อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 27 ก.พ. 59

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 27 ก.พ. 59

ไรวินท์ขมวดคิ้วโกรธอย่างผู้สูงศักดิ์และสูงวัยเตือนลูกหลานแล้วไม่ฟัง แพรขาวย้ำว่าตนนัดไว้แล้วต้องไป ไรวินท์ว่านัดแล้วก็ล้มเลิกได้ แพรขาวสวนไม่มีเหตุผลที่ตนจะไม่ไป

“เชื่อฉันแพรขาว ฉันห้ามเธอต้องฟัง!”

“นี่คุณวินคะ ฉันก็มีเหตุผลของฉันที่ฉันไม่ต้องบอกเหมือนคุณเองที่ไม่ยอมบอก ดังนั้นฉันว่าเลิกคุยเรื่องนี้เถอะค่ะ” แพรขาวจะเดินเข้าบ้าน ไรวินท์เดินตามมาหยุดหน้าประตู

“แพรขาว! เธอดื้อเกินไปนะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็นแบบนี้กันหรือ”



แพรขาวงง กล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วปิดประตูลงกลอนไรวินท์มองเคืองๆถอนใจฟึดฟัด ถอยกลับมายืนหน้าศาล เห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบเหนือร้านลลิตสปา พอมองไปก็เห็นหมอกควันเทาๆปกคลุมโดยรอบ ไรวินท์ยิ่งเครียด

ภายในห้องนอนร้านลลิตสปา มีแสงเทียนจุดเรียงเต็มห้อง หญิงสาวสามสี่คนนอนกึ่งเปลือยอยู่ในอ่าง

จากุซซี่ใหญ่ กึ่งมีสติกึ่งฝัน ลลิตเดินเข้ามาท่ามกลางหญิงสาวพลางชูลูกปัดตาเสือขึ้น หญิงสาวเหล่านั้นยิ้มเคลิบเคลิ้มเข้ามานัวเนียรุมล้อม ฟ้าแลบและร้องครืนๆอย่างน่ากลัว

ooooooo

วันต่อมา พอหวานหวานกับเจ๊ยอดรู้ว่าแพรขาวจะไปทำงานที่ร้านสปาต่างก็ท้วงติงห้ามปรามว่าอาจมีอะไรแอบแฝง อาจจะไปเป็นแม่เล้าหรือเป็นคนเชียร์แขกก็ได้ นลินแทรกว่าสายตาลลิตเจ้าของร้านมองแพรขาวตาเป็นมัน แพรขาวรวบรัดว่าตนจะไปคุยดูแล้วพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟัง

แพรขาวกลับมานั่งเครียดที่โต๊ะทำงาน มองบิลค่าใช้จ่ายต่างๆของเดือนนี้แล้วถอนใจ สักครู่เขมินีโทร.เข้ามา จึงตัดสินใจรับสาย เขมินีถามเรื่องพัสกรมาก่อกวน แพรขาวเสียงขุ่นบอกให้ช่วยบอกน้องชายอย่ามายุ่งกับตนอีก เขมินีเสนอให้พาชมพูออกจากโรงเรียนวัดนั่น

“ลูกของแพรปลอดภัย เราสองคนก็สบายดีค่ะอ้อ...แล้วโรงเรียนของชมพูก็ไม่ใช่โรงเรียนวัดนะคะ”

“แพรขาว เธอเลิกทรมานตัวเองกับลูก เลิกทิฐิแล้วมารับเงินจากฉันไป ยกหลานให้ฉันกับคุณแม่ซะ ส่วนเธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครที่ไหนเสียที นี่ฉันมีเลขบัญชีของเธอ เดี๋ยวฉันโอนเงินไปให้เธอทุกๆเดือนอย่างที่กรมันเคยให้” เห็นน้องสะใภ้นิ่ง จึงถามย้ำโอเคใช่ไหม

แพรขาวข่มอารมณ์โกรธขอบคุณ และไม่ขอรับข้อเสนอ ตนจะเลี้ยงลูกเองอย่างดีแล้ววางสายไป นลินแอบมองอย่างห่วงๆ...เย็นวันนั้นขณะกลับบ้าน นลินพูดขึ้นว่าวันนี้คุยกับแม่ว่าค่าเช่าบ้านอีกสามเดือนค่อย

