อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 ก.พ. 59

หม่อมเจ้าดิเรกนอนหายใจหอบถี่ ตาค้าง มีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา หม่อมเจ้าหญิงถมยาเข้ามาในห้อง คนใช้ที่เฝ้าอยู่ร้องไห้กันระงม “ดิเรก!” หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปถามคนใช้ “มีใครไปตามหมอหรือยัง !”
“กำลังไปแล้วเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงถมยาหันไปกอดร่างหม่อมเจ้าดิเรกและร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ “ดิเรก...หมอกำลังจะมา...อดทนไว้นะลูก อย่าทิ้งแม่ไป”
“ท่านแม่...ลูก...ลูกขอโทษ” หม่อมเจ้าดิเรกกระตุกหนึ่งครั้งแล้วสิ้นใจตาย
“ดิเรก !!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ริ้วทองยกมืออีกข้างแตะกำไลมาศบนข้อมือตัวเอง...รอยยิ้มสุขใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อนึกถึงผู้มอบกำไลวงนี้ให้...เสียงของหม่อมเจ้าดิเรก “เหมือนกำไลที่ริ้วทำให้หุ่นกระบอกนางยี่สุ่นเลยใช่ไหม”


หม่อมเจ้าดิเรกกำลังพูดกับริ้วทองอยู่บนเตียงนอน...กำไลมาศอยู่ในมือของเขา “ชั้นให้ริ้ว”
“แต่กำไลวงนี้เป็นของล้ำค่า หม่อมชั้นไม่คู่ควร”
“ทำไมจะไม่คู่ควร ในเมื่อชั้นตั้งใจทำให้ริ้วโดยเฉพาะ ถ้าริ้วไม่ยอมรับกำไลวงนี้ ชั้นจะถือว่าริ้วรังเกียจชั้น”
“ถ้าหัวใจของหม่อมชั้นมีความรังเกียจท่านชาย หม่อมชั้นจะมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรเพคะ”
“จำไว้นะริ้วทอง...กำไลมาศวงนี้พี่ให้น้อง แทนบ่วงคล้องใจรักสมัครหมาย ขอจงสวมติดกรไว้ไม่ห่างกาย ตราบชีพวายใจภักดิ์อยู่คู่กำไล” หม่อมเจ้าดิเรกสวมกำไลให้ริ้วทองแล้วบรรจงจูบลงไปบนกำไลมาศ
ริ้วทองน้ำตารื้นด้วยความอิ่มเอมใจ “หม่อมชั้นขอสาบาน...สิ่งเดียวที่จะมาพรากกำไลวงนี้ไปจากหม่อมชั้นได้คือความตาย เท่านั้นเพคะ”
หม่อมเจ้าดิเรกดึงร่างริ้วทองมากอดแน่น ริ้วทองซบหน้ากับอกแข็งแรงของชายคนรักอย่างสุขใจเหลือเกิน

ริ้วทองยิ้มกับตัวเอง...อิ่มเอมกับความรักที่หม่อมเจ้าดิเรกมอบให้
บรรยากาศโดยรอบมีลมพัดกรรโชกแรง ใบไม้ปลิวว่อน เสียงท่องคาถาฟังไม่เป็นศัพท์ดังกึกก้อง เหมยกุยท่องคาถาขมุบขมิบ...ในปากมีสีแดงของหมาก เหมยกุยนั่งพนมหนังสือใบลานที่ได้มาจากบ้านต่างจังหวัด...ทำพิธีอยู่กลางแจ้ง บนท้องฟ้าไม่มีพระจันทร์เพราะเป็นคืนเดือนมืด ล้อมเพชรนั่งอยู่ข้างหลัง
เมื่อท่องคาถาเสร็จ...เหมยกุยหยิบหุ่นตัวแทนของรัมภาที่ทำจากผ้ามัดตราสังข์ของผีตายโหง ผ้าดิบสีขาว เปื้อนเลือดประปราย มัดเป็นแขนขาด้วยเชือกกล้วย แล้วเหมยกุยก็เป่าน้ำหมากลงบนหุ่น เกิดควันสีดำพุ่งขึ้นจากหุ่น...ลอยขึ้นไปในอากาศ...เกาะกลุ่มเป็นก้อนควันดำ
เหมยกุยเงยหน้าขึ้นมอง “มึงจงไปครอบงำนังรัมภา ทำให้มันโหดเหี้ยมดังสัตว์ร้าย ทำให้คนที่มันเกลียดตายด้วยน้ำมือของมัน จงไป! จงไป!”
ควันสีดำลอยพุ่งหายไปในอากาศ เหมยกุยกับล้อมเพชรเงยหน้ามองตามเงาดำไป

