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับหุ่นกระบอกพวกนี้ทำให้มาศได้คิดค่ะ...ว่าอย่ายึดติดกับสิ่งใด ยิ่งยึดยิ่งติดก็จะยิ่งทุกข์ ความสุขที่แท้จริงคือการปล่อยวางและให้อภัย”
“แสดงว่ามาศให้อภัยแม่ได้ใช่ไหมลูก”
“เรื่องอะไรคะ”
“เรื่องที่แม่เคยละเลยหน้าที่แม่ เพราะมัวแต่ไปหาความสุขจากคนอื่น”
“มาศไม่ให้อภัยคุณแม่ค่ะ” อินทนิลหน้าตึง “เพราะมาศไม่เคยโกรธคุณแม่เลย มาศจะให้อภัยคุณแม่ได้ยังไง จริงไหมคะ” เกล้ามาศหยอกล้อกับอินทนิล
อินทนิลกอดเกล้ามาศและลูบหัวด้วยความรัก “แม่สัญญา...ต่อไปนี้แม่จะไม่มีใคร แม่จะทุ่มเทความรักและชีวิตของแม่เพื่อมาศ”
สองแม่ลูกกอดกันอย่างมีความสุข

อินทวงศ์กับเกล้ามาศยืนคอยอยู่ด้วยกัน บัลลพเดินเข้ามา “สวัสดีครับคุณมาศ หายดีแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ดีครับ เพื่อนผมจะได้หายดีด้วย ตอนที่คุณมาศนอนอยู่ในโรงพยาบาล ไอ้ต๊ะไม่เป็นอันทำอะไรเลย”
เกล้ามาศยิ้มๆ
“พูดมากอีกแล้วไอ้ลพ ว่ายังไงบ้างเรื่องกระดูกที่ขุดเจอที่วังติณชาติ”
“ชั้นตามเรื่องให้แล้ว ทางกองพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าเป็นโครงกระดูกของผู้หญิง มีอายุเกือบร้อยปี เพราะฉะนั้นทางคดีก็สิ้นสุดลง นี่ชั้นลองติดต่อหาญาติคนชื่อริ้วทองตามที่แกบอกแล้ว แต่ไม่เจอใครเลย”
“ถ้ายังงั้น...ชั้นขอรับกระดูกของริ้วทองไปได้ไหมคะ” บัลลพแปลกใจ “ชั้นจะพาริ้วทองไปอยู่ในที่ๆควรอยู่ค่ะ”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศมองหน้ากันและยิ้ม

อินทวงศ์ยื่นห่อผ้าขาวใส่กระดูกของริ้วทองให้พระปราบ มีกำไลมาศวางอยู่บนห่อผ้า พระปราบอยู่ในชุดไปธุดงค์
“กระดูกและกำไลมาศของริ้วทองครับ หลวงพี่จะออกธุดงค์...เราสองคนคิดว่า ริ้วทองน่าจะอยากเดินทางไปแสวงธรรมกับหลวงพี่” อินทวงศ์ส่งห่อกระดูกให้พระปราบ พระปราบรับไป
“เมื่อไหร่หลวงพี่จะกลับมาคะ”
“ถ้าเรามีบุญพาวาสนาต่อกัน เราก็จะได้พบกันอีก อาตมาขอให้โยมทั้งสองมีความสุข ความเจริญ และใช้ชีวิตด้วยสติปัญญา...เอาเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาเป็นบทเรียน...ว่าความโกรธแค้น อาฆาตพยาบาท ไม่เคยให้ผลดีกับใคร ไม่เคยมีใครมีความสุขได้ถ้าจิตใจหมกมุ่นอยู่กับความคิดเหล่านั้น ถ้าโยมอยากมีความสุขอย่างแท้จริง โยมต้องรู้จักเป็นผู้ให้...คือให้อภัยคนที่ทำไม่ดีกับโยม ทำให้โยมขุ่นข้องหมองใจ จำไว้นะโยม...การให้อภัยชนะการให้ทุกอย่าง เพราะสิ่งที่เอาชนะได้ยากที่สุดก็คือ เอาชนะใจตัวเอง เมื่อใดที่โยมเอาชนะใจตัวเองไม่ให้โกรธให้เกลียดศัตรูของโยมได้ โยมคือผู้มีใจประเสริฐอย่างแท้จริง”
อินทวงศ์กับเกล้ามาศยกมือไหว้พระปราบ พระปราบหันหลังเดินไปจากไปพร้อมกับกระดูกของริ้วทอง อินทวงศ์กับเกล้ามาศยิ้มให้กันอย่างสุขใจ และเกล้ามาศก็มองที่กำไลมาศในมือตัวเอง