เริ่มจ่าย แพรขาวอึ้งหน้าชา นลินนึกว่าเธอพอใจกล่าวต่อ

“วันก่อนแม่บ่นพี่เนยใหญ่ว่าซื้อพวกของใช้ในห้องน้ำมาซ้ำกันตั้งหลายรายการ เดี๋ยวลินจะเอามาให้พี่แพรกับหนูชมพูใช้ดีกว่า ประหยัดไปได้อีกหลายตังค์”

ในขณะที่ชมพูหัวเราะเสียงใสเพราะได้นั่งชิงช้าที่ไรวินท์แกว่งไกว ส่วนเนยยืนแข็งทื่อเหมือนเวลาถูกหยุด จวบจนรถแพรขาวแล่นเข้ามา ทุกอย่างกลับสู่ปกติ ไรวินท์เตือนชมพู

“อย่าลืมที่ลุงบอกนะ”

ชมพูรับคำ ไรวินท์ให้หนูน้อยแบมือแล้ววางบางอย่างให้ไป ชมพูวิ่งผ่านเนยไปหาแม่ เนยรู้สึกตัวงงๆ แพรขาวกอดชมพูรู้สึกว่าหอมจึงถามอาบน้ำแล้วหรือ ชมพูตอบว่าอาบตั้งแต่เช้า แพรขาวแปลกใจที่กลิ่นเหมือนกุหลาบ หนูน้อยนึกได้กวักให้แม่ก้มหน้ามาแล้วกระซิบ นลินแซวแม่ลูกมีความลับกันด้วย ชมพูกระซิบเสร็จย้ำ “นะคะคุณแม่อย่าไปนะ...”

แพรขาวหงุดหงิดใจมองไปยังศาลแล้วบอกลูกว่า ตนต้องไปคุยธุระเรื่องงาน แล้วจะรีบกลับมา ชมพูพูดเบาๆ “ก็คุณลุงบอกว่าที่นั่นไม่ดี...”

“ไม่เอาละ หนูเตรียมไปอาบน้ำกับน้าเนย รอแม่กลับมาทานข้าวเย็นนะคะ แล้วอย่าไปคุยอะไรกับคุณลุงของหนูอีก จนกว่าคุณแม่กลับมา โอเค้”

ชมพูเสียงอ่อยขอให้แม่ก้มลงมาแล้วเอาดอกกุหลาบเสียบผมให้ แพรขาวส่ายหัวยิ้มๆ...แล้วเธอก็มาที่ร้านสปาตามนัด ต๊อกกำลังจุดตะเกียงน้ำมันตามโคมในสวน เห็นแพรขาวเดินเข้ามาก็เสียดายความสวยสง่าอย่างนางฟ้าไม่น่ามาสถานที่แห่งนี้ ลลิตยิ้มร่าออกมาต้อนรับแล้วพาชมสถานที่สาธยายว่าเรารับลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์และเพื่อนแวดวงธุรกิจ

ooooooo

แพรขาวเดินตามฟังลลิตอธิบายงานที่ต้องทำ มาจนถึงห้องโถงต้อนรับ พนักงานสาวๆต่างมองและยิ้มอย่างมีความหมายกับเขา ลลิตบอกหน้าที่เธอคืออำนวยความสะดวกนัดคิวให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว แพรขาวถามให้แน่ใจ ส่วนใหญ่ตนจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ใช่ไหม

เพราะแพรขาวมองไปยังห้องด้านในที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า...ลลิต สายวิกสิต แอบหวั่นใจไม่อยากอยู่ใกล้เขามากเกินควร ลลิตรับว่าใช่ ส่วนใหญ่ตนไม่ได้ทำงานในห้อง จะเดินไปเดินมาทุกที่ ลลิตบอกอีกว่างานของเธอไม่มีอะไรมากเพราะคนที่ทำวันธรรมดาจะบุ๊กคิวไว้แล้ว แค่มารับคิวหน้างานและเทกแคร์ แพรขาวรับคำ ลลิตขยับเข้าโอบไหล่ เธอขยับออกอย่างอึดอัด