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเพิ่งกลับจากไปข้างนอกกำลังเดินเข้าไปในวัง แล้วเธอก็รู้สึกอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างหลัง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันหลังขวับไปมอง เกิดควันดำพุ่งเข้าใส่หน้าของหญิงสาว เธอสะดุ้งตาแข็ง...ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีขาว กลับไปเป็นปกติ แล้วสะบัดหน้าไปทางเรือนนายรวย “อีริ้วทอง !”

ริ้วทองนั่งดูกำไลอยู่ลำพัง ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออกอย่างแรง ! ริ้วทองหันขวับไปที่ประตู เห็นหม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้ามาในห้องด้วย สีหน้าเชิดหยิ่ง
“ท่านหญิง ! ท่านหญิงมีธุระอะไรกับหม่อมชั้นหรือเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่ตอบแต่สายตามองจิกไปที่ริ้วทอง...รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก เสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง !

ริ้วทองเดินตามหลังหม่อมเจ้าหญิงรัมภา “ท่านหญิง ท่านหญิงเพคะ” แต่หม่อมเจ้าหญิงรัมภาไม่หยุดเดิน...เหมือนไม่ได้ยินที่ริ้วทองเรียก ริ้วทองจึงก้าวเร็วๆไปดักหน้า “ท่านหญิงเพคะ ท่านหญิงมีอะไรจะตรัสกับหม่อมชั้นก็เชิญตรัสมาตรงนี้เลยเถอะเพคะ ฝนตกหนักเช่นนี้ ไม่มีใครออกมาแถวนี้หรอกเพคะ”
สิ้นคำหม่อมเจ้าหญิงรัมภาชักมีดสั้นออกจากขอบผ้านุ่งของตัวเองแล้วแทงท้องริ้วทองอย่างจัง โดยที่ริ้วทองไม่ทันตั้งตัว ริ้วทองเบิกตาโต !
ฟ้าผ่าดังเปรี้ยง !!!! ฝนตกลงมาอย่างหนัก หม่อมเจ้าหญิงรัมภาชักมีดออกจากท้องของริ้วทอง...เลือดสดๆ ติดบนมีด ริ้วทองทรุดล้มลงกับพื้นยกมือกุมที่ท้องสีหน้าเจ็บปวด “ท่านหญิง...ท่านหญิงทำหม่อมชั้นทำไม”
“มึงมันเป็นผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอาย ชอบแย่งคนรักของคนอื่น มึงสมควรตาย”
ริ้วทองกระอักเลือด แต่พยายามพูด “หม่อมชั้นไม่เคยแย่งใคร ท่านชายดิเรกรักหม่อมชั้น ท่านชายดิเรกไม่เคยรักท่านหญิงเลยแม้แต่นิดเดียว”
“ถ้าอย่างงั้นมึงก็ยิ่งไม่สมควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เขาจะได้รักกู !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจะเข้าไปแทงริ้วทอง แต่ริ้วทองคว้าก้อนหินที่อยู่ใกล้มือปาไปที่หน้าของหญิงสาวอย่างแรง
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหน้าหันและล้มลงกับพื้น ริ้วทองรีบฉวยโอกาสพยุงตัวเองลุกขึ้นวิ่งกลับไปในทางที่เดินมา หม่อมเจ้าหญิงรัมภาหันหน้ากลับมามองริ้วทอง...เลือดสดๆ ไหลออกจากหน้าผากปรกลงเต็มใบหน้าของหญิงสาว ดวงตาของเธอถลึงโตเพราะความโกรธ