พระปราบเดินออกจากถ้ำเพื่อไปธุดงค์ ริ้วทองบนท้องฟ้าหน้าตามีความสุข

บ้านอินทวงศ์ เกล้ามาศกับนิลยกมือไหว้ทรัพย์มณี อัญมณีและอินทวงศ์นั่งอยู่ข้างทรัพย์มณี พริมกับอาร์มนั่งอยู่ด้วย กลางโต๊ะรับแขกอาจจะมีกระเช้าผลไม้
“ดิชั้นกับมาศมากราบขอบพระคุณคุณหญิงกับคุณอัญมณีเคยให้ที่พักกับเราสองคนค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ตระกูลติณชาติกับศุภมาศเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดอยู่แล้ว”
“ณีว่า...น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่ตระกูลเราสองคนจะได้เกี่ยวดองกันจริงๆ สักที” อัญมณีมองเกล้ามาศและอินทวงศ์แซวๆ
เกล้ามาศยิ้มเขิน
“คุณแม่ว่ายังไงคะ” ทรัพย์มณีเชิดหน้า เงียบไม่ตอบ อัญมณีหน้าเสีย “คุณแม่คะ ไว้หน้าคุณนิลบ้างสิคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณณี ถ้าดิชั้นมีลูกชายอย่างคุณต๊ะ ดิชั้นก็ต้องอยากได้ผู้หญิงที่ดี ที่สุดมาเป็นสะใภ้”
“คุณมาศคือผู้หญิงที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ”
ทุกคนมองอินทวงศ์อย่างคาดไม่ถึง อินทวงศ์จับมือทรัพย์มณี “คุณย่าครับ คุณย่าก็รู้ว่าผมไม่เคยรักใคร แล้วความรักที่ผมมีให้คุณมาศก็ไม่ได้เป็นความรักที่เกิดขึ้นแบบฉาบฉวย เราสองคนผ่านอะไรด้วยกันมามาก ทำให้ผมเห็นว่าคุณมาศจิตใจดี เธอไม่เคยโกรธใครและพร้อมจะให้อภัยทุกคน ผมแน่ใจแล้วครับคุณย่า ว่าคุณมาศเป็นผู้หญิงที่ผมควรจะรัก และผมก็มั่นใจด้วยว่าถ้าคุณย่าลองเปิดใจกับคุณมาศ คุณย่าจะรักเธอไม่น้อยไปกว่าผมเลย”
“ถ้าต๊ะกล้าพูดกับย่าถึงขนาดนี้ ย่าก็กล้าเปิดใจให้กับคุณมาศเหมือนกัน แต่ย่าจะให้เวลาดูๆ กันแค่เดือนเดียวนะ ถ้าผ่านต้องแต่งงานเลย ย่าอยากอุ้มหลานแล้ว”
ทุกคนดีใจ

อาร์มกับพริมเดินเข้ามาด้วยกัน
“มาศกับคุณต๊ะแฮปปี้เอ็นดิ้งแล้ว ชั้นต้องเตรียมตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอแล้วสินะ” อาร์มหน้านิ่งๆ “เป็นอะไร ทำไมไม่ดีใจ อย่าบอกนะว่ายังคิดซัมติงกับมาศอยู่”
“โอ๊ย กับมาศน่ะ ฉันเลิกคิดไปตั้งนานแล้ว แต่หัวใจของชั้นมันเกิดปัญหาใหม่ว่ะพริม”
“ปัญหาใหม่...ปัญหาอะไรของแกวะ”
“อืมม์...ช่างมันเถอะ แกอย่าสนใจเลย” อาร์มเดินหนี
พริมเดินตามไปขวางหน้า “เดี๋ยวสิไอ้อาร์ม ! บอกชั้นมาเดี๋ยวนี้นะว่าแกเป็นอะไร”
“เปล่า...ไม่ได้เป็นอะไร ทำไมแกต้องอยากรู้ด้วยวะ”
พริมลืมตัวไปนิดนึง “อ้าว...ก็ฉัน...”
“ฉันอะไร...”
“เปล่าซะหน่อย ไม่มีอะไร” พริมเขินจึงเดินหนี
อาร์มดึงแขนพริม แรงเหวี่ยงทำให้ตัวพริมเซมาชนอาร์มจนเสียหลักล้ม ทั้งสองล้มทับกัน มองตากันวิบวับประหนึ่งพระเอกนางเอกในละคร พริมรู้สึกตัวลุกขึ้น อาร์มก็ลุกขึ้นและต่างมองกันเขินๆ
“ชั้นเคยเห็นฉากแบบนี้อยู่ในละคร ไม่คิดว่า...มันจะเขินได้จริง”
“แสดงว่า...เธอคิดอะไรกับชั้นน่ะสิ”
“เปล๊า...”
“อย่าปฏิเสธ เพราะชั้นว่าชั้นก็กำลังคิดอะไรกับเธอเหมือนกัน ปัญหาในใจของชั้นก็คือ ตั้งแต่คืนนั้นที่เธอช่วยชั้นจากผีริ้วทอง ก่อนนอนชั้นคิดถึงเธอทุกคืน เราลองคบกันดูไหม”
พริมตอบทันที “เอาสิ”
“เฮ้ย นี่แกไม่คิดเลยเหรอ”
“จะคิดให้เสียเวลาทำไม เพราะชั้นก็คิดไม่ซื่อกับแกอยู่เหมือนกัน ไม่เอาแหละ ไม่พูด เขิลลลลลลลลลลอ่ะ” พริมจะวิ่งหนี
อาร์มดึงไว้ทัน พริมเซเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด “แกนี่มันน่ารักเป็นบ้าเลย”
“น่ารักแล้วทำไมต้องเป็นบ้าด้วย แกพูดดีๆนะ”