“คุณแพรสนใจของโบราณไหม ผมสะสมไว้ ไปดูที่ห้องทำงานผมสิ ไปๆดูเอาไว้เผื่ออีกหน่อยจะได้อธิบายให้ลูกค้าฟังได้” ลลิตดันหลังแพรขาวไปที่ห้องอย่างมีเลศนัย

ท้องฟ้าเริ่มครึ้มลง แพรขาวเข้ามาในห้องลลิตเห็นวัตถุโบราณราคาแพงแนวบาหลีและอินเดียมากมาย ลลิตแอบดึงประตูปิดล็อก หญิงสาวหันกลับมามอง เขาทำตัวปกติเดินไปเปิดเพลงซิมโฟนี่ทำนองดุดันเบาๆ เชิญให้เธอนั่งตามสบาย บอกมีอะไรจะให้ดู แล้วเขาก็ไปเปิดลิ้นชักตู้ไม้โอ๊ก หยิบสร้อยลูกปัดหลากสีร้อยยาวๆออกมา แพรขาวระวังตัวยืนไม่ยอมนั่ง

“ผมสะสมลูกปัดโบราณมาสิบกว่าปีแล้ว มาดูสิแพร มีทั้งแก้วทั้งหิน”

แพรขาวตะลึงชมว่าสวยมาก ลลิตอธิบายที่มาของลูกปัดแต่ละเส้น จนมาถึงเส้นลูกปัดแก้วตาเสือ เขาส่ายไปมาตรงหน้าเธอ แพรขาวตกอยู่ในภวังค์ เส้นสายหมอกดำปนแดงขมุกขมัวแพร่ไปรอบตัวเธอ เสียงคล้ายเสือคำรามดังก้อง หญิงสาวเริ่มมองไม่เห็นอะไรรู้สึกกลัว เหมือนมีสายตาสัตว์ร้ายซุ่มมอง เธอถอยหนีหลุดเข้าไปอีกมิติ เสียงเพลงซิมโฟนี่โหมเร้า รอบตัวมีแต่ควันแดงและริ้วผ้าสีแดงห้อยพลิ้ว ก่อนจะปรากฏเงาชายกำยำคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล แพรขาวดีใจร้องขอให้ช่วย ชายคนนั้นยื่นมือมา เธอเดินช้าๆเข้าไปหา

ขณะเดียวกัน ไรวินท์ยืนอยู่หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน มีลมพัดแรงใบไม้ปลิวว่อน คนในเรือนใหญ่เตรียมตัวทานอาหารเย็นไม่รู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ไรวินท์สีหน้ากังวลสุดๆ ตั้งสติมองกุหลาบขาวในมือแล้วกำพึมพำ...แพรขาว...อย่าไป! แพรขาว...อย่าไป!

เหมือนแพรขาวได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจึงชะงัก ไม่เอื้อมมือไปจับมือที่ยื่นมา เกิดแสงสีขาวนวลสว่างรอบตัวพร้อมกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบที่เสียบบนผมเธอ ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น...พลังสีดำแดงถอยกลับหายเข้าไปในสร้อยแก้วตาเสือกลายเป็นลูกปัดธรรมดาแกว่งไปมา

ตรงหน้า ลลิตแปลกใจเก็บอาการเอ่ยถามเธอเป็นอะไรหรือเปล่า หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆรวบรวมสติได้ ส่ายหน้าบอกไม่เป็นอะไรและชมว่าสร้อยสวยมาก เปลี่ยนเรื่องมาถามเรื่องงาน ค่าตอบแทนและระยะเวลาทำงาน ลลิตเก็บสร้อยบอกจะเอาเอกสารให้ดูและอยากให้เริ่มงานเสาร์นี้

หลังจากนั้นแพรขาวรีบออกมาจากร้าน เห็นต๊อกนั่งกินกล้วยดำที่เหมือนถูกทิ้งแล้ว เขาตกใจรีบเก็บ แพรขาวอึ้งๆวิ่งไปขึ้นรถขับออกไป ลลิตตามออกมายืนมอง ต๊อกหันมาเห็นมองด้วยสายตาชิงชัง ลลิตสบถ “เป็นไปได้ยังไงวะ ไม่มีใครเคยรอดไปได้เลยนี่หว่า...”