รถหม่อมเจ้าหญิงภรณีขับเข้ามาจอด บัววิ่งออกมารับกระเป๋า “บัว...ปรุงกลับมาหรือยัง”
“ยังเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงภรณีคอตกเศร้า แล้วถาม “น้องหญิงล่ะ น้องหญิงกลับมาหรือยัง”
“กลับมาแล้วเพคะ แต่เห็นท่านหญิงเสด็จไปทางโน่นเพคะ”

ริ้วทองยกมือกุมท้องปิดแผลที่ถูกแทงวิ่งโซซัดโซเซฝ่าสายฝน พร้อมตะโกนร้องสุดเสียง “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย !” แต่ฝนที่ตกหนักกลบเสียงร้องของริ้วทอง หนำซ้ำพิษบาดแผลก็สร้างความเจ็บปวดให้ริ้วทองจนต้องเซไปพิงกับต้นไม้ หายใจหอบถี่ หมดแรงไปต่อไม่ไหว
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินฉับๆ ตามริ้วทองมาด้วยสีหน้าโกรธแค้น ริ้วทองหันไปทางที่วิ่งมาแล้วตกใจ “ท่านหญิง !!!”

หม่อมเจ้าหญิงรัมภาเดินถือมีดเข้ามาท่ามกลางฝนที่ตกหนักมาก เธอมองหาริ้วทองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นริ้วทองแล้ว
ริ้วทองแอบอยู่หลังพุ่มไม้ มือกุมแผลที่ท้องเอาไว้ตลอดเวลา ริ้วทองภาวนาเสียงเบา “พ่อจ๋า...แม่จ๋า...ช่วยริ้วด้วย”
ริ้วทองลุกขึ้นหนี แต่พอหันหลังไปก็ ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบหม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนอยู่ตรงหน้า
“มึงหนีกูไม่พ้นหรอก !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาปราดเข้าไปจิกผมของริ้วทองแล้วกระชากเหวี่ยงไปด้านหนึ่ง ริ้วทองล้มลงหัวกระแทกพื้น
“หม่อมชั้นกราบแล้วเพคะ อย่าทำร้ายหม่อมชั้นเลย หม่อมชั้นสัญญาว่าจะหนีไปให้ไกล จะไม่กลับมาเหยียบที่วังติณชาตินี้อีกเลย หม่อมชั้นจะไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย ยกเว้นกำไลวงนี้วงเดียวเท่านั้น ขอให้หม่อมชั้นเถอะนะเพคะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภามีสีหน้าอ่อนลงแล้วลุกขึ้นจากร่างของริ้วทอง ริ้วทองประคองตัวเองลุกขึ้นแต่ลุกได้ยากลำบากเพราะเจ็บแผลที่ท้อง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาจึงยื่นมือให้ริ้วทอง ริ้วทองเงยหน้ามองอย่างหวั่นใจ หม่อมเจ้าหญิงรัมภาแสยะยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับบีบมือริ้วทองแน่น จนริ้วทองตกใจ “ท่านหญิง ท่านหญิงจะทำอะไร “
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาฟันมีดลงไปที่ข้อมือของริ้วทอง ริ้วทองกรีดร้องดังลั่น !
หม่อมเจ้าหญิงภรณีเดินเข้ามา “เสียงใคร ?”
ริ้วทองจับมือกุมที่ข้อมือถูกตัดขาดและดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด ริ้วทองไปชนร่างของหม่อมเจ้าหญิงรัมภากระเด็นล้มลง มือของริ้วทองที่อยู่ในมือของหม่อมเจ้าหญิงรัมภากระเด็นลอยไปตกพื้นตรงหน้าเท้าของหม่อมเจ้าหญิงภรณีที่เดินกางร่มเข้ามาพอดี
หม่อมเจ้าหญิงภรณีไม่แน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร จึงย่อตัวหยิบขึ้นมาดู...แล้วพบว่ามันคือมือคนที่มีกำไลมาศติดคา !!!!! “มือ” หม่อมเจ้าหญิงภรณีโยนมือของริ้วทองทิ้งไปตกลงในพุ่มไม้ห่างออกไป
“ท่านหญิงณี...ช่วยริ้วด้วย...”
“น้องรัมภา ! น้องรัมภาทำอะไรริ้วทอง”
“ใครยุ่งกับเรื่องของกู มันต้องตาย !”
“น้องรัมภา น้องรัมภาจะทำอะไรพี่ พี่เป็นพี่สาวของน้องนะ”
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้าไปจะแทงหม่อมเจ้าหญิงภรณี แต่หม่อมเจ้าญิงภรณีหลบทัน หม่อมเจ้าหญิงรัมภาสะบัดหน้าไปหา หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งหนีออกไป