เกล้ามาศยืนทอดสายตาออกไปที่สวนอยู่ตามลำพัง อินทวงศ์เข้ามามองอาการเกล้ามาศ เกล้ามาศหันไปเห็นอินทวงศ์ก็ยิ้มออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก “คุณต๊ะ...”
“คุณคิดอะไรอยู่ บอกผมได้ไหม”
“ชั้นสงสารริ้วทองค่ะ ริ้วทองมีความรักที่จริงใจให้ท่านชายดิเรก ความรักไม่น่าตอบแทนเธอเช่นนี้”
“อย่าบอกนะครับ...ว่าคุณคิดว่าผมเป็นท่านชายดิเรก และคุณก็จะไม่อยากรักผม เพราะรู้สึกผิดต่อริ้วทอง”
“ใช่ค่ะ ชั้นอดคิดแบบนั้นไม่ได้ บอกตามตรงนะคะ ถ้าเลือกได้ชั้นไม่อยากรักคุณเลย”
“แต่คุณรักผมไปแล้ว”
เกล้ามาศยิ้มบางๆ “ชั้นถึงกลุ้มใจไงคะ”
อินทวงศ์ยิ้มออก “ถ้ารักแล้วก็ขอให้เดินหน้ารักต่อไปเถอะครับ ไม่มีอะไรต้องกลุ้มใจ เรื่องราวในอดีตทำให้เราได้กลับมาพบกัน แต่ผมยังยืนยันว่าผมคืออินทวงศ์ไม่ใช่ท่านชายดิเรก และผมก็รักคุณไม่ใช่เพราะคำสัญญาใดๆ ของท่านชายดิเรก ผมรักที่คุณเป็นคุณ เพราะคุณคือคุณเกล้ามาศ...ผู้หญิงสวย ใจสู้ และจิตใจงดงามมาก”
“ชั้นจะตัวลอยแล้วนะคะ”
อินทวงศ์สวมกอดเกล้ามาศไว้แน่น “ผมกอดไว้ให้ ตัวคุณจะได้ไม่ลอย”
“คุณต๊ะ ร้ายนักนะคะ”
“ร้ายกับคุณคนเดียวนี่แหละ”
“ปล่อยชั้นเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น ชั้นอาย”
“ยังไม่ปล่อย คุณต้องสัญญากับผมก่อนว่า...คุณจะไม่คิดมากเรื่องริ้วทองอีก”
“ค่ะ ชั้นสัญญาว่าจะไม่คิดมาก และชั้นจะใช้หัวใจของชั้นเป็นตัวแทนของริ้วทอง ชั้นจะรักคุณคนเดียว แต่คุณก็ต้องสัญญากับฉันก่อนว่าคุณจะไม่ทำให้ชั้นเสียใจ”
“ผมไม่มีคำสัญญา...แต่ขอให้คุณดูผมต่อไปเรื่อยๆ เถอะคุณมาศ ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะทำให้ผู้หญิงที่ชื่อเกล้ามาศ ติณชาติ...เป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก”
อินทวงศ์หอมเกล้ามาศฟอดใหญ่ เกล้ามาศยิ้มเขิน แต่ก็สุขใจอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่เธอรัก

******อวสาน******

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 20 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