ไรวินท์ยืนถือกุหลาบขาวอยู่หน้าศาล ยิ้มกริ่ม “อย่าหวังเลย ไอ้ลายพาดกลอน...”

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน สาโรจน์มาคุยงานกับแถบทิพย์และเขมินีที่คฤหาสน์โอฬาร พัสกรเดินเข้ามาเจอ

จำสาโรจน์ได้ ชี้หน้าโวย “เฮ้ย ลื้อรู้จักอั๊วดีนี่นา คนนี้... มัน...ไอ้...ไอ้คนนี้...”

แถบทิพย์งงถามลูกชายอะไรกัน แล้วแนะนำว่าสาโรจน์เป็นทนายของบริษัท พัสกรฟ้องว่ามีคนส่งสาโรจน์ไปขวางตนกับลูก เขมินีเยาะ “ก็แกไปยื้อแย่งชมพู ตบตีแม่มันหน้าโรงเรียน แล้วยังไง...ขายหน้าพ่อแม่เด็กคนอื่นเขาไหม ดีที่สาโรจน์เขาไปห้ามไว้ให้ก่อน”

แถบทิพย์ตกใจไม่รู้ว่าลูกชายทำเรื่องนี้ พัสกรโวยว่าเขมินีเป็นคนส่งสาโรจน์ไปทำลายแผนไม้ตายของตน เขมินียิ่งหัวเราะหยันแผนไม้ตายหรือ แทนที่สาโรจน์จะเจรจาขอตัวชมพูมาให้แม่ได้ชื่นชมบ้าง เขากลับทำลายทุกอย่าง ตอนนี้แพรขาวคงหวงลูกมากยิ่งกว่าเสือ การเจรจาคงยากมากขึ้น พัสกรไม่สำนึกกลับโวยทำไมต้องเจรจา

“ถ้าผมได้ตัวชมพูมา ป่านนี้นังแพรขาวมันต้องตกเป็นฝ่ายคลานมากอดแข้งกอดขาผมไปแล้ว ถ้าไม่มีไอ้ทนายนี่มาสาระแนซะก่อน”

สาโรจน์ชี้แจงว่าที่ทำลงไปเพื่อปกป้องเขา พัสกรตวาดช่วยตรงไหน “คุณไปรับลูกโดยไม่บอกให้ภรรยาทราบ คุณคิดจะขโมยเด็กมาเฉยๆ หนูชมพูเองก็ไม่เต็มใจจะไปกับคุณ การฉุดกระชากยื้อแย่งทำร้ายร่างกายภรรยาต่อหน้าลูกแบบนั้นจะทำให้เกิดภาพจำที่ไม่ดีของคุณประทับลงในใจของลูก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของแกได้ อีกหน่อยแกอาจจะมองคุณเป็น...”

“หุบปากได้แล้ว! พอ หยุดเลย ไม่ต้องมาสอนกู มึงนึกว่ามึงเป็นใคร เป็นเด็กเจ๊เขมเลี้ยงไว้เอนเตอร์เทนยามว่างหรือ มิน่าถึงกร่างขนาดนี้”

เขมินีโกรธตบตีพัสกร แถบทิพย์ต้องห้าม...ในขณะเดียวกัน มีหนุ่มแว้นชื่อเท็นมาเกาะรั้วคุยกับดิวซึ่งอุ้มลูกออกมาด้วย ทั้งสองคุยกันภาษาท้องถิ่น เท็นกอดหอมท๊อปและหอมแก้มดิว ดิวส่งซองเงินให้ เท็นรับมาแล้วมองไปที่ตัวบ้าน ชื่นชมว่าบ้านผัวรวยดี เผอิญประไพเดินออกมาเห็นแอบมองด้วยความสงสัย...