หม่อมเจ้าหญิงภรณีวิ่งฝ่าสายฝนหนีเข้ามาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แล้วไปลื่นดินเปียกล้มกลิ้งไปกับพื้น ร่างหม่อมเจ้าหญิงภรณีกลิ้งลงเนินไปหลายตลบ แล้วศีรษะก็ไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างแรง หัวแตกเลือดไหลสลบไปทันที

ริ้วทองที่ไม่มีมือข้างขวาและถูกแทงที่ท้องคลานตะเกียกตะกายไปบนพื้น เลือดไหลออกปากใกล้จะสิ้นลมแล้ว
“กำไลมาศ...กำไลมาศอยู่ที่ไหน” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้าวเข้ามายืนก้มมองริ้วทองด้วยสีหน้าสะใจ “ท่านหญิงเพคะ เห็นแก่บาปบุญคุณโทษ ถ้าเสด็จพ่อของท่านหญิงรู้ว่าลูกสาวหัวแก้ว หัวแหวนฆ่าคนตาย เสด็จพ่อจะเสียพระทัยมาก เมตตาหม่อมชั้นเถอะนะเพคะ”
“เอาไว้ชาติหน้ามึงค่อยขอความเมตตาจากกู ส่วนชาตินี้...มึงต้องอยู่ใต้สระน้ำแห่งนี้ ตลอดไป” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาถีบริ้วทองอย่างแรง ริ้วทองกลิ้งตกลงไปในน้ำ

ร่างริ้วทองจมดิ่งลงไปในน้ำ มือสองข้างยกลอยอยู่ข้างลำตัว แต่ตรงมือข้างขวาซึ่งเป็นมือข้างที่ถูกตัดมีเลือดไหล ออกมาจากข้อมือเป็นจำนวนมาก “กูขอสาบาน...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ภพกี่ชาติ...กูจะกลับมาตามเอากำไลและชีวิตของ กูคืนจากมึง...อีรัมภา !” ริ้วทองดวงตาถลึงเบิกโพลง

หม่อมเจ้าหญิงรัมภายืนริมสระบัวยืนถือมีดนิ่งๆ จู่ๆ ร่างเธอก็ทรุดล้มลงแล้วสลบไปเลย มีกลุ่มควันสีดำพุ่งออกจากตัวของหม่อมเจ้าหญิงรัมภา พร้อมกับเสียงหัวเราะเล็กแหลม

เกล้ามาศสะดุ้งเล็กน้อยตามการตกใจของเสียงเล็กแหลม
“มาศเป็นอะไร” แต่ยังไม่มีใครตอบ พริมหันไปเห็นว่าธูปลดลงเหลือน้อยมาก “ธูปจะหมดแล้ว ทำยังไง....มาศยังไม่กลับมาเลย”
“คุณมาศ...คุณได้ยินผมไหม คุณต้องกลับมาเดี๋ยวนี้”
แต่เกล้ามาศยังยืนนั่งสมาธินิ่ง
“หลวงพี่ครับทำไมมาศยังไม่กลับมา”
“พวกเขายังไม่ยอมกลับ พวกเขาอยากรับรู้อะไรบางอย่างก่อน”
ทุกคนไม่สบายใจ เกล้ามาศหลับตาและขมวดหัวคิ้ว...เสียงหัวเราะเล็กแหลมของท้ายฉากที่แล้วยังดังก้องในหู

หม่อมเจ้าหญิงรัมภานอนสลบบนพื้น กลุ่มควันสีดำลอยรอบตัวหญิงสาว พร้อมเสียงหัวเราะเล็กแหลม ควันสีดำลอยหายไปด้านนึง