ด้านแพรขาวขับรถกลับมาบ้าน จะเดินไปเรือนใหญ่เห็นไรวินท์ยืนมองสีหน้าห่วงใยก็รู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นอย่างประหลาด เขาเอ่ยถามเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกทุกอย่างโอเค ไม่มีอะไรที่ไม่ดี ไรวินท์ถอนใจกับความดื้อรั้นของหญิงสาว

“ขอบคุณนะคะที่กรุณาเป็นห่วง แต่บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่มีจินตนาการสูงหรือ...วิตกจริตไปเองได้มากกว่าคนปกติก็ได้นี่คะ”

“นี่เธอตอบแทนฉันด้วยกิริยาอย่างนี้หรือ” ไรวินท์ไม่พอใจ

แพรขาวหันกลับมาโต้ “อ้าว นี่ฉันกำลังมีญาติผู้ใหญ่ที่ควรให้ความเคารพไปอีกคนแล้วหรือตอนนี้” ระหว่างนั้นนลินเดินออกมาดู เห็นแพรขาวยืนคุยคนเดียวก็ยืนมองอึ้งๆ

“แม่แพรขาว!” ไรวินท์เอ็ด แพรขาวหันมาลอยหน้าถามจะตักเตือนสั่งสอนอะไรอีกก็ว่ามา เขาถอนใจถาม “เธอจะต้องไปที่นั่นอีกหรือเปล่า”

“ใช่ค่ะ ฉันมีลูก ฉันต้องทำมาหากิน”

“ทำไมผู้หญิงสมัยนี้ต้องมาทำอะไรเช่นนี้ด้วย เฮ้อ...เอาเถอะ ถ้าเช่นนั้นเธอก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น ถ้ายังไปเจอผู้ชายคนนั้นอีก เพราะฉันก็อาจจะไม่ได้...นั่นล่ะ” ไรวินท์ไม่อาจพูดได้

“ค่ะ ขอบคุณคุณวินอย่างมาก กรุณาเมตตาและเป็นห่วงดิฉันกับลูก อ้อ...แล้ววันหลังคุณมีอะไรก็ไม่ควรไปพูดกรอกใส่หูเด็กเพราะเด็กยังใสซื่อไม่ประสีประสาเล่ห์กลพวกผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องอะไรที่มันไร้สาระ”

“แพรขาว!”

แพรขาวสะบัดหน้าเดินไป นลินยืนมองงงๆใครคือคุณวิน แล้วจึงไปดึงมือแพรขาวไว้ก่อนจะเข้าบ้าน สายตามีคำถามมากมาย ถามเมื่อครู่ทำอะไร แพรขาว

ทำหน้าแปลกใจ...ในบ้าน สมพรสงสัยทำไมนลินออกไปตาม แพรขาวนาน ชมพูจะไปดู เกสรห้ามไว้ยิ้มๆอย่างรู้บางอย่าง

พอนลินฟังแพรขาวเล่าก็รีบบอกว่าบ้านเราไม่มีผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อวิน แล้วรู้สึกขนลุกว่าจะเป็นเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวไม่อยากเชื่อ...ระหว่างทานอาหารเย็น แพรขาวก็ได้ฟังเกสรเล่าว่า เจ้าบ้านเจ้าเรือน บางคนท่านก็ให้เห็น แต่ต้องพิเศษจริงๆ ส่วนใหญ่ท่านไม่ให้เห็น ถ้าเป็นคนไม่ดีก็ไล่เลย ไม่ปล่อยให้ทำความเดือดร้อนให้คนในบ้าน แพรขาวหน้าเจื่อน

“คุณยายหมายถึง...นายคนนั้น เอ่อ ท่านคือผี ผีบ้านผีเรือนหรือคะ”

“อุ๊ย! หนูแพร อย่าใช้คำแบบนั้น...ลองฟังเรื่องที่จะเล่านี่ก่อน แต่ฟังแล้วหนูไม่ต้องกลัว ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ไม่ว่ากัน”

แพรขาวตาโตรับคำตั้งใจฟัง เกสรเล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าตนไม่ได้ปลูกขึ้นเอง ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมที่เร่งอยากขายบ้านบอกอยากเอาเงินไปลงทุน สมพ่อของสมพรเป็นคนมาเจอ ตอนนั้นสมพรอายุสี่ห้าขวบ ตนมีสมภพลูกคนโตอีกคนอายุหกขวบ พอเข้ามาอยู่ในบ้าน ตนก็ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของเดิม เพราะคิดว่าคงไม่มีใครทำบุญไปให้ ทุกวันนี้ก็ยังอุทิศส่วนกุศลให้ตลอด...ตอนที่เข้ามาอยู่ใหม่ๆ ตนกับสามีเห็นว่าลูกทั้งสองมักจะหัวเราะเอิ๊กอ๊าก พูดคุยคนเดียวบ่อยๆ ทีแรกสมนึกว่าพวกแกละเมอ แต่ตนรู้สึกแปลกๆไม่อยากบอกใคร

จนอยู่มาปีหนึ่ง น้องชายของสมชื่อแสงมาขออาศัยอยู่ด้วย เขามีนิสัยเกเรไม่ทำงาน เอาแต่ขอเงิน และบ่อยครั้งที่มาขู่เอาเงินจากตน เวลาพี่ชายอบรมสั่งสอนอะไรก็ไม่ยอมฟัง...วันหนึ่งขณะที่ตนกำลังกวาดบ้าน แสงก็เข้ามาขู่ขอเงินอีก ตนบอกว่าไม่มีเขาก็เอามีดมาข่มขู่

สมพรพอจะจำเรื่องราวได้จึงเล่าต่อจากแม่ว่า วันนั้นแสงหน้าตาน่ากลัวเอามีดมาจะแทงตนกับแม่ พวกตนหลับตากอดกันหวีดร้อง จู่ๆแสงก็เหมือนโดนผีหลอกร้องโวยวายทิ้งมีดวิ่งโร่ลงจากชั้นบน ตนเงยหน้ามองไปยังหน้าต่างเห็นร่างชายหนุ่มหล่อลอยอยู่นอกหน้าต่าง แม่หันมองแต่ร่างนั้นหายไปแล้ว แต่เหมือนแม่รู้อะไรบางอย่างจึงยกมือไหว้ท่วมหัว

“แล้วหลังจากนั้น พ่อก็ตัดเป็นตัดตายจากอาแสง ไม่ให้เหยียบเข้ามาบ้านอีกเลย” แพรขาวถามแสงวิ่งหนีอะไร สมพรตอบว่าหนีเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวใจหายวาบ “ท่านมาปรากฏตัวกลางวันแสกๆนอกหน้าต่าง หน้าต่างชั้นบนนะหนูแพร มันสูงจากพื้นดินตั้งเท่าไหร่ ใครเจออย่างนั้นจะไม่ขวัญหนีดีฝ่อไงไหว”

แพรขาวกลืนน้ำลายเอื๊อกสบตาเกสร เธอพยักหน้ายืนยัน แพรขาวถามท่านมาให้เห็นอีกไหม สมพร ตอบว่านานๆครั้ง แต่แปลกที่ไม่มาให้ตนเห็นกลับเป็นแม่ที่เห็น เกสรเล่าว่า ผ่านไปสิบปี ตนฝันว่ากำลังปลูกต้นไม้ ท่านมาบอกว่าให้ช่วยสร้างที่อยู่แยกออกมาให้หน่อยไม่อยากอยู่ปะปนกับครอบครัว ตนจึงสร้างศาลอย่างที่เห็น เป็นการสร้างตามแบบของท่าน แล้วตนกับสามีและลูกๆก็ช่วยกันหาซื้อของแต่งในศาล ให้ดูเหมือนบ้านอยู่อาศัยจริงๆ ผ้าม่านก็เย็บเองจนญาติๆคิดว่าตนกับลูกชอบเล่นบ้านตุ๊กตาจนแก่ แพรขาวฟังเรื่องราวทั้งหมดอย่างช็อกเล็กน้อย

ooooooo

ฟังเรื่องราวในอดีตจนค่ำ ชมพูหลับปุ๋ยไปแล้ว แพรขาวอุ้มลูกกลับเรือนเล็ก เดินผ่านศาลก็รู้สึกขนลุกหวาดๆรีบจ้ำเข้าบ้าน ดูปิดประตูลงกลอนซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ จากนั้นก็มาสวดมนต์ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าบ้านเจ้าเรือน