เหมยกุยกับล้อมเพชรอยู่ใต้ต้นไม้ เหมยกุยพนมมือสวดมนต์ปากขมุบขมิบ...ควันดำลอยกลับเข้าไปในสมุดใบลานที่อยู่ในมือของเหมยกุย เสียงหัวเราะโหยหวนเงียบไป เหมยกุยลืมตาขึ้น
“เป็นยังไงบ้างเหมย”
“ภูตผีอวิชชาที่ชั้นส่งไปเข้าสิงนังรัมภา ไปปลุกด้านมืดในจิตใจของมัน ทำให้นังรัมภาฆ่าริ้วทองสำเร็จ”
“ดี พวกมันเป็นมารขวางความสุขของชั้นกับท่านชายดิเรก พวกมันทุกคนสมควรตาย” ล้อมเพชรเอ่ยอย่างร้ายกาจ

ปรุงสะพายห่อเสื้อผ้าเดินย่องมาชะเง้อมองเข้าไปด้านใน ปรุงเห็นคนใช้ของวังวิ่งวุ่นไปมาอยู่แถวหน้าตึกใหญ่ ปรุงมองแปลกใจ แล้วมีคนใช้หญิงก็วิ่งผ่านประตูรั้วไป ปรุงเรียก “น้าจ๊ะ น้า”
คนใช้หันมามองปรุง คิดนิดนึงแล้วจำหน้าได้ “อ้าว...ปรุง มาทำอะไรที่นี่”
“มาหาริ้วทองจ้ะ”
“คุณริ้วทองยังไม่กลับมาเลย”
“อ้าวเหรอ แล้วนี่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอจ๊ะ”
“ท่านชายดิเรกถึงชีพิตักษัยแล้ว”
ปรุงช็อค !

ปรุงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในเรือนนายรวย “ริ้ว ! ริ้ว เอ็งรู้เรื่องหรือยัง ท่านชายดิเรกตายแล้ว !” แต่ในเรือนไม่มีริ้วทอง ปรุงวิ่งตามหาไปตามห้องต่างๆ “ริ้ว ! ริ้ว !” ปรุงหาไม่เจอ “ริ้วหายไปไหน”