“คุณวิน ในที่สุดฉันก็รู้เสียทีว่าคุณเป็นใคร คุณคือผู้คุ้มครองของบ้านนี้ ผู้ที่คอยพิทักษ์ปกปักษ์คนทุกคน ในครอบครัวคุณยายเกสร แล้วก็ยังมีพระคุณที่ช่วยดิฉันและลูกไว้มาตลอด ดิฉันจะสวดมนต์ให้คุณทุกคืน ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็จะกรวดน้ำไปให้ ขอให้ท่านอยู่เป็นสุข และชมพูได้เห็นท่านอยู่เสมอๆ ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากจะมีโอกาสได้เจอท่านอีก ไม่ใช่อะไร ดิฉันอยากขอบคุณและขอโทษท่านต่อหน้าด้วยตัวฉันเอง หากมีอะไรที่ฉันได้ล่วงเกินไป”

ไรวินท์ยืนรับรู้อยู่หน้าศาล...แพรขาวนอนหลับฝันเหมือนอยู่ในภวังค์ ได้ยินเสียงเปียโนดังชัดขึ้นเรื่อยๆพร้อมแสงเรืองรองส่องผ่านความมืดทะลุผ้าม่านมายังใบหน้า จึงลืมตาลุกขึ้นพยายามมองออกไป เห็นไรวินท์นั่งเล่นเปียโนอยู่ข้างศาล จึงจ้องมองด้วยหัวใจเต้นรัวจนเพลงจบก็ลุ้นว่าเขาจะหันมาเห็นไหม ด้วยตอนนี้รู้แล้วว่าเขาเป็นใครจึงเกิดความเกรงกลัว

เสียงไรวินท์ดังขึ้น “แม่สาวคนเก่ง ยังจะกลัวฉันอีกหรือ”

แพรขาวทำใจดีสู้เสือเดินออกจากเรือนกล่าว “ทะ...ทำไมถึงคิดว่าฉันกลัวคุณ เอ่อ...ท่าน”

“เรียกฉันอย่างที่เคยเรียกจะดีกว่านะ...ดูสิ” ไรวินท์ผายมือไป เห็นหมอกจางๆรอบตัวเธอ “นั่นคือความกลัวของเธอ...อารมณ์ของมนุษย์ส่งพลังงานโดยรอบตัวเหมือนไอน้ำ เมื่อเวลาตื่นกลัว ไอนั้นจะกลายเป็นไอร้อน อารมณ์ของมนุษย์หากเป็นทางต่ำจะคล้ายไอร้อน พวกเราอยู่ใกล้แล้วจะไม่สบายตัว แต่ถ้าเป็นอารมณ์ทางสูง ก็จะตรงข้ามเย็นสบาย”

แพรขาวมองรอบตัวเองอย่างสงสัย “แล้วคุณไม่มีไอเย็นไอร้อนหรือคะ”

ไรวินท์หัวเราะเบาๆบอกมีแต่ไอเย็น เย็นจนพวกเธอขนลุก แพรขาวนึกได้ตอนกลับมาจากร้านสปา เดินผ่านเขารู้สึกหนาวยะเยือก ท่านเจ้าเรือนบอกอีกว่า “ยิ่งพวกเธอส่งไอร้อนออกมามากเท่าใด พวกฉันก็จะยิ่งส่งไอเย็นมากเท่านั้น พวกคนที่มีจิตใจใสซื่อ ที่ยังไม่ส่งพลังต่อต้านร้อนๆออกมาเท่านั้นที่ฉันจะเข้าใกล้ได้...”

แพรขาวมองไปยังเรือนเล็ก ไรวินท์รับว่าใช่ ชมพูเป็นเด็กดี จิตใจสะอาด ใครๆรวมถึงตนจึงเข้าใกล้ได้ง่าย แพรขาวเริ่มเข้าใจทุกสิ่งชัดเจน ไรวินท์ถามมีอะไรจะบอก หญิงสาวอ้ำอึ้งรู้ได้อย่างไร...บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ สีนวลจับขอบหน้าต่างมือสั่นเทามองอย่างโกรธแค้น

อ่านละครเรื่อง เจ้าบ้านเจ้าเรือน ตอนที่ 3 วันที่ 27 ก.พ. 59

ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทประพันธ์โดย แก้วเก้า
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน บทโทรทัศน์โดย ปราณประมูล
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน กำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ผลิตโดย บริษัท ฮู แอนด์ ฮู จำกัด
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ควบคุมการผลิตโดย วรายุฑ มิลินทจินดา
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเจ้าบ้านเจ้าเรือน เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559
ที่มา ไทยรัฐ