ปรุงวิ่งตามหาริ้วทอง แต่เจอหม่อมเจ้าหญิงภรณีนอนสลบอยู่กับพื้น ปรุงวิ่งเข้าไปย่อตัวดู เอามืออังที่จมูก “ท่านหญิงณี ! ท่านหญิงยังไม่ตาย” เขายกมือแตะแขนภรณี “ท่านหญิงกระหม่อม” แต่หญิงสาวไม่รู้สึกตัว
ปรุงละสายตาจากภรณีแล้วมองไปรอบๆ..คล้ายกับว่าจะหาคนมาช่วย พลันสายตาของปรุงหันไปปะทะเข้ากับแสงสีทองที่ส่องมาจากทางพุ่มไม้ ปรุงแปลกใจ จึงลุกขึ้นไปดู แล้วเห็นว่าเป็นกำไลมาศของริ้วทองที่มีคราบเลือดติดอยู่
“กำไลของริ้ว! ทำไมมาอยู่ตรงนี้” ปรุง เห็นนิ้วมือข้างขวาของริ้วทองโผล่มาจากพุ่มไม้ “ใคร ?” ปรุงเดินเข้าไปดู ค่อยๆ เข้าไปใกล้ถึงนั้น...ใกล้มากขึ้นๆ...มากขึ้น...จนกระทั่งสายตาพ้นจากพุ่มไม้ จึงเห็นมือที่ถูกตัด ปรุงช็อค ตกใจ “มือ !” ปรุงมองกำไลมาศในมือตัวเอง และมองมือนั้น จนแน่ใจว่าเป็น “มือริ้ว !” เขาใจเสียมาก “มือริ้ว ! ริ้วหายไปไหน ! ริ้วหายไปไหน !” ปรุงกวาดสายตาไปรอบๆ จึงเห็นร่างหม่อมเจ้าหญิงรัมภานอนสลบอยู่ปลายท่าน้ำ “ท่านหญิงรัมภา” ปรุงวิ่งเข้าไปหารัมภา มือรัมภายังกำมีดที่มีดเลือดสดๆ ติดอยู่ก็อึ้ง !
หม่อมเจ้าหญิงรัมภาค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น ปล่อยมีดและยกมือแตะที่หน้าผาก มึนปวดหัว “โอ๊ย !” เธอยันตัวลุกขึ้นแล้วหันมาเห็นปรุง “ปรุง...”
“ท่านหญิงทำอะไรริ้วทอง !”
“ชั้นไม่ได้ทำอะไร แล้ว...แล้วชั้นมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
“ท่านหญิงเอาริ้วทองไปไว้ที่ไหน”
“ปรุงพูดอะไร ชั้นไม่รู้เรื่อง”
“ถ้าท่านหญิงไม่รู้เรื่อง งั้นตอบกระหม่อมสิว่าทำไมถึงมีมือริ้วทองถูกตัดอยู่ตรงนั้น”
“มือ ? ปรุงชั้นไม่รู้เรื่อง”
“ไม่รู้แล้วมีดเล่มนี้คืออะไร !” หม่อมเจ้าหญิงรัมภาก้มมองมีดแล้วงง ปรุงกระชากตัวหญิงสาวขึ้นมาเขย่า “ท่านหญิงเกลียดริ้ว เพราะริ้วแย่งท่านชายดิเรกไปจากท่านหญิง ท่านหญิงเห็นว่าริ้วอยู่คนเดียว ท่านหญิงถึงได้ถือโอกาสทำร้ายริ้ว ท่านหญิงบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าริ้วทองอยู่ไหน”
“ชั้นไม่รู้”
“บอกมาริ้วทองอยู่ไหน ! น้องสาวกระหม่อมอยู่ที่ไหน ท่านหญิงบอกมาสิ !” ปรุงจับหม่อมเจ้าหญิงรัมภาแล้วเหวี่ยงไปด้านหนึ่งอย่างแรง หม่อมเจ้าหญิงรัมภาล้มลง หัวกระแทกก้อนหินบนพื้น ร่างเธอกระตุกแล้วแน่นิ่งไปทันที “ท่านหญิง !!!” ปรุงปราดเข้าไปดู “ท่านหญิงตื่นสิกระหม่อม ท่านหญิง” ปรุงเอามืออังที่จมูกของรัมภา “ท่านหญิงตายแล้ว ท่านหญิง...กระหม่อมขอโทษ กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจ” ปรุงถอยออกมาจากร่างรัมภาด้วยความหวาดกลัว ปรุงตัดสินใจลุกวิ่งออกไป แต่หันไปเห็นกำไลมาศวางอยู่ที่พื้น ปรุงจึงหันไปคว้ามาแล้ววิ่งหนีออกไปฃ

ฝนตกหนัก ปรุงวิ่งซมซานเข้ามา...แล้วสะดุดขาตัวเองล้มลง...กำไลในมือกลิ้งหายไปในความมืด “กำไลของริ้ว !” เขาจะลุกขึ้น แต่เจ็บข้อเท้า “โอ๊ย !” ปรุงมองไปในทิศทางที่วิ่งมา รู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่ทำ ปรุงรีบวิ่งออกไป

ปรุงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ร้องไห้ด้วยความรู้สึกสำนึกผิด ก้าวออกมากลางแจ้ง แล้วพนมมือขึ้น “ทำไมชาตินี้ลูกถึงก่อกรรมไว้มากมายเหลือเกิน ถ้าชาติหน้ามีจริง..ลูกขออุทิศตัวให้อยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ลูกจะได้ตัดทางโลก ไม่ต้องสร้างกรรมอีก และกรรมที่ลูกฆ่าท่านหญิงรัมภา...ลูกขอตามไปใช้ให้ท่านหญิงในชาติหน้า”
ฟ้าผ่าเปรี้ยง ฟ้าผ่าลงมากลางลำตัวของปรุงไหม้ดำเป็นตอตะโก
ธูปมอดหมดดอก ร่างเกล้ามาศหงายหลังล้มตึง ! อินทวงศ์ พริม อาร์มร้องเรียกเกล้ามาศพร้อมกัน !

อ่านละครเรื่อง กำไลมาศ ตอนอวสาน[3] วันที่ 20 ก.พ. 59

ละครเรื่อง กำไลมาศ บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กำไลมาศ บทโทรทัศน์โดย สุธิสา วงษ์อยู่
ละครเรื่อง กำไลมาศ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์
ละครเรื่อง กำไลมาศ ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กำไลมาศ ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